<< Go Back

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับเทคนิคการพิมพ์บรรจุภัณฑ์


ที่มาของภาพ :http://www.packingsiam.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538991002&Ntype=1
        
    1. การพิมพ์ offset พื้นผิวของแม่พิมพ์ที่ใช้ในการพิมพ์นี้ทุกๆ บริเวณมีความราบเรียบเท่ากันทั่วทั้งแผ่น จึงเรียกว่า การพิมพ์พื้นราบ (Planographic Printing) มีการแยกส่วนบริเวณที่เป็นภาพกับบริเวณที่ไร้ภาพ (ไม่มีตัวอักษรใดๆเลย) แม่พิมพ์ออฟเซตส่วนใหญ่ ทำจากอะลูมิเนียมแผ่นที่เคลือบด้วยสารไวแสง (เพื่อสร้างภาพลงบนแม่พิมพ์ ส่วนที่โดนแสงมันจะรวมตัวกันเป็นส่วนที่แข็ง ทำให้ไม่ละลายเมื่อมีการ สร้างภาพขึ้น )
    หลักการ ใช้น้ำมันไม่รวมตัวกับน้ำหรือรวมตัวกันน้อยมาก (น้ำกับหมึก) ออฟเซตจึงเป็นระบบการพิมพ์ประเภทเดียว ที่ต้องใช้น้ำในการพิมพ์เพื่อให้น้ำเกาะบริเวณไร้ภาพ และให้หมึกเกาะบริเวณภาพ ออฟเซ็ตเป็นระบบพิมพ์ที่เป็นการพิมพ์ทางอ้อม (indirect printing) คือ แม่พิมพ์อะลูมิเนียมจะไม่ถ่ายทอดภาพลงบนวัสดุที่ใช้พิมพ์โดยตรง ลักษณะการทำงานจะเริ่มจากลูกกลิ้งที่เป็นอะลูมิเนียม จะผ่านลูกกลิ้งที่เป็นผ้าที่คอยดูดซับน้ำ เพื่อทำความสะอาดลูกกลิ้งในครั้งแรก และทำให้ส่วนที่มีขั้วบนแม่พิมพ์ ติดกับส่วนที่มีขั้วของน้ำ จากนั้นลูกกลิ้งจะหมุนผ่านส่วนที่เป็นลูกกลิ้งหมึก เพื่อให้เกิดการติดสีเฉพาะส่วน การผ่านลูกกลิ้งหมึกสีนี้ จะผ่านได้ครั้งละสีไม่สามารถผ่านหลายๆสีพร้อมกันได้ จากนั้นลูกกลิ้งอะลูมิเนียมที่ติดสีแล้วจะถ่ายโอนน้ำหมึก และน้ำไปบนลูกกลิ้ง ที่ถูกหุ้มด้วยผ้ายาง ที่เป็นสื่อกลางระหว่างแม่พิมพ์กับวัสดุที่ใช้พิมพ์ โมยาง (แบบแข็ง) จะรับภาพจากแม่พิมพ์และมาถ่ายทอดลงบนวัสดุที่ใช้พิมพ์อีกทีจะมีลูกกลิ้งยาง (แบบนิ่ม) อีกหนึ่งลูกคอยกดให้ภาพที่ถูกถ่ายมาบนวัสดุที่ใช้พิมพ์ ทำให้มีการพิมพ์ที่เรียบเนียน และติดสีได้แน่นทำให้ได้ภาพตามที่ต้องการ
เครื่องพิมพ์ออฟเซตแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ คือ
      ประเภทที่หนึ่ง คือ แบบหน่วยพิมพ์ สามโม (three-cylinder unit) ส่วนใหญ่ใช้ในเครื่องพิมพ์ป้อนแผ่น หรือ เครื่องพิมพ์อัดสำเนาหรือออฟเซตเล็ก
      ประเภทที่สอง คือ แบบโมยางสัมผัสโมยาง หรือโมยางชิดกัน(blanket to blanket) ใช้โมยางสองลูกสัมผัสกัน โดยไม่มีโมกดพิมพ์ ใช้กับงานพิมพ์บนสิ่งพิมพ์ ที่ต้องทำการพิมพ์ทั้งสองด้าน (perfecting) ในการป้อนกระดาษเพียงครั้งเดียว
ข้อดีของการพิมพ์ด้วยระบบออฟเซต มีดังนี้
      1.พิมพ์สีพื้นทึบบริเวณภาพที่กว้างใหญ่ได้สีที่เรียบ เมื่อเปรียบเทียบกับระบบอื่นๆ
      2.ใช้เวลาน้อยในงานเตรียมพิมพ์ สำหรับผู้ที่มีความชำนาญในการควบคุมเครื่อง
      3. การเก็บ และจัดหาพื้นที่เก็บแม่พิมพ์ค่อนข้างเป็นไปได้ง่าย เพราะเป็นแผ่นแบนราบ
      4. ความนุ่มของผ้ายาง ทำให้สามารถพิมพ์บนวัสดุสิ่งพิมพ์ที่มีพื้นผิวหยาบได้
      5. จุดบริการผลิต สิ่งพิมพ์มีแพร่หลาย จึงหาแหล่งผลิตงานได้ไม่ยาก
      6. เป็นงานพิมพ์ ที่มีความละเอียดสูงมาก หากมีการควบคุมคุณภาพที่ดี จะได้งานพิมพ์ที่เหมือนจริงมาก
ข้อเสียขอการพิมพ์ด้วยระบบออฟเซต มีดังนี้
      1.การควบคุมกาผลิตมีความยุ่งยากซับซ้อนระหว่างน้ากับหมึกบนแม่พิมพ์ต้องใช้ความรู้ทักษะ
      2.การสูญเสียของกระดาษสูญเสียมากกว่าการพิมพ์ในระบบอื่นๆ เนื่องจากปัญหาหารปรับสมดุลการป้อนหมึกและน้ำ
      3.การควบคุมอุณหภูมิห้อง พิมพ์ต้องมีความระมัดระวังสูง เพราะระบบพิมพ์นี่มีน้ำเป็นส่วนประกอบ จะทำให้ความชื้น
        สัมพัทธ์ในห้องสูงมีผลทำให้กระดาษ ยืดหดตัวได้สูง
2. การพิมพ์แบบ flexographic
การพิมพ์ระบบเฟล็กโซ
      หลักการพิมพ์ระบบเฟล็กโซนั้น แม่พิมพ์ทำด้วยยางบริเวณที่เกิดภาพจะนูน การทำแม่พิมพ์จะต้องทำแม่พิมพ์บนสังกะสี ก่อนแล้วจึงเอา bakelite ไปทาบนแผ่นสังกะสี ที่กัดกรดเป็นแม่พิมพ์ เมื่อถ่ายแบบมาแล้วนำแผ่นยางไปอัดบน bakelite จึงจะได้ แม่พิมพ์ยางออกมา แม่พิมพ์ยาง ที่ได้เรียกว่า polymer plate ซึ่งเป็นยางสังเคราะห์ มีความเหมาะสมในการใช้งาน เพราะทนทานรับหมึกได้ดี หมึกที่ใช้เป็นหมึกเหลว อาจเป็นหมึกพิมพ์ระบบน้ำหรือตัวทำละลายก็ได้ มักแห้งตัวโดยการระเหย ต้องการแรงพิมพ์ต่ำ เนื่องจากใช้แม่พิมพ์นุ่มและหมึกพิมพ์เหลว
      ระบบการพิมพ์จะมีลูกกลิ้งยางจุ่มอยู่ในอ่างหมึก ทำให้ลูกกลิ้งถูกเคลือบด้วยหมึกแบบบางๆลูกกลิ้ง จะพาหมึกมาติดที่ลูกกลิ้งเหล็ก(anilox roller ลักษณะเป็น ลูกกลิ้งกราเวียร์แต่มีสกีน (หลุมหมึก) ร้อยเปอร์เซนต์ ลูกกลิ้งเหล็กนี้จะถ่ายถอดหมึกไปให้ลูกกลิ้งที่มีแม่พิมพ์ยางหุ้มอีกลูกหนึ่ง ซึ่งลูกกลิ้งนี้จะเป็นลูกกลิ้งที่มีลักษณะนูนบริเวณที่รับภาพ จากนั้นแม่พิมพ์ยางจะถ่ายทอดหมึกลงบนผิว ของวัตถุ โดยมีลูกกลิ้งเหล็กอีกอันติดอยู่เป็นลูกกลิ้งกด คอยกดให้หมึกซึมไปที่ผิวของวัสดุอย่างทั่วถึง ภาพพิมพ์ที่ได้มีความคมชัดน้อย


ที่มาของภาพ : http://www.packingsiam.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538991002&Ntype=1

     ปัจจุบันนักวิชาการเห็นว่าความคิดของ Warburton นั้นถูกต้องทุกประการ เพราะภาษาทุกภาษาในโลกก็มีวิวัฒนาการทั้งสิ้น โดยเฉพาะภาษาอียิปต์นั้นได้มีการเปลี่ยนแปลงรูปโฉมมาตลอดระยะเวลา 4,600 ปีที่ผ่านมา ดังจะเห็นได้จากการที่ชาวอียิปต์ในสมัยก่อน นอกจากใช้อักษรภาพ Hieroglyphs เขียนตามสุสานแล้ว ยังใช้อักษร hierotic และ demotic อีกด้วย ชาวอียิปต์ได้ใช้อักษรภาพเหล่านี้จนกระทั่งถึงปี พ.ศ. 1043 เมื่ออียิปต์ตกอยู่ภายใต้อำนาจการปกครองของกรีก ตัวอักษรในภาษาอียิปต์ จึงได้ถูกดัดแปลงให้มีลักษณะคล้ายอักษรในภาษากรีก และเมื่ออียิปต์ถูกอาหรับรุกราน ตัวอักษรในภาษาอียิปต์ก็ถูกปรับเปลี่ยนอีก จนมีลักษณะคล้ายอักษรอาหรับตั้งแต่นั้นมา ประวัติศาสตร์ได้จารึกว่าคนอียิปต์เขียนอักษร Hieroglyphs ตัวสุดท้ายเมื่อประมาณ พ.ศ. 937 และหลังจากนั้นอีกประมาณ 100 ปี การเข้าใจความหมายของอักษรภาพเหล่านี้ ก็ได้สาบสูญไปจากโลก ในปี พ.ศ.2048 Horapolo Nilicus ชาวอียิปต์ได้เขียนตำราชื่อ Hieroglyphica ขึ้นมาเพื่ออธิบายความหมายของอักษรภาพเหล่านี้ เขาได้อธิบายความหมายของรูปเหยี่ยวว่า ใช้แทนคำว่าแม่ เพราะคนอียิปต์สมัยนั้นคิดผิดว่าเหยี่ยวมีแต่เพศเมีย และเมื่อชาวอียิปต์ต้องการแสดงการตายของมนุษย์ เพราะถูกแดดเผา เขาจะใช้ภาพของด้วงตาบอด เพราะด้วงถูกแดดจัด ตามันจะบอดแล้วมันก็ตาย เป็นต้น
     การควบคุมคุณภาพการพิมพ์เฟล็กโซกราฟี มักควบคุมที่ปัญหาการพิมพ์เหลื่อม ปัญหาการพิมพ์เหลื่อมในการพิมพ์เฟล็กโซกราฟีเกิดจากการยืดตัวของแม่พิมพ์หรือวัสดุที่ใช้พิมพ์ ซึ่งต้องชดเชยการยืดตัวในขั้นตอนการทำอาร์ตเวิร์ก การปรับแก้ไขการยืดตัวเนื่องจาก แม่พิมพ์และวัสดุใช้พิมพ์ต้องใช้เวลามาก ถ้าใช้วัสดุใช้พิมพ์ต่างชนิด จะต้องควบคุมการพิมพ์เหลื่อมในลักษณะต่างกัน เพราะวัสดุใช้พิมพ์ที่ต่างกันจะมีการยืดตัวต่างกัน จึงต้องศึกษาลักษณะการยืดหดตัวของวัสดุใช้พิมพ์ประเภทต่างๆ เพื่อชดเชยในขั้นตอนการทำอาร์ตเวิร์ก บรรจุภัณฑ์ ที่ทำด้วยระบบเฟล็กโซก็ได้แก่กล่องกระดาษลูกฟูก ถุงกระดาษ ถุงปูนซีเมนต์ ถุงใส่ปุ๋ย ถุงพลาสติกใหญ่ๆ กล่องนม UHT เป็นต้น
ข้อดีของการพิมพ์ด้วยระบบเฟล็กโซกราฟี ดังนี้ คือ
     1. แม่พิมพ์มีราคาถูกเมื่อเทียบกับการพิมพ์ในระบบอื่นๆ
     2. ผลิตสิ่งพิมพ์บนวัสดุสิ่งพิมพ์ได้หลากหลายประภท
     3. การเตรียมพร้อมพิมพ์ทำได้ง่ายและเสียค่าใช้จ่ายน้อย
     4. พิมพ์ภาพที่มีลวดลายต่อเนื่อง เช่น กระดาษห่อของขวัญ
     5. หมึกพิมพ์เป็นแบบชนิดเหลว แห้งเร็ว สามารถตรวจสอบคุณภาพ ได้ทันทีภายหลังการพิมพ์
     6. การกระจายของหมึกพิมพ์บนวัสดุพิมพ์ได้ดีมาก เนื่องจากหมึกมีลักษณะเหลว และแม่พิมพ์ยืดหยุ่นตัว
     7. การเก็บรักษาแม่พิมพ์มีวิธี และขั้นตอนการเก็บได้ง่าย
ข้อเสียของการพิมพ์ด้วยระบบเฟล็กโซกราฟี มีดังนี้ คือ
     1. เกิดการยืดตัวของแม่พิมพ์ และวัสดุที่ใช้พิมพ์ ต้องมีการชดเชยการยืดตัว ในขั้นตอนในการทำอาร์ตเวิร์ค
     2. การปรับแก้ไขการยืดตัวของแม่พิมพ์ ทำได้ยากและใช้เวลามาก
     3. การควบคุมค่อนข้างเป็นไปยากมาก ซึ่งมีความแตกต่างของวัสดุแต่ละประเภท ที่นำมาใช้เป็นวัสดุพิมพ์
     4.ภาพที่เกิดบนวัสดุที่ใช้พิมพ์ จะมีความชัดเจนที่น้อยกว่าการพิมพ์ระบบอื่นๆ
3. การพิมพ์แบบ Gravure
การพิมพ์ระบบกราเวียร์
     เป็นกรรมวิธีการพิมพ์แบบแม่พิมพ์ร่องลึก intaglio ซึ่งส่วนที่เป็นภาพ หรือลายเส้นที่พิมพ์ จะถูกกัดเจาะ เป็นหลุมเล็กๆ จำนวนนับล้านหลุมเรียกว่า เซลล์ ซึ่งเป็นส่วนที่เก็บหมึก สำหรับที่จะพิมพ์ลงบนวัสดุต่างๆ ส่วนบริเวณที่ไม่ใช่ภาพ จะเป็นผิวเรียบ หลุมหมึกแต่ละหลุมแยกออกจากกันโดยผนัง ที่เรียกว่า cell wall หรือ land หลุมเล็กๆนี้จะเก็บหมึกไว้ในปริมาณ ที่ไม่เท่ากันแล้วแต่ขนาดของหลุมปริมาณหมึก ถ้าหลุมลึกหรือกว้างมาก ก็จะทำให้สีเข้มมากกว่าหลุมที่มีหมึกน้อย ทำให้สามารถพิมพ์ภาพที่มีโทนต่อเนื่องได้ หมึกพิมพ์ระบบนี้จะมีทั้งระบบโซลเว้นท์เบส (Solvent base) โดยที่หมึกพิมพ์จะมีความหนืดต่ำ และแห้งตัวด้วยวิธีการระเหย
     แม่พิมพ์กราเวียร์นี้ทำมาจากเหล็กรูปทรงกระบอก ซึ่งมีผิวชุบด้วยทองแดงลักษณะเป็นหลุมหมึกเล็กๆ ก็จะถูกกัดลงในชั้นของทองแดงนี้ หรือแม่พิมพ์อาจนำมาเป็นแผ่น แล้วนำมาหุ้มรอบลูกกลิ้งเหล็ก อีกชั้นหนึ่งก็ได้


ที่มาของภาพ : http://www.packingsiam.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538991002&Ntype=1

    การพิมพ์ระบบกราเวียร์ เป็นระบบการพิมพ์ ที่สามารถผลิตภาพลายเส้น (line work ) และภาพฮาล์ฟโตน ( half tone ) ได้อย่างมีคุณภาพและรวดเร็ว อีกทั้งยังพิมพ์บนผิววัตถุต่างๆได้อีกหลายไประเภท โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บรรจุภัณฑ์ ที่ทำจากวัสดุจำพวกพลาสติก และอะลูมิเนียมฟอยล์เช่นกัน เหมาะกับงานพิมพ์จำนวนมาก เพราะแม่พิมพ์มีราคาแพงและทนทาน ระบบการพิมพ์ในระบบนี้จึงเป็นที่นิยมใช้ ในด้านบรรจุภัณฑ์เป็นจำนวนมาก ซึ่งคุณภาพการพิมพ์ก็ทัดเทียม กับระบบการพิมพ์แบบออฟเซต บรรจุภัณฑ์ ที่ใช้การพิมพ์ระบบกราเวียร์นี้ ได้แก่
       - กล่องกระดาษพับ ห่อของที่ยืดหยุ่นได้( polyethylene,polypropylene,cellophane ,nylon,polyester,vinyl,foil, ect. )
         กระดาษห่อของขวัญ กระดาษห่อของ ฉลาก ตรา ทั้งแผ่นและม้วน ประเภทสิ่งพิมพ์พิเศษอื่นๆ
       - สิ่งพิมพ์พิเศษ ก้นกรองบุหรี่ กระป๋องโลหะ เป็นต้น
ข้อดีของการพิมพ์กราเวียร์ มีดังนี้
    1. ให้ภาพที่มีคุณภาพดีแม้จะเป็นวัสดุคุณภาพต่ำ
    2.ให้ความเร็วสูงในการพิมพ์ แม่พิมพ์มีอายุการใช้งานยาวนาน
    3. ให้คุณภาพสี ที่มีน้ำหนักต่อเนื่อง บนวัสดุที่มีคุณสมบัติค่อนข้างต่ำ
ข้อเสียของการพิมพ์ด้วยระบบกราเวียร์ มีดังนี้
    1. การทำแม่พิมพ์ มีความซับซ้อนมากกว่า ในระบบการพิมพ์อื่นๆ
    2. โมแม่พิมพ์มีน้ำหนักมาก และทำให้สิ้นเปลืองเนื้อที่ในการจัดเก็บ
    3. ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ในการจักทำงานพิมพ์แต่ละครั้ง
    4. ตัวทำละลายของหมึกพิมพ์มีความไวไฟสูง ต้องใช้อย่างระมัดระวัง



http://www.packingsiam.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538991002&Ntype=1

    << Go Back