<< Go Back

อักษรภาพ Hieroglyphs


ที่มาของภาพ : https://sites.google.com/site/arc213site/xaksr-phaph-hieroglyphs
        
     ในปี พ.ศ. 2281 William Earburton บาทหลวงแห่งเมือง Gloucester ในประเทศอังกฤษ ได้ท้าทายคำสอนของคริสต์ศาสนาที่ว่าพระเจ้าได้ทรงประทานไวยากรณ์ อักษร เสียง และวิธีเขียนหนังสือมาให้มนุษย์ครบทั้งชุด ตั้งแต่สมัยพระเจ้าสร้างโลก โดยท่านบาทหลวงมีความเห็นว่ามนุษย์ได้เริ่มพัฒนาอักษรและการเขียนทีละน้อยๆ จากการวาดภาพก่อน แล้วเปลี่ยนภาพเป็นตัวอักษรภายหลัง เมื่อมนุษย์ต้องการแสดงความนึกคิดต่างๆ ที่เป็นนามธรรม


ที่มาของภาพ : https://sites.google.com/site/arc213site/xaksr-phaph-hieroglyphs

     ปัจจุบันนักวิชาการเห็นว่าความคิดของ Warburton นั้นถูกต้องทุกประการ เพราะภาษาทุกภาษาในโลกก็มีวิวัฒนาการทั้งสิ้น โดยเฉพาะภาษาอียิปต์นั้นได้มีการเปลี่ยนแปลงรูปโฉมมาตลอดระยะเวลา 4,600 ปีที่ผ่านมา ดังจะเห็นได้จากการที่ชาวอียิปต์ในสมัยก่อน นอกจากใช้อักษรภาพ Hieroglyphs เขียนตามสุสานแล้ว ยังใช้อักษร hierotic และ demotic อีกด้วย ชาวอียิปต์ได้ใช้อักษรภาพเหล่านี้จนกระทั่งถึงปี พ.ศ. 1043 เมื่ออียิปต์ตกอยู่ภายใต้อำนาจการปกครองของกรีก ตัวอักษรในภาษาอียิปต์จึงได้ถูกดัดแปลงให้มีลักษณะคล้ายอักษรในภาษากรีก และเมื่ออียิปต์ถูกอาหรับรุกราน ตัวอักษรในภาษาอียิปต์ก็ถูกปรับเปลี่ยนอีกจนมีลักษณะคล้ายอักษรอาหรับตั้งแต่นั้นมา
     ประวัติศาสตร์ได้จารึกว่าคนอียิปต์เขียนอักษร Hieroglyphs ตัวสุดท้ายเมื่อประมาณ พ.ศ. 937 และหลังจากนั้นอีกประมาณ 100 ปี การเข้าใจความหมายของอักษรภาพเหล่านี้ก็ได้สาบสูญไปจากโลก
     ในปี พ.ศ.2048 Horapolo Nilicus ชาวอียิปต์ได้เขียนตำราชื่อ Hieroglyphica ขึ้นมาเพื่ออธิบายความหมายของอักษรภาพเหล่านี้ เขาได้อธิบายความหมายของรูปเหยี่ยวว่า ใช้แทนคำว่าแม่ เพราะคนอียิปต์สมัยนั้นคิดผิดว่าเหยี่ยวมีแต่เพศเมีย และเมื่อชาวอียิปต์ต้องการแสดงการตายของมนุษย์เพราะถูกแดดเผา เขาจะใช้ภาพของด้วงตาบอด เพราะด้วงถูกแดดจัด ตามันจะบอดแล้วมันก็ตาย เป็นต้น


ที่มาของภาพ : https://sites.google.com/site/arc213site/xaksr-phaph-hieroglyphs

     การรู้จักเขียนภาษาโดยใช้รูปภายแทนตัวอักษรนี้ ทำให้ชาวกรีกและโรมันชื่นชมความสามารถของคนอียิปต์มากโดยเฉพาะเมื่อ Napoleon บุกอียิปต์ในปี พ.ศ. 2342 พระองค์ได้ทรงตั้งพระทัยที่จะศึกษาความหมายของภาษา Hieroglyphic มากจึงได้นำนักวิชาการติดตามพระองค์ไปหลายคน และได้ขุดพบแผ่นหิน rosetta ที่เมือง Rashid ซึ่งได้จารึกตัวบทกฎหมายที่ใช้ในสมัยของกษัตริย์ Ptolemy ที่ 5 แห่งอียิปต์เมื่อ 2,000 ปีที่ผ่านมา แผ่นหิน rosetta ที่สำคัญนี้ได้เขียนจารึกกฎหมายไว้ 3 ภาษา คือ ภาษา Hieroglyphic ภาษากรีก และภาษา demotic
     และในปี พ.ศ.2367 Jean-Francois Champollion ก็ได้จารึกชื่อในประวิติศาสตร์ว่าเป็นคนที่สามารถถอดรหัสของภาษา Hieroglyphic ได้ หลังจากที่ไม่มีใครอ่านรู้เรื่องมานาน 1,600 ปี
     อักษร Hieroglyphic มีลักษณะเป็นภาพ คือ ไม่ได้เป็นตัวอักษร a, b, c หรือ ก, ข, ค ที่ไม่แสดงภาพอะไรเลย ดังนั้นหากให้คนป่าดูภาษา Hieroglyphic ที่เขียนเป็นภาพปลา นก ฯลฯเขาก็คงเดาว่า ผู้เขียนคงพยายามสท่อเรื่องปลา เรื่องนก แต่จริงๆ แล้ว ภาพของนกที่ใช้ในภาษานี้บางครั้งก็เกี่ยวกับนก บางครั้งก็ไม่เกี่ยว นี่คือความประหลาดของภาษา Hieroglyphic


ที่มาของภาพ : https://sites.google.com/site/arc213site/xaksr-phaph-hieroglyphs

     อย่างไรก็ตาม จุดประสงค์หลักของภาษา Hieroglyphic ก็เพื่อสื่อสาร คือคำว่า Hieroglyphic มาจากคำ hieros ที่แปลว่า ศักดิ์สิทธิ์ และ glypho ที่แปลว่า สลัก ดังนั้นเมื่อรวมกันจึงแปลว่า การสื่อข่าวที่ศักดิ์สิทธิ์หรือข่าวที่เป็นสัจจนิรันดร์ เช่น ข่าวเกี่ยวกับพระกรณียกิจขององค์ฟาโรห์ ข่าวการสวดมนต์ต่อพระผู้เป็นเจ้า หรือ ข่าวความฝันหลังจากที่คนเขียนได้จากโลกไปแล้ว ข่าวภาษา Hieroglyphic จึงได้รับการแกะสลักลวดลายอย่างดีลงบนผนังโบสถ์ วิหาร เสาและสุสาน โดยสามารถเขียนจากซ้ายไปขวาหรือขวาไปซ้ายก็ได้หรือจากบนลงล่างก็ได้ และเนื่องจากตัวอักษรของภาษาเป็นภาพ ดังนั้นตัวอักษรต่างๆ จึงไม่ค่อยเปลี่ยนไปตามกาลเวลาที่ผ่านไป ถึงแม้ภาษาที่พูดจะเปลี่ยนแปลงมากก็ตาม และภาษาภาพบางภาพก็อ่านง่าย บางภาพก็อ่านยาก เช่น oll ที่มีวงรี และเส้นตรง 2 เส้น ใกล้วงรี แสดงขนมปัง 2 ก้อน หรือภาพ ซึ่งอ่านว่า ศิลปกรรมชั้นเยี่ยมจากแผ่นดินดำ เป็นต้น


ที่มาของภาพ : https://sites.google.com/site/arc213site/xaksr-phaph-hieroglyphs

     เมื่อถึงยุคของกษัตริย์ Ptolemy ในสมัยก่อนคริสต์ศักราชประมาณ 330 ปี พระนักบวชในสมัยนั้นไม่ต้องการให้บุคคลนอกวงการเข้าใจหรืออ่านเหตุการณ์ต่างๆ ออก อักษรภาพ Hieroglyphic จึงได้เปลี่ยนไปมาก และเมื่อนักบวชเหล่านั้นสิ้นอำนาจ ประจวบกับภาษา Hieroglyphic ไม่สามารถเขียนออกมาบรรยายความรู้สึกนึกคิดของมนุษย์ได้ และเมื่ออียิปต์เปลี่ยนมานับถือคริสต์ศาสนา ภาษา Hieroglyphic จึงได้หายไป
     เดือนมกราคม พ.ศ. 2540 G. Dregyer แห่ง German Achaeological Institute ได้ออกแถลงการณ์ว่า เขาและคณะได้ขุดพบหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าได้มีการเขียนอักษรชนิดหนึ่ง ในอียิปต์ก่อนอักษร Hieroglyphic ถึง 200 ปี หลักฐานที่ขุดพบนี้เป็นแผ่นดินเหนียวที่มีรอยจารึก 170 รอยและมีจุดเป็นแต้มๆ 100 จุดอยู่ที่เมื่อ Abydos ห่างจากกรุง Cairo ไปทางใต้ประมาณ 500 กิโลเมตร หลักฐานนี้แสดงให้เห็นว่า คนอียิปต์มิใช่คน Sumerion ที่เป็นชนชาติแรกที่รู้จักเขียนหนังสือ
     เหตูผล เนื่องจากอักษรภาพ Hieroglyphic เป็นสิ่งที่จำเป็นในการสื่อสารของชาวอียิปต์ในสมันก่อน และภาษาที่ใช้รูปภาพแบบนี้ไม่มีที่ไหนเลย ซึ่งรูปภาพที่เห็นนั้นอาจไม่ใช่ในความหมายที่เราวิเคราะห์ แต่เนื่องจากชาวอียิปต์ เช่น กลุ่มพวกนักบวช ไม่อยากให้บุคคลภายนอกเข้าใจหรือศึกษา การค้นคว้าจึงเป็นไปได้ยาก


https://sites.google.com/site/arc213site/xaksr-phaph-hieroglyphs

    << Go Back