<< Go Back

 

  การสร้างงานทัศนศิลป์แบบ 2 มิติ และ 3 มิติ เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์และจินตนาการ                  หมายถึงการสร้างงาน ศิลปะ
ที่มองเห็นความงามได้จากรูปลักษณ์ที่กินระวางพื้นที่ และสามารถสัมผัสจับต้องได้ โดยการนำผลจากการรับรู้ประสบการณ์ มาเป็นแรงบันดาลใจในการจินตนาการสร้างสรรค์ เพื่อถ่ายทอดผลงาน ผลงานในด้าน 2 มิติ เช่น การวาดเส้น จิตรกรรม ภาพปะติด
ศิลปะภาพพิมพ์
  และศิลปะสื่อผสม  ผลงานในด้าน 3 มิติ เช่น ประติมากรรมและสถาปัตยกรรม เป็นต้น

เงาสะท้อน  เทคนิคสีน้ำบนกระดาษ   ผลงานของ  นพดล  เนตรดี

ที่มา : หอสมุดแห่งชาติ

            เป็นภาพเขียนตามประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจากภาวะการรับรู้ทางการเห็น   และปฏิบัติจนเกิดความชำนาญ  แสดงความงามของเงาสะท้อนบนผิวน้ำได้งามยิ่ง

การรับรู้ (PERCEPTION)  หมายถึงการสัมผัสกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ซึ่งเป็นโลกภายนอกของมนุษย์  แล้วนำเข้าสู่ระบบสมองไว้ใช้เป็นข้อมูลแปลความสิ่งนั้นๆ  ในการคิดสร้างสรรค์งานศิลปะต่อไป  ประสาทสัมผัสที่มนุษย์ใช้รับรู้มี 5 อย่าง  ได้แก่
                1.  ประสาทตา  เป็นการใช้อวัยวะส่วนตารับรู้ เช่น มองเห็นรูปร่าง รูปทรง สี แสงและเงา เป็นต้น
                2.  ประสาทหู 
                3.  ประสาทจมูก  เป็นการใช้อวัยวะส่วนจมูกรับรู้ด้วยดมหรือได้กลิ่น เช่น กลิ่นหอม และกลิ่นเหม็น เป็นต้น
                4.  ประสาทลิ้น  เป็นการใช้อวัยวะส่วนลิ้นสัมผัสรับรู้เกี่ยวกับรสชาติ เช่น รสเค็ม หวาน เปรี้ยวและเผ็ด เป็นต้น
                5.  ประสาทกาย  เป็นการใช้อวัยวะส่วนอื่นๆ ของร่างกาย  ที่นอกไปจากตา หู จมูกและลิ้นสัมผัสรับรู้  เช่น  การใช้มือสัมผัสจับต้องลูบคลำ  เราจะรู้ได้ว่าสิ่งนั้นมีลักษณะผิวเรียบเนียนหรือหยาบ ขรุขระ  เป็นต้น

                   ประสบการณ์(EXPERIENCE)  หมายถึง  ความจัดเจนที่เป็นผลมาจากการรับรู้ของตัวเราต่อธรรมชาติ  สิ่งแวดล้อมหรือสิ่งที่เคยกระทำมาก่อน  ซึ่งเก็บสั่งสมไว้ในสมอง  และพร้อมที่จะนำมาแสดงเมื่อถึงเวลาอันสมควร  ประสบการณ์จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ผลักดันให้เกิดการสร้างงานทัศนศิลป์ที่ต่างกันของมนุษย์ในแต่ละบุคคล  สังคม  และชาติพันธุ์
                ประเภทของประสบการณ์  แบ่งออกเป็น 2 ประเภท  ได้แก่  ประสบการณ์ตรง  และประสบการณ์ทางอ้อม
                ประสบการณ์ตรง  เป็นประสบการณ์ที่เกิดจากการได้สัมผัสโดยตรงด้วยตนเองจากธรรมชาติและสภาพแวดล้อมในสังคม  แล้วเกิดความประทับใจหรืออารมณ์สะเทือนใจ  จึงเป็นแรงบันดาลใจให้สร้างเป็นผลงานศิลปะเก็บไว้  เช่น  จิตรกรรมภาพคนกินมันฝรั่ง ของฟินเซนต์  ฟานก๊อก  และดอกไม้ของฉัน  ของ นภดล  เนตรดี  เป็นต้น

คนกินมันฝรั่ง

ที่มา : หอสมุดแห่งชาติ

    เทคนิค สีน้ำมันผ้าใบ ผลงานของ  ฟินเซนต์   ฟานก๊อก

                เป็นภาพเขียนซึ่งได้ประสบการณ์จากการเห็นความทุกข์ยากของคนจนในเหมืองถ่านหิน กำลังกินมันอยู่ภายใต้แสงตะเกียงด้วยความหม่นหมอง

ดอกไม้ของฉัน

ที่มา : หอสมุดแห่งชาติ

 เทคนิคสีน้ำบนกระดาษ ผลงานของ  นพดล   เนตรดี
                เป็นภาพที่เกิดจากภาวะการรับรู้ความงามในธรรมชาติ และประสบการณ์ความชำนาญทางด้านทักษะการเขียนสีน้ำ

                ประสบการณ์ตรงที่เกิดจากการเรียนรู้  โดยการปฏิบัติทางด้านทักษะการสร้างสรรค์จนมีความชำนาญ  จะช่วยให้สามารถถ่ายทอดออกมาได้ตรงกับความต้องการ  และมีความงามใกล้เคียงมากขึ้น  เช่น  การเขียนภาพดอกไม้ลักษณะรูปแบบเหมือนจริง  ผู้เคยมีทักษะประสบการณ์ในการเขียน  จะรู้ว่าควรร่างโครงร่างของดอกและใบ  ให้มีสัดส่วนถูกต้องสวยงามอย่างไร  และจะระบายสีให้มีมิติได้ด้วยวิธีการใด

ลีลาวดี (ขาวบาหลี)       
เทคนิคสีน้ำบนกระดาษ      ผลงานของ  นพดล  เนตรดี

ที่มา : หอสมุดแห่งชาติ

                       ประสบการณ์ทางอ้อม เป็นประสบการณ์ที่ได้รับการถ่ายทอดมาอีกต่อหนึ่งจากการฟังคำบอกเล่าของบุคคล และจากการอ่าน การดูข่าวสารในรูปแบบของสื่อต่างๆ เมื่อได้สัมผัสรับรู้จึงเกิดอารมณ์สะเทือนใจ มีแรงบันดาลใจสร้างสรรค์เป็นผลงานศิลปะขึ้น เช่น จิตรกรรมภาพ อาหารมื้อสุดท้าย ของ เลโอนาร์โด ดา วินชิ เสรีภาพนำประชาชน ของ เดอลากรัว และประติมากรรมภาพปิเอตา ของไมเคิล แองเจโล เป็นต้น

 

อาหารมื้อสุดท้าย (THE LAST SUPPER)
ผลงานของ  เลโอนาร์โด ดา วินชิ (LEONARDO DA VINCI)

ที่มา : หอสมุดแห่งชาติ

                เป็นภาพที่ถ่ายทอดเรื่องราวเหตุการณ์สำคัญในคริสต์ประวัติ  ตอนพระเยซูและสาวกทั้งสิบสองกำลังฉันอาหารเย็น  ก่อนที่พระองค์จะถูกทหารโรมันจับไปตรึงกางเขน


 
เสรีภาพนำประชาชน (LIBERTY LEADING THE PEOPLE)
เทคนิคสีน้ำมัน
ผลงานของ  เออแชน  เดอลากรัว (ENGINE DELACROIX)

ที่มา : หอสมุดแห่งชาติ

ปิเอตา (PIETA) ประติมากรรมหินอ่อน
ผลงานของ  ไมเคิล  แองโจโล (MICHELANGELO BUONARROTI)

ที่มา : หอสมุดแห่งชาติ

                เป็นภาพแสดงพระแม่มาเรียอุ้มศพพระเยซูนอนพาดอยู่บนตัก ซึ่งไมเคิล แองเจโล สร้างสรรค์ขึ้นจากเรื่องราวในคริสต์ประวัติ

               เนื้อหาและเรื่องราวที่นิยมนำมาสร้างงานทัศนศิลป์ตามประสบการณ์ ได้แก่ เรื่องเกี่ยวกับธรรมชาติ ความเชื่อ ศาสนา ประเพณี วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ วรรณกรรม ชีวิตประจำวัน สิ่งแวดล้อม และเหตุการณ์ต่างๆ
                จินตนาการ (IMAGINATION) หมายถึงการสร้างภาพขึ้นในสมองหรือในใจ ซึ่งเป็นผลมาจากประสบการณ์ในการรับรู้สัมผัสต่อธรรมชาติ และสภาพแวดล้อม อันเป็นแรงบันดาลใจจากภายนอกและแรงบันดาลใจภายในที่นำสู่การกำหนดรูปแบบงานสำหรับสร้างสรรค์
                จินตนาการจึงนับว่าเป็นสิ่งสำคัญต่อการสร้างงานศิลปะ ดังคำกล่าวของ เลโอนาร์โด ดา วินชิ (LEONARDO DA VINCI)  ที่ว่า “สิ่งต่างๆ ที่ปรากฏในจักรวาลจะปรากฏในจิตของศิลปินเป็นจินตนาการและถ่ายทอดไปสู่มือทั้งสอง จินตนาการและมือจะทำงานประสานกันเป็นอย่างดี ออกมาเป็นงานศิลปะตรงตามที่คิดไว้” ดังนั้น ผู้สร้างจะต้องมีพื้นฐานทางข้อมูลมาจากประสบการณ์ตรง                      ประสบการณ์ทางอ้อมนำมาเชื่อมโยงกับความนึกคิดเป็นมโนภาพ แล้วจึงใช้ประสบการณ์ทางด้านทักษะของศิลปะถ่ายทอดจินตนาการนั้นออกมาเป็นผลงานศิลปะ อาจมีลักษณะแปลกใหม่สร้างสรรค์ต่างไปจากที่เคยเห็น มีลักษณะของความเพ้อฝัน เหนือจริง ชวนสงสัยว่ามีจริงหรือ เช่น ภาพกินรีกับลูกในป่าหิมพานต์ วัดสุทัศน์เทพวรารามวรมหาวิหาร นางมณีเมขลากับพระมหาชนกของ  พีระศิลป์  ดวงอิน พลังของแผ่นดิน ของ ถวัลย์ ดัชนี ดอกบัวแห่งสัจจธรรม ของ พิชัย นิรันต์ พลังธรรมชาติหมายเลข 2 ของประเทือง เอมเจริญ จังหวะชีวิตหมายเลข 2 ของเกียรติศักดิ์ ชานนนารถ และประติมากรรมรูป การเดิน ของอเล็กซานเดอร์ อาคีเพนโค เป็นต้น

กินรีกับลูกในป่าหิมพานต์

ที่มา : หอสมุดแห่งชาติ

              จิตกรรมฝาผนัง พระวิหารพระศรีศากยมุนี วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร เป็นจินตนาการจากวรรณกรรมซึ่งเป็นเรื่องราวเพ้อฝันไม่มีอยู่จริงในธรรมชาติโลกภายนอก แต่เป็นมโนภาพที่มาจากโลกภายในแปลมาจากการอ่านและการฟัง

 

นางมณีเมขลากับพระมหาชนก
เทคนิค สีอะคริลิก
ผลงานของ  พีระศิลป์  ดวงอิน
เป็นจินตนาการคิดสร้างสรรค์มโนภาพจากเรื่องวรรณกรรมและความเชื่อ

ที่มา : หอสมุดแห่งชาติ

พลังของแผ่นดิน
เทคนิคสีน้ำมันบนผ้าใบ  ผลงานของ  ถวัลย์  ดัชนี

ที่มา : หอสมุดแห่งชาติ

                เป็นจินตนาการที่แตกต่างไปจากรูปแบบตามคตินิยมของไทยดั้งเดิม  แสดงความงามของลวดลายไทย  มาตกแต่งเป็นรูปพระนารายณ์มาจุติบนโลกมนุษย์

ดอกบัวแห่งสัจจธรรม
เทคนิคสีน้ำมันบนผ้าใบ  ผลงานของพิชัย  นิรันต์
เป็นภาพเขียนแสดงให้เห็นถึงสัจจธรรมของการเกิดและตาย

ที่มา : หอสมุดแห่งชาติ

 

พลังธรรมชาติหมายเลข 2  เทคนิคสีน้ำมัน
ผลงานของประเทือง  เอมเจริญ

ที่มา : หอสมุดแห่งชาติ

                เป็นการถ่ายทอดความเคลื่อนไหวพลังของธรรมชาติ  อย่างมีจังหวะลีลาตามจินตนาการสร้างสรรค์ใหม่  แสดงความงามในรูปของรอยแปรงและสีสัน

 

จังหวะชีวิตหมายเลข 2  เทคนิคสีน้ำมันบนผ้าใบ
ผลงานของ เกียรติศักดิ์  ชานนนารถ
                เป็นการนำเรื่องของชีวิตที่มีขึ้นมีลงของคนเรา  มาจินตนาการสร้างสรรค์ในรูปแบบการจัดองค์ประกอบศิลป์ใหม่

ที่มา : หอสมุดแห่งชาติ

 

การเดิน  ผลงานของ อเล็กซานเดอร์ อาคีเพนโค   (ALEXANDER   ARCHIPENKO)
 เป็นประติมากรรมที่ถ่ายทอดจินตนาการความคิดสร้างสรรค์  ในแบบตามความรู้สึกหรือนามธรรม

ที่มา : หอสมุดแห่งชาติ



ขั้นตอนการสร้างงานทัศนศิลป์แบบ 2 มิติตามประสบการณ์

          1.  กำหนดหัวข้อเรื่อง เพื่อศึกษารวบรวมข้อมูล มาเป็นแนวทางในการออกแบบภาพ เช่น จิตรกรรมภาพอาหารมื้อสุดท้ายของเลโอนาร์โด ดา วินชิ ก่อนจะมาเป็นภาพที่สมบูรณ์ เขาได้ศึกษาลักษณะ เฉพาะของสาวกทั้งสิบสองคน ตามเนื้อหาเรื่องราวในภาพควรจะแสดงบุคลิก อิริยาบถอย่างไรจึงสอดคล้องกัน โดยการร่างภาพท่าทางของคนเก็บไว้เพื่อเป็นแนวการออกแบบเขียนภาพจริง เช่น ร่างภาพศึกษาอิริยาบถของคนและมือสำหรับอาหารมื้อสุดท้าย เป็นต้น

          2.  ออกแบบ เพื่อกำหนดภาพที่ต้องการใช้ในการสร้างสรรค์ หลักการจัด องค์ประกอบศิลป์ มีส่วนช่วยให้ผลงานเหมาะสม ดังนั้นควรกำหนดขนาด สัดส่วนและส่วนประกอบทางทัศนธาตุทางศิลปะอื่นให้แน่ชัด จะได้เป็นแนวทางสู่การสร้างสรรค์ที่มีคุณค่าทางสุนทรีย์

          3.  เตรียมวัสดุอุปกรณ์ เพื่อไว้ใช้สร้างผลงานได้อย่างเหมาะสมตรงตามกลวิธีการสร้างที่เลือกไว้ เช่นจะเขียนภาพด้วยสีน้ำต้องเตรียมกระดาษวาดเขียนหนา 100 ปอนด์ ดินสอร่างภาพ สีน้ำ จานสี พู่กันกลมชนิดขนอ่อน น้ำ ภาชนะใส่น้ำ และกระดานรองเขียน เป็นต้น

          4.  ดำเนินการตามกลวิธีของการสร้างงาน เพื่อให้เป็นไปตามกระบวนการสร้างสรรค์งานตามขั้นตอน ตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ เช่นในงานจิตรกรรม เมื่อร่างภาพเสร็จจึงระบายสีตามที่กำหนด  ส่วนใดก่อนและหลัง ส่วนใดมีน้ำหนักสี แสงเงาอย่างไร และในงานภาพปะติดเริ่มจากร่างแบบก่อน แล้วจึงดำเนินการนำเศษวัสดุทีเลือกใช้ ติดลงบนแบบร่างของงาน เป็นต้น

          5.  ตกแต่งเก็บรายละเอียด เพื่อให้ผลงานนั้นๆ มีความงามสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

การสร้างงานทัศนศิลป์แบบ 3 มิติ ตามประสบการณ์

          1.  กำหนดหัวข้อเรื่อง เพื่อศึกษารวบรวมข้อมูลของเรื่องราวมาเป็นแนวทางในการออกแบบ

          2.  ออกแบบ เพื่อกำหนดภาพให้เป็นไปตามเรื่องราว และรูปแบบของการถ่ายทอด

          3.  เตรียมวัสดุอุปกรณ์ เพื่อไว้ใช้สร้าง

          4.  ดำเนินการตามกลวิธีของการสร้างงาน เพื่อให้เป็นไปตามกระบวนการขั้นตอนตั้งแต่ร่างแบบบนวัสดุ ปั้นหรือสลักเป็นเค้าโครงของแบบที่จะสร้างจนได้ขนาด สัดส่วนรูปทรงสวยงาม ซึ่งจะมีกระบวนการต่างกันไป การปั้นก็อย่างหนึ่ง การแกะสลักก็อย่างหนึ่ง เช่นวิธีการปั้นมีทั้งแบบคลึงดินให้เป็นเส้นแล้วขดเป็นรูปทรง แบบตัดดินเป็นแผ่นแล้วปั้นประกอบกันเข้าเป็นรูปทรง และแบบขยำบีบกดดินให้เป็นรูปทรง เป็นต้น

          5.  ตกแต่งเก็บรายละเอียด เพื่อให้ผลงานสามารถสื่อความงามและอารมณ์ตามเรื่องราวได้ชัดเจนสมบูรณ์ขึ้น

                ขั้นตอนการสร้างงานทัศนศิลป์ 2 มิติ และ 3 มิติตามจินตนาการ สำหรับการสร้างงานทัศนศิลป์ในหัวข้อนี้มีลำดับขั้นตอนคล้ายกับขั้นตอนการสร้างงานทัศนศิลป์ตามประสบการณ์ แต่ต่างกันในด้านการออกแบบคือ มีความอิสระในการคิดรูปแบบและเนื้อหา เพื่อให้ได้ผลงานรูปแบบใหม่ๆ ที่ออกมาจากความรู้สึกภายใน ซึ่งสั่งสมจากประสบการณ์และความชำนาญเชื่อมต่อเป็นมโนภาพ มิใช่เป็นเพียงการถ่ายทอดจากประสบการณ์สิ่งที่ตามองเห็นเท่านั้น รูปแบบอาจมีเค้าเดิมหรือไม่มีเลยก็ได้ แต่ยังคงคำนึงถึงหลักการจัดองค์ประกอบศิลป์ ส่วนมากจะออกแบบเป็นแบบกึ่งนามธรรม และนามธรรม


 

จินตลีลา เทคนิคสีอะครีลิก
ผลงานของ สัญญา สุดล้ำเลิศ

ที่มา : หอสมุดแห่งชาติ

                สรุป  การสร้างงานทัศนศิลป์ตามประสบการณ์ เป็นสิ่งที่เกิดจากภาวะการรับรู้ ได้เห็น ได้อ่าน ได้ฟัง และปฏิบัติด้วยตนเองบ่อยครั้งจนเป็นความจัดเจน และมีความชำนาญ ส่วนการสร้างงานทัศนศิลป์ตามจินตนาการเป็นผลมาจากการสัมผัสรับรู้เกิดเป็นแรงบันดาลใจ เชื่อมโยงไปสู่ความคิดภายในแปลเป็นมโนภาพในสมองสะท้อนความคิดสร้างสรรค์ออกมาในรูปแบบใหม่ๆ อย่างอิสระ



<< Go Back