<< Go Back 

1. การขยันขันแข็งในการฝึกซ้อม  ท่องบท  จะช่วยให้มีความคล่องตัวช่วยเพิ่มพูนฝีมือ  เพิ่มพูนความเข้าใจ  เพิ่มพูนความเร็ว  การขยันฝึกซ้อมนั้นจะต้องทำให้เป็นนิสัย  แม้จะได้ชื่อว่าเป็นนักแสดงที่เก่งแล้ว  มีฝีมือเป็นที่ยอมรับของคนโดยทั่วไปแล้ว  ก็ยังต้องหมั่นฝึกซ้อมอยู่เสมอ

          2. หมั่นศึกษาหาความรู้ทางศิลปะการแสดงเพิ่มเติมอยู่เสมอ  จากครูอาจารย์  เพื่อนร่วมงาน  จากตำรับตำรา  จากการฟัง  เป็นต้น  วิทยาการและเทคโนโลยีนั้นก้าวไปข้างหน้าตลอดเวลา  หากไม่หมั่นศึกษาจะกลายเป็นคนล้าหลัง  และตามเพื่อนพ้องไม่ทัน

          3. มีความละเอียดละออในการดู  การอ่านบท  การเขียนบท  และการเล่นละคร  อย่าปล่อยให้รายละเอียดความสวยงามที่น่าสนใจ  หรือกลเม็ดต่างๆ ผ่านไป  โดยมิได้กระทบโสตประสาทของเรา

          4. ลดอัตราในตัวเองให้มากที่สุด  จงเป็นคนถ่อมตัว  อย่าถือเอาความคิดของตัวเองเป็นใหญ่  อย่าคิดว่าเราต้องเป็นฝ่ายถูกตลอดกาล  การคิดเช่นนั้นจะทำให้เราไม่ได้อะไรใหม่ๆ  และกลายเป็นคนโง่ที่คิดว่าตัวเองฉลาด  ละครนั้นเป็นศิลปะอิสระที่ไร้ขอบเขต  ความสวยงามมิได้อยู่ที่เล่นได้ถูกต้องตามบทต้นฉบับเท่านั้น  แต่อยู่ที่ผู้เล่นสามารถสื่อถึงผู้ชมได้ดีเพียงไร  การมีอัตรามากจะทำให้เราถูกขังอยู่แต่ในความคิดคำนึงของเราคนเดียว  ไม่อาจข้ามพ้นไปรับความเป็นอิสระในทางความคิดใหม่ๆ  ทั้งที่เราก็มีความสามารถในการสร้างสรรค์ได้ดีอีกคนหนึ่ง

          5. อย่าตำหนิติเตียนผู้ที่มีฝีมือการแสดงด้อยกว่า  แนะนำสิ่งที่น่าสนใจแก่เขาตามกำลังความสามารถของเขาที่จะรับได้  จงให้กำลังใจเขา  และส่งเสริมให้เขามีฝีมือขึ้นมาเสมอเรา  หรือก้าวไปไกลกว่าเรา  ความเจริญและความดีงามของสังคม  ขึ้นอยู่กับบุคคลที่มีคุณภาพเป็นจำนวนมาก

          6. เป็นผู้ที่มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี  ไม่ว่าในหมู่เพื่อนร่วมงานหรือผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ ในธุรกิจการละคร  รับฟังและเคารพในความคิดเห็นของผู้อื่น  อย่าเป็นตัวสร้างปัญหาในกลุ่มคนที่ร่วมงานกับเรา  จะทำให้เราเป็นบุคคลที่น่าเบื่อหน่าย

          7. เป็นผู้ที่ตรงต่อเวลา  ไม่ว่าจะเป็นการนัดฝึกซ้อมหรือในการแสดงจริง  ต้องตรงต่อเวลาจริงๆ  ทั้งยังต้องเผื่อเวลาไว้สำหรับอุปสรรคในการเดินทางด้วย  งานทุกงานควรเริ่มต้นและจบลงตามกำหนดการ  ไม่มีเหตุผลใดๆ ที่ฟังได้และอภัยให้ได้สำหรับความผิดพลาดเรื่องเวลา

          8. เมื่อมีโอกาสถ่ายทอดความรู้สึกผู้อื่น  จงกระทำในลักษณะแนะนำ  แจกแจงชี้ให้เห็น  จงคำนึงถึงความยอมรับในตัวเราจากผู้เรียนให้มากที่สุด  และถ่ายทอดความรู้ที่มีโดยไม่ปิดบังอำพราง  ผู้รับจะรับความรู้ที่เราถ่ายทอดให้ได้  ตามความสามารถในการเรียนรู้ของเขา  การถ่ายทอดความรู้โดยไม่ปิดบัง  จะก่อให้เกิดลักษณะที่เรียกว่า "การต่อยอดทางการเรียน"  ศิษย์ที่รับความรู้ได้เร็วจะนำความรู้ที่ได้ไปฝึกฝน  หรือค้นคว้าต่อออกไปอีก  ทำให้ความรู้ความสามารถแตกสาขาออกไปเรื่อยๆ  ไม่มีที่สิ้นสุด

          9. จงเคารพในสิทธิส่วนบุคคลของผู้อื่น  อย่าถือวิสาสะหยิบหรือเคลื่อนย้ายของใช้ของผู้อื่น  โดยเจ้าของมิได้อนุญาติเสียก่อน

          10. นักแสดงต้องรู้หน้าที่ของตนเอง  เมื่อแสดงละครอยู่บนเวทีหรือหน้ากล้อง  ต้องรู้จักรับผิดชอบในการเล่นละคร  ให้สมบทบาทที่ตนเองได้รับให้ดีที่สุด  ปฏิบัติตามคำสั่งในบทละครของตนเองอย่างดีที่สุด  ไม่ควรก้าวก่ายไปเล่นบทพูดที่มีผู้เล่นอยู่แล้ว  จะทำให้เกิดความสับสนในการต่อบท  และเกิดการผิดคิว  เนื่องจากการเล่นผิดเล่นถูก  ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการแสดงละครเลยแม้แต่น้อย

          11. จงเป็นผู้มองโลกในแง่ดีเสมอ  ให้อภัยคน  อย่าเป็นคนโกรธง่าย  อย่าใช้ยาเสพติดช่วยสร้างอารมณ์ในการเล่นละคร  นักแสดงควรมีอารมณ์สุนทรีย์โดยธรรมชาติ  มองโลกในแง่ดี  มองโลกให้กว้างเพื่อความมีสุขภาพจิตที่ดีในชีวิต

          12. อย่าเปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่น ทั้งฝีมือและพฤติกรรม  คนแต่ละคนมีจริต  และสิ่งเอื้ออำนวยที่แตกต่างกันโดยธรรมชาติ  ไม่มีอะไรที่จะเปรียบเทียบกันได้  ความกระตือรือร้นและทะเยอทะยาน  ที่จะมีฝีมือและความรู้ที่มากขึ้น  ควรขึ้นอยู่กับความท้าทายจากสิ่งที่เราเรียนรู้  มิควรให้เกิดจากความคิดที่จะเอาชนะผู้อื่น  เราจะไม่มีวันชนะใครตราบเท่าที่เราอยากเอาชนะ

          ความเป็นนักแสดง  สิ่งที่จะต้องทำเป็นประจำ  คือ  การเล่นละครเพื่อสื่อถึงผู้ชม  นั่นเท่ากับว่า  ตลอดเวลาเราทำการแสดงเพื่อผู้อื่นรับชมอยู่แล้ว  ดังนั้นจิตสำนึกของนักแสดง  จึงต้องคำนึงถึงผู้อื่นก่อนตนเอง  จงทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้ผู้อื่นได้รับความสุขอย่างเต็มที่  จะต้องคิดเสมอว่าสิ่งที่ออกไปจากเรา  ผู้อื่นเขารับแล้วพอใจไหม  ยินดีหรือไม่  การคิดคำนึงอย่างนี้  จะนำให้เรากระทำแต่สิ่งที่ดีอยู่ตลอดเวลา

    << Go Back