ที่มา : http://guru.sanook.com/picfront/pedia/
resize_255207_2_22022010114743.jpg

            นอร์มัน ร็อคเวลล์ (Norman Percevel Rockwell) เป็นจิตรกรและจิตรกรภาพประกอบชาวอเมริกันของคริสต์ศตวรรษที่ 20 ผู้มีชื่อเสียงจากการเขียนภาพหน้าปกนิตยสารที่เป็นภาพชีวิตประจำวันทั่วๆ ไปของชาวอเมริกันในนิตยสาร "The Saturday Evening Post" เป็นเวลากว่าสี่สิบปี ภาพที่มีชื่อเสียงก็ได้แก่ภาพชุด วิลลีส์ กิลลิส (Willie Gillis),ภาพชุดโรซีคนตอกหมุด (Rosie the Riveter) และภาพชุด เสรีภาพสี่อย่าง
            Norman Rockwell เป็นนิวยอร์เกอร์ เกิดเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1894 มีพรสวรรค์ในเรื่องการเขียนรูปมาตั้งแต่เยาว์วัย ศึกษาในโรงเรียนสามัญจนจบชั้นมัธยมปลายและเข้าศึกษาต่อที่ โรงเรียนศิลปะ Chase Art School ก่อนที่จะเข้าศึกษาต่อที่ National Academy of Design และ Art Students League ซึ่งที่นั่นเขาได้รับการสอนจากอาจารย์ผู้มีฝีมือ คือ Thomas Fogarty และ George Bridgman ก่อนที่จะเริ่มหาประสบการณ์ในการเขียนภาพให้กับ St.Nicolas Magazine และ The Boy Scouts of America พออายุได้ 19 ปี เขารับตำแหน่งบรรณาธิการของหนังสือ Boys' Life ซึ่งเขาได้อวดฝีมืออย่างสม่ำเสมอจนอเมริกาเข้าสู่ภาวะสงครามโลกครั้งที่ 1 เขาสมัครเข้าประจำการในกองทัพเรือ หากแต่ถูกปฏิเสธจากความสูงที่ไม่สมดุลกับน้ำหนักตัวของเขา(เขาสูงถึง 183 ซม.ในขณะที่น้ำหนักตัวเพียง 64 กก.เท่านั้น) จนเขาต้องใช้วิธีกินขนมและของหวานต่างๆจนน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นจนได้มาตรฐานใน ช่วงคืนเดียวเท่านั้น?? ทำให้เขาได้รับเลือกเข้าประจำการในหน่วยศิลปินประจำกองทัพ แต่ก็มิได้มีกิจกรรมใดๆที่ส่งเสริมเขามากนัก
            เมื่อปลดประจำการจากกองทัพ เขากลับมาหางานทำที่นิวยอร์กและเช่าห้องร่วมกับ Clyde Forsythe นักเขียนการ์ตูนประจำหนังสือ The Saturday Evening Post และด้วยความช่วยเหลือของเพื่อนคนนี้เอง ที่ทำให้เขาได้งานชิ้นแรกที่สร้างความสำเร็จให้เขาอย่างงดงามในปีค.ศ. 1916 ด้วยภาพที่ชื่อว่า " Boy with Baby Carriage"ที่ได้รับการตีพิมพ์ประจำฉบับวันที่ 20 พฤษภาคมของปีนั้น จากนั้นงานก็หลั่งไหลเข้าสู่เขาอย่างต่อเนื่อง อันเป็นโอกาสให้เขาได้อวดผลงานของเขาจนเป็นที่ประจักษ์ไปทั่วอเมริกา
            เขาแต่งงานครั้งแรกกับสาวผู้มานั่งเป็นแบบให้เขา Irene O'Connor ในปีค.ศ. 1916 และหย่าจากกันในปีค.ศ. 1930 จากนั้นเขาแต่งงานใหม่กับ Mary Barstow แม่หม้ายลูกติดอีก 3 คน ผู้มีอาชีพเป็นครู และย้ายครอบครัวไปอาศัยที่ Arlington,Vermont ซึ่งที่นั่นเอง ที่ให้ความบันดาลใจแก่เขาที่จะวาดภาพต่างๆของครอบครัวอเมริกัน
            ในช่วงของสงครามโลกครั้งที่ 2 Norman วาดภาพชุด Four Freedoms ซึ่งเสร็จสิ้นในเวลาเพียง 7 เดือน แต่นั่นกลายเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาอ่อนแอลง เพราะการตรากตรำทำงานจนน้ำหนักลดลงถึง 7 กก. ซึ่งภาพชุดนี้สะท้อนถึงสุนทรพจน์ของประธานาธิบดี รูสเวลท์ ซึ่งกล่าวถึงเสรีภาพทั้ง 4 นั่นคือ Freedom from Want , Freedom of Speech , Freedom to Warship และ Freedom of Fear ซึ่งภาพทั้งหมดถูกนำทยอยลงตีพิมพ์ในหนังสือ The Saturday Post แต่สำหรับตัวเขาเองเห็นว่าภาพที่ชื่อ Freedom of Speech คืองานชิ้นที่ดีที่สุด
            Norman แต่งงานใหม่เป็นครั้งที่ 3 กับ Molly Punderson ในปีค.ศ. 1961 และยังคงวาดภาพให้กับต้นสังกัดเดิมจนถึงปีค.ศ. 1963 รวมเวลาที่เขาวาดภาพทั้งหมดถึง 321 ภาพ ในระยะเวลา 10 ปี ที่ทำงานให้กับหนังสือฉบับนี้เพียงฉบับเดียว นอกจากนั้นเขายังเป็นจิตรกรเพียงผู้เดียวที่ได้วาดภาพให้กับประธานาธิบดีของ สหรัฐอเมริกาถึง 4 ท่านคือ ไอเซนฮาวร์ , เคนเนดี้ , จอห์นสัน และ นิกสัน รวมถึงประธานาธิบดี นัสเซอร์ของอียิปต์ และ เนห์รูของอินเดีย ซึ่งนับว่าเป็นเกียรติสูงสุด
            Norman Rockwell ถึงแก่กรรมด้วยโรคถุงลมโป่งพองเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ค.ศ. 1978 ในวัย 84 ปี โดยสร้างผลงานไว้มากมาย ผลงาน 574 ภาพของเขาแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ที่ Stockbridge มลรัฐ แมสซาชูเซตส์
ผลงาน
            ฝีมือของ Norman Rockwell นั้นเรียกได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของอเมริกันชนก็ว่าได้ เพราะแทบทุกรูปจะแฝงด้วยการใช้ชีวิตและเสรีภาพที่กำลังเบ่งบานในอเมริกาใน ยุคของหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ภาพเขียนของเขาดูราวกับเป็นภาพที่ถ่ายภาพด้วยกล้องชั้นเยี่ยม แต่ที่สำคัญคือสีสันที่เขาใช้นั้น ช่างดูมีชีวิตชีวาราวกับเป็นภาพถ่ายสีสดใส ทั้งๆที่ในขณะนั้นภาพถ่ายสียังไม่เกิดขึ้นเลย ภาพเขียนที่มีชื่อเสียงที่สุดของเขาคือภาพที่ชื่อว่า Four Freedoms ซึ่งเป็นโปสเตอร์ที่ถ่ายทอดสุนทรพจน์ของประธานาธิบดี รูสเวลท์ เป็นหนึ่งในภาพเขียนชุด Freedom of Speech ที่แสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ Metropolitan Museum of Art
            ภาพผลงานต่างๆของเขาถูกนำไปตีพิมพ์เป็นปกของหนังสือพิมพ์ The Saturday Evening Post ติดต่อกันเป็นเวลาถึง 40 ปี ทำให้เขากลายเป็นที่รักของอเมริกันชนอย่างกว้างขวาง ตั้งแต่ชายฝั่งตะวันออกข้ามทวีปไปจนถึงชายฝั่งตะวันตก ด้วยรูปเขียนของเขาทุกภาพคือความในใจของทุกคนในยุคนั้นตั้งแต่เศรษฐีจนถึง ยาจก เขาเขียนภาพของผู้คนในแทบทุกอาชีพ ทุกเพศ ทุกวัย และแทบทุกอิริยาบถของมนุษย์ ทั้งผิวขาวและผิวสี เด็กและผู้ใหญ่ ที่สามารถสื่อได้ถึงทุกอารมณ์ของแต่ละบุคคล
            ภาพของเขาไม่เคยเป็นพิษเป็นภัยต่อผู้ชม หากแต่บางภาพยังแฝงไว้ด้วยการต่อสู้ ความหวัง และอารมณ์ขัน ยากที่จะหาได้ในงานของจิตรกรคนอื่นๆในรุ่นเดียวกัน นอกจากนั้นภาพทุกภาพยังแสดงถึงความละเอียดลออทั้งในรายละเอียด เครื่องแต่งกาย ทรงและสีของผม สรีระ และองค์ประกอบศิลป์ได้อย่างงดงามเหมือนจริงที่สุด