<< Go Back

ศิลปะ 3 มิติหมายถึงอะไร

                ศิลปะ (ART) ตามความหมายในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 หมายถึง “ฝีมือ ฝีมือทางการช่าง การทำให้วิจิตรพิสดาร การแสดงออกซึ่งอารมณ์สะเทือนใจให้ประจักษ์ด้วยสื่อต่างๆ อย่างเสียง เส้น สี ผิว รูปร่าง เช่น ศิลปะการดนตรี ศิลปะการวาดภาพ ศิลปะการละคร  วิจิตรศิลป์ เป็นต้น”

                มิติ (DIMENSION) ในทางทัศนศิลป์หมายถึง ลักษณะที่ปรากฏต่อสายตาแสดงให้เห็นถึงความกว้าง ความยาว ความหนาหรือความลึก มิติแบ่งออกเป็น  2  ประเภท ได้แก่ มิติจริง และมิติลวง

                1.  มิติจริง  เป็นมิติที่สามารถวัดคำนวณหาค่าของระยะความกว้าง ความยาว และความหนาของผลงาน สามารถสัมผัสได้จริงมี 3 มิติ ได้แก่งานประติมากรรมและสถาปัตยกรรม


ประตมากรรมคนนั่ง

รำมะนา   เทคนิคแกะสลักไม้   ผลงานของชิต  เหรียญประชา

เป็นประติมากรรมที่แสดงความงามในรูปมิติจริง มี 3 มิติ

                2.  มิติลวง  เป็นมิติที่เกิดจากการใช้ทัศนธาตุ ทางศิลปะสร้างสรรค์ผลงานทัศนศิลป์ ให้เกิดผลทางความรู้สึก และจินตนาการให้ผลงานนั้น คล้ายมีระยะใกล้ไกล แต่อยู่บนพื้นระนาบรองรับที่มีความกว้าง และความยาว มี 2 มิติ ได้แก่ งานจิตรกรรมวาดเส้น ภาพพิมพ์ และงานออกแบบ เขียนแบบบนกระดาษ เป็นต้น

059

ป่าฟองแตนโบลว์ในยามเช้า เทคนิคสีน้ำมันผลงานของเตโอดอร์ รูสโซ


                ภาพทิวทัศน์บก แสดงความงามในรูปมิติลวง ให้รู้สึกว่าภาพมีระยะใกล้ไกล โดยใช้น้ำหนักของสี และขนาดที่แตกต่าง

                จากความหมายของศิลปะ และมิติดังกล่าวข้างต้นพอสรุป ได้ว่า

                ศิลปะ 3 มิติ หมายถึง  ผลงานการสร้างสรรค์จากฝีมือ ทางการช่างของมนุษย์ ที่ถ่ายทอดความงาม ผ่านสื่อวัสดุ ด้วยกลวิธีการสร้างเป็นรูปทรงที่สัมผัส ได้จริงทั้งด้านความกว้าง ความยาว และความหนา หรือลึก มีคุณค่าทางความงาม และคุณค่าทางประโยชน์ ก่อให้เกิดความสุขทางใจ ทางกาย และได้อารมณ์สะเทือนใจ

                ความคิดจินตนาการ (IMAGINATION)  หมายถึง การคิดสร้างภาพภายในใจ หรือภาพจากความคิดฝัน ก่อนที่จะสร้างสรรค์ออกมาเป็นผลงานศิลปะ ซึ่งมีพื้นฐานมาจากการได้สัมผัสรับรู้ธรรมชาติ สภาพแวดล้อม และแรงบันดาลใจภายใน ทั้งที่เคยมีประสบการณ์ตรงด้วยตนเอง และประสบการณ์ทางอ้อมที่ได้รับการถ่ายทอดมา และจินตนาการ จากความคิดสร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่

ม6

ลูกวัว

ประติมากรรมสัมฤทธิ์ (พ.ศ.2494)

ผลงานของไพฑูรย์  เมืองสมบูรณ์

เป็นการการจินตนาการ ที่เกิดจากการระลึก ถึงเรื่องราวเดิมซึ่งประติมากร เคยมีประสบการณ์ตรงจากธรรมชาติ ถ่ายทอดในลักษณะ แบบเหมือนจริง (REALISTIC)

     

LWF0006

หนุมานกับนางมัจฉา

เทคนิค แกะสลักงาช้าง

ผลงานของ ชิต  เหรียญประชา

เป็นการถ่ายทอดตามจินตนาการ ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากประสบการณ์ ทางอ้อมที่ได้รับการถ่ายทอด จากการพรรณนาความในวรรณคดี

027

นอนเอกเขนก  เทคนิค แกะสลักหิน

ผลงานของ เฮนรี่  มัวร์

เป็นรูปทรงของมนุษย์ตามจินตนาการ ของประติมากรที่ลดตัดทอน ไปตามความรู้สึกนึกคิด เน้นแสดงลีลาของเส้นรูปทรง และช่องว่างให้เกิดความประสานกลมกลืนงดงาม

ประติมากรรม
มารู้จักกับประติมากรรมงาน 3 มิติกันก่อน

                ประติมากรรมหมายถึงอะไร  ประติมากรรม (SCULPTURE) หมายถึง ผลงานศิลปะที่เกิดจากวิธีการปั้น แกะสลักการหล่อแบบ การเชื่อมปะติด การทุบตี เคาะ โดยใช้วัสดุต่างๆ เช่น ดิน ขี้ผึ้ง ไม้ หิน ปูน โลหะ และวัสดุอื่นๆ เป็นสื่อแสดงความงามออกมาเป็นรูปทรง 3 มิติ

                คำในภาษาไทยที่ใช้เรียกชื่อผลงานที่เกิดจากวิธีการสร้างสรรค์นี้มีอยู่ 2 คำ คือ “ประติมากรรม” และ “ปฏิมากรรม”

                “ประติมากรรม” เป็นคำที่ใช้เรียกผลงานที่สร้างสรรค์ขึ้นโดยรวม เช่น รูปคน รูปสัตว์ รูปพืชผักผลไม้ รูปสิ่งของ และรูปทรงตามความคิดสร้างสรรค์เป็นต้น ผู้สร้างสรรค์ผลงานเรียก “ประติมากร”

                ส่วนคำว่า “ปฏิมากรรม" เป็นคำที่ใช้เรียกผลงานรูปเคารพในศาสนา เช่น องค์พระปฏิมา หรือพระพุทธรูป เป็นต้น ผู้สร้างสรรค์ผลงานนี้เรียกว่า “ปฏิมากร”

016

พระพุทธชินราช

เป็นพระพุทธรูปปางเรือนแก้ว ประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถ วัดพระศรีมหาธาตุ จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นผลงาน ปฏิมากรรม

 

ประเภทของงานประติมากรรม  แบ่งตามลักษณะของงานที่นิยมสร้างกันมี  3  ลักษณะ ได้แก่
1. แบบนูนต่ำ
(BAS RELIEF) เป็นประติมากรรม ที่มีรูปทรงของภาพนูนขึ้นมา จากพื้นผิวฉากหลังเพียงเล็กน้อย สามารถรับรู้ความงาม ที่ให้ความรู้สึกตื้นลึกของมิติภาพ ได้จากทางด้านหน้าเพียงด้านเดียว เช่น รูปบนเหรียญเงิน และรูปบนเหรียญพระ เป็นต้น

2-42

ประติมากรรมแบบนูนต่ำรูปศาตราจารย์ ศิลป พีระศรี

ที่ถ่ายทอดความงามของมิติให้ดูสมจริง ทั้งที่อยู่บนพื้นค่อนข้างแบน

2. แบบนูนสูง (HIGH RELIEF) เป็นประติมากรรม ที่มีลักษณะคล้ายกับแบบนูนต่ำ แต่มีรูปนูนสูงขึ้นมา จากพื้นหลังมากกว่า สามารถรับรู้ความงามของรูปทรงภาพได้ 3 ด้าน คือ ความงามทางด้านหน้า ความงามทางด้านข้างขวา และซ้าย เช่น ประติมากรรมประดับฐานอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย แสดงเรื่องราวการเปลี่ยนแปลง การปกครอง พ.ศ. 2475 และภาพสลักหินรูปเทพอัปสรบริเวณปราสาทนครวัด เป็นต้น

2-45

ภาพประติมากรรมแบบนูนสูงประดับฐานอนุสาวรีย์

ประชาธิปไตย กรุงเทพมหานคร ออกแบบโดยศาสตราจารย์ ศิลป  พีระศรี

ภาพสลักหินแบบนูนสูง บริเวณปราสาทนครวัด ประเทศกัมพูชา


                3.  แบบลอยตัว (ROUND RELIEF)  เป็นประติมากรรมที่สามารถรับรู้ ความงามของรูปทรงผลงานได้รอบด้าน ตัวรูปทรงตั้งอยู่บนฐานรองรับ เช่น พระบรมรูปทรงม้า เป็นต้น หรือมีรูปทรงห้อย ลงมาจากด้านบนโดยมีที่ยึดน้ำหนักไว้ เช่น ประติมากรรมแขวนรูป กับดักกุ้งล็อพสะเตอร์ และหางปลา ของ อเล็กซานเดอร์  คาลเดอร์ เป็นต้น


2-47

พระบรมรูปทรงม้า (พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว)

ผลงานของ  ชอร์ซ  ซูโล (GEORGES  SAULO) ชาวฝรั่งเศส


งานปั้นแกะสลักสร้างสรรค์ด้วยมิติ

                งานปั้นแกะสลัก หมายถึง ผลงานประติมากรรม ที่เกิดจากกระบวนการสร้างสรรค์ ด้วยวิธีการปั้น และการแกะสลัก

                การปั้น (MODELING) เป็นกรรมวิธีการ สร้างสรรค์ของงานประติมากรรม ด้วยวิธีการเพิ่มวัสดุซึ่งมีเนื้ออ่อน โดยใช้มือ และเครื่องมือในการปั้น ช่วยทำให้เกิดเป็นรูปทรงสามมิติ ที่มีคุณค่าทางความงาม และคุณค่าทางประโยชน์ตามต้องการ

                วิธีการเพิ่มวัสดุให้เกิดเป็นรูปทรงของการปั้นนี้ เรียกว่า กระบวนการสร้างสรรค์ งานประติมากรรมในทางบวก

 

ม้าก้านกล้วย เดชา สายสมบูรณ์ ปูนปลาสเตอร์
ผลงานการปั้นของเดชา สายสมบูรณ์ม้าก้านกล้วย
ม้าก้านกล้วย เดชา สายสมบูรณ์ ปูนปลาสเตอร์
การปั้นรูปสัตว์โดยกระบวนการสร้างสรรค์งานประติมากรรมในทางบวก

                วัสดุอุปกรณ์ในการปั้น ที่สำคัญมีดังนี้

                1.  วัสดุที่ใช้ในการปั้น  ควรมีลักษณะอ่อนนิ่มสามารถแปรเปลี่ยนรูปได้ง่ายในขณะปั้น และยึดเกาะตัวเป็นรูปทรงได้ตามต้องการ มีหลายอย่าง เช่น ดินเหนียว ดินน้ำมัน ขี้ผึ้ง กระดาษแช่น้ำผสมกาว ขี้เลื่อยผสมกาว และแป้งขนมปัง เป็นต้น

 

                2.  เครื่องมือปั้น  สำหรับใช้กับดินเหนียว และดินน้ำมัน มี 2 แบบคือ

                2.1  แบบมีด้ามจับปลายสองด้านเป็นลวดเหล็กหรือทองเหลือง  มีลักษณะเป็นห่วงโค้งบน และตัดเฉียงปลายมน ใช้สำหรับการขึ้นรูป ขูด เกลา และตัดตกแต่งผิวดิน

                2.2  แบบทำด้วยไม้ทั้งอัน  มีลักษณะเป็นรูปต่างๆ ปลายทั้งสองด้านไม่เหมือนกัน ใช้สำหรับตัดเฉือน ปาดผิวดินให้เรียบ หรือทำให้เกิดเป็นริ้วรอยของจุดและเส้น

เครื่องมือปั้น2

เครื่องมือปั้นแบบมีด้ามจับปลายสองด้านเป็นลวดเหล็กหรือทองเหลือง และแบบทำด้วยไม้ทั้งอัน


                3.  มีดคัตเตอร์  ลักษณะเป็นเล่ม มีใบมีดแบนปลายแหลมคม ปรับเลื่อนใบให้สั้นและยาวได้ ใช้สำหรับตัดแต่งดิน หรือวัสดุอ่อนนิ่มที่ใช้ปั้น เวลาใช้ต้องระมัดระวังอุบัติเหตุ ที่จะเกิดจากความคมของใบมีด

                4.  ลูกกลิ้งคลึงดิน  ลักษณะเป็นแท่งกลมกลิ้งได้ มีที่จับยึดสองด้าน ใช้สำหรับกลิ้งคลึงดินให้เป็นแผ่นเรียบ เหมาะสำหรับปรับผิวหน้าดินในการปั้นแบบนูนต่ำ และแบบนูนสูง

                5.  กระดานรองปั้น  ลักษณะเป็นแผ่น ใช้สำหรับรองรับดินในการปั้น ทั้งแบบนูนต่ำ นูนสูง และเป็นฐานรองรับดิน ขึ้นโครงรูปในการปั้นแบบลอยตัว

                การเตรียมวัสดุก่อนปั้น

                การเตรียมดินเหนียว  ต้องคัดแยกเอาเศษวัตถุที่ไม่ใช่ดินออก เติมน้ำผสมกับดินสัดส่วนพอเหมาะแล้ว นวดดินเหนียวให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน อย่าผสมน้ำมากเกินไป จะทำให้ดินเหลวเวลาปั้นจะขึ้นรูปทรงยาก ถ้ายังไม่ใช้ดินในการปั้น ให้นำผ้า หรือกระสอบชุบน้ำคลุมดิน รักษาความชุ่มชื้นไว้ไม่ให้แห้ง

                การเตรียมดินน้ำมันและขี้ผึ้ง  วัสดุทั้งสองได้ผ่านการผสม และเตรียมมาจากโรงงานที่ผลิตดี แล้วจึงไม่จำเป็นต้องเตรียมอีก เว้นแต่วัสดุนั้นแข็งตัว ให้นำไปตากแดดพออ่อนนิ่มลงแล้ว จึงนำไปนวดให้เข้ากัน

               

หลักการปั้นรูปขั้นพื้นฐาน  มี 3 วิธี ได้แก่

                1.  วิธีการปั้นด้วยการคลึงดินให้เป็นเส้นแล้วสร้างสรรค์ สามารถทำได้ 2 วิธี คือ

                                1.1  วิธีบีบบิดดัดให้เป็นรูปทรง  เป็นการนำดินที่คลึง เป็นเส้นมาบีบบิดดัด ให้เป็นรูปทรงง่ายๆ เช่น รูปตุ๊กตาชาววัง งู และกิ่ง ก้าน ลำต้นของต้นไม้ เป็นต้น

101172-3

ตุ๊กตาชาววังที่เกิดจากการนำดินที่คลึงเป็นเส้นมาบีบดัดเป็นรูปตัวคนในอิริยาบถต่างๆ


                                1.2  วิธีขด  เป็นการนำดินที่คลึง เป็นเส้นมาปั้นด้วยวิธีขด เป็นวงทำเป็นรูปทรง ถ้าต้องการให้ผิวเรียบใช้นิ้วมือ ปรับแต่งให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วตกแต่งด้วยการเดินเส้นดิน เป็นลวดลายตามต้องการ

การนำดินที่คลึงเป็นเส้นมาปั้นด้วยวิธีขดเป็นวงทำเป็นรูปทรง เช่นรูปทรงของแจกัน


                2.  วิธีตัดดินเป็นแผ่นแล้วปั้นประกอบกันเข้าเป็นรูปทรง  เป็นการนำดินมา ทำเป็นแผ่นแล้วตัดเป็นชิ้นๆ ต่อเชื่อม หรือดัดประกอบกัน เข้าก็จะได้รูปทรงตามต้องการ เช่น ทำเป็นกล่อง และรูปบ้าน เป็นต้น หรือตัดเป็นแผ่นเดียวออกแบบเป็นรูปง่ายๆ ตามต้องการ เช่น รูปคน รูปสัตว์ เป็นต้น

sisters

รูปปั้นที่เกิดจากการประกอบแผ่นดินแต่ละชิ้นเข้าเป็นรูปทรง  3  มิติ


                3.  วิธีขยำบีบบี้กดเพิ่มดินให้เป็นรูปทรง  เป็นการนำดินมาเพิ่มเข้า ให้เป็นรูปทรงด้วยวิธีดังกล่าว จนเกิดเป็นรูปลอยตัวตามต้องการ เช่น รูปคน รูปสัตว์ รูปผลไม้ และรูปอิสระ เป็นต้น

167-1

รูปปั้นด้วยวิธีเพิ่มดินบีบกดให้เป็นรูปทรงอิสระ

การปั้นภาพแบบนูนต่ำและนูนสูง  มีขั้นตอนในการปฏิบัติ ดังนี้

                1.  ออกแบบ และร่างแบบภาพลงในกระดาษ เมื่อได้ภาพเป็นที่พอใจ แล้วขยายแบบเท่ากับขนาดสัดส่วนจริง

                2.  เตรียมดินที่จะปั้นโดยคัดเลือกเศษวัตถุที่ปะปนออก แล้วนำดินมานวดบนแผ่นรองให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน

                3.  นำดินมา ทำให้เป็นแผ่นวางลงบนแผ่นกระดานรองปั้น โดยใช้ลูกกลิ้งคลึงดินให้เป็นแผ่นเรียบเสมอกัน

                4.  ลอกแบบ หรือร่างแบบลงบนพื้นผิวดิน

                5.  ใช้ดินพอกเพิ่มกดลงในภาพที่ร่างไว้ทีละนิด จนเกิดเป็นรูปทรงนูนขึ้น จากพื้นผิวเป็นแบบนูนต่ำ หรือแบบนูนสูงตามต้องการ

                6.  ตกแต่งรายละเอียด ให้สวยงามด้วยเครื่องมือปั้น



การปั้นภาพแบบลอยตัว  มี  2  ชนิด ได้แก่ การปั้นภาพแบบลอยตัวชนิดไม่มีแกน และการปั้นภาพแบบลอยตัวชนิดมีแกน

1.  การปั้นภาพแบบลอยตัวชนิดไม่มีแกน  เป็นการปั้นรูปที่มีขนาดเล็กน้ำหนักไม่มาก และไม่สูงเกินไป เช่น การปั้นรูปผลไม้ ตุ๊กตาชาววัง และรูปสัตว์ขนาดเล็ก เป็นต้น

101172-44

รูปปั้นสัตว์แบบลอยตัวขนาดเล็กที่ไม่มีโครงสร้างเป็นแกนยึด

 

 

2.  การปั้นภาพแบบลอยตัวชนิดมีแกน  เป็นการปั้นรูปที่ต้องสร้างแกนลวด หรือเหล็กเส้นให้ยึดติดแน่นกับฐานรองรับ และทำเป็นโครงรูปภายใน เพื่อพยุงดินไม่ให้แตกหลุดออกจากรูปทรงของรูปปั้น

ขั้นตอนในการปั้น มีดังนี้

                                2.1  ออกแบบภาพงานที่จะปั้น

                                2.2  สร้างแกนลวด หรือเหล็กเส้นยึดติดกับฐานรองรับ และขึ้นโครงลวดเป็นรูปตามแบบไว้

                                2.3  นำดิน มาพอกเพิ่มกดลงไปในโครงที่ขึ้นรูปไว้  โดยให้ดินเกาะติดกับเส้นแกน และเส้นลวดของโครง จนได้รูปปั้นที่ต้องการ

                                2.4  ขูด และปาดผิวดินเพื่อตกแต่ง ให้สวยงามด้วยเครื่องมือปั้น

               

                การหล่อ (CASTING)  เป็นกรรมวิธีการสร้างงานประติมากรรม เพื่อการเก็บรักษาความเป็นแบบของผลงาน ไว้ให้คนทน และเป็นกระบวนการผลิตซ้ำ เพื่อเพิ่มปริมาณรูปปั้นนั้นให้มีจำนวนมากขึ้น วัสดุที่นำมาใช้ในการหล่อ แบบต้องมีลักษณะหลอมเหลว และแข็งตัวได้เมื่อเย็นลง เช่น เทียนหรือขี้ผึ้ง ปูนปลาสเตอร์ ทองแดง ทองเหลือง และสัมฤทธิ์ เป็นต้น

                การหล่อขั้นพื้นฐานเริ่มแรกในระดับนักเรียน ควรทำแม่พิมพ์สำหรับหล่อด้วยวัสดุที่หาซื้อได้ง่าย ได้แก่ ปูนปลาสเตอร์

การหล่อแบบจากปูนปลาสเตอร์  ที่นักเรียนควรรู้มี ดังนี้

                1.  แม่พิมพ์ปูนปลาสเตอร์  เป็นแม่พิมพ์ที่ใช้ปูนปลาสเตอร์สร้างแม่พิมพ์ ทำได้ 2 วิธี คือ

                                1.1  แม่พิมพ์ทุบ  เป็นแม่พิมพ์ที่ทำขึ้น เพื่อใช้หล่อได้เพียงครั้งเดียว ใช้หล่อกับรูป ซึ่งมีความซับซ้อนยากต่อการถอดแม่พิมพ์ ก่อนจะหล่อควรทาแม่พิมพ์ด้วยน้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันพืช เพื่อป้องกันวัสดุที่ที่ใช้หล่อติดแม่พิมพ์ และสะดวกในการถอดพิมพ์ จากนั้นเทปูนปลาสเตอร์ ซึ่งผ่านการผสมน้ำโดยใช้สัดส่วนน้ำ 1 ส่วน ต่อปูนปลาสเตอร์ 2 ส่วน คนปูนกับน้ำให้เข้ากัน แล้วเทลงในแม่พิมพ์ เมื่อแข็งตัวดีจึงทุบแม่พิมพ์เบาๆ ให้แตกออก เพื่อไม่ให้รูปหล่อเสียหายก็จะได้รูปตามต้องการ

                                1.2  แม่พิมพ์ชิ้น  เป็นแม่พิมพ์ที่สามารถหล่อซ้ำได้หลายครั้ง เพื่อเพิ่มปริมาณจำนวนรูปปั้น ให้มีจำนวนมาก แม่พิมพ์แบบนี้ จะแบ่งเป็นชิ้นส่วนเล็กๆ หลายอัน รวมประกอบกันเป็นแม่พิมพ์เดียวกัน ก่อนจะหล่อควรทาแม่พิมพ์ด้วนน้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันพืช เมื่อหล่อเสร็จถอดแม่พิมพ์ แต่ละชิ้นออก แล้วตกแต่งรอยต่อ ที่เป็นรอยขรุขระของรูปหล่อ ด้วยตะไบ คัตเตอร์ หรือกระดาษทราย ให้ผิวเรียบเนียนสวยงาม

                2.  แม่พิมพ์ทราย  เป็นแม่พิมพ์ที่ใช้ทรายละเอียดพรมน้ำเล็กน้อย ใส่ลงในกล่องที่มีขนาดใหญ่กว่ารูปที่จะใช้หล่อ อัดทรายให้แน่น และให้มีผิวหน้าเรียบ ทำให้ทรายเป็นหลุม มีรูปทรงตามที่ต้องการจะหล่อ แล้วเทปูนปลาสเตอร์ ซึ่งผ่านการผสมมาแล้วลงในหลุม เมื่อแห้งดี จึงนำทรายออกจะได้รูปทรงตามนั้น แม่พิมพ์แบบนี้ใช้หล่อได้เพียงครั้งเดียว

                3.  แม่พิมพ์กด  เป็นแม่พิมพ์ที่ใช้ดินเหนียว หรือดินน้ำมันสร้างขึ้น โดยทำเป็นก้อนให้มีขนาดใหญ่กว่าขนาดของรูปที่จะหล่อ นำแบบที่จะหล่อกดลงไปในดิน ให้ลึกเสมอแบบแล้วถอดออก จากนั้นเทปูนปลาสเตอร์ ที่ผ่านการผสมมาแล้วลงในพิมพ์ เมื่อแห้งดี จึงแกะดินแม่พิมพ์ออก ก็จะได้รูปหล่อตามต้องการ

การแกะสลัก (CARVING)  เป็นกรรมวิธีการสร้างสรรค์ งานประติมากรรมด้วยวัสดุที่มีเนื้อไม่แข็งมากนัก เช่น ไม้ ศิลาแลง และเทียนไข เป็นต้น โดยใช้เครื่องมือแกะสลักช่วย สลัก ตัด และแกะเอาส่วนย่อย ที่ไม่ต้องการออกจากส่วนรวม ให้คงเหลือไว้เป็นรูปทรงที่ต้องการ วิธีการแกะสลักนี้จัดเป็นกระบวนการ สร้างสรรค์งานประติมากรรมทางลบ

132-11

การแกะสลักไม้เป็นรูปทรงธรรมชาติ และสัตว์ป่า

เป็นงานหัตถกรรมพื้นบ้านที่นิยมในภาคเหนือ

                วัสดุอุปกรณ์ในการแกะสลัก  ที่สำคัญมีดังนี้

                1.  วัสดุที่ใช้ในการแกะสลัก มี 2 ประเภท ได้แก่ ประเภทวัสดุเนื้ออ่อน และประเภทวัสดุเนื้อแข็ง

                                1.1  ประเภทวัสดุเนื้ออ่อน เช่น หัวเผือก หัวมัน หัวแครอท ฟักทอง แตงโม มะละกอ สบู่ เทียนไข และโฟม เป็นต้น


                1.2  ประเภทวัสดุเนื้อแข็ง เช่น ไม้สัก ไม้เบญจพรรณ ไม้ไผ่ส่วนโคน ศิลาแลง หินอ่อน หยก งาช้าง กระดูกสัตว์ และปูนปลาสเตอร์ เป็นต้น


                2.  เครื่องมือที่ใช้ในการแกะสลัก  แบ่งตามลักษณะการนำไปใช้กับวัสดุที่ใช้แกะสลัก แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ใช้แกะสลักวัสดุเนื้ออ่อน และใช้แกะสลักวัสดุเนื้อแข็ง

                                2.1  ใช้แกะสลักวัสดุเนื้ออ่อน ได้แก่

                                สิ่ว  ใช้สำหรับแกะสลักโครงรูปและรายละเอียด หน้าสิ่วมีหลายแบบ เช่น แบบหน้าเรียบ ตรง เฉียง หน้ารูปตัววี และหน้ารูปตัวยู มีขนาดเล็กบรรจุใส่กล่องเป็นชุด ตัวด้ามเป็นไม้ หรือพลาสติกส่วนหน้าสิ่วที่ใช้แกะสลักทำด้วยโลหะ

                                มีดแกะสลักและมีดพับ  ใช้สำหรับแกะสลัก

                                มีดตัด  ใช้สำหรับตัดวัสดุ

                                2.2  ใช้แกะสลักวัสดุเนื้อแข็ง  ได้แก่

                                สิ่ว  ใช้ทำหน้าที่แกะสลัก และตกแต่ง มีขนาดใหญ่กว่าสิ่ว แกะสลักวัสดุเนื้ออ่อน หน้าสิ่วทำด้วยโลหะเนื้อแข็ง ตัวด้ามทำด้วยไม้เนื้อแข็ง

                                ค้อนไม้  ใช้สำหรับตอก หรือตีลงไปบนด้ามสิ่ว เพื่อให้มีแรงส่งไปยังหน้าสิ่ว ทำให้ง่ายต่อการแกะสลัก

                                ตะไบ  ใช้สำหรับถู ขัด ให้ผิววัสดุเรียบเกลี้ยงเกลา หรือใช้ทำให้เกิดเป็นลักษณะพื้นผิวแบบเป็นรอยตามที่เห็นว่าสวยงาม

                                เลื่อย  ใช้สำหรับตัดวัสดุ ในส่วนที่ต้องการเอาออก เพื่อลดแรงงาน ที่ต้องมาเสียเวลาใช้สิ่วสกัดทิ้ง


ขั้นตอนการแกะสลัก มีดังนี้

                1.  ออกแบบงานที่จะแกะสลัก

                2.  กำหนดวัสดุอุปกรณ์ ให้เหมาะสมกับชิ้นงานที่จะแกะสลัก

                3.  ร่างแบบตามที่ออกแบบไว้ลงบนวัสดุที่ใช้สำหรับแกะสลัก

                4.  แกะสลักตามแบบที่ร่างไว้ โดยการทำรูปโครงภายนอกให้ถูกสัดส่วนก่อน แล้วจึงแกะสลักรายละเอียดภายหลัง และตกแต่งให้สวยงาม

                การสร้างสรรค์งานปั้นแกะสลักตามความคิดจินตนาการ  เป็นการสร้างสรรค์ผลงานการปั้น แกะสลักที่เกิดจากความคิดคำนึง สร้างภาพในจิตใจของแต่ละคนขึ้นมาก่อน ที่จะดำเนินการสร้างเป็นผลงานจริง โดยมีพื้นฐานมาจากแรงบันดาลใจภายนอกซึ่งได้สัมผัสรับรู้ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม จนเกิดเป็นแรงบันดาลใจภายในสร้างขึ้นมา รูปแบบไม่จำเป็นต้องเป็นแบบธรรมชาติอย่างเดียว อาจมีความแตกต่างไปจากสิ่งที่ตามองเห็น หรือเป็นความคิดเพ้อฝันก็ได้ ความคิดจินตนาการ จึงเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดรูปแบบแปลกใหม่ อย่างหลากหลาย

                ประเภทของจินตนาการ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่

                1.  จินตนาการจากประสบการณ์ตรง  เป็นจินตนาการที่เกิดจากการระลึกเรื่องราวเดิมซึ่งเคยมีประสบการณ์ตรงด้วยตนเอง จากธรรมชาติและสภาพแวดล้อมในสังคม

ลอยกระทง

คืนวันลอยกระทง เทคนิคเครื่องปั้นดินเผาประเภทหัตถกรรมโดยไม่มีการเคลือบ

ผลงานของ นางจริยา  สงวนชาติ ซึ่งได้รับรางวัลดีเด่นจากการแสดงศิลปะเครื่องปั้นดินเผาแห่งชาติ ครั้งที่ 6

ปี พ.ศ. 2535      เป็นการสร้างสรรค์ผลงาน ที่เกิดจากความคิดจินตนาการ จากประสบการณ์ตรง


                2.  จินตนาการจากประสบการณ์ทางอ้อม  เป็นจินตนาการที่เกิดจากการ ได้รับการถ่ายทอดเนื้อหาเรื่องราว มาจากคำบอกเล่าจากสื่อสิ่งพิมพ์ และสื่ออื่นๆ ซึ่งประติมากรไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์จริง แต่เมื่อได้รับรู้จากการฟัง การอ่าน การดู จึงเกิดอารมณ์สะเทือนใจ พร้อมทั้งจินตนาการสร้างสรรค์ ผลงานการปั้นแกะสลักออกมา เช่น รูปปั้นแกะสลักภาพเทพเจ้า ยักษ์อสูรกาย ภูตผี ที่จินตนาการมาจากวรรณกรรม รูปสัตว์หิมพานต์จินตนาการมาจากวรรณคดีไทย และประติมากรรมแบบนูนสูงภาพ แสดงยุทธหัตถี ระหว่างสมเด็จพระนเรศวรมหาราช กับสมเด็จพระมหาอุปราชของพม่า ดอนเจดีย์ สุพรรณบุรี เป็นจินตนาการที่ได้มาจากข้อมูล คำบอกเล่าทางประวัติศาสตร์ เป็นต้น

SUC30001

ประติมากรรมลอยตัวภาพยักษ์วัดโพธิ์ที่จินตนาการมาจากวรรณกรรม

                3.  จินตนาการจากความคิดสร้างสรรค์ใหม่  เป็นจินตนาการ ที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ตามความรู้สึกนึกคิด เพื่อให้ได้ผลงานรูปแบบใหม่ๆ ซึ่งอาจมีเค้าเดิมหรือไม่มีก็ได้ เช่น ผลงานประติมากรรม การแกะสลัก รูปต้นกล้า ของจุมพล อุทโยภาส และกินรีทองคำ เป็นต้น


2-55

ต้นกล้า  เทคนิค  การแกะสลักไม้    

 ผลงานของ จุมพล  อุทโยภาศ

 

เป็นการถ่ายทอดความคิด จินตนาการสร้างสรรค์ใหม่ ตามความรู้สึกนึกคิด เน้นแสดงความงาม ในการจัดองค์ประกอบศิลป์ ให้เกิดความประสานกลมกลืน และเจาะรูปทรงบางส่วนให้เกิดบริเวณว่าง เพื่อลดความทึบตันดูโปร่งตา

 


ภาพ4

 

กินรีทองคำ  เป็นประติมากรรม ที่หล่อมาจากงานปั้น ซึ่งจินตนาการความคิดสร้างสรรค์ใหม่ โดยประยุกต์สร้างสรรค์ความงาม มาจากรูปกินรีของเดิมในประติมากรรมไทย

 

 

รูปแบบแนวคิดของงานปั้นแกะสลักตามจิตนาการ มีดังนี้

                1.  รูปแบบแนวคิดจากศาสนาและความเชื่อ ได้แก่ การถ่ายทอด เรื่องราวจากพุทธประวัติ คริสต์ประวัติ หลักธรรม คำสอน เรื่องราวที่อยู่ในคัมภีร์ และความเชื่อต่างๆ เช่น งานปั้นแกะสลักรูปภาพประกอบ เรื่องตามแนวคิดนี้ รูปเคารพ รูปสัญลักษณ์ทางศาสนา และงานที่สร้างขึ้น เพื่อแสดงให้เห็นเรื่องของความเชื่อในศาสนา และความเชื่ออื่นๆ

ภาพ4

งานปั้นแกะสลักเรื่องราวจากพุทธประวัติ

 

               

                2.  รูปแบบแนวคิดจากประเพณีและวัฒนธรรม ได้แก่  การถ่ายทอดเรื่องราว ที่สะท้อนความเป็นเอกลักษณ ์แบบอย่างที่ยอมรับกันในวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ซึ่งสืบทอดต่อกันมา ของแต่ละชนชาติ เช่น รูปตุ๊กตาแสดงวัฒนธรรมการละเล่นของเด็กไทย เป็นต้น

เด็กชายวงล้อ

งานปั้นการละเล่นของเด็กไทย

 

                3.  รูปแบบแนวคิดจากเรื่องเล่าสืบทอดกันมา  ได้แก่ การถ่ายทอดเรื่องเล่าจากเรื่องราวในตำนาน นิทานพื้นบ้าน วรรณกรรม วรรณคดี ประวัติศาสตร์ และเหตุการณ์สำคัญ เช่น ประติมากรรมรูปหล่อ จากงานปั้นรูปพระอภัยมณีเป่าปี่ ซึ่งอยู่ภายในบริเวณอนุสาวรีย์สุนทรภู่ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ถ่ายทอดมาจากวรรณคดีไทย เรื่องพระอภัยมณี เป็นต้น

พระอภัย

งานปั้นรูปพระอภัยมณีเป่าปี่ อนุสาวรีย์สุนทรภู่ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง

 

                4.  รูปแบบแนวคิดจากธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ได้แก่  การถ่ายทอดเรื่องราวความงามของที่มีปรากฏอยู่ในธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมของสังคมที่มนุษย์สร้างขึ้น เช่น รูปสัตว์ที่จินตนาการ จากการระลึกถึงประสบการณ์ตรง ที่เคยพบเห็น รูปแสดงความทุกข์ยากของผู้คน และรูปสะท้อนเรื่องราวทางการเมือง เป็นต้น

รูปม

รูปปั้นแม่กับลูก ที่ถ่ายทอดความงามของความรู้สึกทางธรรมชาติของแม่ที่มีต่อลูก

 

                5.  รูปแบบแนวคิดจากรูปทรงเรขาคณิตและอิสระ ได้แก่ การถ่ายทอดรูปแบบความงามของรูปทรง ที่ไม่ต้องการแสดงรูปที่เหมือนจริงในธรรมชาติ แต่ต้องการแสดงความรู้สึกผ่านวัสดุที่นำมาใช้สื่อ เช่น รูปปั้นแกะสลักแบบนามธรรม ที่แสดงความงามของการจัดองค์ประกอบศิลป์ เป็นต้น

ความกลมกลืน สมศิลป์ แพทย์คุณ ไฟเบอร์กลาส

ผลงานการหล่อไฟเบอ์กลาส ชื่อ ความกลมกลืน  ของเจริญ  ว่องปรีชากุล


                ขั้นตอนการสร้างสรรค์งานปั้นแกะสลักตามความคิดจินตนาการ มีดังนี้

                1.  เลือกหัวข้อ การปั้นแกะสลัก ที่จะทำเป็นเรื่องอะไร ถ่ายทอดรูปแบบแนวคิดลักษณะใด

                2.  ออกแบบรูปแบบงานที่จะทำ

                3.  เตรียมวัสดุอุปกรณ์ ที่จะใช้ในการปั้นแกะสลัก ให้พร้อมปฏิบัติ

                4.  ดำเนินการปั้นแกะสลัก ตามขั้นตอน ตั้งแต่ร่างแบบบนวัสดุที่ใช้สร้างสรรค์ ขึ้นเค้าโครงรูปทรงเลาๆ แล้วทำให้มีขนาด สัดส่วน ทรวดทรวงสวยงามชัดเจนขึ้น

                5.  ตกแต่งเก็บรายละเอียด  เพื่อให้มีความงามสมบูรณ์ ตามแบบที่จินตนาการไว้

    << Go Back