<< Go Back 

ประโยชน์ของละครสร้างสรรค์มีมากมาย  ดังนี้

          1. ละครสร้างสรรค์พัฒนาจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์  จินตนาการเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ  ก่อนจะไปถึงขั้นตอนของการลงมือทำ  จินตนาการ  คือ  ความสามารถในการข้ามพ้นขอบเขตและสภาวะแห่งปัจจุบัน  คือ  ความสามารถที่จะมองเห็นตัวเองในสถานการณ์ใหม่ๆ  หรือมองเห็นตัวเองในชีวิตของผู้อื่น  ความคิดสร้างสรรค์  หมายถึง  ความคิดหรือการกระทำในสิ่งที่ใหม่  โดยไม่ซ้ำแบบหรือเลียนแบบใคร  ในระยะแรกเริ่มของการฝึกใช้จินตนาการนั้น  ผู้ร่วมกิจกรรมควรจะเริ่มต้นจินตนาการในสิ่งที่ตนเองมีประสบการณ์มาก่อน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งประสบการณ์จากการใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5  จะช่วยให้เกิดจินตภาพ  ซึ่งเป็นบ่อเกิดแห่งการขยายจินตนาการให้กว้างไกล  และลึกซึ้งในลำดับต่อๆไป  การเล่นบทบาทสมมติจึงเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกพัฒนาจินตนาการ  และความคิดสร้างสรรค์

          2. ละครสร้างสรรค์พัฒนาทักษะการคิด  การคิดเป็น  ทำเป็น  และการแก้ปัญหาเป็น  เป็นกระบวนการซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการเรียนรู้ของผู้ร่วมกิจกรรมทุกคน  ดังนั้น  การสอนกระบวนการคิด  จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้นำกิจกรรมทุกคนต้องเข้าใจ  เนื่องจากกระบวนการของละครสร้างสรรค์นั้น  ต้องอาศัยทักษะในการถามอย่างสร้างสรรค์จากผู้นำกิจกรรม  กระบวนการคิดมักจะเกิดขึ้น  เมื่อผู้ร่วมกิจกรรมถูกถามด้วยคำถามที่ชวนคิด  ซึ่งเป็นคำถามที่ทำให้เกิดการแสวงหาคำตอบ  กระบวนการคิดในละครสร้างสรรค์เกิดขึ้นอยู่แทบตลอดเวลา  ความซับซ้อนหรือระดับของการคิดนั้น  ขึ้นอยู่กับลักษณะของกิจกรรมและลักษณะของคำถาม  ตัวอย่างเช่น  หลังจากที่ผู้นำกิจกรรมเล่นนิทานให้ผู้ร่วมกิจกรรมฟังเรียบร้อยแล้ว  ผู้นำกิจกรรมอาจจะให้ผู้ร่วมกิจกรรมลองคิดหาวิธีการ  ในการนำนิทานมาจัดแสดงเป็นละครภายในเวลาที่กำหนด  หลังจากนั้นอาจมีคำถามที่ชวนคิดที่เกี่ยวกับละครที่แสดงจบไปแล้ว  เพื่อให้ผู้ร่วมกิจกรรมรู้จักการคิดในหลายลักษณะ  เช่น  คิดคล่อง  คิดหลากหลาย  คิดละเอียด  คิดอย่างมีเหตุผล  คิดถูกทาง  คิดกว้าง  คิดลึกซึ้ง  คิดไกล  เป็นต้น

          3. ละครสร้างสรรค์พัฒนาทักษะของการสื่อสารกับผู้อื่น  กิจกรรมของละครสร้างสรรค์ส่วนใหญ่  เป็นกิจกรรมที่อาศัยทักษะของการเคลื่อนไหว  การพูด  การอ่าน  โดยการกระทำเป็นกลุ่ม  ทุกๆ ขั้นตอนในการวางแผนของกลุ่ม  ทุกคนจะต้องระดมความคิด  ระดมสมอง  และรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น  มีการเสนอความคิดเห็น  สร้างข้อตกลงร่วมกัน  เพื่อนำเสนอออกมาเป็นชิ้นงานที่จะสื่อสารกับทุกคนในห้องกิจกรรม  และภายในกระบวนการแสดงละครสร้างสรรค์นั้น  ผู้สวมบทบาทสมมติก็ต้องตั้งใจฟังตัวละครอื่นๆ  เพื่อที่จะสามารถตอบโต้ด้วยการด้นสดได้

          5. ละครสร้างสรรค์พัฒนาการมองคุณค่าเชิงบวกในตนเอง  เนื่องจากกระบวนการของละครสร้างสรรค์นั้น  ให้โอกาสผู้ร่วมกิจกรรมทุกคนมีส่วนร่วม  นับตั้งแต่การแสดงความคิดเห็น  การวางแผน  การมีปฏิสัมพันธ์  และการได้แสดงออกอย่างเป็นตัวของตัวเอง  ภายใต้บรรยากาศที่ปลอดภัยและเป็นกันเอง  ผนวกกับปฏิกิริยาในแง่บวก  คำชื่นชม  การให้กำลังใจซึ่งกันและกัน  ทำให้ผู้ร่วมกิจกรรมเกิดความรู้สึกที่ดีเกี่ยวกับตัวเอง  พัฒนาการที่เกี่ยวกับการมองเห็นคุณค่าของตนนั้น  เป็นพื้นฐานสำคัญของความมั่นคงในจิตใจ  และต่อบุคลิกภาพบุคคลผู้นั้น

          6. ละครสร้างสรรค์พัฒนาการรับรู้  และสร้างความเข้าใจถึงสภาพความเป็นจริงในสังคม  และช่วยให้ตระหนักถึงปัญหาที่มีอยู่ในสังคม  การได้ลองสวมบทบาทเป็นตัวละครต่างๆ  รวมทั้งการได้ชมตัวละครที่มีตัวละครมาปรากฏอยู่อย่างมีชีวิตชีวานั้น  ทำให้ผู้ร่วมกิจกรรมนั้น  มีโอกาสเข้าไปอยู่ในสถานการณ์เดียวกับตัวละคร  บ่อยครั้งที่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม  จำเป็นต้องคำนึงถึงเหตุผลที่ตัวละครตัดสินใจกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง  หรือเหตุผลที่ตัวละครแสดงท่าทางลักษณะใดลักษณะหนึ่ง  ทำให้ผู้ร่วมกิจกรรมรู้และเข้าใจในสภาพของตัวละครลึกซึ้งด้วยตนเอง

          7. ละครสร้างสรรค์พัฒนาทักษะในการใช้ร่างกาย  และการใช้ภาษา  เกมส์  และกิจกรรมของละครสร้างสรรค์นั้น  มักจะเป็นแรงจูงใจที่ดี  ซึ่งช่วยให้ผู้ร่วมกิจกรรมเกิดความต้องการที่จะแสดงออกด้วยร่างกาย  และด้วยการใช้ภาษาที่ถูกต้องชัดเจน  ภายใต้การเล่นบทบาทสมมติที่สนุกสนานและปลอดภัย  เป็นโอกาสที่ดีที่ทำให้ผู้นำและผู้ร่วมกิจกรรม  ได้มีโอกาสเห็นความสามารถที่มีอยู่ในตัวของผู้ร่วมกิจกรรมทุกคน

          8. ละครสร้างสรรค์พัฒนาทักษะการอ่าน  กิจกรรมส่วนใหญ่ของละครสร้างสรรค์  มักจะมีจุดเริ่มต้นมาจากนิทาน  คำกลอน  บทกวี  เรื่องสั้น  หรือสารคดี  ฯลฯ  เรื่องราวที่ถูกจินตนาการแล้วกลายมาเป็นละครสร้างสรรค์นั้น  มักจะสร้างความประทับใจที่ดีให้กับผู้ร่วมกิจกรรม  เมื่อผู้ร่วมกิจกรรมมีประสบการณ์เกี่ยวกับการอ่านที่ดี  ประสบการณ์นั้นก็จะเป็นการปลูกฝังนิสัยรักการอ่านได้อีกทางหนึ่ง

          9. ละครสร้างสรรค์เป็นจุดเริ่มต้นไปสู่ความเข้าใจในศิลปะของการละคร  ถึงแม้ว่าละครสร้างสรรค์ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายที่จะฝึกให้ผู้ร่วมกิจกรรมไปเป็นนักแสดง  อีกทั้งบรรยากาศในการจัดกิจกรรมละครสร้างสรรค์นั้น  จะแตกต่างจากบรรยากาศในการแสดงละครเวที  ซึ่งละครเวทีจะมุ่งเน้นที่ภาพรวมของการเป็นละคร  แต่ละครสร้างสรรค์มุ่งเน้นที่กระบวนการเรียนรู้ของผู้ร่วมกิจกรรม  แต่การแสดงละครสร้างสรรค์ยังมีลักษณะบางส่วนที่เหมือนกับละครเวที  คือ  ละครสร้างสรรค์เสนอบรรยากาศของการสมมติ  ที่อยู่บนพื้นฐานของข้อตกลงร่วมกัน  การแสดงละครสร้างสรรค์ที่เกิดขึ้น  จึงมีลักษณะของ “โลกสมมติ”  ที่ให้ความเชื่ออย่างจริงใจกับผู้ชม  ผู้ที่นั่งชมละครสร้างสรรค์ก็จะได้เรียนรู้บทบาทของการชมที่ดี  บทบาทของการเป็นนักแสดงที่ดี  และเรียนรู้ถึงบทบาทที่ดีด้วย  การเรียนรู้เหล่านี้ล้วนเป็นพื้นฐานอันสำคัญต่อความเข้าใจในศิลปะของละคร

          10. ละครสร้างสรรค์พัฒนาจิตใจให้ละเอียดอ่อน  และสร้างเสริมจริยธรรมในจิตใจ  การที่ผู้ร่วมกิจกรรมได้มีโอกาสใช้กิจกรรมต่างๆ ในละครสร้างสรรค์  เพื่อที่จะเข้าใจถึงประสบการณ์จากประสาทสัมผัสทั้ง 5  การใช้จินตนาการทดแทนความรู้สึกของตัวเองด้วยความรู้สึกของผู้อื่น  การทำสมาธิเพื่อการเคลื่อนไหวอันละเอียดอ่อนเหล่านี้  ล้วนแต่เป็นการสร้างความละเอียดอ่อนให้กับจิตใจไปทีละน้อย  และนำไปสู่วุฒิภาวะทางอารมณ์และทางความคิดได้ในที่สุด

          11. ละครสร้างสรรค์เป็นเทคนิคการสอนในศาสตร์อื่นๆ  การเรียนรู้จากละครสร้างสรรค์เป็นการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์  จึงนับว่าเป็นวิธีการเรียนรู้ที่ได้ผลดี  เพราะทำให้ผู้เรียนหรือผู้ร่วมกิจกรรมมีส่วนร่วม  โดยมีจินตนาการความรู้ความเข้าใจ  และความรู้สึกของตนเป็นศูนย์กลาง  วิธีการเรียนรู้แบบนี้จึงเป็นวิธีการเรียนรู้ที่ยั่งยืน  ซึ่งครูสามารถนำเอาวิธีการของละครสร้างสรรค์  มาเป็นเทคนิคในการเรียนการสอน  โดยนำหน่วยการเรียนรู้ที่เกิดขึ้น  ไปขยายผลต่อเนื่องเข้าสู่เนื้อหาวิชาอื่นๆ ได้อีกด้วย

    << Go Back