v
  << Go Back

สมุดไทย
      หนังสือสมุดไทย คือ เอกสารโบราณที่ทำจากเปลีอกไม้ชนิดต่าง ๆ ที่สามารถนำมาใช้ทำเป็นกระดาษได้ เช่น เปลีอกปอ เปลีอกสา ใยสับปะรด เป็นต้น ทำให้หนาพอสมควร และเป็นแผ่นยาว ๆ ติดต่อกันพับกลับมาได้ มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าใช้รองรับการเขียน การชุบตัวอักษร การเขียนภาพ การเขียนลายเส้นต่าง ๆ และเขียนได้ทั้ง ๒ ด้าน ในลักษณะเป็นหนังสือจดหมายเหตุบ้าง หมายรับสั่งบ้าง ตำนานบ้าง ตำราบ้าง หนังสือสมุดถือเฝ้าบ้าง ที่ท่านเรียกว่า หนังสือสมุดข่อย เพราะส่วนมากใช้เปลือกข่อยทำเป็นกระดาษ เมื่อคนไทยเป็นผู้คิดค้นประดิษฐ์ขึ้น จึงเรียกว่าหนังสือสมุดไทย มี ๒ สี คือ สีดำ เพราะย้อมกระดาษเป็นที่ดำ จึงเรียกว่าหนังสือสมุดไทยดำ สีขาว เพราะกระดาษไม่ได้ย้อมสีอะไร เป็นธรรมชาติ เรียกว่า หนังสือสมุดไทยขาว


ที่มาของภาพ : http://www.bl.msu.ac.th/bailan/long_book.asp

การทำสมุดไทย
        สมุดไทยทำจากเปลือกของต้นข่อยซึ่งเป็นไม้วงศ์เดียวกันกับมะเดื่อ มักขึ้นตามป่าและริมแม่น้ำลำคลองในเขตภาคกลางของประเทศไทย ใบข่อยมีขนาดเล็ก ผิวสากลายใช้แทนกระดาษทรายได้ และคนใบราณนิยมนำกิ่งและรากข่อยมาขัดทำความสะอาดฟ้น
ขั้นตอนการทำสมุดไทย
        - ลอกเปลือกข่อยจากกิ่งที่ไม่แก่จัด ตากแห้งแล้วมัดรวมไว้
        - แช่เปลือกข่อยทั้งมัดในน้ำคลอง หรือร่องน้ำที่มีไหลผ่านนาน ๓ - ๔ วัน เพื่อให้เปลือกเปื่อย
        - นำขึ้นจากน้ำบีบให้แห้ง แล้ว เสียด หรือฉีกให้เป็นฝ่อย
        - หมักเปลือกข่อยที่เสียดแล้วในอ่างปูนขาวผสมน้ำ แต่ถ้าให้ทั่วปิดให้มิดชิดทิ้งไว้ประมาณ ๒ คืน
        - นึ่งเปลือกข่อยในภาชนะไม้ไผ่สานที่เรียกว่า รอม ใช้ความร้อนสม่ำเสมอนานประมาณ ๒๔ ชั่วโมง กลับเปลือกข่อย
           ในรอมเพื่อช่วยให้สุกทั่ว แล้วนึ่งต่ออีก ๒๔ ชั่วโมง
        - หมักเปลือกข่อยที่นึ่งสุกแล้วด้วยน้ำต่างจากปูนขาวในตุ่ม หรือโอ่งไม่น้อยกว่า ๒๔ ชั่วโมง
        - นำขึ้นจากน้ำต่าง ล้างให้สะอาดแล้วบีบน้ำให้แห้งสนิท วางบนกระดานหรือเขียงจขนาดใหญ่ทุนให้ละเอียด จากนั้น
           พรมน้ำให้เปียกแล้วทุบอีกครั้ง วนไปมา ๖ - ๗ รอม เรียกการทุบครั้งหลังนี้ว่า สบข่อย ถ้าให้คนทุบสองคนและลง
           ค้อนคนละทีเรียกว่า สบรายคน ให้ทบจนละเอียดนุ่นพร้อมที่จะใช่เป็นเยื่อกระดาษ
        - ปั้นเยื้อข่อยเป็นก้อนเสมอกันเท่ากับมะตูม นำลงละลายน้ำในภาชนะไม้ไผ่สานตาสี่ที่เรียกว่า ครู ไม้มือตีให้เยื่อละลาย
           ปนกับน้ำดีแล้ว วาง พะแนง คือ แบบพิมพ์ที่จะใช้ทำแผ่นกระดาษลงในน้ำนึ่ง เทเยื่อข่อยที่ละลายลงในพะแนงให้ทั่ว
           ยกพะแนงขึ้นจากน้ำในแนวระนาบ
        - วางพะแนงตามแนวนอนพิงให้เอียงประมาณ ๘๐ องศา ใช้ไม้ชางยาว ๆ คลึงรีดเยื่อข่อยบนพะแนง เพื่อให้ผิวหน้า
           กระดาษเรียบเสมอกันทั่วแผ่นตากไว้จนแห้งสนิท แล้วลอกอออกได้กระดาษแผ่นยาว
        - ทากระดาษด้วยแป้งเปียกที่ทำจากทำปูนขาวผสมแป้งข้าวเจ้าทั้งสองหน้ากระดาษ ขั้นตอนนี้เรียกว่า สบสมุด แล้วตาก
           ให้แห้งสนิทจะได้กระดาษที่สบเสร็จแล้วพร้อมที่จะทำสมุดไทยขาว ถ้าจะทำสมุดไทยดำให้ใช้เขม่าไฟหรือถ่านบด
            ละเอียดหรือกาบมะพร้าวเผาไฟในแป้งเปียก เมื่อทา(ลบ) ก็จะได้กระดาษสีดำ
        - นำกระดาษที่สบแล้วมาขัดให้เรียบแล้วขึ้นมันด้วยหินที่มีผิวเกลี้ยง จากนั้นพับกระดาษซ้อนกลับไปมาได้มาเป็นเล่ม
            สมุดโดยใช้แผ่นไม้หนาวางเป็นแบบพยายามพับให้เป็นแนวตรงเสมอกัน สามารถพับกระดาษต่อไปได้ตามความ
            หนาเท่าที่ต้องการตัดริมทั้งสองข้างให้เรียบเสมอกัน
        - ทำปกสมุดโดยตัดแถบกระดาษกว้างประมาณ ๑ - ๒ เซนติเมตร ทาแป้งเปียกติดริมขอบของปกสมุดทั้ง ๔ ด้าน ติด
           เรียงซ้อนกัน ๑ - ๕ ชั้น ให้ขนาดลดหลั่นกันเรียกว่า ติดคิ้วสมุด ช่วยให้สมุดมีความแข็งแรงและสวยงามด้วย


ที่มาของภาพ : http://www.bl.msu.ac.th/bailan/long_book.asp

        กระดาษเพลา คือ กระดาษที่ทำจากเปลือกไม้ชนิดต่าง ๆ เหมือนอย่างทำหนังสือสมุดไทยแต่ทำให้เป็นแผ่นบาง ๆ ทั้งนี้ต้องการทำเพื่อใช้ในรูปแบบหนังสือราชการ (จดหมายราชการ) มีไปมาระหว่างกรุงเทพฯ ถึงหัวเมืองหรือจากหัวเมืองถึงกรุงเทพฯ ทำเป็นใบบอกบ้างใบฏีกาและอื่น ๆ บ้างนิยมเขียนด้วยดินสอ ไม่นิยมเขียนด้วยเส้นหมึก เพราะกระดาษบางหมึกจะซึมทำ ให้อ่านตัวอักษรไม่ชัดเจน มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวบ้างสั้นบ้าง แล้วแต่เรื่องจะบันทึก นิยมเขียนหน้าเดียวจะมีเขียน ๒ หน้าอยู่บ้างกระดาษนี้เรียกว่ากระดาษเพลา
กระดาษเพลาสมัยรัชกาลที่ 3
        กระดาษสา คือ กระดาษที่ทำจากเปลือกของต้นสาโดยตรง ถ้าต้องการทำ เพื่อใช้ในรูปหนังสือราชการ (จดหมายราชการ) ใบบอก ใบฎีกา ทำสำเนาและอื่น ๆ ก็จะทำเป็นแผ่นบาง ๆ ถ้า ต้องการทำเป็นหนังสือจดหมายเหตุ หมายรับสั่ง ตำนาน พงศาวดาร เป็นต้น ก็ทำให้หนาแข็งแรงพอที่จะเป็นหนังสือได้
กระดาษสา
        ใบจุ้ม คือ เอกสารที่ทำมาจากฝ้าย ผ้าไหม หรือด้าย ทอเป็นผืนยาว รูปสี่เหลี่ยมเหมือนผ้าอาบน้ำ จุดประสงค์ เพื่อต้องการใช้บันทึกเรื่องราวต่าง ๆ ทั้งทางด้านประวัติศาสตร์ ตำนานพงศาวดารที่พบเป็นเอกสารโบราณ ของทางราชการ บันทึกเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และตำนาน ลักษณะเส้นอักษรที่ปรากฎ คือ เส้นจากการใช้ปากกาคอแร้ง หรือปากไก่จุ้มหรือจุ่มหมึกแล้วเขียนตัวอักษรโบราณ ลักษณะการใช้ปากกาคอแร้งหรือปากไก่จุ่ม หรือจุ้มหมึกเขียนอย่างนี้ จีงเรียกว่า ใบจุ้ม ที่ปรากฏเป็นวัตถุอื่นนอกจากผ้าดังกล่าวมีน้อยมาก


http://www.bl.msu.ac.th/bailan/long_book.asp

    << Go Back