<< Go Back 

          ศิลปะการแสดง  เป็นสิ่งที่มนุษย์จัดสร้างขึ้นเพื่อประโยชน์ส่วนหนึ่งในการดำเนินชีวิต  เพื่อตอบสนองอารมณ์ความรู้สึกนึกคิด  เป็นความบันเทิงใจที่มีองค์ประกอบทางศิลปะหลายประการ  การนำเสนอการแสดงมีหลายรูปแบบ  เช่น  การแสดงละคร  การแสดงนาฏศิลป์ไทย การแสดงละครโทรทัศน์  การแสดงภาพยนตร์  การแสดงดนตรี  การแสดงโอเปร่า    การแสดงคอนเสิร์ต  การแสดงอุปรากร  การแสดงหุ่น ซึ่งการแสดงต่างๆ เหล่านี้  มีวิวัฒนาการมาโดยลำดับ  เกิดขึ้นในแหล่งต่างๆ ที่มนุษย์อาศัยอยู่ในโลกใบนี้

          ปัจจุบันประเทศไทยของเรา  มีศิลปะการแสดงมากมายหลายประเภท  ให้เราได้เลือกดูเลือกชมตามความชอบ  มองย้อนกลับไปในอดีตเมื่อคุณยายคุณตายังอยู่ในช่วงอายุเท่าเรา  ท่านเหล่านั้นก็มีความชื่นชมและมีความสุขในการชมการแสดงตามยุคสมัยนั้น  เช่น  ชอบดูลิเกลูกบท  ชอบดูลิเกคณะบุญเลิศ  ศิษย์หอมหวน  ชื่นชมและแต่งตัวตามแบบพระเอกหนังไทย  คุณมิตรชัย  บัญชา  คุณสมบัติ  เมทะนี  หรือคุณยายแต่งหน้าทำผมเหมือนคุณเพชรา  เชาวราช  คุณพิสมัย  วิไลศักดิ์  คุณอรัญญา  นามวงศ์  นางเอกหนังไทยในสมัยนั้น  และชื่นชมบทเพลงอันไพเราะของคุณสุเทพ  วงศ์คำแหง  คุณธานินทร์  อินทรเทพ  คุณสวลี  ผกาพรรณ  คุณรวงทอง  ทองลั่นทม  คุณสุรพล  สมบัติเจริญ  คุณไพรวัลย์  ลูกเพชร  คุณผ่องศรี  วรนุช  หรือเพลงอมตะของคณะสุนทราภรณ์  โดยครูเอื้อ  สุนทรสนาน  คุณเลิศ  ประสมทรัพย์  คุณวินัย  จุลบุษปะ  คุณศรีสุดา  รัชตวรรณ  คุณมาริษา  อำมาตยกุล  คุณบุษยา  รังสี  หรือวงดนตรีดิอิมโพสิเบิล  ของคุณเศษฐา  ศิระฉายา  เป็นต้น


เพชรา  เชาวราช

สุเทพ  วงศ์คำแหง

ธงชัย  แมคอินไตย์

วงโปงลางสะออน

          บุคคลที่กล่าวมานี้  ปัจจุบันบางท่านก็เสียชีวิตแล้ว  บางท่านก็ยังมีผลงานการแสดงให้เราได้ชื่นชมอยู่  แต่จะเห็นว่าเมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป  ศิลปะการแสดงก็มีรูปแบบต่างไปจากเดิม  คนรุ่นใหม่ก็นิยมชมชอบหรือชมการแสดงของวัยรุ่น  เช่น  วง Clash,  วง Potato,  วงพริกไทย  และนักร้องนักแสดงวัยรุ่นมากมาย  ชมภาพยนตร์โทรทัศน์  ชอบดูคอนเสิร์ตที่มีผู้แสดงทั้งเต้นและร้องเพลงด้วยลีลาเร้าใจสนุกสนาน  จนทำให้ผู้ชมร่วมแสดงตามไปด้วย  มีศิลปินนักแสดงเกิดขึ้นมากมาย  และที่น่าประทับใจเป็นแบบอย่างทางการแสดง  เช่น  คุณธงไชย  แมคอินไตย์,  คุณจักรพันธ์  อาบครบุรี,  คุณพุ่มพวง  ดวงจันทร์, คุณสุนารี  ราชสีมา,  คุณฝน  ธนสุนทร,  คุณฉัตรชัย  เปล่งพาณิชย์,  คุณสินจัย  หงส์ไทย,  คุณสุวนันท์  คงยิ่ง  เป็นต้น  และศิลปินรุ่นใหม่ล่าสุดที่เป็นที่ขานรับในบทบาททางการแสดง  เช่น  คุณวรนุช  วงศ์สวรรค์,  คุณพรชิตา  ณ สงขลา,  คุณเวียร์  ศุกลวัฒน์,  คุณภัทรพล  ศิลปาจารย์,  คุณแพนเค้ก เขมนิจ,  วงโปงลางสะออน  การแสดงหมอลำพื้นบ้าน  ชาวอีสาน

          จากที่ยกตัวอย่างมานี้  เพื่อให้นักเรียนได้เห็นภาพความสัมพันธ์ของผู้แสดงและผู้ชม  ดังนี้

เรื่องที่ 1  การปฏิบัติตัวของผู้แสดงที่มีอิทธิพลต่อการโน้มน้าวอารมณ์ของผู้ชม

          ผู้แสดงที่ดีจะมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับของผู้ดูทุกยุคทุกสมัยเวลาผ่านไป  ก็ยังมีผู้กล่าวถึงในด้านความสามารถ  ซึ่งจะต้องได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี  นอกจากจะมีพรสวรรค์ในด้านการแสดงแล้ว  ผู้แสดงต้องเป็นผู้วางตัวดีไม่ทำสิ่งที่ไม่ดีงาม  ประพฤติปฏิบัติตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม

          ผู้ชมเป็นผู้ที่ได้รับอรรถรส  ความสุขและความสนุกสนานเพลิดเพลินในการชมการแสดง  ผู้ชมที่ดีต้องชมการแสดงอย่างมีสติ  วิเคราะห์บทบาทของการแสดงได้  แยกแยะความถูกต้อง  ความดีหรือไม่ดี  เพราะบทบาทของผู้แสดงเป็นสิ่งที่ถูกสมมุติขึ้น  ให้เราได้แง่คิดมาใช้ในการปฏิบัติตน

เรื่องที่ 2  ประวัตินักแสดงที่ท่านชื่นชอบ

          ตัวอย่างนักแสดง  หรือศิลปินที่ได้รับการยกย่องทางด้านนาฏศิลป์

          1. ดร.ศุภชัย จันทร์สุวรรณ  ศิลปินแห่งชาติ  สาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์) พ.ศ. 2548  เป็นนักแสดงและอาจารย์ประจำสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์  กรมศิลปากร  เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2498  ในวัยเยาว์  ศุภชัยได้แรงบันดาลใจจากความประทับใจจากการแสดงของศิลปินโขนและละคร  กอปรกับนโยบายสนับสนุนการเรียนนาฏศิลป์นอกเวลาของโรงเรียน  ทำให้ศุภชัยได้แสดงความสามารถทางนาฏศิลป์มาตั้งแต่ชั้นประถมศึกษา  และได้ศึกษาต่อด้านนาฏศิลป์และเป็นนักแสดงของกรมศิลปากรควบคู่กันไป  ศุภชัยสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก  ศิลปศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต  สาขานาฏยศิลป์ไทย  จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  และในปัจจุบันได้ดำรงตำแหน่งเป็นคณบดีคณะศิลปนาฏดุริยางค์  สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์

          ผลงานการแสดง

                    ในปีพ.ศ. 2529  ศุภชัยได้รับบทเป็นราชบุตรมังตราแห่งเมืองตองอู  ในละครพันทางเรื่อง  "ผู้ชนะสิบทิศ"  ของยาขอบ  กำกับและเขียนบทโดยอาจารย์เสรี  หวังในธรรม  ศิลปินแห่งชาติ  คู่กับปกรณ์  พรพิสุทธิ์  ผู้ได้รับบทจะเด็ด  ซึ่งส่งผลให้ทั้งสองมีชื่อเสียงโด่งดัง  กลายเป็นพระเอกละครยอดนิยมมาจนตราบทุกวันนี้  นอกจากนี้  ศุภชัยยังมีผลงานแสดงทางนาฏศิลป์โขนในบทตัวพระตัวนางในละครนอก  พระเอกและนางเอกในละครอื่นๆ  เช่น  แสดงเป็นพลายชุมพลในเรื่อง  "ขุนช้างขุนแผน"  สุดสาครในเรื่อง  "พระอภัยมณี  "  สมิงนครอินทร์ในละครพันทางเรื่อง "ราชาธิราช"  เป็นต้น  รวมถึงการแสดงระบำ รำ ฟ้อน ประเภทต่างๆ  ทั้งในประเทศและในต่างประเทศ


ดร.ศุภชัย แสดงเป็นพระลอ

          เกียรติคุณ

                    1. รางวัลข้าราชการพลเรือนดีเด่นในปี 2542

                    2. รางวัลประกายเพชร ในปี 2544

                    3. รางวัลเพชรสยาม ในปี 2548

                    4. ศิลปินแห่งชาติ  สาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์) พ.ศ. 2548

          2. พิสมัย วิไลศักดิ์   ชื่อเล่น "มี้"  เกิดวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2482  เป็นศิลปินนักแสดงอาวุโสเจ้าของฉายา "ดาราเงินล้าน"  มีผลงานแสดงภาพยนตร์ประมาณ 300 เรื่อง  สมรสกับผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง "สุพรรณ พราหมณ์พันธุ์"   พิศมัยเกิดที่ย่านบางลำพู  เป็นลูกกำพร้าตั้งแต่เด็กในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2  และได้รับการเลี้ยงดูโดยครูจำเรียง  พุทธประดับ  ศิลปินแห่งชาติ  นำไปเลี้ยงดูในวังหลวงระหว่างปี 2494-2498  พิศมัยจบการศึกษาจากโรงเรียนบำรุงวิทยา  และโรงเรียนนาฏศิลป์  กรมศิลปากร  พิศมัย  วิไลศักดิ์  แสดงภาพยนตร์เรื่องแรกเป็นนางเอกเรื่อง "การะเกด"  เมื่อ พ.ศ. 2501  คู่กับลือชัย  นฤนาท  และชนะ ศรีอุบล  เป็นที่รู้จักจากฉากรำฉุยฉายในเรื่อง  และได้แสดงภาพยนตร์ต่อมาอีกประมาณ 300 เรื่อง  ผลงานที่มีชื่อเสียง  ได้แก่  เรื่อง สองฝั่งฟ้า (2503), ดรรชนีนาง (2504), จำเลยรัก (2506), ดวงตาสวรรค์ (2506), โนราห์ (2509)  ในจำนวนหลายเรื่องพิศมัยได้ใช้ความสามารถพิเศษในการรำไทย  รับบทรำในเรื่องด้วย  เช่น  โนราห์ (2509), เมขลา (2510), สีดา (2511), หนึ่งนุช (2514), ค่าของคน (2514), สักขีแม่ปิง (2516), ระห่ำลำหัก (2518)  ระยะหลังหันมารับงานแสดงละคร  และเป็นครูสอนศิลปะการแสดงให้กับนักแสดงรุ่นหลัง  และแสดงละครเรื่อง แจ๋วใจร้ายกับคุณชายเทวดา  ทางช่อง 7 สี (อั้ม พัชราภา - เป้ อารักษ์) โดยรับบทเป็น "นมแจ่ม"  พ.ศ. 2552

       

          รางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม

                    1. รางวัลตุ๊กตาทอง ครั้งที่ 6 ประจำปี พ.ศ. 2506 - จากละครเรื่อง "ดวงตาสวรรค์"

                    2. รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี ครั้งที่ 5 ประจำปี พ.ศ. 2524 - จากละครเรื่อง "ค่าน้ำนม" (เข้าชิง)

                    3. รางวัลสุพรรณหงส์ทองคำ ครั้งที่ 1 ประจำปี พ.ศ. 2521 - จากละครเรื่อง "ไร้เสน่หา"

          รางวัลนักแสดงประกอบหญิงยอดเยี่ยม

                    1. รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี  ครั้งที่ 7  ประจำปี พ.ศ. 2526 - จากละครเรื่อง "เงิน เงิน เงิน"

                    2. รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี  ครั้งที่ 20  ประจำปี พ.ศ. 2542 - จากละครเรื่อง "กำแพง"

                    3. ศิลปินแห่งชาติ  ปีพ.ศ. 2553

          รางวัลสุพรรณเกียรติยศ  ในฐานะที่อุทิศตนให้กับวงการภาพยนตร์ไทยและสังคมสม่ำเสมอ  บุคคลในวงการให้การยอมรับ  และมีจิตวิญญาณรักวงการบันเทิง  ในฐานะบุคคลเกียรติยศ  ในงานประกาศผลรางวัลสุพรรณหงส์ ประจำปี พ.ศ. 2550 วันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

          3. วรนุช วงษ์สวรรค์   นุ่นเป็นนักแสดงที่ได้รับความนิยมคนหนึ่ง  เป็นบุตรสาวของนายปรีชากับนางระเบียบ  วงษ์สวรรค์  เกิดเมื่อ 24 กันยายน พ.ศ. 2523  มีพี่น้อง 5 คน  จบการศึกษาจากวิทยาลัยนาฏศิลป  และศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต  คณะวิทยาการจัดการ  โปรแกรมนิเทศศาสตร์  เข้าวงการบันเทิงโดยการชักชวนของแก้วพรีเมียร์  และแสดงละครเรื่องแรกคือ  "ปอบผีฟ้า" ทางช่อง 7 เมื่อปี พ.ศ. 2540 คู่กับ นุติ  เขมะโยธิน  นุ่นมีผลงานด้านการแสดงหลายเรื่อง  อาทิเช่น  ปอบผีฟ้า / คู่กับนุติ เขมะโยธิน,  อีสา รวีช่วงโชติ / คู่กับอัษฎาวุธ เหลืองสุนทร,   รากนครา / คู่กับ ดนุพร ปุณณกันต์,  โนห์รา / คู่กับเขตต์ ฐานทัพ,  ใครกำหนด / คู่กับเขตต์ ฐานทัพ,  เพลงดิน กลิ่นดาว / คู่กับศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์,  ดาวเปื้อนดิน / คู่กับวีรภาพ สุภาพไพบูลย์,  คมแฝก / คู่กับณัฐวุฒิ สกิดใจ,  แม่หญิง / คู่กับศรราม เทพพิทักษ์   ฯลฯ

   

          สถานะในวงการบังเทิง

                    - นักแสดงหญิง  สังกัดสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7

          ผลงานการแสดงด้านภาพยนตร์

                    - เฉิ่ม (ปี 2548)

                    - เปิงมาง  กลองผีหนังมนุษย์ (ปี 2550)

          ผลงานปัจจุบัน

                    - พิธีกรรายการที่นี่หมอชิต

          ผลงานพิธีกร

                    - รายการที่นี่หมอชิต  เป็นพิธีกรคู่กับ สัญญา คุณากร และสมเกียรติ จันทร์พราหมณ์

          ผลงานอื่นๆ

                    - บรรณาธิการบริหารวารสาร

                    - ผู้บริหารและครูฝึกสอนสถาบันศิลปการแสดง "นาฏก"

                    - รองโฆษกกระทรวงวัฒนธรรม ประสานงานด้านศิลปะการแสดงและนาฎศิลป์

          จากตัวอย่างนักแสดงที่ท่านชื่นชมทั้งสามท่าน  ทุกท่านเป็นผู้มีพื้นฐานจากการฝึกหัดนาฏศิลป์  จากวิทยาลัยนาฏศิลป์  กรมศิลปากร  สถาบันการศึกษาของชาติที่มุ่งเพิ่มให้ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถด้านการแสดงนาฏศิลป์ไทย  ซึ่งสามารถทำให้มีความสามารถในการแสดงด้านอื่นๆ  เป็นผู้ที่เป็นแบบอย่างได้ในการวางตัวที่เหมาะสม

เรื่องที่ 3 การพัฒนารูปแบบการแสดง

          การแสดงของไทยมีรูปแบบการแสดงที่พัฒนาขึ้นตามสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป  แต่เดิมการแสดงนาฏศิลป์ไทยมีการร่ายรำตามแบบแผน  มีละครที่เป็นแบบแผน  เช่น  ชุดละครชาตรี  ละครนอก  ละครใน  ต่อมาเมื่อมีอารยธรรมต่างชาติเข้ามา  สมัยรัตนโกสินทร์ได้มีการปรับปรุงรูปแบบการแสดงขึ้นมากมาย  มีละครประเภทต่างๆ เกิดขึ้น  เช่น  ละครเสภา  ละครพันทาง  ละครพูด  ละครดึกดำบรรพ์  ละครร้อง  ละครเวที  ลิเก     ละครโทรทัศน์  รูปแบบละครรำที่แสดงเรื่องราวของกษัตริย์  ก็เริ่มเปลี่ยนมาเป็นการแสดงที่เล่าเรื่องของบุคคลชาวบ้านธรรมดา  การร่ายรำก็หายไปทีละน้อย  มีการดำเนินเรื่องเหมือนชีวิตจริง  การแสดงระบำรำฟ้อน  ที่แต่งกายด้วยเครื่องพระนาง  ก็ปรับเปลี่ยนสร้างสรรค์ให้แปลกตาน่าชม  ในรูปแบบของเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่ประดิษฐ์ขึ้นใหม่  เหมาะกับกาลสมัย  มีการประยุกต์ผสมผสานท่าเต้นเข้ามา   แต่ทั้งนี้นาฏศิลป์ไทยก็ยังคงความเป็นเอกลักษณ์อยู่   โดยหน่วยงานที่มีหน้าที่อนุรักษ์และสืบทอด  เช่น  กรมศิลปากร  กระทรวงวัฒนธรรม  และกระทรวงศึกษาธิการ   มีหลักสูตรการสอนวิชาดนตรี – นาฏศิลป์ไทยในโรงเรียน


ละครรำแบบดั้งเดิม ละครใน เรื่องอิเหนา

ละครรำแบบปรับปรุง ละครพันทาง เรื่องพระลอ

ละครร้อง เรื่องสาวเครือฟ้า

ละครสมัยปัจจุบัน  ละครโทรทัศน์

ข้อมูลที่น่าสนใจและควรศึกษา

          ศิลปินแห่งชาติของประเทศไทย  หมายถึง  ศิลปินผู้มีความสามารถ  มีผลงานสร้างสรรค์และพัฒนาเป็นที่ยอมรับของวงการ  และมีผลงานเป็นประโยชน์ต่อสังคม  สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ  ได้จัดทำโครงการศิลปินแห่งชาติ  มาตั้งแต่ พ.ศ. 2527  เพื่อสรรหา  ส่งเสริมสนับสนุน  และช่วยเหลือศิลปินผู้สร้างสรรค์  ผลงานศิลปะที่มีคุณค่าของแผ่นดินไทย  โดยมีสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติเป็นผู้พิจารณา  นอกจากนี้คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้วันที่ 24 กุมภาพันธ์ของทุกปี  เป็น "วันศิลปินแห่งชาติ"   โดยศิลปินแห่งชาติจะต้องเป็นผู้ที่มีความสามารถ  มีความเชี่ยวชาญ  และมีผลงานดีเด่น  เป็นที่ยอมรับของวงการศิลปะแขนงนั้น

 

    << Go Back