| 1. ข้อใดไม่ใช่แนวคิดทางการสร้างสรรค์ผลงานของศิลปิน |
| |
1. เข้าใจในวัตถุประสงค์ของงานที่จะสร้างสรรค์ |
| |
2. เข้าใจในกลวิธีการทำงาน |
| |
3. มีคุณค่าทางสุนทรียภาพ |
| |
4. เข้าใจตลาดที่จะนำภาพไปจำหน่าย |
| |
| 2. วัสดุ อุปกรณ์ที่ไม่เหมาะกับการวาดเส้นคือข้อใด |
| |
1. ดินสอ |
2. ปากกา |
| |
3. ถ่านเกรยอง |
4. สีโปสเตอร์ |
| |
|
|
| 3. กระดาษวาดเขียนที่นิยมใช้ในการวาดภาพระบายสีคือข้อใด |
| |
1. กระดาษปรู๊ฟ |
2. กระดาษอาร์ต |
| |
3. กระดาษ 60 ปอนด์ |
4. กระดาษ 100 ปอนด์ |
| |
|
|
| 4. กระดาษอาร์ตเหมาะสำหรับใช้เขียนภาพประเภทใด |
| |
1. ภาพลายเส้นด้วยปากา |
2. ภาพลายเส้นด้วยสีชอล์ก |
| |
3. ภาพทิวทัศน์ด้วยสีน้ำ |
4. ภาพทิวทัศน์ด้วยสีโปสเตอร์ |
| |
|
|
| 5. ดินสอดำที่มีไส้ดินสอขนาดใหญ่และค่าน้ำหนักเข้มดำเป็นพิเศษคือข้อใด |
| |
1. ดินสอ 2B |
2. ดินสอ 4B |
| |
3. ดินสอ 6B |
4. ดินสอ EE |
| |
|
|
| 6. การค้นหาความหมายของผลงานว่าศิลปินต้องการสื่อให้ผู้ชมได้รับรู้ คือข้อใด |
| |
1. การพรรณาผลงาน |
2. การวิเคราะห์ผลงาน |
| |
3. การตีความผลงาน |
4. การระบุข้อมูลผลงาน |
| |
|
|
| 7. ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของการวิจารณ์ |
| |
1. ศิลปินได้ข้อคิด นำไปปรับปรุงพัฒนาผลงานให้ดีขึ้น |
|
| |
2. ผู้วิจารณ์มีความรู้ ความเข้าใจ และได้ชื่นชมงานศิลปะมากขึ้น |
|
| |
3. ศิลปิน ผู้ชม ผู้วิจารณ์ นักวิชาการได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็น |
|
| |
4. ผลงานศิลปะของศิลปินที่ถูกวิจารณ์มีคนสนใจ และมีราคาสูงขึ้น |
|
| |
| 8. การวิจารณ์งานศิลปะในโรงเรียน แบ่งผู้วิจารณ์ออกเป็น 3 กลุ่ม ข้อใดที่ไม่ใช่ |
| |
1. ครูศิลปะ |
2. นักเรียนในชั้นเรียน |
| |
3. นักเรียนเจ้าของผลงาน |
4. ผู้อำนวยการโรงเรียน |
| |
|
|
| 9. แฟ้มสะสมผลงานนักเรียนคือการเก็บรวบรวมผลงานของนักเรียนที่ผ่านการคัดเลือกโดยใคร |
| |
1. ครู |
2. นักเรียน |
| |
3. ผู้ปกครอง |
4. เพื่อนของนักเรียน |
| |
|
|
| 10. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของแฟ้มสะสมผลงาน |
| |
1. นักเรียนทำการคัดเลือกรายการต่างๆ ด้วยตัวเอง |
|
| |
2. ต้องมีเกณฑ์ในการคัดเลือก ตัดสินผลงาน |
|
| |
3. มีหลักฐานแสดงผลการประเมินตนเอง |
|
| |
4. มีการตรวจสอบ ลงนามโดยผู้อำนวยการโรงเรียน |
|
| |
| 11. การร้องรำทำเพลงของมนุษย์ในยุคแรกทำขึ้นเพื่ออะไร |
| |
1. เพื่อความสนุกสนาน |
|
| |
2. เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด |
|
| |
3. เพื่อเป็นการรวมหมู่กลุ่มแสดงพลัง |
|
| |
4. เพื่อเป็นการสวดมนต์อ้อนวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อช่วยให้ตนพ้นภัย |
|
| |
|
|
12. การรับรู้ความงามของดนตรีขึ้นอยู่กับปัจจัยข้อใดเป็นสำคัญ
|
| |
1. สภาพเศรษฐกิจ |
2. ระดับการศึกษา |
| |
3. การนับถือศาสนา |
4. อารมณ์ความรู้สึก |
| |
|
|
| 13. เพลงไทยประเภทใดที่ใช้บรรเลงประกอบการแสดงท่าทางของตัวละคร |
| |
1. เพลงเถา |
2. เพลงเรื่อง |
| |
3. เพลงโหมโรง |
4. เพลงหน้าพาทย์ |
| |
|
|
| 14. การผสมวงมโหรี ในสมัยปัจจุบันต้องมีเครื่องดนตรีชนิดใดจึงจะถูกต้องตามแบบแผน |
| |
1. กระจับปี่ |
2. ระนาดเอก |
| |
3. ซอสามสาย |
4. ขลุ่ยเพียงออ |
| |
|
|
| 15. ข้อใดกล่าวถึง concerto ได้ถูกต้อง |
| |
1. เป็นลักษณะการบรรเลงเดี่ยว (Solo) |
|
| |
2. หมายถึง การประชันหรือสู้กัน (Fighting of Contending) |
|
| |
3. เริ่มปรากฏหลักฐานตั้งแต่ยุคกรีก (Ancient Greek Music) |
|
| |
4. เป็นประเภทของบทเพลงที่ประกอบด้วย 4 ท่อน (Movement) |
|
| |
|
|
16. ข้อใดไม่ใช่บทเพลงที่ใช้ในวง Orchestra
|
| |
1. Mass |
2. Opera |
| |
3. Concerto |
4. Symphony |
| |
|
|
| 17. ระนาดเอก ไม่มีในวงดนตรีไทยข้อใด |
| |
1. วงปี่พาทย์ชาตรี |
2. วงปี่พาทย์นางหงส์ |
| |
3. วงมโหรีเครื่องเดี่ยว |
4. วงปี่พาทย์ดึกดำบรรพ์ |
| |
|
|
| 18. การผสมวงดนตรีในข้อใดที่เกิดก่อนและหลัง เรียงลำดับตามยุคสมัย |
| |
1. วงเครื่องสายเครื่องคู่ วงขับไม้ วงมโหรีเครื่องใหญ่ |
|
| |
2. วงปี่พาทย์เครื่องใหญ่ วงปี่พาทย์เครื่องคู่ วงปี่พาทย์เครื่องห้า |
|
| |
3. วงปี่พาทย์ดึกดำบรรพ์ วงเครื่องสายผสมเปียโน วงมโหรีเครื่องใหญ่ |
|
| |
4. วงขับไม้ วงปี่พาทย์เครื่องคู่ วงเครื่องสายผสมขิม |
|
| |
|
|
| 19. เครื่องดนตรีไทยในข้อใดเรียงลำดับการเกิดก่อนและหลัง ได้ถูกต้อง |
| |
1. ซอสามสาย ระนาดทุ้ม ระนาดเอกเหล็ก ขลุ่ยอู้ |
|
| |
2. ซอสามสาย ระนาดเอกเหล็ก ระนาดทุ้ม ขลุ่ยอู้ |
|
| |
3. ระนาดเอกเหล็ก ระนาดทุ้ม ขลุ่ยอู้ ซอสามสาย |
|
| |
4. ระนาดทุ้ม ระนาดเอกเหล็ก ขลุ่ยอู้ ซอสามสาย |
|
| |
|
|
| 20. บทเพลงในข้อใดที่มีวัตถุประสงค์ในการประพันธ์ เพื่อใช้ประกอบกิจกรรมในสังคม ไม่ใช่การฟังเพื่อความไพเราะ |
| |
1. เพลงงามแสงเดือน |
2. เพลงเดี่ยวนกขมิ้น |
| |
3. เพลงโหมโรงไอยเรศ |
4. เพลงราตรีประดับดาว |
| |
|
|
| 21. ข้อใดมีความสัมพันธ์กับเทพเจ้าแห่งเหล้าองุ่นพืชพันธุ์ธัญญาหาร |
| |
1. ไดโอไนซุส |
2. ไดโอไนซิส |
| |
3. เดือนมีนาคม |
4. ถูกทุกข้อ |
| |
|
|
22. ข้อใดไม่ใช่รูปแบบของละครกรีก |
| |
1. ต้องมีการชำระล้างจิตใจให้บริสุทธิ์ |
2. ตัวเอกต้องมีสถานะทางสังคมสูง |
| |
3. ตัวละครใช้ผู้ชายแสดง |
4. ดำเนินเรื่องจบภายใน 24 ชม. |
| |
|
|
| 23. ละครสมัยกลางเริ่มในปี ค.ศ. ใด |
| |
1. ค.ศ. 900 |
2. ค.ศ. 1000 |
| |
3. ค.ศ. 1100 |
4. ค.ศ. 1200 |
| |
|
|
24. ผู้ใดได้รับสมญานามว่าเป็นบิดาแห่งการเขียนบทละครตามแนวสัจนิยม
|
| |
1. คอมมีเดีย เดลลาร์เต |
2. เฮมริค อิบเซม |
| |
3. เชกเปีย |
4. ฟราน์ โมเซฟ ไฮเดิน |
| |
|
|
| 25. ละครที่เรียกว่า ลิเทอร์จิคัล ดรามา เป็นละครสั้นใช้ภาษาละติน เป็นละครประเภทใด |
| |
1. ละครสอนศีลธรรม |
2. ละครแนวอภินิหาร |
| |
3. ละครแนวมหัศจรรย์ |
4. ละครสร้างสรรค์ |
| |
|
|
| 26. การแสดงนาฏศิลป์ที่เป็นชุดเป็นตอนไม่เป็นเรื่องราว คือการแสดงนาฏศิลป์ประเภทใด |
| |
1. โขน |
2. ละคร |
| |
3. ระบำรำฟ้อน |
4. การแสดงพื้นเมือง |
| |
|
|
| 27. การแสดงที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นด้านการแต่งการ คนตรีประกอบการแสดง และท่าทางร่ายรำ คือการแสดงนาฏศิลป์ประเภทใด |
| |
1. โขน |
2. ละคร |
| |
3. ระบำรำฟ้อน |
4. การแสดงพื้นเมือง |
| |
|
|
| 28. ข้อใดคือการแสดงนาฏศิลป์ประเภทระบำ |
| |
1. ฉุยฉาย |
2. รองเง็ง |
| |
3. สาวไหม |
4. เทพบันเทิง |
| |
|
|
| 29. ข้อใดคือการแสดงนาฏศิลป์ประเภทรำ |
| |
1. ฉุยฉาย |
2. รองเง็ง |
| |
3. สาวไหม |
4. เทพบันเทิง |
| |
|
|
| 30. ข้อใดคือการแสดงนาฏศิลป์พื้นเมืองของภาคเหนือ |
| |
1. ฟ้อนแพน |
2. ฟ้อนภูไท |
| |
3. ฟ้อนเจิง |
4. ฟ้อนรัก |
| |
|
|
31. การแสดงโขนที่ใช้ในพระราชพิธีเรียกว่าอะไร
|
| |
1. โขนโรงใน |
2. โขนหลวง |
| |
3. โขนพิธี |
4. โขนโรงนอก |
| |
|
|
| 32. ข้อใดไม่นิยมนำมาแสดงในงานขึ้นบ้านใหม่ |
| |
1. รำพระรามตามกวาง |
2. ระบำเทพบันเทิง |
| |
3. ระบำกฤดาภินิหาร |
4. ฟ้อนมาลัย |
| |
|
|
| 33. การแสดงโขนหน้าไฟ นิยมแสดงในโอกาสใด |
| |
1. งานมงคล |
2. งานอวมงคล |
| |
3. งานพระราชพิธี |
4. งานเทศกาลต่างๆ |
| |
|
|
| 34. การละครสามารถบอกเรื่องราวสำคัญของมนุษยชาติได้อย่างไร |
| |
1. ความมีอารยะธรรม |
2. ขนบธรรมเนียมประเพณี |
| |
3. สภาพวิถีชีวิตความเป็นอยู่ |
4. ถูกทุกข้อ |
| |
|
|
| 35. นิทานไทยเรื่องใดต่อไปนี้เก่าแก่ที่สุด ในการนำมาแสดงเป็นละครไทย |
| |
1. มโนราห์ |
2. อิเหนา |
| |
3. ไกรทอง |
4. สังข์ศิลป์ชัย |
| |
|
|
| 36. ศิลปะการละครของไทยได้รับอิทธิพลมาจากชนชาติใด |
| |
1. ขอม |
2. พม่า |
| |
3. มอญ |
4. อินเดีย |
| |
|
|
| 37. การละครไทยสมัยรัตนโกสินทร์ รุ่งเรื่องมากในรัชกาลใด |
| |
1. รัชกาลที่ 1 |
2. รัชกาลที่ 2 |
| |
3. รัชกาลที่ 5 |
4. รัชกาลที่ 6 |
| |
|
|
| 38. ข้อใดมีความสำคัญที่สุดในด้านการละครในสมัยรัชกาลที่ 6 |
| |
1. เกิดละครดึกดำบรรพ์ |
2. ตั้งกรมศิลปากร |
| |
3. ตั้งกรมมหรสพ เพื่อดูแลโขนละคร |
4. ตั้งโรงละครปรีดาลัย |
| |
|
|
| 39. การแสดงนาฏศิลป์ที่เป็นชุดเป็นตอนไม่เป็นเรื่องราว คือการแสดงนาฏศิลป์ประเภทใด |
| |
1. โขน |
2. ละคร |
| |
3. ระบำฟ้อน |
4. ไม่มีข้อใดถูก |
| |
|
|
| 40. ข้อใดนิยมแสดงในงานอวมงคลมากที่สุด |
| |
1. ทะแยมอญ |
2. ระบำสุโขทัย |
| |
3. ระบำกรับ |
4. ระบำหน้าช้าง |
| |
|
|
| |