ศิลปะร่วมสมัยตะวันตก
ศิลปะร่วมสมัย หมายถึง การนำแนวคิดของลัทธิศิลปะสมัยเก่ากลับมาใช้ใหม่ โดยมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเรื่องราวหรือลวด
ลายบางส่วนให้มีความทันสมัย ทันเหตุการณ์ แต่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของลักษณะแนวความคิด รูปร่างรูปทรง ขั้นตอน หรือ วิธีการสร้างงานศิลปะตามยุคสมัยหรือลัทธิเดิม ดังเช่น การนำลวดลายหรูหราจากศิลปะโรโคโคมาดัดแปลงใช้เป็นลวดลายกระดาษ ลายผ้า ฯลฯ การวาดภาพวิวทิวทัศน์กรุงเทพฯ ยามเย็นโดยใช้การแต้มสีเหมือนศิลปะลัทธิอิมเพรสชั่นนิสม์ เป็นต้น
ศิลปะสมัยใหม่ (Modern Art) คืออะไร
ในศิลปะตะวันตก คำว่า “Modern art” หมายถึง รูปแบบและอุดมการณ์ในการสร้างสรรค์ศิลปะที่เกิดขึ้นประมาณทศวรรษ 1860-1970 “Modern” ตรงกับคำว่า “สมัยใหม่” หรือ ความทันสมัย หมายถึง ความใหม่หรือความร่วมยุคร่วมสมัย ศิลปะล้วนเป็นสิ่งใหม่
(modern) สำหรับผู้สร้างทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นศิลปะที่สร้างขึ้นในยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ (Renaissance) หรือศิลปะที่สร้างขึ้นในนิวยอร์ก
เมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 20
ลักษณะสำคัญของ “ศิลปะสมัยใหม่” (Modern Art) และ “ลัทธิสมัยใหม่นิยม” (Modernism) มีความเกี่ยวข้องกับทัศนคติใหม่ๆ
ที่มีต่ออดีตและอนาคต โดยเริ่มต้นตั้งแต่ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 18 ซึ่งเป็นยุคปฏิวัติของยุโรป ทำให้ศิลปินเริ่มยอมรับว่าการเขียนภาพ เหตุการณ์ปัจจุบัน-ร่วมสมัย” ก็มีคุณค่าทางศิลปะเท่าเทียมกับภาพเขียนเรื่องราวในอดีตตั้งแต่ยุคโบราณหรือยุคประวัติศาสตร์จาก
คัมภีร์ไบเบิล การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองทั่วไปในยุโรปเมื่อปีค.ศ.1848 และการเสื่อมความนิยมที่มีต่อศิลปะตามหลักวิชา (academic art) ทำให้กระแสศิลปะลัทธิสมัยใหม่เติบโตมากขึ้น
จิตรกรแนว นีโอ-คลาสสิกซิสม์ (Neo-Classicism) อาทิ ฌาค หลุยส์ ดาวิด (Jacques Louis David) ซึ่งเขียนภาพเหตุการณ์การ
ปฏิวัติฝรั่งเศส จิตรกรแนวโรแมนติกซิสม์(Romanticism) เช่น ฟรานซิสโก เดอ โกย่า (Francisco de Goya) เขียนภาพเหตุการณ์ตอน
ที่นโปเลียนจากฝรั่งเศสรุกรานสเปน ได้ช่วยแผ้วถางทางของศิลปะในช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 19 ทำให้เกิดงานศิลปะที่ปฏิเสธ
การเขียนภาพเกี่ยวกับอดีตของศิลปิน เรียลลิสม์ (Realism สัจนิยม) อาทิ กุสตาฟ กูร์เบต์ (Gustave Courbet) และ เอดัวร์ มาเนต์ (Edouard Manet)
ศิลปินสมัยใหม่ในยุคต่อมา เช่น ศิลปินกลุ่มลัทธิอิมเพรสชันนิสต์(Impressionist, Impressionism) และ โพสต์-อิมเพรสชันนิสต์ (Post-Impressionist, Post-Impressionism) จะปฏิเสธทั้งการเขียนภาพเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ และยังไม่สนใจแบบแผนการ
สร้างภาพลวงตา (เขียนให้เหมือนจริงมาก) ซึ่งพัฒนามาตั้งแต่ยุคฟื้นฟูศิลปะวิทยาการ
ความใหม่ คือ สิ่งที่ศิลปินสมัยใหม่ให้ความสำคัญ จึงมีศิลปินหัวก้าวหน้า (Advance-guard artists ) ซึ่งเป็นพวกล้ำสมัย
ของสังคมเกิดขึ้น ซึ่งบางทีก็ถูกปฏิเสธจากนักประวัติศาสตร์ศิลปะด้วย และบทบาทของผู้อุปถัมภ์ศิลปะในอดีตอย่าง ศาสนจักร รัฐ และขุนนาง ที่ลดลงไปก็มีส่วนสำคัญทำให้ลัทธิสมัยใหม่พัฒนาอย่างรวดเร็ว เพราะศิลปินสมัยใหม่จะมีอิสรเสรีในการสร้างสรรค์
ผลงานที่แตกต่างไปจากอดีต ซึ่งศิลปินต้องทำตามความประสงค์ของ ผู้ว่าจ้าง
การค้าขายศิลปะตามระบบทุนนิยม ก็เป็นปัจจัยกระตุ้นให้ศิลปินทำการทดลองสร้างสรรค์ความแปลกใหม่ คำว่า “ศิลปะเพื่อศิล
ปะ” ที่เริ่มแพร่หลายในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 ก็ยิ่งกระจายออกไปอย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น ในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 คำๆนี้
สามารถใช้อธิบายศิลปะที่เกิดจากความคิดส่วนตัวของศิลปิน ที่มีความเป็นปัจเจกสูงจนไม่ต้องการการอ้างอิงประเด็นทางสังคม
และศาสนา
การเติบโตของ ศิลปะสมัยใหม่ เป็นส่วนหนึ่งของการที่สังคมตะวันตกได้เปลี่ยนผ่านไปสู่ความเป็นอุตสาหกรรม ความเป็นเมือง
ใหญ่แบบมหานคร และการเป็นสังคมวัตถุนิยมอย่างเต็มที่ ในคริสต์ศตวรรษที่ 19 ศิลปินสมัยใหม่ได้ท้าทายรสนิยมของชนชั้นกลาง โดยการหาเรื่อง ประเด็น และรูปแบบใหม่ๆ ที่แปลกไปจากแบบแผนดั้งเดิม
ศิลปะสมัยใหม่มักมีแนวเนื้อหาเกี่ยวกับการเฉลิมฉลองเทคโนโลยี การค้นหาจิตวิญญาณ และการกระตุ้นด้วยความป่าเถื่อนในรูป
แบบที่แตกต่างหลากหลาย การเฉลิมฉลองเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ปรากฏออกมาในรูปของการชื่นชม “ความเร็ว” ในศิลปะลัทธิ
ฟิวเจอร์ริสม์ (Futurism) การใช้แนวคิดในเชิงวิทยาศาสตร์ปรากฏในงานของพวกคอนสตรัคติวิสม์ (Constructivism) ในอดีตสหภาพ
โซเวียต การค้นหาจิตวิญญาณมีอยู่ในงานของพวกซิมโบลลิสม์ (Symbolism) ในยุโรปและสหรัฐอเมริกา
ในขณะที่การสร้างผลงานแบบเดอ สตีล หรือ เดอะ สไตล์ (De Stijl/The Style) ในเนเธอร์แลนด์ นาบิส (Nabis) ในฝรั่งเศส ในคริสต์ศตวรรษ 1890 และ แดร์ บลาว ไรเตอร์ หรือ เดอะ บลู ไรเดอร์ (Der Blaue Reiter/The Blue Rider) ในเมืองมิวนิค เยอรมนี ถือเป็นปฏิกริยาโต้ตอบกับวัตถุนิยมในยุคสมัยใหม่ในสังคมตะวันตก
ความสนใจในความเถื่อนของศิลปะจากคนป่าและชาวเกาะ (อัฟริกันและชาวเกาะ หรือโอเชียนนิค Oceanic) จะปรากฏชัดในงาน
ของ โพสต์-อิมเพรสชันนิสม์ คิวบิสม์ (Cubism) และเยอรมันเอ็กซ์เพรสชันนิสม์ (German Expressionism) ในเยอรมนีช่วงต้นคริสต์
ศตวรรษ 20 ความสนใจในสิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นผลของลัทธิ “จักรวรรดินิยม” (Imperialism) ที่มุ่งแสวงหาอาณานิคมและมัก
อ้างว่าชาวตะวันตกเป็นผู้ค้นพบวัฒนธรรมของดินแดนอาณานิคม (ที่มาwww.designer.in.th/artistic-movement/modern-art.html)
ที่มา - th.wikipedia.org/wiki/ศิลปะร่วมสมัย
ที่มา - http://westernartandculturedpu02.blogspot.com/2012/05/7.html