<< Go Back 
         เส้นเป็นองค์ประกอบที่สำคัญส่วนหนึ่งของศิลปภาพถ่าย  เส้นสายในภาพถ่ายนอกจากจะเป็นเส้นนำสายตาผู้ชมภาพไปสู่จุดสนใจแล้ว  เส้นเหล่านั้นยังให้ความรู้สึกและความหมายของภาพแตกต่างกัน  บางเส้นให้อารมณ์รุนแรง ตื่นเต้น ในขณะเดียวกันบางเส้นก็ให้ความรู้สึกเงียบสงบ อ่อนโยน

         เส้นมีความสำคัญมากต่อภาพถ่าย  เพราะมันสามารถนำสายตาผู้ชมไปสู่จุดศูนย์กลาง  หรือจุดใดจุดหนึ่งในภาพตามความต้องการของผู้ถ่ายภาพได้  นักถ่ายภาพมักใช้เส้นช่วยสร้างความลึกให้แก่ภาพด้วย  เพราะภาพถ่ายที่เป็นแผ่นกระดาษบางๆ นั้นมีเพียง 2 มิติเท่านั้น  คือความกว้างและความยาว  ความลึกหรือมิติที่ 3  มักเกิดขึ้นได้ด้วยการใช้เส้นเข้าช่วยเป็นส่วนใหญ่  ความลึกจะมีพลังมากที่สุดเมื่อเส้นนั้นตั้งต้นจากด้านล่างของภาพ  มุ่งไปสู่จุดสนใจที่ตั้งอยู่บนเส้นขอบฟ้าทางด้านบน  เส้นยังสามารถแสดงระยะทางใกล้หรือไกลได้เป็นอย่างดี  หากถ่ายภาพย้อนแสงหรือแสงเข้าด้านข้าง  เส้นเหล่านี้ก็จะมีความเด่นชัดยิ่งขึ้น  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  เมื่อถ่ายภาพย้อนแสงแล้ววางจุดสนใจไว้ตรงปลายเส้นหรือใกล้ๆ กัน

         จุดสนใจนั้นจะเป็นจุดสำคัญที่มีความโดดเด่นอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตามหากมีเส้นมากกว่า 1 เส้น แม้จะนำสายตาไปในทิศทางเดียวกัน ก็อาจทำให้เกิดการสับสนและเบี่ยงเบนสายตาไปจากจุดสนใจจริงๆ ได้เหมือนกัน หรือบางครั้งเมื่อจุดสนใจถูกวางอยู่ห่างจากปลายเส้นมากไปนิด ก็ทำให้ความสำคัญของจุดสนใจลดลงไปได้เช่นกัน

         จุดเริ่มต้นและองศาที่ทำมุมของเส้นต่างๆ ในภาพ  จะให้อารมณ์และความรู้สึกแตกต่างกัน  เส้นนำสายตาที่เริ่มจากด้านล่างมุ่งสู่ด้านบนเป็นแนวเส้นตรง  จะให้อารมณ์ที่รุนแรงกว่าเส้นเฉียงหรือเส้นทะแยงมุม  แต่เส้นทะแยงมุมก็ให้ความงามและความรู้สึกเคลื่อนไหว ไม่หยุดนิ่ง  ได้ดีกว่าเส้นที่ตั้งตรงเป็นมุมฉาก  เส้นยังสามารถแสดงลักษณะของพื้นผิวได้อีกด้วย  ไม่ว่าจะเป็นพื้นผิวที่แบนราบ พื้นผิวที่ขรุขระ หรือพื้นผิวที่มีระดับสูงต่ำแตกต่างกัน เส้นจะช่วยแยกแยะให้ผู้ชมภาพรู้สึกได้

         เส้นนำสายตาที่เป็นเส้นตรงให้ความรู้สึกเข้มแข็ง ดุดัน ส่วนเส้นนำสายตาที่คดโค้งหงิกงอจะให้ความรู้สึกตรงกันข้าม คือให้ความอ่อนหวาน นุ่มนวล สุภาพอ่อนโยน ซึ่งเส้นประเภทหลังนี้เป็นที่สนใจและให้ความนิยมนำมาจัดองค์ประกอบภาพกันมาก ในการจัดองค์ประกอบภาพถ่าย เรามีวิธีสร้างเส้นให้เกิดขึ้นได้หลายรูปแบบ ทั้งเส้นที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและเส้นที่มนุษย์สร้างขึ้น เส้นที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติได้แก่ แม่น้ำ ลำคลอง ทะเล ภูเขา ต้นไม้ และอื่นๆ ส่วนเส้นที่มนุษย์สร้างขึ้นก็ได้แก่ ถนนหนทาง แนวรั้ว แถวต้นไม้ และสิ่งของเครื่องใช้ในบ้านทั่วไป แต่ก็มีเส้นอีกประเภทหนึ่งที่ไม่แสดงให้เห็นเป็นเส้นเด่นชัดในภาพถ่าย เพราะเป็นเส้นที่แอบแฝงและจะแสดงออกด้วยเรื่องราวของจุดสนใจ เช่น ทิศทางการเคลื่อนที่ของรถ เรือ ซึ่งผู้ถ่ายภาพมักจะเหลือพื้นที่ด้านหน้าไว้ให้รถหรือเรือแล่นไป ทิศทางการเคลื่อนที่ของลม เห็นได้จากการโน้มของกิ่งไม้ การโลดแล่นของเกลียวคลื่นในทะเล ภาพการแข่งขันชักคะเย่อของนักกีฬาก็เช่นกัน จะให้ความรู้สึกว่ามีแรงดึงดูดสายตาให้มุ่งไปในทิศทางที่ผู้แข่งขันโน้มตัวไปหรือดึงเชือกไป ภาพม้าวิ่งก็มีเส้นทางข้างหน้าตามทิศทางที่ม้าวิ่ง เป็นต้น

         เส้นนำสายตาที่แอบแฝงนี้จะให้ความรู้สึกที่รุนแรงและตื่นเต้นมากหรือน้อย  ขึ้นอยู่ที่ลักษณะการแสดงออกทางหน้าตาและท่าทางของจุดสนใจ  ร่วมกับลักษณะของเส้นแอบแฝงที่จะพาสายตาของผู้ชมให้ติดตามไป  แม้แต่ภาพของคนๆ หนึ่งที่ทอดสายตาไปยังสิ่งใดสิ่งหนึ่ง  สายตาที่มองไปก็คือเส้นที่แอบแฝงสามารถพาสายตาผู้ชมให้มองตามได้เช่นกัน

         ภาพถ่ายทุกภาพล้วนประกอบด้วยเส้นมากมาย ทั้งเส้นที่เปิดเผยและเส้นที่แอบแฝง การนำเส้นต่างๆ มาแสดงในภาพต้องใช้ความระมัดระวังพอสมควร เป็นต้นว่าเรื่องราวของภาพที่แสดงถึงความรัก ความอบอุ่น ก็ควรจัดให้มีเส้นคดเคี้ยวที่ให้ความรู้สึกอย่างเดียวกัน ส่วนเรื่องราวของภาพที่แสดงถึงความเข้มแข็ง รุนแรง ก็สามารถใช้เส้นตรงแสดงในภาพได้ เรื่องอย่างนี้นักถ่ายภาพส่วนใหญ่ก็มีความเข้าใจและรู้อยู่แล้วว่า ในการถ่ายภาพสาวสวย อย่าจัดให้เธอยืนตรงอย่างทหารเป็นอันขาด เมื่อมีวัตถุหลายๆ สิ่ง มีคนหลายๆ คน มีสีเดียวกันรวมอยู่ในที่เดียวกัน จะก่อให้เกิดเส้นซ้ำซ้อนขึ้น ลองสังเกตสิ่งที่อยู่ใกล้ๆ ตัว เช่น รถจอดอย่างเป็นระเบียบในลานจอดรถ ผู้คนกำลังยืนเข้าแถวตีตั๋วชมภาพยนตร์หรือยืนรอขึ้นรถประจำทาง ต้นไม้ที่ปลูกไว้เป็นแถวๆ ภาพของสิ่งที่เรียงรายอย่างเป็นระเบียบเหล่านี้ เป็นองค์ประกอบภาพที่สร้างความงดงามและความประทับใจให้แก่ภาพได้ดีทีเดียว ภาพลักษณะนี้ ตามภาษาภาพถ่ายเขาเรียกว่า "การแสดงซ้ำซากและล้อเลียน" ซึ่งจะกล่าวถึงในตอนต่อไป

สัญลักษณ์ของการแสดงออก

         ร่างกายของมนุษย์เป็นบ่อเกิดที่สำคัญของสัญลักษณ์ในการแสดงออก เวลาโกรธ เวลาดีใจหรือเวลาเสียใจ ลักษณะท่าทางของคนจะเปลี่ยนไปตามอารมณ์ที่เกิดขึ้นแต่ละครั้ง ซึ่งผู้ที่อยู่ใกล้ชิดจะรู้สึกคุ้นเคยจนไม่คิดอะไร แต่ถ้าพิจารณากันให้ดีๆ จะรู้ว่ามันเปลี่ยนไปตามอารมณ์จริงๆ รูปลักษณะของคนดังกล่าว  จึงถูกยึดถือเป็นโครงสร้างในการแสดงออกของอารมณ์ ดังต่อไปนี้

- เส้นตั้งตรง เหมือนคนยืน เหมือนต้นเสา ต้นไม้ เป็นสัญลักษณ์ของความมั่นคง เคร่งขรึม เอาจริงเอาจัง
          - เส้นตรงแนวนอน เป็นลักษณะของคนนอน ต้นไม้ล้ม หรือเส้นขอบฟ้า แสดงถึงอารมณ์ที่ราบเรียบ ผ่อนคลาย สงบเงียบ
          - เส้นทะแยงมุม เหมือนกับต้นไม้ใบหญ้าที่โอนเอนเมื่อถูกลมพัด ให้ความรู้สึกเคลื่อนไหวที่รุนแรง และความมีชีวิตชีวา
          - เส้นโค้งคดเคี้ยว ที่ต่อเนื่องอย่างนุ่มนวล เป็นความสนุกสนาน ความกลมกลืน และความเป็นหนุ่มเป็นสาว
          - เส้นที่แตกเป็นแฉกแหลมๆ เหมือนเส้นสายฟ้า เป็นสัญลักษณ์ของความโกรธ ความตื่นเต้นระทึกใจ
          - เส้นที่ตั้งขึ้นแล้วโค้งลงเหมือนไม้เลื้อย ให้อารมณ์หม่นหมอง เศร้าสลด เช่นเดียวกับคนก้มหน้าร้องไห้

    << Go Back