<< Go Back


ที่มาของภาพ : http://www.sujitwongthes.com/suvarnabhumi/2012/01/06012555/


Sornay ของเปอร์เซีย (อิหร่าน) (ภาพจาก http://nay-nava.blogfa.com/)
ที่มาของภาพ : http://www.sujitwongthes.com/suvarnabhumi/2012/01/06012555/



Serunai ปี่ชนิดสั้น (แถวหน้าขวา) เป็นหนึ่งในเครื่องดนตรีวงดนตรีหลวง (Nobat) ของรัฐเปรัค มาเลเซีย
ที่มาของภาพ : http://www.sujitwongthes.com/suvarnabhumi/2012/01/06012555/

ปี่ไฉน จากอินโด-อิหร่าน
      ธนิต อยู่โพธิ์ เคยให้ความเห็นไว้ในหนังสือ เครื่องดนตรีไทย ( กรมศิลปากรจัดพิมพ์ครั้งที่สอง พ.ศ. 2510) ว่า
      “ปี่ไฉน ที่ไทยนำเอามาใช้ แต่เดิมจะใช้ในการอันใดบ้าง หาทราบไม่ อาจนำไปใช้ในการประโคมคู่กับแตรสังข์ เช่น เวลาพระมหากษัตริย์เสด็จออกในพระราชพิธี แต่ตามที่ปรากฏต่อมา ปี่ไฉนคงนำไปใช้ในกระบวนแห่ ซึ่ง “จ่าปี่” ใช้เป่านำกลองชนะ ในกระบวนแห่พระบรมศพ และศพเจ้านาย คู่กับปี่ชวา ซึ่ง “จ่าปี่” ใช้เป่านำกระบวนพยุหยาตรา…ปี่ไฉนนี้ เข้าใจว่า เราได้แบบอย่างมาจากเครื่องดนตรีของอินเดีย ซึ่งเห็นเขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า Shahnai, Surnai หรือ Sanai และ Senai ก็มี…”
       เชห์ไน (Shehnai) คือเครื่องเป่าตระกูลปี่มีลิ้นคู่ ในวัฒนธรรมอินโด – เปอร์เซีย (อิหร่าน) อิหร่านเรียก Sorn?y หรือ Sorn?, Surna, Sarn?, Zurna เครื่องดนตรีชนิดนี้เป็นที่แพร่หลายในวัฒนธรรมตะวันออกกลางจึงมีชื่อเรียกต่างกันไปตามท้องถิ่น ที่มีชื่อและหน้าตาคล้ายคลึงกัน
       ปี่เชห์ไน นี้เชื่อว่าอินเดียคงรับแบบอย่างมาจากตะวันออกกลางในช่วงสมัยโมกุล ราวพุทธศตวรรษที่ 18 (หรือราว พ.ศ. 1700 – 1800) ซึ่งเป็นช่วงที่อินเดียมีผู้ปกครองเป็นชาวมุสลิม (เฉลิม ศักดิ์พิกุลศรี. ดนตรีอินเดีย. กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2548.)
       เชห์ไน จากอินโด-เปอร์เซีย แพร่หลายมาถึงสุวรรณภูมิและอุษาคเนย์ อย่างน้อยตั้งแต่ พบหลักฐานในภาพสลักตามปราสาทหิน แล้วพบในวรรณคดีของไทย เรียก สรไน, ไฉน
       คนเป่าปี่ในราชสำนักยุคต้นอยุธยา ราวก่อน พ.ศ. 2000 ระบุไว้ในกฎมณเทียรบาลว่า มีตำแหน่งในกรมมหรสพ เป็นพนักงานปี่พาทย์ มีบันดาศักดิ์ว่า ขุนไฉนไพเราะ (นา 200)
       ปี่ไฉน หรือ สรไน จัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับ ปี่ชวา และปี่มอญ
       เชห์ไน แพร่หลายถึงรัฐชวา, รัฐมอญ แล้วไทยรับเครื่องเป่ามาใช้งานด้วย เลยเรียกว่า ปี่ชวา, ปี่มอญ
       ปี่มอญ แพร่หลายอยู่ในรัฐล้านนา คนล้านนาเรียก ปี่แน (น่าเชื่อว่าเรียกตามคำ สิงหลในลังกาว่า “ฮอระแนวะ (Horanewa)” แล้วกร่อนเหลือ “แน”

http://www.sujitwongthes.com/suvarnabhumi/2012/01/06012555/

<< Go Back