|
ยุคศิลปะสมัยใหม่ของไทย
จากงานแนวเหมือนจริง ในช่วงปี พ.ศ 2443 ที่เห็นได้จากพระบรมราชานุสาวรีย์ต่าง ๆ
ปั้นโดยศิลป์ พีระศรีและศิษย์ แนวทาง
ของศิลปะประติมากรรมไทยเริ่มแสดงให้เห็นคุณสมบัติแห่งความเป็นศิลปะสมัย
ใหม่ของทั้งไทยและสากลมากขึ้น ในพุทธทศวรรษ 2490 ผลงานที่นำเสนอแม้ว่าจะยังคงลักษณะเด่นอยู่ที่ความเหมือนจริง
แต่ก็มีเนื้อหาใหม่ อาทิ การนำภาพชีวิตของคนธรรมดาสามัญ รูปนักดนตรี นางรำ เด็ก และสัตว์
โดยมีการผสมผสานแนวใหม่และเก่า มีการนำลักษณะ อันอ่อนช้อย อันเป็นอุดมคติแบบพระพุทธรูป
แนวประเพณีและรูปปั้นฝีมือชาว
บ้านอย่างตุ๊กตาเสียกบาลมาปรับให้เป็นรูปแบบเฉพาะตัว ประติมากรที่โดดเด่นในแนวนี้ก็คือ เขียน ยิ้มศิริ ชิต เหรียญประชา
และสมโภชน์ อุปอินทร์ เป็นต้น พุทธทศวรรษ 2490 จึงนับเป็นทศวรรษแรกแห่งประติมากรรมสมัยใหม่
ของไทย
PASSION OF THAI MODERN ART นิทรรศการเส้นทางศิลปะสมัยใหม่ในประเทศไทยที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

เมื่อวันเสาร์ที่ ๑๙ กรกฎาคมที่ผ่านมาผมได้ไปชมงานแสดงศิลปะที่ห้างสยามพารากอน
และได้ถ่ายรูปไว้ ตั้งใจว่าจะเลือกรูป
ไม่กี่รูปมาลงในบล็อกเพื่อแนะนำให้ผู้ที่เข้ามาอ่านได้แวะเวียนไป
ชมงานศิลป์ชั้นเลิศที่หาดูไม่ง่ายนัก แต่พอกลับมาถึงบ้านก็
ได้เอาโปสเตอร์ที่รับแจกออกมาคลี่ดู ปรากฏว่านิทรรศการนี้จะจบ
ในวันอาทิตย์ที่ ๒๐
ซึ่งแน่นอนว่าคงไม่ทันแล้วที่จะแนะนำ เพราะผมกลับมาถึงบ้านก็ดึกแล้ว ไหนต้องมานั่งทำรูป เขียนเรื่อง
และอินเทอร์เน็ตที่บ้านก็คลานช้ายิ่งกว่าเต่าซะอีก เมื่อเป็นเช่น
นี้ก็เอาเป็นว่าไม่ต้องแนะนำให้ไปดูกันแล้วครับ
มาดูกันในบล็อกของผมเลย ผมถ่ายรูปไว้เพียบ
ถึงจะไม่ถึงครึ่งของจำนวนผลงาน
แต่ก็คงจะพอเห็นภาพรวมของงานได้บ้าง และที่ขาดอีกอย่างคือรายละเอียดของผล
งานแต่ละชิ้นซึ่งผมตั้งใจให้ผู้ที่สนใจไปค้นหาเอาเอง แต่เมื่อเหตุการณ์ผันแปรมาเป็นเช่นนี้ผมก็จะพยายามรวบรวมความรู้เดิม
ความจำที่ได้อ่านผ่านตา และรายละเอียดบางส่วนจาก
ในโปสเตอร์ที่ได้มา เอามาเขียนบรรยายประกอบไปกับรูปถ่ายที่ผมได้ถ่ายไว้
ข้อมูลคงจะตกหายไปมากโขละครับงานนี้ ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ
นิทรรศการครั้งนี้เป็นเสมือนการแสดงพัฒนาการเส้นทางศิลปะในประเทศไทยซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่มีรูปแบบ
เป็นภาพเขียนสีบนภาชนะบนเพิงผาและพัฒนาเข้าสู่ยุคสมัยต่างๆ เช่น ทวาราวดี สุโขทัย อยุธยา เรื่อยมาจนถึงยุครัตนโกสินทร์ รูปแบบศิลปะได้พัฒนาไปสู่ศิลปะไทยประเพณีที่รับใช้พุทธศาสนา ราชสำนัก จนในช่วงต้นรัตนโกสินทร์ได้เริ่มมีอิทธิพล
ศิลปะตก
วันตกเข้ามา ศิลปะไทยจึงเริ่มปรับเปลี่ยนและผสานกับวัฒนธรรมตะวันตกมากขึ้นจนสามารถสร้างลักษณะใหม่ขึ้นมาได้โดยมีรากฐาน
จากรูปแบบไทยประเพณีลักษณะการเปลี่ยนแปลงทางสังคม รวมทั้งทัศนคติเกี่ยวกับสังคมและการเรียนรู้ การแลกเปลี่ยนของศิลปิน
ไทยและศิลปินต่างประเทศได้ก่อเกิดการพัฒนาไปสู่รูปแบบศิลปะร่วมสมัยที่มีความหลากหลายและโดดเด่นในระดับนานาชาติ
ในนิทรรศการครั้งนี้ได้แบ่งศิลปะไทยออกเป็นยุคสมัยต่างๆ ดังนี้
ยุคศิลปะประเพณี
(ตั้งแต่ก่อนประวัติศาสตร์ถึงประมาณก่อน พ.ศ.๒๔๐๐)

พระพุทธรูปปางมารวิชัย สมัยสุโขทัย อายุราวพุทธศตวรรธที่ ๑๙-๒๐
ยุครุ่งอรุณของศิลปะสมัยใหม่
(ตั้งแต่ประมาณ พ.ศ.๒๓๕๐ ถึงหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.๒๔๗๕)

พระเจ้าตาก ปั้นโดยศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี
ยุคศิลปะสมัยใหม่
(เริ่มตั้งแต่ประมาณ พ.ศ.๒๔๙๐ เป็นต้นมา)

ดินแดนแห่งความยิ้มแย้ม โดยเขียน ยิ้มศิริ
ยุคศิลปะร่วมสมัย
(เริ่มตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๒๐ ถึงปัจจุบัน)

ผลงานสร้างชื่อแนวเซอร์เรียวลิส ของอาจารย์ผมครับ อ.เกียรติศักดิ์ ชานนนารถ
พื้นที่ในการจัดนิทรรศการมีทั้งหมด ๔ ชั้น รวมทั้งลานด้านหน้าห้าง โดยแบ่งออกเป็นส่วนๆ ดังนี้
ชั้นเมน
ส่วนประวัติศาสตร์ศิลปะสมัยใหม่โดยสังเขป
(ในการสะสมของศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ นายเสริมคุณ คุณาวงศ์ และธนาคารกสิกรไทย)

พระพุทธรูปทรงเครื่อง ยืนแสดงปางประทานอภัยทั้งสองพระหัตถ์ หรือปางห้ามสมุทร ศิลปะแบบนครวัด พุทธศตวรรธที่ ๑๖

พระพักต์พระพุทธรูปสมัยสุโขทัย
ส่วนรุ่งอรุณแห่งศิลปะสมัยใหม่
(ในการสะสมของศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ นายเสริมคุณ คุณาวงศ์)

พระรูปเหมือนสมเด็จกรมพระยานุวัตติวงศ์ ผลงานพิสูจฝีมือชิ้นแรกของ อ.ศิลป์ พีระศรี

ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี ปั้นโดยเขียน ยิ้มศิริ

คิด โดยสมโภชน์ อุปอินทร์


ภาพวาดประกอบนิทานพื้นบ้าน โดยครูเหม เวชกร

ภาพวาดสีน้ำโดย อ.สวัสดิ์ ตันติสุข
ชั้น ๑
ส่วนผลงานศิลปะกรรมร่วมสมัย
(ในการสะสมของธนาคารกสิกรไทย และของนายเสริมคุณ คุณาวงศ์)

งานที่ตั้งสูงๆ คือผลงานชื่อสหภพ โดยปัญญา วิจินธนสาร อลังค์การมากครับ

ภาพเงาสะท้อนของอัมฤทธิ์ ชูสุวรรณ

ส่วนประเพณีไทย
(ในการสะสมของนายเสริมคุณ คุณาวงศ์)


ภาพเขียนไทยโดย อ.สมปองอัครเดช

หุ่นหลวงโดยภัทรชัย แสงดอกไม้


(ใครจะชักใยอยู่เบื้องหลัง ยังไงก็ขอให้เห็นแก่บ้านเมืองด้วยนะครับ)
ชั้น ๒
ส่วนศิลปะแห่งพุทธิปัญญา
(ในการสะสมของศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ และนายเสริมคุณ คุณาวงศ์)

พิชิตมาร โดยปัญญา วิจินธนสาร
ผมเคยเห็นงานชิ้นนี้ตอนเป็นภาพวาดลายเส้น ชอบมาก มาวันนี้ได้เห็นเป็นประติมากรรมก็สุดยอด

วงจรชีวิต ของอิทธิ คงคากุล



จิตวิญญาณที่หลุดลอย โดยแดง บัวแสน
คนนี้เป็นรุ่นน้องที่พระจอมเกล้าฯ ลาดกระบัง มาแรงมากครับ
ส่วนศิลปะเพื่อสังคม
(ในการสะสมของศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ และนายเสริมคุณ คุณาวงศ์)

เสน่ห์แห่งยักษ์ ๒ ผลงานที่สร้างปัญหาให้ผู้วาด สมศักดิ์ รักสุวรรณ ดังที่เคยเป็นข่าวคึกโคม

คนทำความสะอาด ของจักรพันธ์ วิลาสินีกุล ดูที่ด้ามจับดีดีครับ ศิลปินต้องการสื่อถึงภาวะอันอ่อนล้า

Adam & Steve โดยเริงศักดิ์ บุณยวาณิชย์กุล

ชั้น ๓
ส่วนนิทรรศการศิลปินชั้นนำ
(ในการสะสมของศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ นายเสริมคุณ คุณาวงศ์ และธนาคารกสิกรไทย)

เสียงขลุ่ยทิพย์ โดยเขียน ยิ้มศิริ

ผลงานเก่าๆ ของ อ.จักรพันธ์ุ โปษยกฤต

ดูลายละเอียดใกล้ครับ แม่นมาก

งานจิตรกรรมของ อ.ประเทือง เอมเจริญ

ภาพซ้ายของช่วง มูลพินิจ

ภาพซ้าย ผลงานชุดแสงเงาของปรีชา เถาทอง


ส่วนประติมากรรมจากการประกวดศิลปะกรรมร่วมสมัย
(ในการสะสมของธนาคารกสิกรไทย)

ประตอมากรรมชื่อเดือนดับ ของ อ.สมหมายมาอ่อน

หน้าสุด ประติมากรรมชื่อบัวหลวง ของจิระเดช มีมาลัย
ที่จริงผมตั้งใจจะถ่ายคนยืนดูรูป :P
และลานระหว่างสยามเซ็นเตอร์และสยามพารากอน
จัดเป็นสวนประติมากรรมร่วมสมัย
(ในการสะสมของศูนย์ประติมากรรมกรุงเทพ)

ผลงานของมานพ สุวรรณปิณฑะ

สัมพันธภาพของนนทิวรรธน์ จันทนะผลิน

ชีวิตกับจิตใต้สำนึก #๘ ของ อ.เกียรติศักดิ์ ชานนนารถ แกคงนึกสนุกอยากทำประติมากรรมบ้าง สวยมากครับ

ประติมากรรมหลอดสี ของกมล เผ่าสวัสดิ์

ชิ้นนี้ของอิธิ คงคากุล


ที่มา - http://www.oknation.net/blog/print.php?id=289258
ที่มา - http://www.bangkoksculpturecenter.org/th/collection_cate.php?q=3 |