<< Go Back

ศ.อารี สุทธิพันธ์

           “คนเป็นครูนั้น ให้ความรักศิษย์ได้ ให้ความคิดไม่ได้ แต่สอนให้คิดได้ การสอนที่ดี ต้องเริ่มที่ศิษย์โดยตรง ตามความจริงที่ว่า ให้เขารู้สองสิ่งแล้ว เขาจะคิดถึงสิ่งที่สามได้ ให้เขาเห็นดวงอาทิตย์ เห็นหยดน้ำ เขาจะคิดถึงสิ่งที่สาม รุ้งกินน้ำได้” นี้คือครู

           ครูอารี สุทธิพันธ์ เล่าว่า ครูเกิดราชบุรี เรียนมัธยมที่ราชบุรีแล้วเข้ามาเรียนฝึกหัดครูศิลปะที่เพาะช่าง ตักศิลาย่านพาหุรัด สมัย หลวงกวีจรรยาวิโรจน์ ในยุคนั้นศิลปะต้องทำด้วยความจัดเจน จนกระทั่งมาเรียนที่วิทยาลัยวิชาการศึกษาประสานมิตร อันเป็น ที่พลิกชีวิต พลิกความคิดให้กับครู เมื่อเรียนจบจากวิทยาลัยวิชาการศึกษาแล้วก็ได้เป็นครูสอนอยู่ที่วิทยาลัยวิชาการ ศึกษาประสานมิตร แล้วได้ทุนไปเรียนต่อยังมหาวิทยาลัย อินเดียน่า แห่งสหรัฐอเมริกา (ที่ถวัลย์ ดัชนี เรียก สหปาลีรัฐ) ที่นี่เป็นที่พลิกความคิดและแนวทาง ในการทำงานศิลปะอีกครั้ง ครูได้เรียนกับอาจารย์ที่เป็นลูกศิษย์ศิลปินใหญ่ทางด้าน นามธรรม(Abstract Art) เรียนกันด้วยวิธีสมัยใหม่ มีหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ The Nature way to Draw หนทางวาดด้วยวิถีธรรมชาติ มันพลิกวิธีการเรียนศิลปะให้แปลกและแตกต่าง มีการสอนด้วยวิธีใช้เส้นรอบรูป (Contour Drawing) ใช้รูปและพื้น แทนที่จะเป็นการเขียนแบบแสงและเงาเพียงอย่างเดียว

           เมื่อจบเป็นมหาบัณฑิตทางไฟน์อาร์ตมาจากอินเดียน่า ครูอารีก็กลับมาสอนและเริ่มเปิดศักราชใหม่แห่งวงการศึกษา ศิลปของไทย ในปีพ.ศ.2511 ได้เปิดการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรี ทาง "การศึกษาศิลปะ" หรือ "ศิลปศึกษา" เป็นหนทางสายใหม่ให้กับ คนที่รักจะเรียนศิลปะครูศิลปะอีกทาง เพราะ ณ เพลานั้นสถาบันศึกษาศิลปะของไทย ต่างมีแนวทางชัดเจน เพาะช่างผลิตเพาะ ช่างและสร้างครูช่าง มหาวิทยาลัยศิลปากร ผลิตบัณฑิตผลิตศิลปิน วิทยาลัยวิชาการศึกษาประสานมิตร สร้างครูศิลปศึกษา ศิลปะเพื่อการ ศึกษาและการศึกษาเพื่อศิลปะ

           หลักสูตร "ศิลปศึกษา" คือ ให้เรียนวิชาการศึกษา จิตวิทยาการศึกษา การแนะแนว เพื่อการเรียนการสอน แล้วก็มีวิชาเอกทาง ด้านศิลปะ ความซาบซึ้งทางศิลปะ ศิลปนิยม ดรออิ้ง เพนท์ติ้ง และมีเลือกเรียนวิชา โทหนึ่งสาขาวิชา เมื่อครบหน่วยกิต ก็สามารถจบรับปริญญาตรี กศ.บ.การศึกษาบัณฑิต ศิลปศึกษา

           เมื่อผลิตครูศิลปศึกษาได้จำนวนมาก ลูกศิษย์ที่ไปอยู่ในแต่ละวิทยาลัยครูปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยราชภัฏ ก็พัฒนาตนเองเปิด วิชาเอกศิลปะกันทั่วประเทศ ครูศิลปะในประเทศไทยจึงพอเพียงและเป็นความก้าวหน้า ในวิชาการศิลปศึกษามากยิ่งขึ้น นั้นคือคุณูปการ อันยิ่งใหญ่ของครูอารี สุทธิพันธุ์

           ครูอารีสอนอย่างไร ครูอารีสอนให้คิด และครูทำงานอย่างนั้นมาก่อนทดลองลงตัวแล้วจึงสอน นี้เป็นการวิจัยทางศิลปะ  ครูอารี ต้องการให้เกิดการรับรู้ทางความงามไม่ใช่ประวัติศาสตร์ศิลป์ จึงเขียน หนังสือชื่อศิลปนิยม เพียงนิยามคำว่าศิลปะก็สนุกแล้ว ไม่ได้มีคำจำกัดความเป็นอมตะเพียงอย่างเดียวแต่มีถึงสิบหนทาง นับแต่ศิลปะคือการเลียนแบบธรรมชาติ ศิลปะคือการแสดงออกของ มนุษย์ ศิลปะคือ ภาษาอย่างหนึ่งและรวมถึงศิลปะคือประสบการณ์อย่างหนึ่ง ให้ได้มองเห็นความงดงามทางสุนทรีย์ในแต่ละงาน ไม่ว่าแอบสแตรค ป๊อบอาร์ต ออพอาร์ตฯลฯ ศิลปนิยมไม่ได้เป็นประวัติศาสตร์ศิลปะแต่เป็นทางเลือกการทำงานศิลปะ

           ครูนำเรื่องการวาด การระบายสีที่แตกต่างมาเป็นรูปและพื้น แทนแสงและเงา มีคอนทัวร์ดรออิ้ง วิชากายวิภาคซึ่งปกติให้ทำ จากข้างในไปสู่ข้างนอก ได้ใช้สวนทางจากข้างนอกมาสู่ข้างในและครูจุดประกายความคิด ให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ และงานที่ทำทุก ชิ้นให้เขียน "Art Manifesto" หมายถึงแถลงการณ์ คำให้การ ทางความคิดหรือกรอบแนวคิด ของศิลปินให้ได้รับรู้ เป็นประโยชน์ในการศึกษา ส่วนของศิลปินจะมีหรือไม่ก็ได้ เพราะเปิดเสรีให้จินตนาการ แต่ภายหลังก็ใช้กันทุกหนแห่ง

           ครูอารี สุทธิพันธ์แห่งคลองแสนแสบทุ่งบางกะปิ ประสานมิตร จึงเป็นต้นธารทางศิลปะอีกสายหนึ่ง กล่าวได้ว่าครูฝรั่ง "ศิลป์ พีระศรี" เป็นต้นทางสายธารแห่งศิลปะร่วมสมัยของไทยฉันใด ครูไทย "อารี สุทธิพันธุ์" ก็เป็นต้นธารแห่งศิลปศึกษาของไทยฉันนั้น

           ครูอารีเป็นคนขยันเขียนรูป เขียนทีละหลายรูปพร้อมกัน อย่างรูปผู้หญิงครูบอกเขียนทีละห้ารูป งานที่คนรู้จักครู อารีเป็น เรื่อง ผู้หญิง นู้ด วัด หรือรามเกียรติ์ เรื่องวัดครูไปเขียนที่วัดจริงๆ ให้คนได้รู้ว่าวัดคือที่รวมแห่งความดี จะ วาดวัดให้ดี เส้นตั้ง เส้นนอนต้องดี โบสถ์ เจดีย์วิหารต้องถูกต้อง ส่วนสีตามแต่ใจไม่เป็นไร สีน้ำของครูดูแล้วชุ่มชื่นตา สบายใจ นอกจากขยันเขียนรูปแล้วยังขยันหนังสือ นอกจากศิลปะนิยมเป็นปฐมแล้ว ศิลปะกับมนุษย์ สีน้ำ ปฏิบัติการ ทางทัศนศิลป์ การวาดเขียน แม้เมื่อน้ำท่วมครูก็เขียนสวะความคิด หลังสุดเมื่อได้เป็นศิลปินแห่งชาติ ครูเขียนหนังสือชื่อ"เพราะผมทำอย่างนี้หรือเขาจึงให้เป็นศิลปินแห่งชาติ"

           ครูอารีบอกเสมอว่า ผมเป็นครูศิลปะ ทำงานศิลปะ ครูลงมือทำงานวิจัยจนได้บทสรุปแล้วจึงนำมาสอนศิษย์ ครูจึงเป็นครู เป็นนัก วิจัยและเป็นศิลปินผู้สร้างงานศิลปะ การเป็นศิลปินแห่งชาติจึงไม่ผิดฝาผิดตัวแต่อย่างใด แต่จะหาศิลปินที่ทำงาน วิจัยงานศิลปะแล้วนำ กลับมาพัฒนาสร้างสรรค์งานศิลปะของตนอย่างครู หาได้ไม่ง่ายนักในสังคมไทย

           "ผมเป็นครูสอนวิชาศิลปะที่มองเห็นวิชาการลากการระบาย การออกแบบการสร้างรูปทรง และประวัติความเป็นมา ของศิลปะมา นานหมดเวลาราชการก็ยังสอนต่อทั้งใกล้และไกลตามอัธยาศัยระยะทาง ไม่เกินหนึ่งร้อยกิโลเมตรนับว่าเป็นการเลือกมีชีวิตอยู่ร่วมกับ ประสบการณ์ที่ไม่หวังผลตอบแทนอย่างมีความสุข"

           เป็นประสบการณ์สุนทรียะแห่งชีวิตของครูศิลปะศิลปินแห่งชาติที่ชื่ออารี สุทธิพันธุ์

                   

ที่มา - www.bangkokbiznews.com/home/detail/life-style/culture/20130304/493065/ครูศิลปะ-ศิลปินแห่งชาติ-อารี-สุทธิพันธุ์.html