<< Go Back

               แสงเงา  (LIGHT & SHADE)  หมายถึง  แสงจากธรรมชาติหรือแสงไฟที่ส่องมากระทบวัตถุให้เกิดส่วนสว่างบริเวณที่แสงกระทบ  และเกิดเงาบริเวณตรงกันข้ามกับแสง  รวมทั้งเกิดเงาตกทอดของวัตถุนั้นลงในทิศทางที่ตรงกันข้ามกับแสงอีกด้วย  ดังนั้นแสงเงาจึงมีความสัมพันธ์กัน  ช่วยส่งเสริมสร้างงานให้มีคุณค่าในการสร้างมิติ  ตื้น  ลึก  มีระยะใกล้ไกลและมีคุณค่าทางความงามเหมือนจริง

แสงเงากับการนำมาใช้ในงานทัศนศิลป์
                การนำคุณค่าของแสงเงามาใช้ในงานทัศนศิลป์  แบ่งออกเป็น  2  ลักษณะใหญ่ ๆ ได้แก่  การนำแสงเงามาใช้เพื่อแสดงอารมณ์และความรู้สึกของผลงานและการนำแสงเงามาใช้  เพื่อแสดงมิติของผลงาน
                1.  การนำแสงเงามาใช้เพื่อแสดงอารมณ์และความรู้สึกของผลงาน
               
เป็นการนำแสงเงามาใช้เพื่อกระตุ้นให้ผู้สัมผัสรับรู้ผลงานทัศนศิลป์เกิดอารมณ์และความรู้สึกคล้อยตาม  เช่น  จิตรกรใช้แสงเงาในงานวาดเส้น  จิตรกรรม  ทำให้เกิดบรรยากาศของกาลเวลา   รู้สึกว่าเป็นเวลาเช้า  กลางวัน   หรือ  เย็น โดยใช้แสงเงามืดให้ดูมืดครึ้ม  ลึกลับ  น่ากลัว  แสงสว่างนุ่มนวลให้ความรู้สึกอ่อนไหว  แสงหม่นให้ความรู้สึกสงบเงียบ  แสงส่องจากด้านบนหรือด้านล่างในการเขียนภาพเทวรูป  คน  ผี  จะให้ความรู้สึกน่ากลัวเพิ่มขึ้น  งานประติมากรรม  สถาปัตยกรรม  จะได้อารมณ์  ความรู้สึกชวนขนหัวลุก  เสมือนอาคารหลังนี้มีวิญญาณล่องลอยอยู่  การจัดแสงให้งานสถาปัตยกรรมให้ส่องเป็นจุดตามความงามและประโยชน์ใช้สอย  จะให้ความรู้สึกทางบรรยากาศได้ดีกว่าเปิดสว่างจ้าไปหมด  เป็นต้น

ปีศาจมัมมี่
ภาพประกอบนิยายประเภทสยองขวัญ ใช้วิธีกำหนดแสงเข้าทางด้านล่าง ทำให้เกิดเงาในภาพชวนให้น่ากลัว

                2. การนำแสงเงามาใช้เพื่อแสดงมิติของผลงาน
               
เป็นการนำแสงเงามาใช้แก้ปัญหาในงานทัศนศิลป์เพื่อให้เกิดความงามทางด้านมิติด้วยการเห็น  หรือรู้สึกว่าภาพมีระยะใกล้  ไกล  ตื้น  ลึก  หนา  บาง  กลม  นูน  เหลี่ยม  เว้า  เช่น  จิตรกรรม  ภาพสาวใช้รินน้ำนม  ผลงานของเฟอร์เมร์  ภาพแม่พระและเซนต์แอนน์  ผลงานของเลโอนาร์โด  ดา  วินซี  ภาพตึกรามบ้านช่อง   ผลงานของสุชาติ  วงษ์ทอง  งานวาดเส้นแรเงา ภาพแมวสยาม  ผลงานของแกลดิส  เอเมอสัน  (GLADYS  EMERSON  COOK)  งานประติมากรรมและสถาปัตยกรรม   สายัณห์กับรุ่งอรุณ  ผลงานของไมเคิล  แอนเจโล  เป็นต้น

                สี  (COLOUR)  หมายถึง  ลักษณะความเข้มของแสงที่ส่องมากระทบตาเราให้เห็นเป็น  สีขาว  ดำ  แดง  เขียว  เหลือง  น้ำเงิน  เป็นต้น
                สีมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับแสงเป็นอันมาก  เมื่อเราอยู่ในความมืดโดยไม่มีแสง  เราก็จะไม่สามารถมองเห็นสีได้  และสียังเป็นทัศนธาตุทางศิลปะที่สำคัญในการใช้บันทึกรูปแบบจากสิ่งที่ตาเห็นหรือจากสิ่งที่เกิดจากจินตนาการ  และบันทึกอารมณ์ความรู้สึกให้ผลงานเกิดความงามตามความคิดสร้างสรรค์

สีกับการนำมาใช้ในงานทัศนศิลป์
                การนำคุณค่าสีมาใช้ในงานทัศนศิลป์  แบ่งออกเป็น  4  ลักษณะใหญ่ ๆ  ได้แก่  การนำมาใช้เพื่อแสดงความงามและความแตกต่างของรูป  การนำมาใช้เพื่อแสดงมิติความตื้นลึกของผลงาน  การนำมาใช้เพื่อแสดงอารมณ์และความรู้สึก   และการนำมาใช้เพื่อเป็นสัญลักษณ์สื่อแทน
                1.  การนำมาใช้เพื่อแสดงความงามและความแตกต่างของรูป  เป็นการนำสีมาใช้เพื่อกำหนดรูปร่าง  รูปทรง  ที่มนุษย์สร้างสรรค์ขึ้นในงานทัศนศิลป์  ได้แก่รูปร่าง รูปทรงในธรรมชาติ   รูปร่าง   รูปทรงในสิ่งแวดล้อมที่มนุษย์สร้างขึ้น  เพื่อให้เกิดความกลมกลืน  ความแตกต่าง  และมีความเด่นเป็นที่สนใจในการมองเห็น  ทั้งนี้จะได้แยกแยะออกว่าเป็นสิ่งใด  เช่น  จิตรกรรม  ภาพพระคริสต์สีเหลือง (THE  YELLOW  CRIST)  โดย  โปล  โกแกง  ใช้สีแสดงความเป็นรูปของพระคริสต์  ไม้กางเขน  ต้นไม้  และอื่น ๆ  ให้เกิดความสวยงามแตกต่างกัน  ภาพเก้าอี้สีเหลือง  (THE  YELLOW  CHAIR)  โดย  วินเซนต์  แวนโกะ  ใช้สีเหลืองกำหนดความชัดเจนของเก้าอี้ให้เห็นความแตกต่างกับพื้นและผนัง  งานประติมากรรมบางชิ้นใช้สีทา  หรือ  เคลือบ  เพื่อให้มีลักษณะเด่น  หรือมีความเหมือนธรรมชาติ  อาทิ    รูปสลักครึ่งองค์ของฟาโรห์ตุตันคาเมน  ทำด้วยไม้ทาสีและปิดทองของอียิปต์  เทพเจ้าและเทพธิดาของอินเดีย  จีน  ทำด้วยเครื่องปั้นดินเผาเคลือบสี  แต่ส่วนใหญ่จะนิยมใช้สีของวัสดุที่เป็นธรรมชาติของไม้  ปูน  โลหะ  แสดงความงาม  งานสถาปัตยกรรมใช้สีทาตกแต่งให้เกิดความสวยงามกลมกลืนและแตกต่างกันของอาคารสิ่งก่อสร้างกับธรรมชาติแวดล้อม  ฝาผนังกับกรอบบานหน้าต่าง  อาคารกับหลังคา  เป็นต้น

          

                2.  การนำมาใช้เพื่อแสดงมิติความตื้นลึกของผลงาน  เป็นการนำสีมาใช้ให้เกิดการมองเห็นในด้านมิติของระยะใกล้  ไกล  ตื้น  ลึก  ในผลงาน  เช่น  จิตรกรรมใช้วิธีสร้างมิติของภาพโดยการนำทัศนียวิทยาของสี  (COLOUR  PERSPECTIVE)  มาใช้ถ่ายทอด  บันทึกลงบนพื้นระนาบรองรับ  2  มิติ  ลวงตาให้ภาพนั้นมีระยะใกล้  ไกล  หลักการใช้ทัศนียวิทยาของสี  คือในระยะใกล้ของภาพสีชัดเจน  ระยะห่างไกลออกไปยิ่งอ่อนจางลง  เช่น  จิตรกรรม  ภาพโมนาลิซา  ของเลโอนาร์โด  ดา  วินซี  ภาพแหลม ของเมืองอองทิป (CAP  D’  ANTIBES)  ของ  โคล้ด  โมเน่ต์   ส่วนงานประติมากรรมซึ่งมีลักษณะ  3  มิติอยู่แล้ว  สีจึงมีบทบาทน้อย  งานสถาปัตยกรรมมีการใช้สีลวงตาเพื่อสร้างความรู้สึกทางมิติให้ลักษณะของห้อง  เสา  และคาน  มองดูมีความตื้น  ลึก  หนา  บาง  ด้วยการนำลักษณะของสี ๆ  เดียว  ค่าน้ำหนักของสีหลายสี  สีของวัสดุก่อสร้างมาช่วยสร้างสรรค์  เป็นต้น

                3.  การนำมาใช้เพื่อแสดงอารมณ์และความรู้สึก
               
เป็นการนำจิตวิทยาของสีมาใช้เพื่อกระตุ้นให้ผู้ชมเกิดอารมณ์และความรู้สึกคล้อยตามอารมณ์ของภาพ  หรือ  ตามเจตนาของศิลปินที่ต้องการให้รู้สึกสยดสยอง  ตื่นเต้น  เงียบเหงา  วังเวง  เศร้าหมอง  สดชื่น  แห้งแล้ง  และบรรยากาศของเวลาเช้า  กลางวัน  เย็น  กลางคืน  สีจึงเป็นทัศนธาตุสำคัญทีมีอิทธิพลเหนือจิตใจ  และเสริมให้ภาพมีจิตวิญญาณหรือความรู้สึกอีกด้วย

อารมณ์และความรู้สึกของสี
                สีแดง                     ให้ความรู้สึก  ร้อนแรง  ตื่นเต้น   เร้าใจ  อันตราย  กล้าหาญ  มีอำนาจ
                สีเหลือง                 ให้ความรู้สึก  สว่าง  สดใส  ร่าเริง  เลื่อมใส  ศรัทธา
                สีน้ำเงิน                 ให้ความรู้สึก  สุภาพ  หนักแน่น  เย็นสบาย  สงบ  เงียบขรึม
                สีส้ม                       ให้ความรู้สึก  สนุกสนาน  ร่าเริง  กระปรี้กระเปร่า
                สีเขียว                    ให้ความรู้สึก  ร่มรื่น  สดชื่น  เย็นตา  มีชีวิต  เจริญงอกงาม
                สีม่วง                      ให้ความรู้สึก  เศร้า  ผิดหวัง  ฝัน  แปลก  โดดเดียว  ลี้ลับ
                สีฟ้า                        ให้ความรู้สึก  นุ่มนวล  สะอาด  สดใส  สงบเสงี่ยม  เรียบร้อย
                สีชมพู                     ให้ความรู้สึก  สดใส  สดชื่น  นุ่มนวล อ่อนหวาน  น่ารัก
                สีน้ำตาล                  ให้ความรู้สึก  หนักแน่น  เงียบขรึม  เก่าแก่  แห้งแล้ง
                สีเทา                        ให้ความรู้สึก  สงบเงียบ  สุภาพ  สุขุม  เป็นกลาง  ชรา
                สีดำ                         ให้ความรู้สึก  หดหู่  เศร้าใจ  ทุกข์  ลึกลับ  มืด  หนักแน่น
                สีขาว                       ให้ความรู้สึก  สะอาด  บริสุทธิ์  สดใส  สว่าง  ใหม่

                สีกับความรู้สึกดังกล่าวมิใช่เป็นข้อสรุปตายตัว  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความรู้สึกและภูมิหลังของคนหรือสังคมนั้น   ตลอดจนการนำไปใช้ร่วมกับสีหรือทัศนธาตุอื่น ๆ อย่างไร  เช่น  สีขาวบางครั้งหมายถึง    ความขี้ขลาด  การยอมแพ้       สีดำหมายถึงใต้พิภพ     สีเหลืองหมายถึงการอิจฉา  ทรยศ       สีฟ้าหมายถึงสวรรค์  เป็นต้น
                ตัวอย่างการนำสีมาใช้เพื่อแสดงอารมณ์และความรู้สึก  เช่น  จิตรกรรมภาพ  ความประทับใจยามพระอาทิตย์ขึ้น  ของ  โคล้ด  โมเนต์  ให้ความรู้สึกบรรยากาศของอาทิตย์ขึ้นยามรุ่งอรุณ   ภาพฝูงกาเหนือทุ่งข้าวสาลี  ของ  วินเซนต์  แวนโกะ   ใช้สีน้ำเงิน สีดำ  แสดงอารมณ์เศร้าอันกดดัน  และความอ้างว้างเปล่าเปลี่ยว  งานออกแบบตกแต่งอาคารใช้สีสดใสกับห้องเด็กเพื่อเพิ่มความมีชีวิตชีวา และกระตุ้นอารมณ์ความคิดสร้างสรรค์ให้เด็กมีพัฒนาการทางสมอง  ห้องน้ำใช้วรรณะเย็นเพื่อความรู้สึกผ่อนคลาย  ห้องทำความเย็นใช้สีวรรณะอุ่นเพื่อลดความรู้สึกหนาวสั่นของคนทำงาน  งานออกแบบตัวอักษรใช้สีแดงเพื่อให้เกิดความรู้สึกและอารมณ์ที่สัมพันธ์กับคำว่าเลือด  ร้อน  อันตราย  เป็นต้น

      

                4.  การนำมาใช้เพื่อเป็นสัญลักษณ์สื่อแทน  เป็นการนำสีมาใช้เพื่อกำหนดเป็นสัญลักษณ์สื่อแทน  อาทิเช่น  งานจิตรกรรมไทยใช้สีเขียวเป็นสัญลักษณ์ของพระอินทร์  และพระราม  จิตรกรรมอียิปต์ใช้สีเขียวเป็นสัญลักษณ์ของเทพเจ้าโอสิริส  งานออกแบบเครื่องหมายสัญลักษณ์ใช้สีสื่อให้รู้คือ  สีแดงบอกถึงอันตราย  สีเหลืองเตือนให้ระวัง  ซึ่งจะเห็นได้จากเครื่องหมายจราจร   งานออกแบบธงประจำชาติ  องค์กร  สโมสร  ใช้สีกำหนดความหมายในธงชาติไทยใช้สีแดงแทนชาติ    สีขาว  แทนศาสนา   สีน้ำเงินแทนพระมหากษัตริย์  สถาปัตยกรรมจีนใช้สีแดงสื่อถึงความอุดมสมบูรณ์   ชาวสุเมเรียนใช้สีเป็นสัญลักษณ์ในหอคอยซิกกูรัต  (ZIGGURAT)  ซึ่งสร้างไว้ให้พระทำพิธีติดต่อกับพระเจ้า  พื้นที่ในส่วนที่หนึ่งเป็นลานโล่งใช้สีขาว   สีดำเป็นสัญลักษณ์ของสิ่งที่อยู่ใต้พิภพ  ส่วนที่สองมีสีแดงเป็นตัวแทนเกี่ยวกับโลก  ส่วนที่สามมีแท่นบูชาสีน้ำเงิน   ส่วนที่สี่ซึ่งเป็นยอดสุดมีสีทอง  เป็นสัญลักษณ์ของสวรรค์  และดวงอาทิตย์  เป็นต้น

 


  << Go Back