|



พัดมีแหล่งกำเนิดที่ประเทศจีน จนถึงปัจจุบัน มีประวัติศาสตร์หลายพันปีแล้ว วัฒนธรรมพัดของจีนมีมาช้านานและลึกซึ้ง จีนเป็นประเทศที่มีอารยธรรมกว่า 5,000 ปี ส่วนธุรกิจการผลิตพัดของจีนก็มีกว่า 3,000 ปี วัฒนธรรมพัดจึงเป็นส่วนประกอบสำคัญของวัฒนธรรมชนชาติจีน และมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับวัฒนธรรมไม้ไผ่และพุทธศาสนาด้วย แต่ไหนแต่ไรมา ประเทศจีนได้สมญานามว่า เป็นอาณาจักแห่งพัด วัตถุที่ใช้ทำพัดมีหลายอย่าง เช่น ไม้ไผ่ ไม้ กระดาษ งาช้าง กระดองเต่า หยก และขนสัตว์ปีก เป็นต้น นอกจากนี้ ใบของพืชชนิดอื่นๆ เช่น ใบปาร์ม ใบหมักและใบต้นหางแมว เป็นต้น ก็สานเป็นพัดได้เช่นกัน พัดนอกจากเป็นของใช้ประจำวันแล้ว ถ้าหากว่ามีช่างตั้งใจที่จะแกะสลัก สาน หรือวาดภาพ ตกแต่งให้สวยงาม ก็จะมีคุณค่าทางศิลปะ ทำให้พัดมีราคามากขึ้นและมีความหมายกว้างขึ้น
เล่ากันว่า สามพันกว่าปีที่แล้ว สมัยนั้นจีนมีพัดแล้ว เป็นพัดที่สานด้วยใบไผ่หรือต้นหางแมว แต่ไม่ได้ใช้สำหรับพัดลมหรือพัดให้เกิดความเย็น หากเป็นเครื่องประดับชนิดหนึ่ง หนังสือโบราณบันทึกไว้ว่า พัดมีมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์อิน สานด้วยขนไก่ป่าชนิดหนึ่ง เป็นเครื่องประดับของกษัตริย์ มีประโยชน์ช่วยกันแดดและกันฝุ่น ในสมัยราชวงศ์โจว หลังรถที่กษัตริย์และพระราชินีทรงใช้นั้น จะมีพัดด้วย เพื่อกันฝุ่นและทราย เวลาเสด็จหรือออกเดินทาง ก็จะมีพัดขนาดใหญ่ตามหลัง เพื่อแสดงถึงความองอาจ ยิ่งใหญ่ และมีอำนาจ ต่อจากนั้น จากราชวงศ์จนถึงขุนนางชั้นสูง ได้ใช้พัดเป็นเครื่องบ่งบอกสถานะ
จนถึงราชวงศ์ฮั่น เริ่มมีช่างสานพัดไม้ไผ่และพัดผ้าต่วน ใช้สำหรับพัดลม และมีการพัฒนารูปแบบให้หลากหลาย ยังมีนิทานเล่ากันว่า สมัยนั้น ในเมืองหลวงฉางอัน เคยมีช่างคนหนึ่ง ชื่อติง ห่วน ทำพัดชนิดหนึ่งเรียกว่า "พัดเจ็ดล้อ" คือเอาพัด 7 ด้ามต่อเป็นวงกลม และให้คนหมุนอยู่ข้างหลัง สามารถทำให้ลมหรืออากาศหมุนเวียนได้ทั้งบ้าน ชาวบ้านบอกว่า อันนี้น่าจะเป็นต้นกำเนิดของลมพัดในปัจจุบัน
ยังมีเรื่องเล่ากันว่า โจโฉ ในสามก๊ก เป็นคนชอบพัดเหมือนกัน เคยสั่งให้คนวาดภาพบนหน้าพัด เพื่อเป็นของเล่น ภาพวาดมักจะมีดอกไม้ มีสายน้ำ หรือเป็นภูเขา และจะแต่งบทกวีด้วย แสดงให้เห็นถึงความรู้และฐานะอันสูงส่งของเจ้าของพัด การปฏิรูปในระยะเวลากว่า 3,000 ปี ทำให้พัดพัฒนาเป็นหลายตระกูล มีพัดกระดาษขาวที่ผึ่งผาย พัดกระดาษดำที่ล้ำค่า พัดผ้าไหม่ที่งดงาม พัดแขวงที่สง่า นอกจากนี้ ยังมีพัดลำที่สวยหรูและพัดไม้หอมที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง ส่วนหน้าพัด นอกจากรูปกลมแล้ว ยังมีรูปไข่ รูปสี่เหลี่ยม รูปดอกบ๊วย รูปแดงกวา เป็นต้น
พัดนับว่าเป็นเครื่องมือทำความเย็นให้แก่ร่างกายของคนเรามาก่อนเครื่องทำความเย็นชนิดอื่น ๆ ทุกชาติทุกภาษาต่างก็มีพัดของตนเอง ขึ้นมาใช้ทั้งนั้น แต่ชาติที่สันนิษฐานว่าเป็นชาติแรกที่รู้จักคิดประดิษฐ์พัดขึ้นมาใช้อย่างจริงจังหรือเป็นล่ำเป็นสันก็คือ จีน
ชาวจีนทุกชนชั้น ไม่ว่าเป็นกวี นักปราชญ์ รัฐบุรุษ นักแสดง และคนทั่วไปต่างก็นิยมใช้พัดเพื่อวีร่างกายให้คลายร้อน นักปราชญ์ราชบัณฑิตมักจะเขียนโคลงกลอน และวาดภาพเป็นรูปนก ดอกไม้และแมลง ลงสีสวยงานน่าจับน่าถือยิ่งนัก เอาไว้มอบให้เป็นของที่ระลึกแก่เพื่อนฝูงและญาติมิตร
การเขียนภาพลงในพัดของจีน ถือได้ว่าเป็นศิลปะชั้นสูงเลยทีเดียว เพราะการเขียนในลักษณะเช่นนี้ไม่ง่ายเหมือนการเขียนภาพธรรมดา ทั้งนี้เพราะมีปัญหาอยู่ที่รูปร่างและเนื้อที่ที่มีอยู่อย่างจำกัด ผู้ที่เขียนภาพลงในพัดได้สวยงามเหมาะเหม็ง จึงต้องเป็นจิตรกรมือเอกและมีประสบการณ์ในด้านนี้มาแล้วเป็นอย่างดี
พัดที่ทำในประเทศจีนมีหลายรูปแบบและใช้วัสดุที่แตกต่างกันออกไป พัดที่มีรูปกลมคือพัดที่ทำขึ้นเป็นครั้งแรก ขอบของพัดที่ว่านี้จะทำด้วยไม้ไผ่ หรือหวาย ส่วนตัวพัดทำด้วยผ้าไหมอย่างหนา มีภาพเขียนวิจิตรบรรจงของจิตรกรชื่อดังปรากฏอยู่ในสมัยโบราณเขาเรียกพัดแบบนี้ว่า " พัดบรรดาศักดิ์" และพัดแบบนี้อีกเหมือนกันที่บรรดาสุภาพสตรีที่ออกนอกบ้านจะนำติดตัวไป เมื่อพบชายแปลกหน้า พวกเธอจะเอาพัดปิดไม่ให้เห็นโฉมหน้า ซึ่งการกระทำเช่นนี้ทำให้พวกเธอดูเป็นหญิงลึกลับ

ส่วนพัดอีกประเภทหนึ่งเรียกว่า " พัดพับได้" พัดประเภทนี้กล่าวกันว่าต้นแบบมาจากประเทศเกาหลี แต่บ้างก็ว่าญี่ปุ่นเป็นต้นกำเนิดของพัดประเภทนี้ แล้วทูตเกาหลีเป็นผู้นำไปถวายองค์จักรพรรดิเซงสือแห่งราชวงศ์หมิง พัดแบบพับได้นี้มีลักษณะหรือ ข้อกำหนดที่แตกต่างในการใช้ว่า พัดที่คุณผู้ชายใช้จะมีอยู่ 9 ,16 ,20 ซี่ สำหรับคุณผู้หญิงจะมีได้ถึง 30 ซี่ สำหรับวัสดุที่นำมาใช้โครงร่างของพัดแบบพับได้ก็มีทั้งไม้ไผ่ งาช้าง ไม้จันทน์ และไม้มะเกลือ พัดประเภทนี้ดีที่สุดท่านว่าต้องทำมาจากมณฑลเสฉวน
พัดที่ทำด้วยขนนกจะยาวประมาณหนึ่งฟุต บรรดาผู้ที่นิยมชมชอบกับการใช้พัดขนนกนี้ได้แก่กวีในสมัยราชวงศ์ซ้อง ใช้แล้วติดอกติดใจถึงกับนำไปเป็นหัวข้อในการพรรณนาเป็นบทกลอนถึง 30 หัวข้อ เหล่าดารานักแสดงทั้งชายหญิงต่างก็ใช้พัดขนนกประกอบการแสดงบนเวทีอยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะในการฟ้อนรำอย่างที่คนไทยเลียนแบบเอามารำอย่างสวยสง่าเรียกว่า "จีนรำพัด"
จีนใช้พัดสารพัดประโยชน์ นอกจากเพื่อให้ความเย็นแก่ร่างกายแล้วเวลาคนจีนสนทนากัน หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฟังไม่ชัด เขาจะยกพัดขึ้นป้องหู เพื่อให้ได้ยินชัดเจนขึ้น เมื่อเจ้าสาวคนใหม่ไปยังบ้านสามีเธอเป็นครั้งแรก เจ้าประคุณสามีเธอจะออกไปพบเธอที่ประตูบ้านพร้อมกับเอาพัดเคาะศีรษะเธอเบา ๆ จากนั้นก็ค่อย ๆ เอาพัดยกผ้าคลุมหน้าเธอออก เขาจึงได้ยลโฉมหน้าผู้ที่จะมาเป็นศรีภรรยาของเขาเป็นครั้งแรก ผู้ที่จะเข้าเฝ้าจักรพรรดิ จะต้องคุกเข่าลงตรงพระบาทของพระองค์ เพื่อแสดงถึงความจงรักภักดี ในโอกาสนี้องค์จักรพรรดิจะพับพัดแล้วเคาะเป็นสัญญาณว่าพระองค์ทรงรับทราบถึงการแสดงความเคารพของเขาแล้ว ในตำนานโป๊ยเซียน จงลี่ฉวนเซี่ยนผู้อาวุโสกว่าเพื่อนจะถือพัดติดมือเป็นประจำ เพราะเขาเชื่อว่าพัดของเขานั้นจะสามารถทำให้ผู้ที่เสียชีวิตแล้วกลับฟื้นคืนชีพได้
ขอบคุณเว็บไซร์ : http://www.basicholiday.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538659947
|