<< Go Back
การขับร้องเพลงไทย เป็นศิลปะพิเศษอย่างหนึ่งที่มีกลวิธี ชั้นเชิงลีลามากมาย ครูและอาจารย์แต่ละท่าน แต่ละสำนัก แต่ละสถาบันย่อมมีกลเม็ดวิธีที่แตกต่างกัน การขับร้องเพลงไทยที่เราได้ยินอยู่ทั่วไปบางคนเข้าใจว่าไม่ยาก ซึ่งก็เป็นความจริงอยู่บ้าง หากฟังเพียงผิวเผินจะรู้สึกว่ามีสำเนียงคล้ายกันหมด แต่ความจริงแล้ว การขับร้องเพลงไทยเป็นศิลปะที่มีความยากและง่ายรวมกันอยู่ ศิลปะประเภทอื่น ๆ มีอุปกรณ์ที่ทันสมัยเข้าร่วมเสริมมากมาย แต่การขับร้องไม่มีอุปกรณ์ที่เป็นชิ้นส่วนให้สัมผัสได้ อุปกรณ์ที่สำคัญของการขับร้องล้วนแต่เป็นสิ่งที่อยู่ในตัวผู้ขับร้องเองทั้งสิ้น นับเป็นศิลปะที่ละเอียดอ่อนมองไม่เห็นด้วยตา ปราศจากรูปร่างตัวตนให้สัมผัส แต่สิ่งที่แสดงออกให้รู้ว่าอยู่ ณ ที่ใด เป็นอย่างไร คือ เสียง การจะเป็นผู้ขับร้องที่ดีได้นอกจากธรรมชาติจะเอื้ออำนวยแล้ว จำเป็นต้องมีพื้นฐานที่ถูกต้องด้วย
การขับร้องประกอบดนตรี
       การขับร้องประกอบดนตรี คือ การร้องส่งเข้ากับวงดนตรีประเภทต่าง ๆ ได้แก่ วงปี่พาทย์ วงเครื่องสาย และวงมโหรี การขับร้องประเภทนี้ผู้ขับร้องจะต้องยึดเสียงดนตรีเป็นหลัก จะขึ้นหรือลงเสียงร้องตามสบายไม่ได้ จะต้องเทียบเสียงให้เข้ากับเสียงหรือทางของเสียงดนตรี ในการขับร้องประกอบดนตรีแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ คือ
1. การร้องรับ
       การร้องรับ คือ การขับร้องที่สลับกับการบรรเลงของวงดนตรี ผู้ร้องร้องจบหนึ่งท่อนแล้ว ดนตรีก็จะบรรเลงรับไปจนจบท่อน ผู้ร้องก็จะร้องท่อนต่อไป เนื้อร้องจบดนตรีก็จะบรรเลงสลับอีก ทำอย่างนี้ไปจนจบเพลง การขับร้องเพลงประเภทนี้ ได้แก่ การขับร้องเพลงสามชั้น หรือการขับร้องเพลงเถา เป็นต้น
2. การขับร้องสอดดนตรี
       การขับร้องสอดดนตรี คือ การขับร้องที่มีดนตรีเข้ามาสอดแทรกในระหว่างการขับร้องเพื่อให้เกิดความไพเราะยิ่งขึ้น เช่น การขับร้องเพลงโสมส่องแสงท่อน 3 หรือเพลงเขมรไทรโยค เป็นต้น
3. การขับร้องพร้อมกับดนตรี
       การขับร้องพร้อมกับดนตรีคือการขับร้องที่ร้องไปพร้อม ๆกับการบรรเลงดนตรีซึ่งแบ่งการขับร้องออกเป็น 4 ลักษณะ คือ
       3.1 คลอ คือ การขับร้องที่ร้องไปพร้อม ๆ กับการบรรเลงดนตรีซึ่งใช้ทำนองเดียวกัน ดนตรีจะบรรเลงทางเดียวกับทางร้อง เช่น การใช้ซอสามสายสีคลอไปกับเสียงร้อง เป็นต้น
       3.2 เคล้า คือ การขับร้องไปพร้อม ๆกับการบรรเลงดนตรีในเพลงเดียวกันแต่ต่างทำนองกัน คือ ร้องก็ดำเนินไปทางร้อง ส่วนดนตรีกับบรรเลงทางดนตรี ทั้งทางร้องและทางบรรเลงจะยึดถือจังหวะตกเดียวกัน
       3.3 ลำลอง คือ การขับร้องและการบรรเลงดนตรีไปพร้อม ๆ กัน แต่ไม่ต้องเป็นเพลงเดียวเสียงที่ตกจังหวะก็ไม่ต้องเป็นเสียงเดียวกันบางทีอาจจะไม่ถือจังหวะของกันและกันก็ได้สิ่งที่ต้องยึดถือก็คือ เสียงร้องและเสียงที่บรรเลงต้องเป็นระดับเสียงเดียวกัน ทำนองเพลงมีความสัมพันธ์กลมกลืนกัน
       3.4 ประสาน คือ การขับร้องหรือการบรรเลงในบทเพลงเดียวกันพร้อมๆ กัน อาจเป็นเสียงร้องกับเสียงร้อง เสียงร้องกับเครื่องดนตรี หรือเครื่องดนตรีกับเครื่องดนตรีก็ได้ เสียงร้องหรือเสียงเครื่องดนตรีแยกกันเป็นคนละทางแต่อาจมีเสียงที่ตกเสียงเดียวกันข้างหรือคนละเสียงบ้าง เช่นเดียวกับหลักการประสานเสียงของดนตรีสากล
การขับร้องประกอบการฟ้อนรำ
       การขับร้องประกอบการฟ้อนรำ คือ การขับร้องที่ใช้ประกอบการแสดงฟ้อนรำประเภทต่าง ๆ ผู้ร้องต้องร้องให้เหมาะสมกับผู้ฟ้อนรำหรือบทบาทของตัวแสดงต้องร้องให้สอดคล้องกับอารมณ์ของผู้แสดง เช่น เมื่อบทละครถึงบทโศกการขับร้องก็ต้องดำเนินไปอย่างช้า ๆ เมื่อถึงบทโกรธก็ต้องร้องให้จังหวะกระชั้นแสดงอารมณ์โกรธออกมาทางน้ำเสียงเพื่อให้เหมาะสมกับบทบาทของตัวละครด้วย

 
     http://nawin.org.a27.readyplanet.net/index.php?lay=show&ac=article&Id=539410792&Ntype=1

    << Go Back