<< Go Back

                บริเวณว่าง   (SPACE)  หมายถึง  ช่องว่างหรือพื้นที่ว่างที่ล้อมรอบรูปร่าง  รูปทรง  ระยะห่างระหว่างรูปร่างกับรูปร่าง   รูปทรงกับรูปทรง   และพื้นที่ว่างภายในรูปทรง   บริเวณว่างเหล่านี้จะช่วยให้รูปภาพมีลักษณะปลอดโปร่ง  สบายตา  ดูไม่อึดอัด  ทึบตัน  ให้ความรู้สึกแปลกใหม่และผ่อนคลาย
บริเวณว่างกับการนำมาใช้ในงานทัศนศิลป์
                การนำคุณค่าของบริเวณว่างมาใช้ในงานทัศนศิลป์   แบ่งออกเป็น  3  ลักษณะใหญ่ ๆ  ได้แก่  การนำมาใช้เพื่อจัดพื้นที่ การนำมาใช้เพื่อเสริมสร้างความชัดเจนของรูปและมิติ  และการนำมาใช้เพื่อให้เกิดอารมณ์และความรู้สึก
                1.  การนำมาใช้เพื่อจัดพื้นที่  เป็นการนำบริเวณว่างมาใช้ในงานทัศนศิลป์  เพื่อจัดพื้นที่ให้เกิดความงามด้านการจัดองค์ประกอบศิลป์   และประโยชน์ใช้สอยอย่างเหมาะสม
                ในด้านความงาม  เช่น  ในงานการเขียนภาพต้องคำนึงถึงการจัดอัตราส่วนของพื้นที่รูปกับบริเวณว่างให้ได้สัดส่วนเหมาะสมกับขนาดภาพ   ถ้าบริเวณว่างมากไปจะทำให้รูปในภาพเล็ก  เวิ้งว้างไม่สวยงาม   การเขียนตัวอักษรในงานพาณิชยศิลป์ ต้องคำนึงถึงการจัดบริเวณว่างระหว่างตัวอักษรให้มีระยะห่างพอเหมาะเพื่อให้อ่านง่ายและดูสวยงาม  เป็นต้น

                ในด้านประโยชน์ใช้สอย   เช่น  งานมัณฑนศิลป์ต้องคำนึงการจัดพื้นที่ห้องให้สัมพันธ์กับบริเวณว่างที่จะใช้งานเครื่องเรือนต้องมีบริเวณว่างเพียงพอต่อการใช้งาน  และมีพื้นที่ว่างสำหรับสัญจร  ถ้าแคบไปจะใช้งานไม่สะดวกหรือเดินลำบาก  เป็นต้น

                2. การนำมาใช้เพื่อเสริมสร้างความชัดเจนของรูปและมิติ  เป็นการนำบริเวณว่างมาใช้ในงานทัศนศิลป์เพื่อเสริมสร้างความชัดเจนของรูปร่าง  รูปทรง  และระยะใกล้  ไกล  ตื้น  ลึก  ช่วยให้มองเห็นกายภาพของรูปและมิติได้ดีขึ้น  เช่น   งาน จิตรกรรมภาพบันทึกจากภูเขา  ของวินัย  ปราบริปู  เป็นต้น

                3.  การนำมาใช้เพื่อให้เกิดอารมณ์และความรู้สึก  เป็นการนำบริเวณว่างมาใช้เพื่อให้ผู้ดูเกิดอารมณ์ และความรู้สึกคล้อยตามลักษณะบรรยากาศของภาพงานที่แสดงออก  ให้เกิดความรู้สึก  อ้างว้าง  ว่างเปล่า  โล่ง  ปลอดโปร่ง  อึดอัด  ทึบตัน  ฯลฯ  เช่น  จิตรกรรมภาพทิวทัศน์  มีบริเวณว่างหรือช่องว่างระหว่างกิ่ง  ก้าน  พุ่มใบ  ทำให้มองลอดเห็นฉากหลังหรือท้องฟ้า  เพื่อให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลายสายตา  ไม่อึดอัด  ทึบตัน  ภาพทิวทัศน์ทะเลมีบริเวณว่างมากกว่ารูปทรงอื่นๆ  จะให้ความรู้สึกเวิ้งว้าง  ประติมากรรม   ถ้าเจาะรูปทรงให้มีช่องว่างมากเกินไปจะให้ความรู้สึกเปราะบาง  ไม่แข็งแกร่ง    สถาปัตยกรรม  มีบริเวณว่างภายในอาคารแคบและเตี้ย  จะให้ความรู้สึกอึดอัด  กว้างและสูงจะรู้สึกโล่ง  แต่ถ้าโล่งเกินไปจะอ้างว้าง  เงียบเหงา  การมีช่องของประตู  หน้าต่าง  ของอาคารที่อยู่อาศัย  ช่วยทำให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลายทางสายตา  เป็นต้น

    

                พื้นผิว  (TEXTURE)  หมายถึง  ลักษณะของส่วนนอกสุดของวัตถุที่เรามองเห็น  และสัมผัสได้  เช่น  ผิวมัน  ด้าน  หยาบ  ละเอียด  ขรุขระ  ในงานจิตรกรรม  ประติมากรรม  และสถาปัตยกรรม  ที่มี พื้นผิวแตกต่างกันจะทำให้เกิดความรู้สึก  สนุก  ตื่นเต้น  มีชีวิตชีวา

พื้นผิวกับการนำมาใช้ในงานทัศนศิลป์
                การนำคุณค่าของพื้นผิวมาใช้ในงานทัศนศิลป์   แบ่งออกเป็น  4  ลักษณะ  ได้แก่  การนำการใช้เพื่อให้เกิดทางความงามที่แตกต่าง  การนำมาใช้ลวงตาเพื่อเสริมสร้างมิติและขนาด   การนำมาใช้เพื่อกระตุ้นเร้าอารมณ์และความรู้สึก   การนำมาใช้เพื่อประโยชน์ในการใช้สอย
                1.  การนำมาใช้เพื่อให้เกิดความงามที่แตกต่าง  เป็นการนำพื้นผิวลักษณะต่าง ๆ มาใช้สร้างสรรค์ในงานทัศนศิลป์เพื่อแสดงความงามที่แตกต่างกันตามค่านิยมของแต่ละคนหรือให้มีความงามสอดคล้องกับสิ่งที่นำมาถ่ายทอด   บางคนชอบพื้นผิวเรียบเนียน  บางคนชอบผิวลักษณะอื่นๆ  เช่น  งานจิตรกรรม  ภาพแม่พระนั่งบัลลังก์  โดย  ราฟาเอล  ใช้ความงามพื้นผิวแบบเกลี่ยเรียบเนียน   ภาพถนนกับต้นไซเปรสและดวงดาว  ของ  วินเซนต์  แวนโกะ  แสดงความงามของพื้นผิวด้วยรอยฝีแปรงที่หยาบขุรขระ   ภาพนางแบบ  ของ  ชอร์ช เซอรา แสดงความงามของพื้นผิวด้วยกรรมวิธีจุดสี  ภาพนางจิเดียน นาซูมิ ของคีต ชอว์ วิลเลียมส์   ใช้วิธีสร้างพื้นผิวของภาพเขียนให้สีเนียนนุ่มเหมาะสมกับวัยสาว  ประติมากรรม  ภาพโมเสส  โดย  ไมเคิล  แอนเจโล แสดงความงามพื้นผิวแบบเรียบได้สัมพันธ์กับผิวเนื้อของหินอ่อน   ภาพกินรีในงานประติมากรรมไทย  แสดงความงามของผิวด้วยสีทอง  สถาปัตยกรรม  ซุ้มประตูทางเข้า วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามแสดงความงามด้วยการประดับตกแต่งพื้นผิวด้วยเศษกระเบื้อง  อาคารสมัยใหม่ใช้พื้นผิวของผนัง  และเสา  มีลักษณะแวววาวของโลหะที่ให้งามอย่างหรูหรา  เป็นต้น

                2.  การนำมาใช้ลวงตาเพื่อเสริมสร้างมิติและขนาด  เป็นการนำพื้นผิวมาใช้สร้างงานทัศนศิลป์เพื่อให้เกิดความรู้สึกลวงตาในด้านมิติ  และขนาดของผลงาน  คือดูมีระยะใกล้  ไกล  ตื้น  ลึก  และมีขนาดใหญ่  เล็ก   เช่น  งานจิตรกรรม บางคนเขียนภาพโดยใช้เกรียงป้ายสีให้พื้นผิวภาพในระยะหน้ามีความหนาขรุขระ  และระยะหลังของภาพใช้สีบางเรียบ  บางคนใช้ทรายผสมกาวโรยเป็นภาพแล้วตกแต่งด้วยสี  ภาพจึงมีส่วนนูนและส่วนราบ  ทำให้รู้สึกมีมิติมากขึ้น  บางคนเขียนภาพในระยะหน้าด้วยการตกแต่งเก็บรายละเอียดพื้นผิวมาก    ส่วนภาพในระยะหลังไม่แสดงรายละเอียด  จึงทำให้ภาพดูมีมิติระยะใกล้ไกล  งานประติมากรรมที่ใช้พื้นผิวนูนเกลี้ยงเกลาสีผิวอ่อน  จะให้ความรู้สึกนูนหนา  และดูมีขนาดใหญ่  ผิวขุรขระสีเข้มขนาดจะดูเล็กลง  แต่จะเห็นมิติของงานคมชัด  งานสถาปัตยกรรม           ใช้ลักษณะพื้นผิวนูนเว้าเป็นลอนแสดงความมีมิติของหลังคา  และรั้ว  บางครั้งใช้ผิวหยาบมากบริเวณผนังรั้วเพื่อลวงตาให้มีระยะห่างจากอาคาร  บางคนใช้ประติมากรรมลวดลายตกแต่งเป็นพื้นผิวอาคารให้ดูมีระยะใกล้  ไกล  ตื้น  ลึก  ดังจะเห็นได้จากกรอบประตูพระอุโบสถวัดราชบพิตร ฯ  กรุงเทพมหานคร   ทำเป็นลายประจำยามรัดดอก  ความขรุขระของผิวลายทำให้เกิดแสง  และเงาจึงดูมีมิติสวยงามขึ้น  เป็นต้น
                3.  การนำมาใช้เพื่อกระตุ้นเร้าอารมณ์และความรู้สึก  เป็นการนำความรู้เรื่องของพื้นผิวที่มีผลต่อจิตวิทยากระตุ้นเร้าอารมณ์  และความรู้สึกมาใช้เพื่อให้ได้ผลตามที่ผู้สร้างสรรค์งานต้องการ
อารมณ์และความรู้สึกของพื้นผิว
                ผิวเรียบเกลี้ยงเกลา             ให้ความรู้สึกนุ่มนวล  น่าจับ  อยากลูบคลำ
                ผิวเรียบมัน                          ให้ความรู้สึกใหญ่กว่า  สว่าง  หรูหรา  ลื่นคล่องตัว
                ผิวละเอียด                           ให้ความรู้สึกใหญ่  เบาบาง  เป็นระเบียบ
                ผิวหยาบด้าน                       ให้ความรู้สึกแคบ  อึดอัด  ทึบตัน  หนัก  แข็งแรง
                ผิวขรุขระ                             ให้ความรู้สึกน่าขยะแขยง  ไม่น่าจับต้อง       
                ผิวหนามแหลม                    ให้ความรู้สึกไม่ปลอดภัย  น่ากลัว  ไม่น่าจับต้อง          
                ผิวหย่อนย่น                         ให้ความรู้สึกเสี่อมถอย  ชรา  ไม่เต่งตึง  ไม่สด
                เมื่อเราเข้าใจอารมณ์และความรู้สึกของพื้นผิวพอเป็นสังเขปแล้ว  จะได้พิจารณาออกแบบใช้ได้เหมาะสม  เช่น  งานจิตรกรรม  เป็นเรื่องชวนฝันควรใช้สีเรียบเนียน  ถ้าเป็นเรื่องของการกดดัน  บีบคั้น  ใช้ผิวขรุขระหยาบด้าน   จะเห็นได้จาก ภาพฝูงกาเหนือทุ่งข้าวสาลี  ของ  วินเซนต์  แวนโกะ  ประติมากรรม  ตุ๊กตาเด็กเล่นนิยมใช้พื้นผิวเรียบนุ่ม  เพื่อให้น่าสัมผัส  ถ้าเป็นงานประติมากรรม  เน้นลักษณะความน่ากลัวจะใช้ผิวขุรขระ  งานออกแบบตัวถังรถยนต์ใช้ผิวเรียบมันวาว  เพื่อให้รู้สึกสัมพันธ์ในด้านความปราดเปรียวรวดเร็ว  ในงานสถาปัตยกรรม   พื้นผิวผนังส่วนใดไม่อยากให้คนสัมผัสจับต้องหรือนำแผ่นโฆษณามาแปะติด  จะใช้ผนังลักษณะพื้นผิวขุรขระ  หรือมีหนามแหลม  เพดานห้องนอนใช้ผิวเรียบละเอียด  เพื่อให้รู้สึกเบาบางจะได้หลับสบาย  ผิวหนังบริเวณฐานอาคารใช้สลัดปูน  หรือตกแต่งด้วยหิน  กรวด  เพื่อให้แลดูรู้สึกมั่นคงแข็งแรง  เป็นต้น

                4.  การนำมาใช้เพื่อประโยชน์ในการใช้สอย  เป็นการนำความรู้ความเข้าใจในเรื่องพื้นผิวมาใช้ออกแบบสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ทางด้านประยุกต์ศิลป์  เพื่อประโยชน์ในการใช้สอย  เช่น  การนำพื้นผิวหยาบขรุขระ  มาออกแบบเป็นที่จับภาชนะ  และตัวภาชนะ  เพื่อช่วยในการจับให้กระชับมือ  ไม่ลื่นพลัดตกเสียหาย  นำมาใช้ออกแบบทางเดินที่ลาดชัน พื้นกระเบื้องห้องน้ำเพื่อกันการลื่นล้ม   นำมาใช้ออกแบบทำฝาผนัง  และเพดานเพื่อลดเสียงสะท้อน  ผนังกันเสียงบนทางด่วน  ออกแบบผลิตภัณฑ์พื้นรองเท้า  ดอกยางล้อรถยนต์เพื่อให้เกาะผิวถนน  การนำพื้นผิวอ่อนนุ่มมาใช้ออกแบบพรมปูพื้นห้องเพื่อลดแรงกระแทก  การนำภาพเขียนและภาพพิมพ์มาใช้ตกแต่งผิวแก้ว  เพื่อให้เกิดความสวยงามและลดความลื่นในการจับ  เป็นต้น

<< Go Back