ฟ้อนเป็นการแสดงพื้นเมือง อันเป็นศิลปะของไทยฝ่ายเหนือ เป็นการร่ายรำที่แสดงพร้อมกันเป็นชุดๆ ไม่ดำเนินเป็นเรื่องราว ท่าทางกรีดกรายร่ายรำบางท่า แม้จะไม่มีความหมายนอกจากความสวยงาม แต่บางท่ามีความหมายตามท่าและบทร้อง ในสมัยโบราณฟ้อนใช้แสดงประกอบเฉพาะในวันสำคัญในพระราชพิธีและพระราชฐานเท่านั้น เช่น ในคุ้มหลวง ผู้ฟ้อนโดยมากล้วนเป็นเจ้านายเชื้อพระวงศ์ฝ่ายในทั้งสิ้น ศิลปะการฟ้อนอยู่ที่ความพร้อมเพรียงและความอ่อนช้อยของท่ารำเป็นสำคัญ จำนวนผู้แสดงมักแสดงเป็นหมู่ราว 8 คน หรือ 4 คู่ บางทีก็แสดงกลางแจ้งนับ 10 คู่ หรือจำนวนร้อยคู่ขึ้นไป เครื่องแต่งกายเป็นแบบชาวเหนือสลับสีกันอย่างงดงาม
การฟ้อนที่นิยมในปัจจุบันได้แก่ ฟ้อนเล็บ ฟ้อนเทียน ฟ้อนลาวแพน ฟ้อนม่านมุ้ยเชียงตา ฟ้อนม่านมงคล ฟ้อนบายศรี เป็นต้น คุณค่าและประเภทของการฟ้อน
การฟ้อนได้กล่าวว่าเป็นการแสดงออกถึงวัฒนธรรมและขนบประเพณีชาวเหนือ ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ ทั้งการต่างกาย จังหวะ และลีลา ท่าทางการฟ้อนรำ เพลงและดนตรีที่ใช้ประกอบ จึงนับเป็นศิลปะและวัฒนธรรมของชาวภาคเหนือโดยแท้ การแต่งกาย
การฟ้อนทุกชนิดของภาคเหนือจะเห็นว่า ผู้หญิงจะนุ่งผ้ามีเชิงยาวกรอมเท้า ใส่เสื้อแขนยาวจรดข้อมือ ห่มสไบ หรือมีสไบยาวคล้องคลุมปล่อยชายลงมาถึงเข่า เพราะอากาศทางภาคเหนือเย็นสบาย ประชาชนจึงนิยมใส่เสื้อแขนยาวและห่มสไบ ผมเกล้าสูงทัดดอกไม้แล้วห้อยอุบะ เพราะทางภาคเหนือมีอากาศดี ดอกไม้จึงสวยงาม โดยเฉพาะดอกเอื้อง หรือดอกกล้วยไม้มีมาก นำมาประดับผมทำให้สวยงามทั้งผู้ฟ้อนและลีลาการฟ้อน
ดนตรีประกอบเพลง
เครื่องดนตรีประกอบด้วยเครื่องให้จังหวะและเครื่องประกอบทำนองการบรรเลง คือ ปี่ ท่วงท่าลีลาท่าทางการฟ้อนจะเป็นไปอย่างช้าๆ อ่อนช้อยสวยงาม แสดงถึงอุปนิสัยของชาวภาคเหนือว่ามีความเรียบร้อยอ่อนโยน นุ่มนวล โอบอ้อมอารี และยิ้มแย้มแจ่มใสเสมอ การฟ้อนซึ่งจะเห็นจากการฟ้อนบายศรี ฟ้อนเทียน ฟ้อนม่านมงคล เป็นต้น ซึ่งการฟ้อนหลายอย่างจะใช้ในการต้อนรับแขกเมือง หรือแขกเกียรติยศของประเทศ
การฟ้อนมีความงามอยู่ที่ความอ่อนช้อยและความพร้อมเพรียงเป็นสำคัญ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือประสานสามัคคีกลมเกลียวของชาวภาคเหนือได้เป็นอย่างดี แม้ว่าสังคมปัจจุบันจะเริ่มก้าวไปสู่แสงสีแห่งอารยธรรมตะวันตก หันความนิยมไปยังสิ่งที่คิดว่าแปลกใหม่ มากขึ้นก็ตาม แก่การฟ้อนของชาวภาคเหนือก็ยังเป็นที่ยอมรับและนิยมในสังคมปัจจุบันอยู่ ดังจะเห็นได้จากการฟ้อนของชาวเชียงใหม่ในเทศกาลต่างๆ ในเฉพาะเกี่ยวกับงานทางศาสนา เช่น เทศกาลเข้าพรรษา ทางสลากภัติ กฐิน ทอดผ้าป่า ฯลฯ ก็จะมีการฟ้อนต่างๆให้ได้ชมกันอยู่เสมอ ในงานขันโตกดินเนอร์ (คือการเลี้ยงอาหารแบบไทยทางภาคเหนือในเวลาเย็น ส่วนมากใช้ในโอกาสต้อนรับแขกต่างประเทศ) ก็จัดขึ้นเพื่อต้อนรับแขกเมือง สิ่งที่เชิดหน้าชูตาอย่างยิ่งก็คือ ลีลาอ่อนช้อยงดงามของการฟ้อนนี่เอง การฟ้อนมิได้นิยมแต่เฉพาะในสังคมของชาวเหนือเท่านั้น แต่ยังได้รับความยกย่องว่าเป็นศิลปะประจำชาติไทยอีกด้วย มีการนำไปแสดงยังต่างประเทศ ทั้งยังเป็นศิลปะที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวประเทศไทยมากขึ้นอีกด้วย
ปัจจุบัน การฟ้อนได้มีการดัดแปลงท่ารำต่างๆ ให้ดูแปลกใหม่อยู่เสมอและสวยงามยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีผู้ดัดแปลงการฟ้อนต่างๆ ให้แปลกออกไป แต่ยังคงลักษณะการแต่งกาย และความอ่อนช้อยให้ลีลาเหมือนเดิม การฟ้อนที่หาดูได้ยากก็คือ ฟ้อนบายศรี ซึ่งในพิธีบายศรีต้อนรับแขกเมือง เนื่องจากการจัดพิธีบายศรีเป็นการยุ่งยากมีพิธีรีตองมากมาย จึงไม่ค่อยเห็นบ่อยนัก ข้อเสนอแนะที่คิดว่าจะสามารถดำรงการฟ้อนบายศรีให้คงอยู่ก็คือ ควรมีการดัดแปลงโดยตัดเอาพิธีต่างๆ ที่เป็นแบบแผนให้น้อยลงบ้างในบางโอกาส ก็จะสามารถจัดพิธีฟ้อนบายศรีสู่ขวัญได้ในงานต้อนรับแขกเมืองต่างๆ ทำให้เกิดบรรยากาศแห่งมิตรไมตรี อบอุ่นประทับใจแกแขก และยังเป็นโอกาสเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทยอีกส่วนหนึ่งอีกด้วย
ขอขอบคุณเว็บไซต์
https://sites.google.com/site/ajanthus/kar-fxn
|