<< Go Back

เทคนิคการเขียนภาพทัศนียภาพ

             ทัศนียภาพเป็นเรื่องของมิติ  หรือ ระยะใกล้-ไกล ซึ่งสร้างสรรค์ให้เป็นงานศิลปะหรือการวาดภาพทัศนียภาพ  ด้วยองค์ประกอบสำคัญ 2 ประการได้แก่

              1. ทัศนียภาพแบบเส้น  (LINEAR   PERSPECTIVE) คือ การวาดภาพที่ใช้แนวเส้นขนานลากไปบรรจบกัน ณ จุดรวมสายตา (VANISTIING  POINT, V.P. ) บนเส้นระดับตา(EYE  LEVEL  LINE,  E.L.L.) หรือเส้นขอบฟ้า(HORIZONTAL LINE, H.L. )  และเส้นอื่นๆ  เมื่อมาประกอบกันเป็นภาพจะปรากฏการลดหลั่นของวัตถุสิ่งของทําให้รู้สึกได้ว่ามีระยะใกล้-ไกล

ภาพอาหารมื้อสุดท้าย (THE LAST SUPPER) ผลงานของเลโอนาร์โด ดาวินชี (Leonardo Davinei)
จิตรกรนําหลักการวาดทัศนียภาพแบบเส้นมาใช้เพื่อให้ภาพมีมิติใกล้-ไกล หรือตื้น-ลึกเหมือนจริง

ตัวอย่างภาพร่างทัศนียภาพแบบเส้น ที่ใช้เส้นแสดงระยะใกล้ กลาง และไกล
ในการออกแบบอาคารสถานที่

              2.  ทัศนียภาพแบบบรรยากาศ   (AERIAL  PERSPECTIVE)  คือการวาดภาพที่ใช้สีเพื่อให้เกิดบรรยากาศ   และมิติความตื้นลึก  โดยใช้ความชัดและความคลุมเครือของสี  เช่นภาพวาดทิวทัศน์สีของสิ่งที่วาดในระยะใกล้จะปรากฏชัด  และในระยะไกล  ภาพจะมีสีสันอ่อนลงจนกลมกลืนไปกับบรรยากาศของท้องฟ้า

ภาพทิวทัศน์ เทคนิคสีโปสเตอร์ ผลงานของอวยชัย  จินวรรณ เป็นทัศนียภาพแบบบรรยากาศ

ส่วนประกอบพื้นฐานในการวาดภาพทัศนียภาพมีจุดที่สำคัญ  ดังนี้
              1.  เส้นระดับตา  (EYE  LEVEL LINE  ,E.L.L.)  เป็นเส้นแนวนอนในระดับเดียวกับตาของผู้วาด   หรือเส้นขอบฟ้า(HORIZONTAL  LINE,H.L.) เป็นเส้นนอนแนวราบซึ่งแบ่งพื้นที่ระหว่างพื้นดินหรือ พื้นน้ำ กับท้องฟ้า
              2.   เส้นพื้น  (GROUND   LINE,  G.L.)  เป็นเส้นพื้นบนโลกที่วัตถุสิ่งของนั้นตั้งอยู่
              3.จุดรวมสายตา    (VANISHING  POINT,  V.P.)  เป็นจุดบนเส้นระดับตาหรือเส้นขอบฟ้าที่แนวเส้นแสดงความลึกของภาพลากไปบรรจบรวมกัน

ภาพแสดงเส้นระดับตา   เส้นพื้น  และจุดรวมสายตาที่ทำให้เห็นภาพกล่องเป็น 3 มิติ

              4.  จุดมอง (STATION POINT,S.P.)  เป็นตำแหน่งที่ผู้วาดมองเข้าไปยังวัตถุ  จะเห็นรูปทัศนียภาพต่างกัน จุดมองเห็นในทัศนียภาพมีหลายระดับได้แก่  ระดับต่ำกว่าสายตา (BRLOW   EYE  LEVEL,BIRDS EYE VIEW) ระดับสายตา(EYE LEVEL, MAN EYEVIEW) และสูงกว่าระดับสายตา (ABOVE  EYE  LEVEL, WORS VIEW) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับมุมมอง หรือตำแหน่งของผู้มอง

ภาพแสดงจุดมอง  (STATION  POINT)  ที่ทำให้เห็นระยะใกล้ กลาง และไกล

ระดับต่ำกว่าสายตา

ระดับสายตา

สูงกว่าระดับสายตา

              การวาดภาพทัศนียภาพแบบจุดรวมสายตาหนึ่งจุด    (ONE  POINT  PERSPECTIVE)เป็นการวาดภาพที่เกิดจากการมองรูปด้านใดด้านหนึ่งของสิ่งที่จะวาดในแนวเส้นตั้ง และเส้นนอนได้ฉากกันส่วนด้านลึกจะเป็นแนวเส้นเฉียง   และเส้นแสดงความลึกจะถูกลากไปบรรจบกันที่จุดรวมสายตาได้เพียงจุดเดียวบนเส้น ระดับตา หรือเส้นขอบฟ้า  จุดรวมสายตานี้อาจจะอยู่ด้านขวา  ด้านซ้าย หรือกึ่งกลางก็ได้

ทัศนียภาพแบบจุดรวมสายตาหนึ่งจุด

ภาพวาดบนถนนในชนบท  เทคนิคสีชอล์กแสดงการวาดทัศนียภาพแบบจุดรวมสายตาหนึ่งจุด

              การวาดภาพทัศนียภาพแบบรวมสายตาสองจุด    (TWO  POINT  PERSPRCTIVE) เป็นการวาดภาพที่เกิดจากการมองสิ่งที่เห็นจากเส้นแกนตั้งตรงมุม  ส่วน ด้านลึก จะเป็นแนวเส้นเฉียงเข้าไปทั้งสองด้าน  คือด้านขวาและด้านซ้าย  เส้นแสดงระยะใกล้-ไกล  ตื้น-ลึก  จะถูกลากไปบรรจบกันที่จุดรวมสายตาบนเส้นระดับตาสองจุด

ภาพวาดสีน้ำแสดงการวาดโดยใช้ทัศนียภาพแบบจุดรวมสายตาสองจุด

ภาพร่างเส้นทัศนียภาพแบบจุดรวมสายตาสองจุด

เทคนิคการวาดภาพทิวทัศน์

                ภาพทิวทัศน์ (VIEW) ในทางจิตรกรรมหมายถึง ภาพวาดที่เกิดจากการเราได้สัมผัสรับรู้ในความงามของรูปทรง   สัดส่วน   สีสัน   และบรรยากาศ   ที่ปรากฏในธรรมชาติของภูมิประเทศ  บันทึกเก็บไว้เพื่อชื่นชม  เช่น  ภาพบ้านเรือนอยู่ในท้องนา    ภาพป่าเขาลําเนาไพรที่สายธารไหลผ่าน  เป็นต้น ภาพทิวทัศน์แบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่  ภาพทิวทัศน์บก (LANDSCAPE)    ภาพทิวทัศน์สิ่งก่อสร้าง   (ARCHITECTURAL   LANDSCAPE) และ  ภาพทิวทัศน์ทะเล   (SEASCAPE)

                1. ภาพทิวทัศน์บก   (LANDSCAPE)  เป็นภาพวาดที่มุ่งแสดงความงามของธรรมชาติบริเวณส่วนใหญ่ เป็นพื้นดิน  ประกอบไปด้วยทุ่งหญ้า   ทุ่งนา   ต้นไม้   ดอกไม้   ป่าเขา  นํ้าตก   แม่นํ้า  ลําธารโดยมีท้องฟ้าเป็นพื้นหลัง   และอาจมีภาพคน สัตว์ เป้นสิ่งเสริมช่วยให้ภาพดูมีชีวิต และมีความงดงามยิ่งขึ้น เช่น

ภาพท่องป่า เทคนิคสีน้ำ ผลงานของสุชาติ  วงษ์ทอง

                2. ภาพทิวทัศน์สิ่งก่อสร้าง     (AECHITECTURAL   LANDSCAPE) เป็นภาพวาดที่มุ่งแสดงความงามของภาพสิ่งก่อสร้าง   อาคารบ้านเรือน  ในด้านรูปทรงและแสงเงา  โดยมีธรรมชาติอื่นๆเป็นส่วนประกอบ ช่วยลดความแข็งกระด้างของเส้นทางสิ่งก่อสร้างหรือ  งานสถาปัตยกรรม  เพื่อทําให้ภาพแลดูมีชีวิต  และดูงามตาขึ้น

ภาพทิวทัศน์สิ่งก่อสร้างในทิเบต เทคนิคสีน้ำ

                3.  ภาพทิวทัศน์ทะเล  (SEASCAPE) เป็นภาพวาดที่มุ่งแสดงความงามของธรรมชาติทางทะเล และ สิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องในภาพจะประกอบไปด้วย   ท้องฟ้า  นํ้าทะเล    ลูกคลื่น  เกาะ  ภูเขา โขดหิน  เรือ  หาดทราย   และอาจมีภาพต้นไม้ริมชายหาดบ้านชาวประมง  ภาพคน  นกนางนวลเป็นส่วนเสริมให้ดู มีชีวิตชีวายิ่งขึ้น   เช่น

ชื่อภาพคู่รัก เทคนิคสีน้ำ ผลงานของสุชาติ  วงษ์ทอง

                การวาดภาพทิวทัศน์สิ่งที่สําคัญคือจะต้องมีการกําหนด ระยะของภาพ   เพื่อช่วยให้ภาพดูมีมิติ  ตื้น-ลึก  ใกล้-ไกลและสมจริงขึ้น  จึงมีการแบ่งระยะของภาพไว้ 3ระยะได้แก่
                 1. ระยะใกล้  (FOREGROUND)  คือสิ่งต่างๆที่อยู่ตอนหน้าในภาพวาดและอยู่ชิดขอบล่างของภาพ   การให้ค่านํ้าหนัก  ของเส้น  สี  แสงเงา จึงควรชัดเจน  เพื่อ ทําหน้าที่นําสายตาไปสู่จุดสนใจ หรือ จุดเด่นของภาพ
                2. ระยะกลาง   (MIDDLE  GROUND)  คือสิ่งที่แสดงมิติความลึกถัดจากระยะหน้าหรือระยะใกล้   ในระยะกลางนี้ผู้วาดนิยมใช้เป็นตําแหน่งวางจุดเด่นของภาพและส่วนประกอบอื่นๆที่ช่วยให้ภาพเกิดความสมดุล  การให้ค่านํ้าหนักของเส้น   สี   แสงเงา  จะหม่นลงไม่ชัดเจนเท่าระยะหน้า
                3.ระยะไกล     (BACK  GROUND)   คือส่วนที่อยู่ไกลออกไปมากและทําหน้าที่เป็นฉากหลัง ระยะนี้ภาพที่วาดจะมีขนาดเล็กมองเห็นเลือนรางไม่ชัดเจน เช่น ทิวไม้  ภูเขา  ที่มีนํ้าหนักสีกลมกลืนไปกับบรรยากาศ เป็นต้น

ชื่อภาพ “อิงแอบ” เทคนิคสีน้ำ ผลงานของนพดล  เนตรดี
เป็นภาพทิวทัศน์แสดงการใช้ค่านํ้าหนักเส้น  สี แสงเงา ของระยะภาพใกล้   กลาง  ไกล

ขั้นตอนการวาดภาพทิวทัศน์   มีลําดับขั้นตอนดังนี้
                1. การเลือกมุมวาดภาพและการจัดภาพ
                การเลือกมุมวาดภาพโดยใช้กระดาษแข็งตัดเป็นมุมฉากคลายรูปตัวแอล สองตัวนํามาประกบกันใช้คลิบหนีบกระดาษให้ติดกันทําเป็นกรอบช่องสี่เหลี่ยมเรียกว่า ช่องหาสนามภาพ       เพื่อไว้ใช้ส่องเลือกมุมที่จะวาด และจัดภาพได้อย่างเหมาะสม

ภาพแสดงการใช้ช่องหาสนามภาพ  เพื่อเลือกทิวทัศน์สวยงามสําหรับวาด

                การจัดภาพ      ในขณะที่เราใช้ ช่องหาสนามภาพ   ส่องเลือกมุมวาดภาพควรคิดคํานึงถึงวิธีการจัดภาพให้เกิดคุณค่าทางความงามควบคู่กันไปด้วย  โดยการนําส่วนประกอบต่างๆของศิลปะที่มองเห็น  เช่นจุด เส้น  รูปร่าง  รูปทรง  ขนาด  สัดส่วน  แสงเงา   สี บริเวณว่าง  และพื้นผิว มาจัดให้มีเอกภาพ(UNITY) ความสมดุล  (BALANCE)  และจุดสนใจ   (POINT OF INTEREST)  หรืจุดเด่น  (DOMINANCE)

                การวางตําแหน่งจุดสนใจของภาพนิยมจัดวางไว้ในระยะใกล้  หรือ  ระยะกลางแต่ไม่ควรวางไว้ตรงกลางของภาพ  เพราะจะทำให้รู้สึกหยุดนิ่งไม่เคลื่อนไหว  จุดสนใจที่ดีควรมีเพียงจุดเดียว


ภาพแสดงตำแหน่งที่ใช้วางจุดสนใจของ ภาพโดยเลือกจุดใดจุดหนึ่งที่เห็นว่าเหมาะสมงดงาม

                2.  การร่างภาพ     การนำเส้นทัศนียภาพมาใช้ในการร่างภาพ  เพื่อให้ถูกต้องตามที่เห็นจากสภาพจริง   โดยเริ่มจากการลากเส้นระดับตาหรือเส้นขอบฟ้าแบ่งพื้นที่บริเวณท้องฟ้าและบริเวณส่วนพื้นก่อน  กำหนดจุดรวมสายตาของภาพวัตถุสิ่งของที่จะเขียนไว้บนเส้นระดับตา  เพื่อจะได้ร่างโครงรูปรวมได้สัดส่วนที่ถูกต้อง ด้วยเส้นเบาๆ   แล้วค่อยใส่รายละเอียด

                3.  การกำหนดแสงเงา    เมื่อร่างภาพเสร็จจึงกำหนดแสงและเงาตามที่ปรากฏต่อสายตา  หรือกำหนดให้แสงเข้าจากทิศทางใดทิศทางหนึ่งลงในภาพ    ด้วยการใช้ดินสอร่างส่วนของแสงและเงาเบาๆ  เพื่อสะดวกในการระบายสีและให้เกิดน้ำหนักแสงเงาต่อไป

                    

ภาพแสดงการแบ่งพื้นที่คร่าวๆเพื่อการลงน้ำหนักแสงเงา

                4.  การแรเงาและการระบายสี    เมื่อแบ่งพื้นที่ของแสงและเงาได้แล้วจึงใช้เทคนิคหรือกลวิธีสร้างสรรค์ผลงาน ด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่งของการวาดเส้น (DRAWING)  เช่นการใช้ดินสอแรเงาหรือจะเลือกใช้ เทคนิค ของงานจิตรกรรม  (PAINTING)   เช่น  การระบายสีน้ำ    สีโปสเตอร์  และ  สีชอลก์   เป็นต้น
                การวาดภาพทิวทัศน์อาจเริ่มแรเงา  หรือระบายสีจากระยะไกลมาหาระยะใกล้  หรือ  จะใช้ระยะใกล้ไปหาระยะไกลก็ได้  แต่ต้องคุมน้ำหนักของแสงและเงาและสีให้มีความแตกต่างกันในเรื่องของระยะภาพ     ระยะใกล้ให้มีน้ำหนักแสงเงาและสีชัดเจน ระยะกลางให้ความชัดเจนหม่นลงเล็กน้อย เพื่อผลักให้ระยะมีความแตกต่างกัน ระยะไกลให้หม่นและจางลงกว่าระยะกลาง  เพื่อให้ภาพมีมิติที่งดงามสมจริง

                5.  การเน้นและการตกแต่ง   หลังจากการแรเงาหรือระบายสีเสร็จโดยรวมแล้ว   จึงนำภาพมาเน้นให้คมชัดและเก็บรายละเอียดอีกครั้ง  เพื่อให้ภาพมีความงามสมบูรณ์ยิ่งขึ้น


<< Go Back