|
ระบำกฤดาภินิหาร
ชื่อ ระบำกฤดาภินิหาร
ประเภทการแสดง ระบำ
ประวัติที่มา
ระบำกฤดาภินิหาร เป็นระบำที่กรมศิลปากรสร้างสรรรค์ขึ้นใหม่ ในราว พ.ศ.๒๔๘๖ ใช้วงดุริยางค์สากลบรรเลง โดยมีพระเจนดุริยางค์เป็นผู้เรียบเรียงเสียงประสาน ด้วยต้องการให้มีรูปแบบการแสดงที่แตกต่างไปจากระบำมาตรฐานที่ได้เคยแสดงมาและต้องการให้ทัน สมัยเหมาสมกับสถานการณ์ในยุคนั้น
"การปรับปรุงการแสดงตอนนี้ มุ่งหมายให้เป็นละครรำ แต่ให้กระทัดรัดเหมาะสมแก่กาลสมัย จึงต้องปรับปรุงขึ้นทั้งท่ารำ ทำนองร้อง และเพลงดนตรี ดังจะเห็นได้จากท่ารำที่เป็นแบบแผนของนาฏศิลป์ไทยแท้ ๆ ระคนกับการใช้บทอย่างแนบเนียนกระฉับกระเฉง เข้ากับทำนองดนตรี และขับร้องสนิทสนม ส่วนเพลงร้อง และทำนองดนตรีก็เป็นเพลงไทยโบราณแท้ หากแต่นำมาปะติดปะต่อเข้ากันเป็นชุด เพื่อให้เหมาะสมกลมกลืนกับคำร้องและท่ารำ บทร้อง และทำนองเพลง ท่ารำและเพลงดนตรีในระบำชุดนี้จึงนับเป็นรำบำไทยที่พยายามปรับปรุงตัวเองให้ทันสมัยชุดหนึ่ง"
การแสดงชุดนี้อยู่ในตอนท้ายเรื่องเกียรติศักดิ์ไทย (กรมศิลปากรได้ประพันธ์เป็นบทละครสร้างจากเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ สมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ ครองกรุงศรีอยุธยา) อันเป็นการร่ายรำของเหล่าเทวดานางฟ้า ที่ได้ทราบถึงความเจริญรุ่งเรืองบิ่งใหญ่ของชาติไทย จึงเกิดความปิติยินดีชื่นชมโสมนัส ต่างพากันมาอวยชัยให้พร ผู้แต่งบทร้องคือ นางสุดา บุษปฤกษ์ ผู้ประดิษฐ์ท่ารำคือ นางลมุล ยมะคุปต์ และนางศุภลักษณ์ ภัทรนาวิก (หม่อมครูด่วน) ผู้เชี่ยวชาญการสอนนาฏศิลป์ไทย กรมศิลปากร ด้วยความหมายอันเป็นมงคลของระบำชุดนี้ ต่อมาจึงนำออกแสดงในระบำชุดเอกเทศ มักใช้วงปี่พาทย์ไม้นวมในการบรรเลง แต่บางโอกาสก็คงใช้วงดุริยางค์สากลบรรเลงอยู่ การแสดงระบำชุดนี้ยังเป็นที่นิยมแสดงกันอย่างแพร่หลาย
รูปแบบ และลักษณะการแสดง
ระบำกฤดาภินิหาร มีลักษณะท่ารำเป็นระบำหมู่คู่พระ-นาง เสมือนหนึงว่าเหล่าเทวดา นางฟ้า มาร่วมอวยพรยินดีในเกียรติยศ ชื่อเสียงของประเทศไทย ท่ารำเป็นการตีบทตามคำร้องในเพลงครวญหา (ซึ่งทั้งลักษณะของท่าที่มีความหมายตรงกับคำร้องและท่าที่ความหมายสอดคล้องกับคำร้อง) และท่ารำในเพลงจีนรัว ผู้แสดงถือพานสำหรับโปรยดอกไม้ สามารถแสดงได้สองรูปแบบ คือรำตามบทร้องสี่คำกลอน แล้วตัดไปโปรยดอก ไม้ในเพลงจีนรัว ซึ่งใช้เวลาในการแสดง ๕ นาที และอีกบทหนึ่ง รำเต็มบทร้องหกคำกลอน โปรยดอกไม้ตามบทร้อง และในเพลงจีนรัวซึ่งใช้เวลาในการแสดง ๖ นาที
การรำแบ่งเป็นขั้นตอนต่าง ๆ ได้ดังนี้
ขั้นตอนที่ ๑ ออกท่ารำในท่ารำสอดสร้อย เพลงรัวดึกดำบรรพ์
ขั้นตอนที่ ๒ รำตามบทเพลงในเพลงครวญหา
ขั้นตอนที่ ๓ รำเข้าตามทำนองดนตรีในเพลงจีนรัว
ดนตรี และเพลงที่ใช้ประกอบการแสดง
ใช้วงปี่พาทย์ไม้นวม เพลงที่ใช้บรรเลงประกอบการแสดง เพลงรัวดึกดำบรรพ์ และครวญหา และเพลงจีนรัว
เครื่องแต่งกาย
ผู้แสดงแต่งกายยืนเครื่อง พระสวมเสื้อแขนสั้น ศิราภรณ์ชฎายอดชัย นางศิราภารณ์มงกุฏกษัตรีย์ อุปกรณ์ประกอบการแสดง คือพานสำหรับใส่ดอกไม้
 |
 |
| ที่มา : http://www.finearts.go.th/en/node/329 |
บทร้องระบำกฤดาภินิหาร
- ปี่พาทย์ทำเพลงรัวดึกดำบรรพ์ -
- ร้องเพลงครวญหา - |
ปราโมทย์แสน
ยินกฤดาภินิหารมหัศจรรย์
ต่างเต็มตื้นชื่นชมโสมนัส
แจ้วจำเรียงเสียงเพลงสดุดี
แล้วลีลาศเริงรำระบำร่าย
พรมน้ำทิพย์ปรุงปนสุคนธาร |
องค์อัปสรอมรแมนแดนสวรรค์
เกียรติไทยลั่นลือเลื่องเรืองรูจี
โอษฐ์เอื้อนอรรถอวยพรสุทรศรี
ดนตรีเรื่อยประโคมประโลมลาน
กรกรีดกรายโปรยมาลีสีประสาน
จักรวาลฉ่ำชื่นรื่นรมย์ครัน |
- ปี่พาทย์ทำเพลงจีนรัว - |
หมายเหตุ
ในการแสดงครั้งแรกใช้วงดุริยางค์สากลบรรเลง ต่อมานำออกแสดงเป็นระบำชุดเอกเทศ ใช้วงปี่พาทย์ไม้นวม เครื่องห้า หรือเครื่องคู่ หรือเครื่องใหญ่ บางโอกาสใช้วงดุริยางค์สากลบรรเลง ทำนองเพลงใช้ ได้แก่ เพลงรัวดึกดำบรรพ์ เพลงครวญหา และเพลงจีนรัว
โอกาสที่ใช้แสดง
เดิมใช้ประกอบการแสดงในตอนท้ายละครอิงประวัติศาสตร์ เรื่องเกียรติศักดิ์ไทย ต่อมานิยมจัดแสดงเป็นชุดเอกเทศ สามารถแสดงในงานมงคลรื่นเริงทั่วไป
|