<< Go Back

                    การออกแบบงานทัศนศิลป์มีความหมายเป็น 2 แนวทาง  ได้แก่  การออกแบบงานทัศนศิลป์ที่เป็น  ศิลปะบริสุทธิ์  (Fine  arts)  ที่เน้นคุณค่าทางด้านจิตใจและมีความงามเป็นเป้าหมาย  กับการออกงานทัศนศิลป์ที่เป็นศิลปะประยุกต์ที่ (Applied  Arts)  ที่เน้นคุณค่าด้านวัตถุ  โดยมีประโยชน์ใช้สอยและความงามเป็นสิ่งรอง  ซึ่งในที่นี้จะกล่าวถึงการออกแบบงานทัศนศิลป์ที่เป็นศิลปะบริสุทธิ์  หรือ
งานวิจิตรศิลป์

      การออกแบบงานทัศนศิลป์  นิยมใช้หลักองค์ประกอบการทัศนศิลป์เป็นแนวทางในการสร้าง 5 ประการ  ได้แก่  เอกภาพ  ดุลยภาพ  จุดเด่น  ความกลมกลืน  และความขัดแย้ง  โดยสามารถวิเคราะห์การใช้ธาตุและหลักการออกแบบในงานทัศนศิลป์ 5 ประการ  ดังนี้
      เอกภาพ  (unity)
      เอกภาพ  หมายถึง  การนำส่วนประกอบมาจัดรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน  ให้มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกัน  มีความเป็นกลุ่มก้อนและไม่กระจัดกระจาย  สามารถสื่อความหมายและอารมณ์ความรู้สึกตลอดจนคุณค่าทางความงามได้  การสร้างเอกภาพสามารถทำได้ด้วยการนำรูปร่างรูปทรงมาจัดวางให้มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันได้หลากหลายวิธี  เช่น  วิธีสัมผัสกัน  วิธีทับซ้อนกัน  วิธีการจัดกลุ่ม  เป็นต้น  ดังภาพประกอบ


ภาพแสดงวิธีสัมผัสกันในลักษณะต่างๆ

ที่มา : หอสมุดแห่งชาติ

ที่มา : หอสมุดแห่งชาติ

ชื่อผลงาน “รัก”  เทคนิค  ภาพพิมพ์  
ผลงานของ  ประหยัด  พงษ์ดำ
เป็นภาพที่จัดองค์ประกอบแบบทับซ้อนสอดประสานกันให้ความรู้สึกอบอุ่น  และผูกพัน

ที่มา : หอสมุดแห่งชาติ

          2.  ดุลยภาพ (balance)
            ดุลยภาพหรือความสมดุล  หมายถึงการจัดภาพที่มีความพอดีและเหมาะสมให้เกิดน้ำหนักการจัดวางสองข้างเท่ากัน  หรือมีความสูงกว่าเท่ากัน  ความสมดุลแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ  ดังนี้
            2.1 ความสมดุลแบบสองข้างเท่ากัน  (symmetrical)  คือการนำส่วนประกอบของทัศนศิลป์มาจัดวางให้นำหนักทั้งสองข้างเท่ากันหรือเหมือนกัน  ซึ่งให้ความรู้สึกสงบนิ่งเป็นสมาธิ  และความศรัทธาเลื่อมใสนิยมใช้ในงานจิตรกรรม  ประติมากรรมไทย  และสถาปัตยกรรมไทย และงานศิลปะสมัยใหม่ที่ต้องการความเรียบง่ายและสงบนิ่ง

ชื่อผลงาน “เวสสันดร”   เทคนิค  ลายรดน้ำ
ผลงาน  ไพฑูรย์ บันลือทรัพย์
เป็นการจัดภาพแบบสมดุล 2 ข้างเท่ากัน   ให้ความรู้สึกสบ ศรัทธา  เลื่อมใส

ที่มา : หอสมุดแห่งชาติ

         2.2  ความสมดุลแบบสองข้างไม่เท่ากัน (asymmetrical  balance)คือการนำส่วนประกอบของศิลปะมาจัดวางที่ไม่เท่ากันหรือไม่เหมือนกันทั้งสองข้างแต่มองดูภาพรวมแล้วเท่ากันด้วยความรู้สึก  และให้ความรู้สึกเคลื่อนไหว  แปลกใหม่  และมีความเป็นอิสระ

ชื่อผลงาน“รักทะเล”  เทคนิค  สีน้ำ
ผลงานของ  สุชาติ  วงษ์ทอง
เป็นการจัดภาพแบบสองข้างไม่เท่ากัน  แต่เท่ากันด้วยความรู้สึกเพราะท้องทะเลที่ไกลโพ้น 
ด้านซ้ายมือช่วยดึงดูดสายตาและรู้สึกว่าในไม่ช้าเรือก็จะแล่นออกจากฝั่ง

ที่มา : หอสมุดแห่งชาติ

  3. จุดเด่น (dominance)  จุดเด่นหรือจุดสนใจ  หมายถึงส่วนสำคัญที่เด่นที่สุดของภาพที่สามารถเร้าความสนใจหรือสื่ออารมณ์  ความรู้สึกและความงามให้เห็นได้อย่างเด่นชัด  ในการจัดภาพให้มีจุดเด่นอย่างง่ายๆ  ก็คือ  การกำหนดส่วนประกอบ (principal)  ซึ่งเป็นจุดเด่นหรือเป็นเป้าหมายสำคัญของภาพขึ้นมาก่อน  โดยวางอยู่ในตำแหน่งระยะหน้า (foreground)  และระยะกลาง (middle  ground)  แล้วกำหนดส่วนรอง (subordinate)  ซึ่งเป็นส่วนประกอบของภาพ  ซึ่งมีหลายส่วนมาช่วยเน้นให้จุดเด่นหรือส่วนประธานมีความเด่นชัดและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

ชื่อภาพ “เริงตะวัน” เทคนิคสีอะคริลิค 
ผลงานของ  มาโนชญ์  เพ็งทอง
แสดงจุดเด่นด้วยสีของตะวันที่สว่างเจิดจ้า 

ที่มา : หอสมุดแห่งชาติ

การเน้นจุดเด่นของภาพ
            เราสามารถเน้นจุดเด่นให้น่าสนใจได้ด้วยวิธีการดังนี้
            1.  การเน้นด้วยขนาดของรูปร่าง – รูปทรง  โดยการนำรูปร่าง – รูปทรงทีมีขนาดแตกต่างกันมาจัดองค์ประกอบรวมกัน  ย่อมเกิดการเน้นซึ่งกันและกัน  รูปทรงที่มีขนาดใหญ่จะมีความเด่นชัดและเป็นส่วนประกอบที่ช่วยให้ภาพสมบูรณ์
            2.  การเน้นด้วยแสงเงา  โดยการสร้างค่าน้ำหนักของแสงเงาให้แตกต่างกัน  ซึ่งมีค่าน้ำหนักสว่างและค่าน้ำหนักมืด  จะช่วยเน้นซึ่งกันและกัน
            จุดเด่นที่มีค่าน้ำหนักสว่างท่ามกลางความมืดหรือจุดเด่นที่มีการเน้นแสงเงาและเงาตกทอดอย่างชัดเจนจะมีความเด่นชัดและมีความงดงามยิ่งขึ้น
            3.  การเน้นด้วยสี  การใช้สีในวรรณะที่แตกต่างกันจะช่วยเน้นซึ่งกันและกันให้ดูเด่นชัดสวยงามยิ่งขึ้น  ในภาพองค์ประกอบศิลป์  สีในวรรณะเย็น (warm tone) ซึ่งปริมาณน้อยกว่าให้เด่นชัดขึ้นได้
            4.  การเน้นด้วยเส้น  เป็นการนำเส้นมาเป็นจุดเน้นของภาพให้เกิดความเด่นชัด  โดยเน้นด้วยเส้นที่แตกต่างกันหรือแสดงออกด้วยเส้นที่อ่อนช้อยสวยงาม  หรือเส้นที่มีพลังความรุนแรง  ให้อารมณ์ความรู้สึกต่างๆกัน

            4. ความกลมกลืน (harmony)
            ความกลมกลืน  หมายถึงความประสานสัมพันธ์กลมกลืนกันของส่วนประกอบทางทัศนศิลป์  เช่น  จุด  เส้น  รูปร่าง – รูปทรง  แสงเงา   สี  บริเวณว่าง  และลักษณะพื้นผิวที่สามารถเข้ากันได้ดี  ไม่ขัดแย้งกัน  ซึ่งจะก่อให้เกิดความงาม
            การสร้างความกลมกลืน
            เราสามารถสร้างความกลมกลืนได้ด้วยหลักการจัดองค์ประกอบศิลป์ดังนี้
            1.   ความกลมกลืนด้วยเส้น  เป็นการใช้เส้นซึ่งมีลักษณะเดียวกัน  นำมาประสานสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกัน  มีความขัดแย้งกันเพียงเล็กน้อย
            2.  ความกลมกลืนด้วยรูปร่าง – รูปทรง   เป็นการนำรูปร่าง   ที่มีลักษณะเหมือนกันคล้ายกัน  และมีขนาดใกล้เคียงกันมาจัดรวมกันให้เกิดการประสานกลมกลืน
            3.  ความกลมกลืนด้วยแสงเงา  เป็นการจัดค่าน้ำหนักของแสงเงาให้ประสานกลมกลืนไปในทิศทางเดียวกันหรือไล่น้ำหนักอ่อนแก่ให้เกิดความกลมกลืน 
            4.  ความกลมกลืนด้วยสี  เป็นการนำสีที่อยู่ในวรรณะเดียวกันหรือสีใกล้เคียงกันมาจัดองค์ประกอบในภาพเดียวกันก็จะได้ความรู้สึกที่นุ่มนวลรายเรียบ  น่าสัมผัสจับต้อง
            5.  ความกลมกลืนด้วยลักษณะผิว  เป็นการนำลักษณะผิวหรือพื้นผิวที่มีความเหมือนกัน  คล้ายกันมาจัดเป็นองค์ประกอบเดียวกัน  ซึ่งจะก่อให้เกิดพลังความรู้สึกตามลักษณะพื้นผิวนั้นๆ

ชื่อผลงาน “หุ่นนิ่ง” เทคนิค  สีน้ำ
ผลงานของ  ปัญญา  เพ็ชรช , 2552
เน้นปลาทูในเข่งเป็นจุดเด่นของภาพที่ชัดเจนโดยใช้รูปทรงแสงเงา  และสีเป็นจุดเน้น

ที่มา : หอสมุดแห่งชาติ

ชื่อผลงาน “จินตภาพใหม่ของสังสารวัฎ”  เทคนิค  ผสม
ผลงานของ  อภิชัย  ภิรมย์รักษ์
สร้างความกลมเกลียวด้วยเส้นและสีได้อย่างงดงาม

ที่มา : หอสมุดแห่งชาติ

1_0001

ชื่อผลงาน “วันเด็ก” เทคนิค  ปั้นปูนพลาสเตอร์
ผลงานของ  เขียน  ยิ้มศิริ
เป็นการสร้างรูปทรงที่สัมพันธ์กลมกลืน  ทั้งโครงสร้างและแสงเงาที่ส่องมากระทบ

ที่มา : หอสมุดแห่งชาติ

           5.  ความขัดแย้ง  (contrast)
            ความขัดแย้ง  หมายถึงความไม่ประสานสัมพันธ์กัน  ไม่ลงรอยกัน  หรือเข้ากันไม่ได้ของส่วนประกอบต่างๆ  ทำให้ขาดความกลมกลืน  แต่ก็จำเป็นสำหรับงานทัศนศิลป์  เพราะจะช่วยเร้าความสนใจ  สร้างความตื้นเต้น  และมีพลัง
            การสร้างความขัดแย้ง
            เราสามารถสร้างความขัดแย้งในงานศิลปะให้มีชีวิตชีวาได้ด้วยแนวทางดังนี้
            1.  ความขัดแย้งด้วยเส้น  เป็นการนำเส้นที่มีลักษณะแตกต่างกัน  เช่น  เส้นโค้งกับเส้นตรง  มาจัดรวมอยู่ด้วยกันอย่างเหมาะสม  โดยให้มีความขัดแย้งประมาณ 20 %   ดังนั้น  จึงจัดให้เส้นที่ขัดแย้งกันมีปริมาณที่ต่างกัน
            2.  ความขัดแย้งด้วยรูปร่าง – รูปทรง   เป็นการนำรูปร่าง - รูปทรงที่มีลักษณะแตกต่างกันมาจัดรวมอยู่ในภาพเดียวกัน  เช่น  สามเหลี่ยม  วงกลม  สี่เหลี่ยม  แต่ส่วนใหญ่ยังสามารถประสานกลมกลืนได้  มีส่วนที่แลดูแย้งบ้างเล็กน้อย  ส่วนที่ขัดแย้งนี้บ้างเล็กน้อย  ส่วนที่ขัดแย้งนี้จะเป็นจุดเด่นที่สร้างความสนใจและเกิดคุณค่าทางความสามารถความงามได้ดี
            3.  ความขัดแย้งด้วยสี  เป็นการนำสีที่ตรงกันข้ามหรือสีตัดกัน  หรือสีที่มีน้ำหนักอ่อน - แก่ต่างกันมาจัดอยู่ในภาพเดียวกัน  แต่สีตรงข้ามกันนั้นจะต้องเพิ่มหรือลดปริมาณสีใดสีหนึ่งให้แตกต่างกัน  หรือจะผสมสีใดสีหนึ่งให้หม่นลงด้วยสีตรงกันข้าม  หรือผสมสีขาวหรือสีดำเพื่อเปลี่ยนค่าของสีใดสีหนึ่ง  เพื่อมิให้ขัดแย้งกันมากเกินไป
            4.  ความขัดแย้งด้วยทิศทาง  เป็นการกำหนดทิศทางของรูปร่าง  รูปทรง  สี  จุด  แสงเงา  ฯลฯ  ให้มีความขัดแย้งกันบ้าง  แต่ส่วนใหญ่ยังเป็นไปในทิศทางเดียวกันจะช่วยเพิ่มความแปลกใหม่ไม่น่าเบื่อหน่าย

ชื่อผลงาน  “อาสาสมัคร… ดับไฟใต้”
เทคนิค  สีอะคริลิค
นกกระดาษสร้างความขัดแย้งด้วยรูปทรง  และสีแม้ว่าสีดำพื้นหลังกับสีเหลือง  แดง  ม่วง  เขียว 
จะดูขัดแย้งกัน  แต่ก็สร้างความกลมกลืนด้วยนกกระดาษนับร้อยตัวซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของสันติภาพ            

ที่มา : หอสมุดแห่งชาติ

            องค์ประกอบศิลป์ที่อยู่เหนือกฎเกณฑ์
            แม้หลักการจัดองค์ประกอบศิลป์จะมีไว้เพื่อเป็นแนวทางให้  นักเรียนได้เรียนรู้และยึดปฏิบัติให้เกิดคุณค่าทางความงาม  แต่นักเรียนหรือศิลปินก็มีสิทธิที่จะคิดสร้างสรรค์ภาพจากองค์ประกอบศิลป์ที่อยู่เหนือกฎเกณฑ์ดังกล่าวได้ หากมีเหตุผลและมีแนวคิดสร้างสรรค์สนับสนุนหรืออาจนำหลักการจัดองค์ประกอบศิลป์บางประการมาใช้ เพื่อสร้างสรรค์ผลงานตามแนวทางของตนเองได้อย่างอิสระ
   องค์ประกอบศิลป์ที่อยู่เหนือกฎเกณฑ์
            แม้หลักการจัดองค์ประกอบศิลป์จะมีไว้เพื่อเป็นแนวทางให้  นักเรียนได้เรียนรู้และยึดปฏิบัติให้เกิดคุณค่าทางความงาม  แต่นักเรียนหรือศิลปินก็มีสิทธิที่จะคิดสร้างสรรค์ภาพจากองค์ประกอบศิลป์ที่อยู่เหนือกฎเกณฑ์ดังกล่าวได้ หากมีเหตุผลและมีแนวคิดสร้างสรรค์สนับสนุนหรืออาจนำหลักการจัดองค์ประกอบศิลป์บางประการมาใช้ เพื่อสร้างสรรค์ผลงานตามแนวทางของตนเองได้อย่างอิสระ

1_0008

ชื่อผลงาน “รูปทรงของแสงบนพื้นที่ของเงา” เทคนิค  สีอะคริลิค
ผลงานของ  ปรีชา  เถาทอง
แสดงความขัดแย้งระหว่างแสงกับเงาแต่เนื่องจากส่วนของแสงมีพื้นที่เพียง 10 %
จึงเป็นความขัดแย้งที่งดงาม  และมีค่ายิ่ง

ที่มา : หอสมุดแห่งชาติ

 

<< Go Back