<< Go Back

การ์ตูนขำขัน

            การ์ตูนขำขัน คือ การ์ตูนที่ถูกสร้างขึ้นโดยอารมณ์ขัน(humor) และเพื่ออารมณ์ขัน อันหมายความว่า ถูกสร้างขึ้นโดยอารมณ์ขันของการ์ตูนิสต์(cartoonist)และเพื่ออารมณ์ขันของผู้อ่าน ซึ่งเริ่มต้นอ่าน ด้วยความคาดหวังว่าจะได้พบอารมณ์ขัน และพร้อมที่จะขำ

            การที่ผู้อ่านจะเกิดอารมณ์จากการอ่านการ์ตูนขำขันนี้ คือ การสื่อสารอารมณ์ขัน (Humor Communication) ระหว่างการ์ตูนิสต์กับผู้อ่าน อันนับว่าเป็นบริบท (Context–คอนเท็กซ์ –เงื่อนไขแวดล้อม) ที่มีลักษณะพิเศษ ต่างจากการสื่อสารปกติ และยังแตกต่างการอ่าน (หรือดู)การ์ตูนประเภทอื่นอีกด้วย ซึ่งทั้งผู้เขียนและผู้อ่านการ์ตูนจะต้องมีทักษะระดับหนึ่งจึงจะสื่อสารกันได้  เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่ มุขขำขัน (gag–แก๊ก) และเบาะแส (clue) ที่ช่วยให้ผู้อ่านเข้าถึงมุขขำขันนั้นได้  (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเรื่อง การสื่อสารอารมณ์ขัน ใน Basics/ Humor)

            อนึ่ง ในบริบทการสื่อสารการ์ตูนขำขันนี้  หากมีผู้อ่านที่ไม่ทำใจให้คล้อยตาม ไม่ยอมก้าวเข้ามาอยู่ร่วมในบริบทเดียวกัน แล้ววิพากษ์วิจารณ์ว่าการ์ตูนขำขันเป็นเรื่องไร้สาระ ย่อมเป็นการหาควรไม่  ซึ่งอันที่จริง ก็ไม่เพียงแต่การ์ตูนขำขันเท่านั้น การ์ตูนอื่นทุกประเภทก็เป็นเช่นเดียวกัน

รูปแบบ (format)

            รูปแบบทั่วไปของการ์ตูนขำขันมักเป็นภาพแบบลดทอน (simplified-ซิมปลิไฟดึ), ภาพเกินจริง (exaggerated-เอ็กแซ๊กเจอเรตเต็ด) และภาพบิดเบี้ยว(distorted-ดิสถอร์ตเต็ด)ซึ่งเป็นการกำหนดบริบทการสื่อสารขึ้นตั้งแต่แรกเห็น และบางครั้ง –โดยที่ยังไม่ต้องอ่านเรื่องราว, ก็ทำให้เกิดอารมณ์ขันได้แล้ว

การนำเสนอการ์ตูนขำขันมีหลายแบบ ได้แก่

            1. ภาพล้อ (caricature) ภาพล้อเป็นภาพที่ทำให้เกิดอารมณ์ขันโดยไม่ต้องมีเรื่องราว ทั้งนี้เป็นไปตามทฤษฎีอารมณ์ขันในข้อ “ข่มท่าน(disparagement)”

            2. ช่องเดียวจบ (single-frame cartoon หรือ gag panel) มีได้ 2 แบบ คือ

a. แบบมีคำพูดใต้ภาพ (caption)
b. แบบการ์ตูนใบ้ (pantomime)

            3. หลายช่องจบ (multi-frame cartoon) อาจแบ่งได้ 2 แบบ

a. แบบแถบเดียวจบ คือ หลายช่องติดต่อเป็นแถวเดียว มักจะยาวประมาณ 3-4 ช่องแบบนี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อ คอมิกสตริป (comic strip)
b. แบบเป็นหน้า หรือหลายหน้าจบ(multi-page)

            ทั้งนี้ เงื่อนไขการ์ตูนใบ้ก็อาจนำมาใช้ในการ์ตูนแบบหลายช่องจบนี้ด้วยก็ได้

เนื้อหา (content)

เนื้อหาของการ์ตูนขำขัน อาจแบ่งประเภทได้ตามทฤษฎีอารมณ์ขัน คือ

            1. ประเภทล้อเลียนบุคคล (ตามทฤษฎี “ข่มท่าน (disparagement)”) ได้แก่ ภาพล้อบุคคลทั่วไป, ภาพล้อผู้มีฐานะสูงกว่า เช่น นักการเมือง, ครู  เนื้อหาของการ์ตูนภาพล้อ อาจไม่ต้องมีเรื่องราว (story) อะไรก็ขำได้แล้ว หรือจะมีเรื่องราวอยู่ในรายละเอียดของภาพภาพเดียว –เช่น การ์ตูนการเมือง, หรือหลายภาพต่อกันก็ได้

            2. ประเภทเรื่องต้องห้าม (ตามทฤษฎี “ปลดปล่อย (released)”)ได้แก่ เรื่องเพศ, ล้อเมีย, ล้อแม่ยาย, ล้อพระเณรเถรชี  ประเภทนี้มีเนื้อหาเป็นเรื่องราว ไม่จำเพาะเจาะจงตัวบุคคล

การ์ตูน 2 ประเภทแรกนี้ จะประสบความสำเร็จในการสื่อสาร หากเป็นการสื่อสารในกลุ่มคนกลุ่มเดียวกัน, สังคม-วัฒนธรรมเดียวกัน เพราะมีบุคคลให้ล้อที่รู้กัน หรือมีเรื่องต้องห้ามเรื่องเดียวกัน

            3. ประเภทเรื่องคาดไม่ถึง (ตามทฤษฎี “ผิดฝาผิดตัว (incongruity)”) ประเภทนี้มักมีเรื่องราวให้ผู้อ่านคาดเดาไปตามทางปกติก่อน ครั้นแล้วก็ให้คำตอบพลิกกลับอย่างคาดไม่ถึง การ์ตูนขำขันประเภทนี้มีมากที่สุด เพราะไม่จำกัดในกลุ่มคนหรือสังคมหนึ่งๆ เป็นการ์ตูนที่ไม่เป็นพิษภัย และเป็นการ์ตูนที่อาศัยความสามารถ หรือศิลปะในการเล่าเรื่องขำขันอย่างแท้จริง

            4. ประเภทเรื่องไร้สาระ (non-sense) หรือบ้าบอ (absurd)  การ์ตูนขำขันกลุ่มนี้ มีเรื่องราวก็จริงแต่เป็นเรื่องราวที่ไม่เป็นเรื่อง เป็นการเล่นสนุกกับความคิดแผลงๆ อันเป็นการแสดงออกอย่างหนึ่งของความคิดเสกสรรค์แบบบริสุทธิ์ คือ ไม่เป็นไปเพื่ออะไรเลย ถ้าจะเปรียบเทียบกับแนวคิด “ศิลปะเพื่อศิลปะ (Art for Art’s sake)”นี่ก็อาจเรียกได้เช่นกันว่า เป็น “การ์ตูนเพื่อการ์ตูน”หรือ “เสกสรรค์เพื่อเสกสรรค์”(ไม่ได้เป็นไปเพื่อสร้างสรรค์อะไร)  การ์ตูนขำขันแบบนี้อาจจะจัดอยู่ในทฤษฎี “ปลดปล่อย”ก็ได้ คือปลดปล่อยจากความคิดปกติ ที่ว่ามันจะต้องมีเรื่องราวที่เป็นเรื่องราว หรือมีสาระอย่างใดอย่างหนึ่ง

 

ที่มา - http://cartoonlanguage.org/main_page.php?url=about1_view&id=8&gal_id=14&cat