
ที่มา : http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=somdej&month=21-04-20
พิธีแบหลา เป็นพิธีที่แสดงถึงความซื่อสัตย์ของภรรยาที่มีต่อสามี เทียบได้กับพิธีสตีของอินเดียที่ภรรยาจะกระโดดเข้ากลองไฟตามสามี ซึ่งเชื่อว่าพิธีเหล่านี้ได้รับอิทธิพลจากอินเดียจะสังเกตได้ว่าบ่อเกิดแห่งวัฒนธรรมและอารยธรรมเหล่านี้มักจะมาจากอินเดีย เนื้อเรื่องตอนนี้อยู่ในละครในเรื่องอิเหนา ตอน ปัญหยีรบระตูบุศสิหนา เนื้อเรื่องกล่าวถึง อิเหนาได้ปลอมเป็นปันหยี (โจรป่า)พร้อมด้วยสี่พี่เลี้ยงเที่ยวรอเวลา ทำกลอุบายเข้าเมืองหยันหยาเพื่อให้ได้นางจินตราวาตี อิเหนาและพี่เลี้ยงทำตนเป็นโจรป่าซ่อมสุมกำลังอยู่ ระตูบุศหนาเพิ่งทำการอภิเษกกับนางดรสาขบวนผ่านมานมัสการพระฤาษีและต้องพักค้างคืนพอดี
เช้าตรูวันหนึ่ง ประสันตาพี่เลี้ยงไปต่อนกเขาที่เชิงผามะราปี เกิดมีเรื่องกับคนของระตูบุศสิหนา ต่างฝ่ายต่างทูลให้นายของตนได้ทราบเรื่องยุยงจนเกิดเป็นสงคราม ระตูบุศสิหนาออกรบกับปันหยีและต้องทวนตกม้าตาย พี่ชายทั้งสองของระตูบุศสิหนามีความเกรงกลัวปันหยีจึงมอบ สียะตราซึ่งอิเหนาปันหยีรับไว้ในฐานะน้องชาย มอบนางสการวตีและนางมาหยารัศมีในฐานะบาทบริจาริกา ความทราบถึงนางดรสาว่าสามีตาย นางจึงกระทำพิธีแบหลาคือการใช้กริชแทงตัวและโดดเข้ากลองไฟตายตามสามี สำหรับกระบวนรำดรสาแบหรา เป็นกระบวนรำอาวุธกริชของตัวละครที่เป็นตัวนาง โดยใช้กริชเล่มเดียวกับกริชของระตูบุศหนาสามี การแต่งกายจะแต่งกายด้วยชุดขาว สวมกระบังหน้ารำถือกริชเป็นวงกลมไปรอบๆ กองไฟหรือพระเมรุของระตูบุศสิหนา ผู้มีชื่อเสียงด้านกระบวนรำกริชดรสา คือ ท่านผู้หญิงแผ้ว สนิทวงศ์เสนี ท่านเล่าว่าท่านเป็นตัวนางดรสาและได้รำกริชดรสาเป็นที่พึงพอใจเจ้าฟ้าอัษฏางค์เดชาวุธมาก จนถึงโปรดให้เป็นหม่อมในพระองค์ เป็นแบบฉบับของแผนกกองการสังคีต และอีกประบวนรำหนึ่งคือ ฉบับของครูเฉลย ศุขะวนิช ที่สืบทอดในวิทยาลัยนาฏศิลป์โดยแต่งกายทั้งแบบยืนเครื่องและแบบชวา ต่อมาเมื่อกองการสังคีตกรมศิลปากรได้จัดแสดงอิเหนาแบบแต่งชวา ได้ให้ครูบุณนาค ทรรทรานนท์ ออกแบบท่ารำ ท่านได้ใช้ท่ารำแบบของเก่าและสอดใส่ท่ารำแบบชวาผสมเข้า เพื่อให้เหมาะสมกับการรำและแต่งกายแบบชวา
มาจากเรื่องอิเหนา เป็นตอนที่ระตูบุศสิหนาไปรบกับปันหยี(อิเหนา) แล้วพลาดท่าต้องทวนของปันหยีตกจากม้าสิ้นพระชนม์ทันที นางดรสาเสียใจมากจึงได้ทำพิธีแบหลา(ฆ่าตัวตาย)ตามพระสวามี ซึ่งในทางนาฏศิลป์ก็จะมีรำดรสาทรงเครื่อง เป็นการรำตอนที่นางดรสาแต่งกายนุ่งขาวห่มขาวเพื่อไปทำพิธีแบหลา แล้วจึงตามด้วยการรำกริชดรสา สามารถหาคำอธิบายท่ารำชุดดรสาทรงเครื่องได้จากหนังสือ รำเดี่ยวแบบมาตรฐาน(ตัวนาง)
|