<< Go Back


           คำว่า "วัฒนธรรม" พจนานุกรรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ได้นิยามความหมายของวัฒนธรรมไว้ว่า วัฒนธรรม หมายถึง สิ่งที่ทำให้เกิดความเจริญงอกงามแก่หมู่คณะแสดงว่าวัฒนธรรมมีความหมายในทางบวก เป็นความดี ความเจริญงอกงาม และหากนำมาใช้กับงานทัศนศิลป์ไทยก็จะช่วยให้งานทัศนศิลป์ไทยมีคุณค่าเป็นความเจริญงอกงาม และมีลักษณะเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่มีชาติใดเสมอเหมือน


           ทัศนศิลป์ไทยหมายถึง ผลงานศิลปะที่มองเห็น ได้แก่ งานจิตรกรรมหรือการวาดภาพระบายสี
งานประติมากรรม
หรืองานปั้น แกะสลัก และงานสถาปัตยกรรม หรืองานออกแบบก่อสร้างอาคารสถานที่ ที่มีรูปแบบเป็นศิลปะประจำชาติ สร้างสรรค์ตามคตินิยมและตามวัฒนธรรมภูมิปัญญาไทย สืบเนื่องจากอดีตจนถึงปัจจุบัน



           งานจิตรกรรมไทยหมายถึง การเขียนภาพระบายสีแบบไทย ได้แก่ การเขียนลวดลายไทย การระบายสีและการปิดทองในภาพเขียนเกี่ยวกับวรรณคดี พุทธประวัติ ภาพชาดก และภาพประวัติศาสตร์โดยสร้างสรรค์ลงในสมุดไทย ตกแต่งฉากไม้ลับแล ประตูหน้าต่างและงานจิตรกรรมฝาผนัง วัฒนธรรมในงานจิตรกรรมไทย แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ ได้แก่ วัฒนธรรมด้านเนื้อหา และวัฒนธรรมด้านการแสดงออก ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้
วัฒนธรรมด้านเนื้อหา
           ๑. เนื้อหาเกี่ยวกับพระอดีตพุทธเจ้า
           จิตรกรรมไทยตั้งแต่สมัยโบราณได้นำเอาเรื่องพระอดีตพุทธเจ้ามาแสดงเป็นภาพ    โดยเขียนภาพพระพุทธเจ้าประทับเรียงกันในแถวแนวนอน มักเขียนให้มีหลายแถวซ้อนกันภาพเหล่าพระอดีตพระพุทธเจ้าแถวบนอาจแสดงว่า  เป็นพระอดีตพุทธเจ้าที่เสด็จมาตรัสรู้ก่อนโดยนับเรียงจากด้านหนึ่งของแถวตามลำดับพระองค์
           จิตรกรรมไทยที่แสดงเนื้อหาดังได้กล่าวมานี้  เป็นความนิยมในสมัยกรุงสุโขทัยต่อเนื่องมาในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้นด้วยภาพพระอดีตพุทธเจ้าที่เขียนเพียงแถวเดียว  ก็มีอยู่ด้วยโดยเขียนไว้ที่ส่วนบนสุดของกรุชั้นที่ ๒ ของปรางค์ประธานวัดราชบูรณะ พระนครศรีอยุธยา แสดงจำนวนพระอดีตพุทธเจ้า ๒๔ พระองค์ ทุกพระองค์มีพระนามเขียนเป็นอักษรขอมกำกับอยู่ใต้ภาพ


ภาพจิตรกรรม ฝาผนัง วัดราชบูรณะ จังหวัดสุโขทัย
ฝีมือคัดลอกเพื่ออนุรักษ์ โดย เฟื้อ หริพิทักษ์


           ๒. เนื้อหาเกี่ยวกับนิทานชาดกและวรรณคดี
           ชาดก หมายถึง เรื่องเล่าเกี่ยวกับอดีตชาติของพระพุทธเจ้า ที่พระพุทธองค์เคยบำเพ็ญ สั่งสมมาแต่ในอดีตชาติ ๑๐ ชาติ ซึ่งปรากฏในทศชาติชาดก โดยเฉพาะพระชาติสุดท้ายคือ พระเวสสันดรชาดกที่ทรงบำเพ็ญทานบารมี เป็นที่นิยมนำมาสร้างเป็นภาพจิตรกรรมฝาผนังกันมาก ในช่วงแรกของสมัยกรุงศรีอยุธยามีภาพแสดงเรื่องชาดกต่าง ๆ ประมาณ ๖๐ เรื่อง เขียนรวมอยู่ที่ผนังทั้งสี่ของกรุชั้นที่ ๒ ของพระปรางค์วัดราชบูรณะ พระนครศรีอยุธยาและในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ งานจิตรกรรมที่เขียนขึ้นในรัชกาลนี้ที่แตกต่างออกไปเป็นพิเศษโดยส่วนเนื้อหานั้นได้หวนกลับไปแสดงภาพชาดกในชุด ๕๕๐ ชาติ แต่ละเรื่องวาดเป็นเหตุการณ์ตอนเดียวอยู่ในกรอบสี่เหลี่ยมจัตุรัส ชาดกทุกเรื่องที่เขียนมีตัวหนังสือกำกับใต้ภาพบอกชื่อชาดกนั้น ๆ


ภาพจิตรกรรมฝาผนังจากนิทานชาดก เรื่อง เนมิราช ณ วัดสุวรรณาราม เป็นงานจิตรกรรมไทยประเพณี ฝีมือ
หลวงวิจิตร เจษฎา (ทองอยู่) สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น (รัชกาลที่ ๓)


           ๓. เนื้อหาเกี่ยวกับพระพุทธประวัติ           
           ภาพเขียนพระพุทธประวัติในยุคแรกของสมัยกรุงศรีอยุธยานั้นแสดงตอนที่สำคัญ มีฉากเหตุการณ์เดียว ภาพพระพุทธเจ้าเป็นองค์ประกอบหลักมักเขียนไว้ตรงกึ่งกลาง ประกอบด้วยองค์ประกอบรองเท่าที่จำเป็น การจำกัดรายละเอียดทั้งการแสดงเรื่องราวด้วยเหตุการณ์เพียงตอนเดียว ทำให้เข้าใจเรื่องได้ยากอยู่บ้าง จิตรกรรมฝาผนังสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ (พ.ศ. ๒๓๑๐ – ปัจจุบัน) สืบทอดแนวความคิดและการแสดงออกจากจิตรกรรมที่เขียนขึ้นครั้งราชธานีเก่า ภาพเรื่องพระพุทธประวัติดูเหมือนได้พบเห็นบ่อยครั้งกว่าเรื่องทศชาติชาดก บางครั้งพบว่านิยมเขียนคู่กันเรื่องละส่วนของผนัง ผนังด้านหลังพระประธานระหว่างช่องประตูเขียนเรื่องพระพุทธประวัติหรือเรื่องชาดก ส่วนผนังด้านสกัดด้านหน้าพระประธานเนื้อที่ส่วนบนเขียนภาพตอนพญามารผจญ




ภาพจิตรกรรมฝาผนังในอุโบสถวัดดุสิดาราม เป็นจิตรกรรมไทยประเพณี ศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น
(รัชกาลที่ ๑) เป็นภาพพุทธประวัติตอนมารผจญ


                     วัฒนธรรมด้านการแสดงออกหมายถึง การสร้างสรรค์งานจิตรกรรมไทยที่แสดงวิธีการสร้างสรรค์ในรูปแบบต่างๆ ดังนี้
           ๑. งานจิตรกรรมไทยโบราณ
           งานจิตรกรรมไทยโบราณมักเป็นงานที่เขียนตามผนังโบสถ์ วิหาร หรือระเบียงรอบโบสถ์ เป็นเรื่องเกี่ยวกับพุทธประวัติ รามเกียรติ์และเรื่องในชาดกต่างๆ ภาพเหล่านี้เขียนด้วยลักษณะวิธีแบบเดียวกัน คือ แบบไทย ซึ่งมีลักษณะพิเศษไม่ซ้ำแบบใครในกลุ่มประเทศตะวันออกนี้ การเขียนก็เป็นวิธีโบราณ คือ เขียนด้วยสีฝุ่นผสมกาว จิตรกรรมไทยโบราณที่เริ่มจากงานวาดเขียน คงต้องนับเนื่องถึงภาพวาดลายเส้นหรือภาพวาดระบายสีในสมุดข่อย ภาพจิตรกรรมลายปิดทองรดน้ำและงานมุกประดับที่เป็นประณีตศิลป์ด้วย การแสดงออกในจิตรกรรมไทยโบราณเป็นการแสดงออกแบบมโนคติ ความงามในภาพแบบไทยจึงเป็นความงามคนละอย่างกับของฝรั่งทางตะวันตก โดยเฉพาะจิตรกรรมปิดทองรดน้ำ หรือลายลงรักปิดทอง ซึ่งมักจะเรียกกันว่า จิตรกรรมเอกรงค์ เนื่องจากคำว่า "เอกรงค์" หมายถึง "สีเดียว" นั่นก็คือสีทองของลวดลาย โดยมีพื้นหลังที่ลงรักเป็นสีดำ ช่วยเน้นให้ลวดลายไทยมีความงามที่เด่นชัด


ลายรดน้ำตู้พระธรรม วัดเชิงหวาย ศิลปะอยุธยา


           ๒. งานจิตรกรรมไทยประเพณีบนฝาผนัง
           จิตรกรรมไทยที่เรียกว่าจิตรกรรมฝาผนัง ซึ่งเป็นงานจิตรกรรมประเภทไทยประเพณี ซึ่งนิยมเขียนกันบนผนังโบสถ์ วิหาร หรือ ซุ้มปรางค์นั้น การเตรียมผนังตามวิธีแบบโบราณเป็นขั้นตอนสำคัญมากขั้นตอนหนึ่ง ทั้งนี้เพื่อให้ภาพมีความสวยงามประณีต และมีอายุทนนาน จิตรกรไทยโบราณจึงมีกรรมวิธีในการเตรียมผนังฉาบปูนสำหรับสร้างงานจิตรกรรมไว้เป็นกรณีพิเศษ เมื่อได้ทำตามนี้อย่างครบครันแล้ว พื้นผิวผนังจะแข็งแรงคงทน




ภาพจิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถ



ภาพจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับพระราชพิธีสิบสองเดือน เป็นงานจิตรกรรมไทยประเพณี
ศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ (รัชกาลที่ ๔)


           ๓. งานจิตรกรรมไทยประเพณีบนพื้นวัสดุเข้ากรอบ           
           เป็นลักษณะการสร้างงานจิตรกรรมที่ได้รับแบบอย่างมาจากตะวันตก    ซึ่งแพร่หลาย เข้ามาในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์แต่ยังเน้นการอนุรักษ์ลักษณะงานจิตรกรรมไทยประเพณีให้ได้มากที่สุด  และปัจจุบันการสร้างงานในลักษณะนี้เป็นที่นิยมกันมาก    จิตรกรรมบนพื้นวัสดุเข้ากรอบมีลักษณะเฉพาะที่ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของวัสดุที่ใช้สร้างงานจิตรกรรม และยังเป็นการสะดวกในการเคลื่อนย้ายผลงานไปติดตั้งตามที่ต่างๆ ได้สะดวก ที่สำคัญคือวัสดุเข้ากรอบช่วยให้ศิลปิน นักศึกษาศิลปะสามารถขนย้ายไปทำงานศิลปะตามที่ต่างๆ นอกสถานที่ได้ด้วยความสะดวก นอกจากนี้จิตรกรรมบนพื้นวัสดุเข้ากรอบยังสามารถเลือกใช้ขนาดต่างๆ ได้ตามความต้องการของผู้สร้างงาน ลักษณะของจิตรกรรมชนิดนี้นิยมใช้พื้นวัสดุที่เป็นสี่เหลี่ยมมุมฉาก เช่น สี่เหลี่ยมจัตุรัสหรือสี่เหลี่ยมผืนผ้า จะมีลักษณะอย่างอื่นบ้างก็คงขึ้นอยู่กับความต้องการของศิลปินเอง




ชื่อภาพ "สัมมาทิฐิ" เทคนิคสีฝุ่น ผลงานของ อังคาร กัลยณพงศ์
งานจิตรกรรมไทยประเพณี บนพื้นวัสดุเข้ากรอบ ขนาด 175 X 340 ซม.
ที่ใช้ความคิดและจินตนาการของศิลปิน



ชื่อภาพ "อวมงคล" เทคนิคสีฝุ่น ผลงานของ เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ซึ่งพยายามอนุรักษ์
งานจิตรกรรมแนวประเพณี มิให้เสื่อมสลาย


           ๔. งานจิตรกรรมไทยพัฒนาใหม่
           งานจิตรกรรมไทยพัฒนาใหม่ ได้รับอิทธิพลทางแนวคิดมาจากตะวันตก ที่มุ่งแสดงออกทางความคิด จินตนาการ และความรู้สึกภายในของศิลปิน โดยนำรูปแบบหรือลักษณะเด่นของจิตรกรรมไทย ได้แก่ ลวดลายต่างๆ หรือการลงรักปิดทอง มาแฝงอยู่ในจิตรกรรม ทำให้ผลงานมีความแปลกใหม่ และยังเป็นการอนุรักษ์ความงามของงานจิตรกรรมไทยอีกด้วย


ชื่อภาพ "รูปทรงของแสงบนพื้นที่ของเงา"
เทคนิค สีอะคริลิค ผลงานของ ปรีชา เถาทอง
เป็นงานจิตรกรรมไทย พัฒนาใหม่ที่ให้คุณค่าทางความงามและความคิดเป็นอย่างดียิ่ง



ชื่อภาพ "มหาภิเนษกรมณ์" เทคนิค สีน้ำมัน
ผลงานของ ช่วง มูลพินิจ ที่นำรูปแบบลวดลายและเรื่องราวแบบไทย มาสร้างสรรค์ ด้วยเทคนิคสีน้ำมัน



ชื่อภาพ "ความสงบ"ผลงานของสุรสิทธิ์ เสาว์คง เป็นผลงานที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับคติธรรมทางพุทธศาสนาเน้นความงามของแสงและเงาที่งดงาม และบรรยากาศความเป็นไทย


  << Go Back