
ที่มา : http://www.korattheatre.go.th/joom/index.php?option=com_content&
การแสดงโขน จำแนกเป็น ๕ ประเภทได้แก่
- โขนกลางแปลง แสดงบนพื้นดิน บริเวณลานกว้างหรือสนาม ไม่ต้องปลูกสร้างโรงแสดง ตกแต่งภูมิทัศน์และธรรมชาติโดยรอบให้เป็นฉาก มีวงปี่พาทย์ ๒ วง ปลูกเป็นร้านยกพื้นขึ้นทางฝ่ายพลับพลา วงหนึ่ง ทางฝ่ายลงกาวงหนึ่ง สำหรับบรรเลงเพลงหน้าพาทย์ประกอบกิริยาอาการของตัวแสดงแต่ละฝ่าย โขนกลางแปลงมีบทพากย์ บทเจรจา แต่ไม่มีบทร้อง
- โขนนั่งราว หรือ โขนโรงนอก เป็นการย่อรูปแบบของโขนกลางแปลงขึ้นมาแสดงบนโรง ไม่มีเตียงสำหรับตัวเอกนั่ง แต่ทำราวไม้พาดตามยาวของโรง เมื่อโขนแต่ละตัวแสดงบทของตนแล้วต้องกลับไปนั่งบนราวซึ่งเป็นเสมือนที่นั่งประจำตำแหน่ง มีวงปี่พาทย์ ๒ วง ปลูกร้านยกพื้นสูงกว่าพื้นโรงแสดง ด้านซ้ายวงหนึ่ง ด้านขวาวงหนึ่ง ผลัดกันบรรเลงเพลงหน้าพาทย์ต่าง ๆ มีบทพากย์ บทเจรจา ไม่มีบทขับร้อง โขนนั่งราวนี้ได้แก่ โขนที่แสดงในงานมหรสพหลวงสมัยโบราณ เช่นงานพระเมรุและงานฉลองพระอารามต่าง ๆ
- โขนโรงใน ต้องปลูกสร้างโรงหรือมีเวทีสำหรับแสดง เป็นการแสดงโขนปนกับละครใน คือมีบทพากย์ บทเจรจาเช่นเดียวกับโขนกลางแปลงและโขนนั่งราว และมีบทร้องซึ่งประกอบด้วยต้นเสียงและลูกคู่อย่างละครใน มีฉากหลังเป็นม่านอย่างละครในสันนิษฐานว่าโขนโรงในน่าจะมีมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลายและสืบทอดมากระทั่งถึงปัจจุบัน ในตอนปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมารทรงตั้งคณะ "โขนสมัครเล่น" โปรดฯ ให้ฝึกหัดมหาดเล็กในพระองค์แสดงโขนตามแบบแผนที่มีมาแต่โบราณ โขน คณะดังกล่าวดำเนินการแสดงตามวิธีของโขนโรงใน โขนของกรมศิลปากรที่จัดแสดงในโอกาสต่างๆ ทั้งการแสดงกลางแปลง การแสดงบนโรงที่มีฉากประกอบการแสดงและการแสดงบนโรงหน้าจอล้วนแสดงตามวิธีของโขนโรงในทั้งสิ้น
- โขนหน้าจอ "จอ" ในที่นี้หมายถึง จอผ้าขาวที่ใช้ในการแสดงหนังใหญ่ ภายหลังเมื่อใช้สำหรับแสดงโขนจึงดัดแปลงเป็น"จอแขวะ"คือเจาะด้านข้างของจอทำเป็นประตูมีซุ้มทั้ง ๒ ด้าน ประตูด้านขวาเขียนเป็นพลับพลาที่ตั้งทัพของพระราม ด้านซ้ายเป็นปราสาทราชวังอันหมายถึงกรุงลงกา จอหนังใหญ่แต่เดิมนั้นตั้งชิดกับพื้นดิน ต่อมามีการปล่อยตัวโขนออกแสดงสลับการเชิดหนังเรียกว่า " หนังติดตัวโขน" จนภายหลังปล่อยตัวโขนออกแสดงโดยไม่มีการเชิดหนัง แต่ยังคงตั้งจอไว้ตามขนบเดิม ซึ่งเป็นที่มาของ โขนหน้าจอ เมื่อไม่มีการเชิดหนังแล้วก็ไม่จำเป็นต้องก่อกองไฟที่พื้นดิน จึงยกพื้นจอขึ้นตั้งบนโรงเพื่อความสะดวกในการแสดง
- โขนฉาก คือโขนที่มีการสร้างฉากประกอบการแสดงขึ้นบนเวที ทำนองเดียวกับการแสดงละครดึกดำบรรพ์แต่วิธีแสดงเป็นแบบโขนโรงใน มีบทพากย์ บทเจรจา บทร้องท่าเต้นและกระบวนรำ ทั้งมีฉากที่สร้างขึ้นประกอบเพื่อให้เข้ากับเหตุการณ์บรรยากาศตามที่ปรากฏในเรื่อง โขนฉากนี้เกิดขึ้นในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เข้าใจว่าสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ทรงพระดำริให้มีขึ้น

ที่มา : http://www.korattheatre.go.th/joom/index.php?option=com_content&v
หัวใจของการแสดงโขนคือ ท่าเต้น ท่ารำ การแสดงออกด้วยท่าทางหรือนาฏลักษ์แทนภาษาพูด ผู้แสดงโขนต้องร่ำเรียนฝึกฝนการสื่อสารด้วยนาฏลักษณ์ ซึ่งการสื่อสารดังกล่าวจะสัมฤทธิผลสมบูรณ์หากผู้ชมเข้าใจในท่าทางที่สื่อสารอย่างครบถ้วน ฉะนั้นผู้ชมจึงต้องมีความเข้าใจในท่าทางที่ตัวโขนแสดงออก ทั้งขา แขน มือ ลำตัวและศรีษะเป็นต้น
อนึ่ง องค์ประกอบที่สำคัญยิ่งอย่างหนึ่งในการแสดงโขน คือวงดนตรีปี่พาทย์ ซึ่งต้องทำเพลงหน้าพาทย์ ด้วยเพลงตามขนบของการบรรเลง เช่น ตรวจพลฝ่ายยักษ์ทำเพลงกราวในตรวจพลฝ่ายลิงทำเพลงกราวนอกฯลฯ ผู้แสดงต้อง รำ เต้น ไปตามจังหวะและท่วงทำนองเพลงดนตรีปี่พาทย์ ผู้ชมที่เข้าถึงสุนทรียภาพของโขนได้อย่างลึกซึ้ง จึงควรต้องมีความเข้าใจเพลงหน้าพาทย์ด้วยว่า เพลงใดใช้เมื่อใดและใช้กับใคร

ที่มา:http://www.korattheatre.go.th/joom/index.php?option=com_content&view=a

|