ตราสัญลักษณ์ของกาชาด
ตราสัญลักษณ์ของขบวนการกากบาทแดงและเสี้ยววงเดือนแดงนานาชาติ หรือ ตราสัญลักษณ์ของกาชาด (อังกฤษ: Emblems of the International Red Cross and Red Crescent Movement หรือ Emblems of the Red Cross) ตราสัญลักษณ์ของขบวนการกางเขนแดงและเสี้ยววงเดือนแดงนานาชาติ หรือที่เรียกสั้นๆ ว่ากาชาด ภายใต้อนุสัญญาเจนีวาเป็นตราสัญลักษณ์ที่ใช้ประทับบนยานพาหนะ และสิ่งก่อสร้างที่ใช้ในการบรรเทาทุกข์ของมนุษยชนเพื่อป้องกันจากการถูกโจมตีทางทหารในสมรภูมิ ตราสัญลักษณ์ของกาชาดมีด้วยกันสามตรา “ตรากางเขนแดง”, “ตราเสี้ยววงเดือนแดง” และ “ตราเพชรแดง” ส่วน “ตราสิงห์และอาทิตย์แดง” เคยเป็นตราที่ได้รับการอนุมัติ แต่ในปัจจุบันไม่มีการใช้
นอกจากนั้นก่อนหน้านั้นก็ยังมีข้อโต้แย้งในการใช้ดาราแห่งเดวิดแดง โดยหน่วยปฐมพยาบาลมาเกนเดวิดอาดอม (Magen David Adom-MDA) ซึ่งเป็นสมาคมหน่วยปฐมพยาบาลของอิสราเอล “ตราเพชรแดง” จึงได้สร้างขึ้นมาเพื่อตอบสนองข้อโต้แย้งและทำให้รับหน่วยปฐมพยาบาลมาเกนเดวิดอาดอมเข้ามาในขบวนการได้

สัญลักษณ์ของขบวนการ “กางเขนแดง” และ “เสี้ยววงเดือนแดง” ที่พิพิธภัณฑ์สภากาชาดในเจนีวา
ที่มาของภาพ : http://th.wikipedia.org/wiki/ตราสัญลักษณ์ของกาชาด
ประวัติกาชาด
ผู้ให้กำเนิดกาชาด คือ นาย อังรี ดูนังต์ ( Henry Dunant ) ชาวสวิส เกิดเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 237 ณ นคร เจนี วา เป็นบุตรผู้มีตระกูลสูงของเมืองนั้น ดูนังต์ ได้รับรางวัลโนเบลประเภทสันติ ซึ่งให้เป็นครั้งแรกในปี 2444 ( ร่วมกับ เอฟ. ปาสสีชาวฝรั่งเศสผู้เริ่มขบวนการสันติ) เมื่อมีอายุ 73 ปี ดูนังต์ ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่30 ตุลาคม 2453 ขณะมีอายุ 82 ปี เมื่อเปิดพินัยกรรม ปรากฎ ว่า ดูนังต์ ไม่ได้ใช้จ่ายเงินรางวัลต่างๆ ที่ได้รับเพื่อประโยชน์ส่วนตัวเลย คงเก็บเงินทั้งหมดไว้และได้แบ่งส่วนยกให้สถาบันสาธารณสงเคราะห์ของสวิตเซอร์แลนต์ และ นอรเว หลายแห่งดูนังต์ ได้เดินทางไปแสวงหาโชคลาภใน แอฟ ริกาเหนือ 2 ครั้ง ในการเดินทางไปแสวงหาโชคลาภครั้งที่ 2 ในปี 2401 มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ยืนยันว่า
ครั้งหนึ่ง ดูนังต์ ได้ซื้อน้ำตกแห่งหนึ่งพร้อมกับโรงโม่แป้ง แล้วเกิดเรื่องยุ่งยากกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ดูนังต์ จึงได้ตัดสินใจเข้าหาพระ เจ้าน โปเลียนที่ 3ด้วยตนเอง และเดินทางไปยังภาคเหนือของอิตาลีที่หมู่บ้าน ซอลเฟ ริโน ( Solferino ) อยู่ทางใต้ของทะเลสาบการ์ ดา ( Garda ) ในเดือนมิถุนายน 2402 ซึ่งขณะนั้น ดูนังต์ มีอายุ 31 ปี ประจวบกับกองทัพฝรั่งเศสได้ช่วยอิตาลีรบออสเตรีย ทหาร 4 แสนคนต่อสู้กัน มีทหาร 4 หมื่นคนล้มตายและบาดเจ็บเกลื่อนกลาดทั่วสนามรบโดยไม่มีผู้รักษาพยาบาล ภาพอันสยดสยองนี้ทำให้ ดูนังต์ ลืมเรื่องราวที่จะร้องเรียนต่อพระ เจ้าน โปเลียนเสียสิ้นดูนังต์ ได้ลงมือช่วยเหลือผู้บาดเจ็บด้วยตนเอง แล้วขอร้องประชาชนหญิงในท้องถิ่นนั้นมาช่วยด้วย
จากประสบการอันน่าสยดสยองนี้เอง ดูนังต์ ได้เขียนหนังสือขึ้นเล่มหนึ่งเมื่อ 3 ปีต่อมา ให้ชื่อว่า " Un Souvenir de Solferino " (A Memory of Solferino ) แปลว่า" ความทรงจำเรืองที่ ซอลเฟ ริโน" และกล่าวตอนหนึ่งเป็นเชิงรำพึงว่า" จะเป็นไปไม่ได้ หรือที่จะตั้งองค์การอาสาสมัคร ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือทหารบาดเจ็บในยามสงคราม" ในที่สุดได้มีผู้เสนอความคิดของ ดูนังต์ ต่อสมาคมสงเคราะห์สาธารณะแห่ง เจนี วา (Public Welfare Society of Geneva) และสมาคมได้มีการประชุมกันในวันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2506 เวลา 18.00 น. ณ ชั้นล่างของสถานคาสิโน การประชุมมีระเบียบวาระรวม 5 ข้อด้วยกัน ระเบียบวาระข้อที่ 3 เกี่ยวกับข้อเสนอของ ดูนังต์

http://th.wikipedia.org/wiki/ตราสัญลักษณ์ของกาชาด
http://www.tak.go.th/redcross/resume.php |