|

เขามาจากเมืองแออองโปรวองซ์ มายังกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และศึกษาศิลปะอยู่ที่สถาบันอะกาเดมี ซุยส์ ซึ่งเป็นสถาบันศิลปะที่ผิดแปลกกว่าสถาบันการศึกษาทั้งหลาย ด้วยว่ามีการจัดหุ่น และเนื้อที่ทำงานให้แก่นักศึกษาแต่ไม่มีการสอนเลย ศิลปินหนุ่มคนนี้ชื่นชอบเดอลากรัว และกูร์เบต์ แต่ก็ชอบจิตรกรแนวหลักวิชาการอยู่หลายคนด้วยเหมือนกัน ผลงานยุคแรกเริ่มของเซซานมีลักษณะค่าน้ำหนักมืด มีรูปทรงงุ่มง่ามอย่างเห็นได้ชัด และมีการระบายสีหนา ๆ อันเป็นวิธีที่จะให้ได้รู้สึกมีพลังมากมายด้วย

Femme au Chapeau Vert (Woman in a Green Hat. Madame Cézanne.) 1894-1895
ช่วงพุทธศักราช 2413 - 23 เขาหันไปเขียนภาพแนวอิมเพรสชันนิสต์ และแสดงภาพ "บ้านของพวกแฮงส์แมน" ในการแสดงผลงานลัทธิอิมเพรสชันนิสต์ครั้งแรก เมื่อ พ.ศ. 2417 อย่างไรก็ตามเขาเริ่มรู้สึกว่า ลัทธิอิมเพรสชันนิสต์ ยอมเสียสละความแข็งทึบ และโครงสร้างของวัตถุมากเกินไปแล้ว ครั้นในช่วงพุทธศักราช 2413 - 23 เขาจึงเปลี่ยนมาทำในแบบอย่างศิลปะที่ทำให้เขามีชื่อเสียงอยู่จนทุกวันนี้

ปอล เซซาน "บ้านของพวกแฮงก์แมน" พ.ศ. 2416-17 สีน้ำมันบนผ้าใบ ขนาดภาพ 22 1/4 นิ้ว X 26 3/4 นิ้ว พิพิธภัณฑ์ลูฟว์ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

ปอล เซซาน "ภูเขาสะเตอวิกตัวร์ มองจากเมืองปิเบอมูสการ์รี" ราว พ.ศ. 2441-43 ขนาดภาพ 25.5 นิ้ว x 32 นิ้ว พิพิธภัณฑ์ศิลปะบัลติมอร์ รัฐแมรี่แลนด์ ประเทศสหรัฐอเมริกา
ภาพเหมือน ภาพหุ่นนิ่ง และภาพภูมิทัศน์ของเซซาน ล้วนเป็นการตัดทอนรูปสิ่งต่าง ๆ จนเหลือเป็นมวลและผิวระนาบมูลฐาน เพื่อทำให้สัมพันธ์กับผืนผ้าใบอย่างบริบูรณ์เต็มที่นั่นเอง ภาพ "ภูเขาสะเตอวิกตัวร์ มองจากเมืองปิเบอมูสการ์รี" เป็นแบบภาพที่มีรอยขีดด้วยพู่กันเป็นเส้นขนาน รวมกันเป็นกลุ่มเล็ก ๆ อยู่ในภาพ ทำให้รู้สึกว่าเป็นรูปทรงอันทึบแน่นอยู่ตามรูปภูเขา รูปดอกไม้ใบหญ้า และแม้กระทั่งรูปท้องฟ้าก็มีอยู่ด้วยเหมือนกัน เส้นจำกัดขอบเขตของมวลบางส่วนก็เห็น บางส่วนก็หาย แต่ก็ยอมให้เส้นเหล่านี้ไหลละล่องเข้าหากันในหลาย ๆ ที่ ลักษณะการหักมุมและผิวระนาบของรูปทรงทั้งหลาย ต่างก็มีให้เห็นซ้ำ ๆ กันหลายหน และแปรเปลี่ยนลักษณะไปจนทั่วผืนผ้าใบเลยทีเดียว รูปทรงทั้งหลายทั้งปวงมีความเป็นเอกภาพทางโครงสร้าง จนดูคล้ายเป็นครอบครัวเดียวกันหมด ก็เพราะแนววิธีดังกล่าวนี้นี่เอง
ความกลมกลืนไม่ได้ทำสำเร็จผลด้วยแสงและเงาเท่านั้น แต่ยังทำสำเร็จได้ด้วยสีที่ดูใกล้เข้ามา และสีที่ดูไกลออกไปอีกด้วย เหตุนี้เองรูปทรงทั้งมวลจึงเป็นการสร้างขึ้นมาด้วยสีอย่างเห็นได้ชัด และมีความรู้สึกในเรื่องมวลและความลึก อันขัดกันกับแบบวิธีโดยทั่วไป โดยรู้สึกได้พร้อม ๆ กันไปกับส่วนผิววัตถุที่ระบายเป็นสีแบน ๆ ด้วยเลย
ลักษณะอันตัดกันระหว่างจิตรกรรมของเซซาน กับของศิลปินลัทธิอิมเพรสชันนิสต์ ก็คือ ผลงานที่แสดงวุฒิภาวะเต็มที่ของเซซาน เน้นถึงโครงสร้างอันสถิตนิ่ง ซึ่งโดยมากจะไม่รวมเอาความเคลื่อนไหว หรือผลลักษณะการเปลี่ยนแปลงของแสงและอากาศเข้าไว้ด้วยเลย ลักษณะผลงานในอดีตที่เซซานเกี่ยวข้องด้วย พบว่ามีอยู่ในศิลปกรรมของปูแซงเป็นอันมาก
ความสำคัญของเซซานสำหรับอนาคต สรุปเป็นประเด็นสำคัญได้จากการที่เขาชี้แนะแก่จิตรกรหนุ่มรุ่นเยาว์ ให้เขียนภาพธรรมชาติในลักษณะรูปทรงกระบอก รูปทรงกลม และรูปกรวย ซึ่งก็คือ รูปทรงเรขาคณิตแบบมูลฐานนั่นเอง ลักษณะดังกล่าวนี้โดยทั่วไปแล้ว ก็คือ ลักษณะที่ทำกันในศิลปกรรมแบบคิวบิสต์ ซึ่งเริ่มมีทำกันเมื่อ พ.ศ. 2450 อันเป็นอีก 1 ปีต่อมาหลังจากที่เซซานตายลงแล้ว และเป็นปีเดียวกับที่มีงานนิทรรศการศิลปกรรมย้อนหลังครั้งใหญ่ของเขาเป็นครั้งแรก

ขอบคุณเว็บไซด์:http://www.oknation.net/blog/phaen/2007/05/17/entry-1
|