หลักการประเมินทักษะทางดนตรีและขับร้อง
การวัดและประเมินพัฒนาการทักษะทางดนตรีและขับร้องเป็นสิ่งหนึ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง ของกระบวนการทางการเรียนทักษะในวิชาดนตรี โดยระบบการศึกษาเมื่อมีการเรียนย่อมมีการวัดและการประเมินผลการเรียน เพื่อให้ทราบว่า ผู้เรียนได้เรียนสิ่งใดไปบ้าง มากน้อยเพียงใด และได้ปฏิบัติตามวัตถุประสงค์หรือผลการเรียนรู้ที่กำหนดไว้อย่างไร สำหรับผู้สอน การวัดและประเมินผลทำให้ทราบด้วยว่า กระบวนการเรียนการสอนประสบความสำเร็จเพียงใด มีสิ่งใดที่ดีหรือสิ่งใดควรปรับปรุงแก้ไขเพื่อทำให้การเรียนการสอนในครั้งต่อไปพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น การวัดและประเมินผลจึงควรมีหลักการ มีระบบ มีการจัดการที่ครอบคลุม มีความรัดกุม ความสะดวก และให้ผลตามที่ตั้งวัตถุประสงค์ไว้ การวัดและประเมินผลดนตรี จึงเป็นเรื่องสำคัญและสามารถทำให้เกิดประโยชน์ได้ในหลายแง่มุม
ในกระบวนการเรียนดนตรีนั้นผลลัพธ์สุดท้ายที่เราคาดหวังคือการแสดงออกถึงประสิทธิภาพที่เกิดขึ้นในภาพรวมทั้งหมด อาจเป็นการแสดงดนตรีเพื่อสอบ หรือการสอบเนื้อหาวิชาดนตรีในช่วงปลายภาคเรียน เพื่อสามารถนำมาใช้เป็นข้อมูลในการปรับปรุงการเรียนการสอนในครั้งต่อไปที่ผู้สอน สอนในวิชานั้นๆอีกครั้งหนึ่งในอนาคตได้ และให้ผู้เรียนได้ทราบว่าผลการเรียน ดนตรีของผู้เรียนนั้นอยู่ในระดับใดควรปรับปรุงแก้ไขในส่วนใด การประเมินผลในกระบวนการจึงน่าจะเป็นสิ่งที่สำคัญในการเรียนทักษะดนตรี เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ใช้ในการพัฒนาความสามารถ ของนักเรียน ซึ่งผู้สอนสามารถประเมิน และปรับปรุงแก้ไขปัญหาของผู้เรียนได้ทันท่วงที
ดังนั้นในการประเมินพัฒนาการทักษะทางดนตรี เราจะต้องพิจารณาจากลักษณะ และความสามารถของผู้ขับร้อง และผู้บรรเลงดนตรี ซึ่งจะมีหลักที่จะใช้ในการประเมินมีดังนี้
1. ความถูกต้องในการบรรเลง จะต้องพิจารณาว่าผู้บรรเลงดนตรีนั้น มีความสามารถในการถ่ายทอด การบรรเลงดนตรีที่ถูกต้องตามจังหวะ ท่วงทำนองของบทเพลง ถ่ายทอดอารมณ์ของบทเพลง ทั้งสามารถบรรเลงเพลงได้เหมาะสมกลมกลืน และไพเราะ ไม่มีลักษณะณะด้อยของการบรรเลง เช่น เพี้ยน หลุด พลาด เป็นต้น
2. ความแม่นยำในการอ่านเครื่องหมาย และสัญลักษณ์ทางดนตรี  ในการขับร้องและการบรรเลงดนตรีนั้น ผู้บรรเลงดนตรีและผู้ขับร้องจะต้อง มีความเข้าใจในการอ่านเครื่องหมายและสัญลักษณ์ทางดนตรี มีความสามารถที่จะอ่านโน้ตเพลงได้อย่างถูกต้องตามที่ผู้ประพันธ์ได้ประพันธ์ไว้ ทำให้บทเพลงนั้นไพเราะและสมบูรณ์
3.การควบคุมคุณภาพเสียงในการร้องและบรรเลง ในการขับร้องเพลงนั้นเราสามารถที่จะประเมินคุณภาพของผู้ขับร้องได้จากการฟัง ว่าผู้ขับร้องสามารถที่จะใช้น้ำเสียงและควบคุมเสียงร้องได้มากน้อยเพียงใด เสียงจะต้องไม่ขาด ไม่เกิน เหมาะสมกับทำนองดนตรี ทั้งยังต้องออกเสียงขับร้องนั้นให้ถูกต้องตามอักขระวิธีของภาษาที่ใช้ขัยร้องนั้นๆ ส่วนผู้บรรเลงดนตรีจะต้องควบคุมคุณภาพเสียงของเครื่องดนตรีได้อย่างถูกต้องชัดเจน
กล่าวคือการขับร้องและการบรรเลงดนตรีไทยและสากล ผู้ขับร้องและผู้บรรเลงควรมีเทคนิคในการขับร้อง บรรเลง ให้ถูกต้องตามเกณฑ์ของหลักดุริยางคศิลป์ จะสามารถทำให้การขับร้องและการบรรเลงดนตรีนั้นออกมาได้อย่างมีคุณภาพ ไพเราะ เป็นที่ประทับใจแก่ผู้ฟัง และต้องเข้าใจในหลักของการประเมิน เพื่อที่จะประเมินการขับร้องและการบรรเลงได้อย่างถูกต้อง เข้าใจในบทเพลงและอารมณ์ของบทเพลงได้ง่ายขึ้น

|