<< Go Back

ภาพเหมือน
       ภาพเหมือน (portrait) เป็นจิตรกรรม, ภาพถ่าย, ประติมากรรม หรือสื่ออื่นๆ ที่เป็นรูปของผู้เป็นแบบ ซึ่งส่วนที่สำคัญที่สุดจะเป็นหน้า และการแสดงออกทางความรู้สึกของผู้เป็นแบบ จุดประสงค์ในการสร้างภาพเหมือน ก็เพื่อแสดงความละม้าย, บุคลิก, หรือแม้แต่อารมณ์ของผู้เป็นแบบ ฉะนั้นภาพถ่ายที่เป็นภาพเหมือน จึงมิใช่ภาพถ่ายแบบชั่ววินาที แต่เป็นภาพถ่ายที่ช่างถ่ายจะพยายามจัดท่า หรือองค์ประกอบของภาพที่ให้ผู้เป็นแบบนั่งนิ่ง ภาพเหมือนมักจะแสดงผู้เป็นแบบมองตรงมายังจิตรกร หรือช่างภาพ เพื่อแสดงให้เห็นว่ามีความสัมพันธ์ โดยตรงกับผู้ที่ดูรูปในภายหลัง


ภาพเหมือนเด็กชายชาวโรมัน-อียิปต์เป็นภาพเหมือนที่ใช้ปิดหน้าศพของผู้ตาย
ที่มาของภาพ : http://th.wikipedia.org/wiki/ภาพเหมือน

ที่มา
       ภาพเหมือน ในสมัยแรกที่พบเป็นภาพเขียนสำหรับปิดศพที่รู้จักกันว่า “เฟยุมมัมมี่” (Fayum mummy) ในประเทศอียิปต์ที่ถูกรักษาไว้เป็นอย่างดี เพราะความแห้งของอากาศในทะเลทราย “เฟยุมมัมมี่” เป็นภาพเขียนจากสมัยจักรวรรดิโรมันอย่างเดียว ที่พบนอกไปจากจิตรกรรมฝาผนัง
       ในสมัยโรมันศิลปะภาพเหมือนนิยมกัน ในการทำประติมากรรมซึ่งผู้เป็นแบบต้องการ ให้เหมือนตนเองจริงๆ ถึงแม้ว่าบางครั้งผู้เป็นแบบ อาจจะมีรูปร่างลักษณะที่ไม่เรียกว่าสวย ระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 4 ภาพเหมือนเริ่มละทิ้งความเป็นจริง มาหาความเป็นจินตนิยมเป็นภาพเหมือน ที่ผู้เป็นแบบต้องการให้จิตรกรสร้างภาพที่ “ควรจะ” มีหน้าตาอย่างที่ต้องการ ซึ่งจะเห็นได้จากประติมากรรมเหมือน ของจักรพรรดิคอนสแตนตินที่ 1 และจักรพรรดิทีโอโดเซียสที่ 1 ในยุโรปการเขียนภาพเหมือนแบบเหมือนจริง มานิยมกันอีกครั้งในสมัยปลายยุคกลาง ในบริเวณเบอร์กันดีในประเทศฝรั่งเศส
       งานภาพเหมือนที่มีชื่อที่สุดที่เป็นที่รู้จักันทั่วโลกคือภาพ “โมนาลิซา” โดย เลโอนาร์โด ดา วินชีเป็นภาพสตรีที่ไม่ทราบชื่อที่มีรอยยิ้มปริศนา ภาพเหมือนที่เก่าที่สุดเท่าที่ทราบพบเมื่อปี ค.ศ. 2006 โดย เจอราร์ด โจดีย์ นักโทษท้องถิ่นในถ้ำวิลโอเนอร์ไม่ใกลจากอังโจเลม ที่เชื่อว่ามีอายุถึง 27,000 ปี
ภาพเหมือนตนเอง
       เมื่อจิตรกรวาดภาพเหมือน ของตนเองภาพนี้ก็จะเรียกว่า “ภาพเหมือนตนเอง” (self-portrait) ซึ่งเป็นที่นิยมกันในสมัยปลายยุคกลาง การสร้างภาพเหมือนตนเองอาจจะเริ่มมาตั้งแต่สมัย อียิปต์โบราณเมื่อประติมากรแบ็คของฟาโรห์อเคนาเตน แกะรูปของตนเองและภรรยาเมื่อ หรืออาจจะเริ่มมาตั้งแต่สมัยที่มนุษย์ ยังอยู่ในถ้ำก็ได้ตามหลักฐานที่ปัจจุบันสูญหายไป
ภาพถ่ายภาพเหมือน
       “ภาพถ่ายภาพเหมือน” เป็นที่นิยมกันทั่วไปในโลก บางครั้งลูกค้าก็จะต้องการภาพเหมือนของตนเอง และครอบครัว หรือภาพเหมือน ในโอกาสพิเศษเช่นงานแต่งงานหรืองานจบปริญญา ภาพถ่ายภาพเหมือนเริ่มพร้อมกับการเริ่มต้นการถ่ายภาพ ความต้องการเป็นที่นิยมกันมาก เพราะผู้ต้องการสามารถเป็นเจ้าของภาพเหมือนได้ โดยไม่ต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก กิจการร้านถ่ายรูปก็รุ่งเรืองตามไปด้วยบางร้านถ่ายถึง 500 เพลทต่อวัน ลักษณะการถ่ายภาพเหมือนสมัยต้นๆ นี้ต้องเปิดหน้ากล้องถึง 30 วินาทีจึงจะถ่ายได้ และจะใช้ลักษณะคล้าย “วาด” (painterly) ผู้เป็นแบบมักจะนั่งหน้าฉากเกลี้ยงๆ แสงเป็นแสงอ่อนเหนือแบบ และแสงสะท้อนจากกระจก
       เมื่อวิธีการถ่ายภาพวิวัฒนาการขึ้น ช่างภาพก็ออกถ่ายภาพเหมือน นอกสถานที่เช่นในสนามรบ หรือ สถานที่ไกลจากผู้คน เช่นงานของวิลเลียม ชู (William Shew) โรเจอร์ เฟ็นตัน (Roger Fenton) และ แม็ทธิว เบรดี (Mathew Brady) ซึ่งเป็นผู้สร้างทฤษฏีการถ่ายภาพเหมือน


“ภาพเหมือนตนเอง” โดย ฟินเซนต์ ฟัน โคค
ที่มาของภาพ : http://th.wikipedia.org/wiki/ภาพเหมือน

การเมือง
       ในทางการเมืองภาพเหมือนของผู้นำมักจะใช้เป็นสัญลักษณ์ของรัฐ ในหลายประเทศ จะมีประเพณีในการแขวนภาพเหมือนของผู้นำ ในสถานที่ราชการ การใช้ภาพเขียนกันเป็นอย่างมากอาจจะเป็นสิ่งที่เรียกว่าลัทธินิยมบุคคล
วรรณกรรม
       ในทางวรรณกรรม คำว่า “ภาพเหมือน” หมายถึงคำบรรยายหรือคำวิจัยของคนหรือสิ่งของ คำบรรยายของบุคคล มักจะเป็นคำบรรยายที่บอกลักษณะที่แท้จริง ที่เกินไปกว่าที่เห็นอย่างผิวเผิน เช่นงานเขียนของนักประพันธ์อเมริกันแพทริเชี คอร์นวอล ในหนังสือ “ภาพเหมือนฆาตกร” (Portrait of a Killer) ซึ่งบรรยายบุคลิก, เบื้องหลัง, และสาเหตุที่ แจ็คเดอะริปเปอร์เป็นฆาตกร ซึ่งรวมทั้งเรื่องที่สื่มวลชนเขียน และการสืบสวนของตำรวจ


http://th.wikipedia.org/wiki/ภาพเหมือน

    << Go Back