<< Go Back

การเอื้อน จะช่วยทำให้การร้องเพลงมีความไพเราะน่าฟังมากขึ้น การเอื้อนก็ คือ การออกเสียง คำหนึ่งคำให้มีเสียงมากกว่า 1 โน้ต การที่จะเอื้อนให้ได้ดีและถูกต้อง คนร้องต้องมีการฟังที่ดี มีหลักการปล่อยเสียงที่ดีและถูกต้องตามโน้ต มีจังหวะที่ดี มีสมาธิดี แต่หากยังไม่มีทั้งหมดที่พูดมา สามารถฝึกการเอื้อนได้ด้วยวิธี ดังต่อไปนี้
            1. ฝึกการฟังเสียงจากเครื่องดนตรีต่างๆ หรือ ฝึกปล่อยเสียงตาม scale จาก 1 โน้ต , 3 โน้ต , 5 โน้ต ฯลฯ
            2. ฝึกการบังคับเสียง ให้นิ่งและสม่ำเสมอ
            3. ฝึกการลากเสียงตามจังหวะ หากสามารถปล่อยเสียงได้ตรงตามโน้ต ก็จะทำให้สามารถเอื้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความไพเราะน่าฟัง
หลักการเอื้อนแบ่งออกได้ 2 อย่าง
            1. เอื้อนแบบเชื่อมโน้ต การเอื้อนแบบเชื่อมโน้ต ส่วนใหญ่จะใช้ในเพลงลูกกรุง เพราะการเอื้อนแบบเชื่อมโน้ต จะทำให้เสียงและสำเนียงที่ออกมามีความเนียนไม่แข็งกระด้าง ข้อควรระวังในการเอื้อนแบบเชื่อมโน้ต ต้องอย่าลืมปิดท้ายคำ เพราะบางครั้งการลากเสียงที่ไม่ดีและไม่ตรงจังหวะอาจทำให้ไม่สามารถปิดท้ายคำได้ ต้องควบคุมเสียงและควบคุมจังหวะให้ดี หากไม่ปิดท้ายคำจะทำให้ความหมายของคำเปลี่ยนไป
            2. การเอื้อนแบบสะบัดโน้ต การเอื้อนแบบสะบัดโน้ตใช้ได้กับทุกเพลง เพราะการเอื้อนแบบสะบัดโน้ตจะทำให้เสียงที่ออกมา มีความกระชับชัดเจน ข้อควรระวังในการเอื้อนแบบสะบัดโน้ต ต้องปิดท้ายคำให้ชัดเจนก่อนแล้วจึงเอื้อนและลากเสียง การเอื้อนแบบสะบัดโน้ต มีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ
            2.1 เอื้อนแบบสะบัดขึ้น จะเอื้อนขึ้น 1 โน้ต , 2 โน้ต หรือ 3 โน้ต มีหลักการมาจาก
                        2.1.1 โน้ตบังคับ หมายความว่า โน้ตที่อยู่ตัวหลังตัวที่กำลังปล่อยเสียง มีความสูงของโน้ต สูงกว่า จึงจำเป็นต้องมีการเอื้อนคำที่กำลังออกเสียง ให้ท้ายคำมีเสียงสูงขึ้นตรงกับโน้ตตัวหลัง จึงจะทำให้เสียงที่ออกมามีความพลิ้ว ไพเราะน่าฟัง ทั้งนี้สามารถเอื้อนได้ ทั้ง 1 โน้ต , 2 โน้ต หรือ 3 โน้ต ฯลฯ
            2.1.2คำที่กำลังปล่อยเสียง เป็นเสียง เอก , โท , ตรี , จัตวา เพราะคำพ้องเสียงเหล่านี้ต้องออกเสียง 2 โน้ต จึงจะทำให้เกิดความชัดเจน ในคำบางคำ คำนั้นเป็นรูปสามัญ แต่เสียง เป็นเสียง เอก , โท , ตรี หรือ จัตวา ก็ต้องมีการสะบัดโน้ต จึงจะทำให้คำนั้นออกมาชัดเจน และไพเราะน่าฟัง
            2.2 เอื้อนแบบสะบัดลง จะเอื้อนลง 1 โน้ต , 2 โน้ต หรือ 3 โน้ต มีหลักการมาจาก
            2.2.1 โน้ตบังคับ หมายความว่า โน้ตที่อยู่ตัวหลังตัวที่กำลังปล่อยเสียง อยู่ต่ำกว่าโน้ตที่กำลังปล่อยเสียง จึงจำเป็นต้องมีการเอื้อนคำที่กำลังออกเสียง ให้ท้ายคำมีเสียงต่ำลงตรงกับโน้ตตัวหลัง จึงจะทำให้เสียงที่ออกมามีความพลิ้ว ไพเราะน่าฟัง ทั้งนี้สามารถเอื้อนได้ ทั้ง 1 โน้ต , 2 โน้ต หรือ 3 โน้ต ฯลฯ
            2.2.2 คำที่กำลังปล่อยเสียง เป็นเสียง เอก , โท , ตรี , จัตวา เพราะคำพ้องเสียงเหล่านี้ต้องออกเสียง 2 โน้ต จึงจะทำให้เกิดความชัดเจน ในคำบางคำ คำนั้นเป็นรูปสามัญ แต่เสียง เป็นเสียง เอก , โท , ตรี หรือ จัตวา ก็ต้องมีการสะบัดโน้ต จึงจะทำให้คำนั้นออกมาชัดเจน และไพเราะน่าฟัง การเอื้อนแบบสะบัดโน้ต ทั้งเอื้อนขึ้นและเอื้อนลง ต้องอาศัยหลักการ 2 อย่างนี้ประกอบกัน จึงจะสามารถพิจารณาได้ว่า คำที่กำลังปล่อยเสียง ต้องเอื้อนขึ้นหรือเอื้อนลง และการเอื้อนในบางคำอาจมีการเอื้อนทั้งเอื้อนขึ้นและเอื้อนลงในคำเดียวกัน    ทั้งนี้ ก็เพื่อทำให้คำที่กำลังปล่อยเสียงมีความพลิ้วไพเราะ น่าฟังมากขึ้น การเอื้อนทุกอย่าง ต้องอาศัยการพิจารณาตามหลักการทักษะ และประสบการณ์ของคนร้อง จึงจะทำให้การเอื้อนออกมาดี และไพเราะน่าฟัง


http://www.plengpirom.com/การเอื้อน.html

    << Go Back