|

ในเรื่องของการสร้างสรรค์ชุดการแสดง นั้นได้มีครูอาจารย์ทางนาฏศิลป์ได้สร้างสรรค์ การแสดงนาฏศิลป์ไทยไว้เป็นจำนวนมาก ทั้งที่มีรูปแบบเป็นแบบมาตรฐานและเป็นแบบพื้นเมือง การแสดงในท้องถิ่น ละครประเภทต่างๆ มหรสพ หลากหลายชนิด ในกาลก่อนเป็นการสร้างสรรค์ เพื่อความบันเทิง ประเทืองอารมณ์ให้เกิดความสุขทั้งผู้แสดงและผู้ชม ซึ่งมีการถ่ายทอดสืบมาจนถึงปัจจุบัน การแสดงบางอย่างได้รับการปรับปรุง พัฒนารูปแบบให้ทันสมัยขึ้น เช่น เรื่องของการละครของไทย เนื่องจากมีการพัฒนาเรื่องที่นำมาแสดงให้สะท้อนสังคมไทยมากขึ้น นาฏศิลป์ไทย เป็นศิลปะที่ต้องอนุรักษ์และสืบทอด จึงมีนักการศึกษาได้ศึกษาค้นคว้ารวบรวมการแสดงต่างๆ จัดขึ้นให้เป็นระบบเพื่อการเรียนรู้ให้เกิดความเข้าใจ ที่มาที่ไปและลักษณะต่างๆของนาฏศิลป์ไทย
หลักในการสร้างสรรค์นาฏศิลป์ไทยก็เช่นเดียวกันมีวิธีการสร้างโดยใช้องค์ประกอบสำคัญ 4 อย่าง คือ
1. นาฏยศัพท์ และภาษาท่ารำทางนาฏศิลป์ เพื่อประดิษฐ์ ท่ารำตามดนตรีและบทร้องให้มีลีลาที่งดงามตามหลัก วิชาที่ครูทางนาฏศิลป์ไทย ได้บัญญัติไว้ โดยมากจะใช้ กับท่ารำที่เป็นมาตรฐาน เช่น ท่ารำในการรำแม่บท
2. ดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดง ดนตรีเป็นสิ่งสำคัญใน การทำให้ผู้แสดงสามารถสื่ออารมณ์และลีลาการแสดง ให้ผู้ชมเกิดความรู้สึกคล้อยตาม อารมณ์การแสดงของ ผู้แสดงทำให้เกิดความสนุกสนานความน่าตื่นเต้นเร้าใจ ทำให้การแสดงเกิดความสมจริง ดนตรีไทยที่ใช้ประกอบการแสดง แบ่งได้เป็น 3 ประเภท
2.1 เพลงหน้าพาทย์ เป็นเพลงลักษณะเฉพาะในการบรรเลงดนตรีของไทย ใช้บรรเลงประกอบการแสดงกิริยาของมนุษย์ สัตว์ ในการเดิน การนอน การแต่งกาย การแปลงตัว และหายตัว เป็นต้น โดยมากจะเป็นเพลงที่ใช้ในการแสดงโขนและละคร
2.2 เพลงประกอบบทร้อง คือ เพลงที่มีเนื้อร้องเป็นประเภทคำประพันธ์ใช้ร้องประกอบการแสดง สื่อความหมายให้เกิดความเข้าใจ ในการแสดง เพื่อให้เด่นชัดขึ้น บทเพลงจะถูกสร้างสรรค์ด้วยการร้อยเรียงภาษาให้มีความไพเราะกินใจ เช่น บทขับร้อง บทละครใน เรื่องอิเหนา บทขับร้องในบทละครเรื่องขุนช้างขุนแผน บทขับร้องอวยพรต่างๆ เป็นต้น
2.3 เพลงภูมิหลังประกอบอารมณ์ คือ เพลงที่ขับร้องหรือบรรเลงแล้วสื่ออารมณ์ความรู้สึกของผู้แสดงได้ ให้ผู้ชมเกิดความรู้สึกคล้อยตามอารมณ์ของผู้แสดง เช่น เพลงพญาโศก แสดงอารมณ์เศร้า เพลงสีนวล แสดงอารมณ์ร่าเริงของหญิงสาว เพลงค้างคาวกินกล้วย แสดงอารมณ์ร่าเริงสนุกสนาน หรือเพลงเวสสุกรรม ใช้กับการอวยพร
3. บทขับร้อง หมายถึงเนื้อร้องที่ผู้ประพันธ์แต่งขึ้นอย่าง สร้างสรรค์ให้มีความหมายสื่อสาร ให้ถูกต้องตามหลักของการแสดง และการใช้เพลงประกอบการแสดง เป็นการสื่อให้ผู้ชมเกิดความสนุกสนาน เข้าถึงสุนทรียภาพของการแสดงนั้นๆ
4. การแต่งกาย การแสดงนาฏศิลป์ไทยมีรูปแบบของการแสดงหลาย ประเภท ฉะนั้นการแสดงแต่ละประเภท ต้องมีเครื่องแต่งกายที่เหมาะสม สวยงามตามหลักการสร้างสรรค์ เช่น การแสดงโขน การแต่งกายพระราม ต้องแต่งกายยืนเครื่องพระสีของเสื้อต้องสีเขียว พระลักษมณ์ ต้องใช้เสื้อ สีเหลือง หนุมานลิงขาว สีเสื้อใช้สีขาว การแสดง พื้นเมือง ภาคเหนือ ต้องใส่ผ้าซิ่นกรอมเท้า เกล้าผมมวยสูง การแสดงพื้นเมืองของภาคกลางรำกลองยาว ผู้หญิงใส่เสื้อแขนกระบอก ห่มสไบ เป็นต้น
ให้นักเรียนร่วมกันคิดชุดการแสดงนาฏศิลป์ 1 ชุด โดยใช้องค์ประกอบสำคัญ 4 ประการ นำเสนอรูปแบบหน้าชั้นเรียน
การวิเคราะห์คือการดูการชมการแสดงด้วยหลักวิชา ซึ่งผู้ชมจะต้องศึกษาหาความรู้ในเรื่องที่ได้ดูมาเป็นอย่างดี และต้องวิจารณ์การแสดง นั้นด้วยเหตุผลตามหลักการโดยปราศจากอคติ การวิเคราะห์วิจารณ์นั้น ควรเป็นไปด้วยความสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนาส่งเสริมให้การแสดงนั้นมีคุณภาพดียิ่งขึ้น การวิจารณ์การแสดงที่ดีเป็นเหมือนตัวชี้วัด ในการประเมินการแสดงให้ผู้จัดการแสดง ผู้แสดงได้มีกำลังใจ และปรับปรุงพัฒนาการแสดงของตนเอง
ผู้วิจารณ์การแสดงนาฏศิลป์ควรศึกษาเรื่ององค์ประกอบ ของการแสดงนาฏศิลป์ให้ดีก่อนชมการแสดง
นาฏศิลป์ไทยชุดรำแม่บทเล็ก เป็นการแสดงนาฏศิลป์ไทยที่เป็นการรำแบบมาตรฐาน ใช้นาฏยศัพท์และภาษาท่ารำทางนาฏศิลป์ ที่ถูกต้องเป็นแบบแผนไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ผู้ที่จะเรียนและฝึกท่ารำควรที่จะเรียนรำแม่บทก่อน จะทำให้ผู้ฝึกหัดแม่นยำในการรำมากยิ่งขึ้น ประวัติและความเป็นมา
รำแม่บทเล็ก เป็นการแสดงนาฏศิลป์ชุดหนึ่งในต้นเรื่องรามเกียรติ์ ตอนนารายณ์ปราบนนทุก นนทุกเป็นยักษ์ตนหนึ่ง มีหน้าที่ตักน้ำล้างเท้าให้แก่เทวดานางฟ้าเวลาจะขึ้นเฝ้า พระอิศวรบนเชิงเขาไกรลาศ เทวดานางฟ้ามีความสุข ที่ได้แกล้งถอนผมนน ทุกด้วยความสนุกสนานจนศีรษะล้าน นนทุกได้รับความเจ็บปวดและอับอายมาก จึงได้นำเรื่องนี้ทูลพระอิศวร และขอพรพระอิศวร พระอิศวรประสาทพรให้นิ้วชี้ของนนทุกเป็นนิ้วเพชร คือมีอานุภาพชี้คนตายได้ นนทุกดีใจจึงใช้นิ้วเพชรมาชี้แก้แค้นเทวดานางฟ้าที่แกล้งตน เหล่าเทวดานางฟ้าได้รับความเจ็บปวดทรมาน บางองค์ก็ตาย พระอินทร์ทราบเรื่อง จึงกราบทูลขอให้พระนารายณ์ช่วยปราบ นนทุกเพื่อไม่ให้ใช้นิ้วเพชรไปรังแกเหล่าเทวดานางฟ้า พระนารายณ์จึงแปลงเป็นหญิงงาม ร่ายรำล่อให้นนทุกหลงใหลโดยการให้นนทุกรำตาม ถ้านนทุกรำตามได้ถูกต้องก็จะยอมเป็นภรรยาของนนทุก นนทุกยอม ทำตามเมื่อถึงเนื้อร้องที่ว่า “ฝ่ายว่านนทุกก็รำตามด้วยความพิสมัยใหลหลง ถึงท่ารำนาคาปวนม้วนหางลง ก็ชี้ลงที่เพลาพลันทันใด” นนทุกชี้ลงขาของตัวเอง ด้วยอำนาจของนิ้วเพชรจึงทำให้ นนทุกล้มลง พระนารายณ์จึงแปลงกายกลับเป็นร่างเดิม นนทุกได้กล่าววาจาเยาะเย้ย ก้าวร้าวว่าพระนารายณ์ไม่กล้าต่อสู้ซึ่งหน้า ใช้กลอุบายเอาเปรียบตนที่มาแปลงตัวเป็นหญิงงามรำล่อให้ตนหลงใหล ทำให้พระนารายณ์กริ้วมากจึงกล่าววาจาอันศักดิ์สิทธิ์สาปให้นนทุกไปเกิดในโลกมนุษย์ให้นนทุกมี 10 เศียร 20 กร และพระองค์จะอวตาลลงไปเกิดเป็นมนุษย์จะมีแต่ 2 กร ก็จะสู้รบกับนนทุกได้
ท่ารำแม่บทเล็ก เป็นท่ารำมาตรฐาน หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าเป็นแม่ท่ามี 6 คำกลอน เป็นเพลงที่นิยมใช้ฝึกหัดเบื้องต้นในการรำ มีกระบวนลีลาการร่ายรำที่อ่อนช้อย นุ่มนวล และงดงามตามลักษณะของการรำไทยที่วางไว้เป็นแบบมาตรฐาน
วิธีแสดง
1. รำพระนางคู่ หรือรำหมู่ตั้งแต่ 2 คู่ขึ้นไป
2.
รำนางล้วน เดี่ยวหรือหมู่ก็ได้
การแต่งกาย
แต่งกายยืนเครื่อง พระ- นาง


การแต่งกายยืนเครื่องตัวพระ


เครื่องแต่งกายยืนเครื่องตัวพระพร้อมเครื่องประดับ
- กำไลข้อเท้า
- สนับเพลา
- ผ้านุ่ง ในวรรณคดีเรียกว่า ภูษา หรือ พระภูษา
- ห้อยข้าง หรือ เจียระบาด หรือชายแครง
- เสื้อ ในวรรณคดีเรียกว่า ฉลององค์
- รัดสะเอว หรือ รัดองค์ หรือรัดพัสตร์
- ห้อยหน้า หรือชายไหว
- สุวรรณกระถอบ
- เข็มขัด หรือปั้นเหน่ง
- กรองคอ หรือนวมคอ ในวรรณคดีเรียกว่า กรองศอ
- ตาบหน้า หรือตาบทับ ในวรรณคดีเรียกว่า ทับทรวง
- อินทรธนู
- พาหุรัด
- สังวาล
- ตาบทิศ
- ชฎา
- ดอกไม้เพชร (ซ้าย)
- จอนหู ในวรรณคดีเรียกว่า กรรเจียก หรือ กรรเจียกจร
- ดอกไม้ทัด (ขวา)
- อุบะ หรือ พวงดอกไม้ (ขวา)
- ธำมรงค์
- แหวนรอบ
- ปะวะหล่ำ
- กำไลแผงในวรรณคดีเรียกว่า ทองกร
การแต่งกายยืนเครื่องตัวนาง


เครื่องแต่งกายยืนเครื่องตัวนางพร้อมเครื่องประดับ
- กำไลเท้า
- เสื้อในนาง
- ผ้านุ่งนาง ในวรรณคดีเรียกว่า ภูษาหรือ พระภูษา
- เข็มขัด
- สะอิ้ง
- ผ้าห่มนาง
- นวมนาง ในวรรณคดีเรียกว่า กรองศอ หรือ สร้อยนวม
- จี้นาง หรือ ตาบทับ ในวรรณคดีเรียกว่า ทับทรวง
- พาหุรัด
- แหวนรอบ
- ปะวะหล่ำ
- กำไลตะขาบ
- กำไลสวม ในวรรณคดีเรียกว่า ทองกร
- ธำมรงค์
- มงกุฎ
- จอนหูในวรรณคดี เรียกว่า กรรเจียก หรือกรรเจียกจร
- ดอกไม้ทัด (ซ้าย)
- อุบะ หรือพวงดอกไม้ (ซ้าย)
ดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดง
ดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดงชุดนี้ ใช้ได้ทั้งวงปี่พาทย์เครื่องห้า เครื่องคู่และเครื่องใหญ่ เริ่มด้วยบรรเลงเพลงรัว ร้องทำนองเพลงชมตลาด เมื่อจบท่ารำปี่พาทย์จะทำเพลงรัวหรือจะบรรเลงเพลงต้นเพลงวรเชษฐ์ ก่อนแล้ว ต่อด้วยเพลงเร็วและเพลงลาก็ได้

การแสดงวงปี่พาทย์เครื่องห้า
ที่มา : โน้ตเพลงไทย เล่ม 3 หน้า 13



บทร้องเพลงแม่บทเล็ก
เพลงรัว
ทำนองเพลงชมตลาด
เทพนมปฐมพรหมสี่หน้า สอดสร้อยมาลาเฉิดฉิน
ทั้งกวางเดินดงหงส์บิน กินรินเลียบถ้ำอำไพ
รับ
อีกช้านางนอนภมรเคล้า แขกเต้าผาลาเพียงไหล่
เมขลาโยนแก้วแววไว มยุเรศฟ้อนในนภาพร
รับ
ยอดตองต้องลมพรหมนิมิต อีกทั้งพิสมัยเรียงหมอน
ย้ายท่ามัจฉาชมสาคร พระสี่กรขว้างจักรฤทธิรงค์
รับ
เพลงรัว
โอกาสที่ใช้ในการแสดง
1. ใช้เป็นระบำเบิกโรง
2. ใช้แสดงในรายการเบ็ดเตล็ด
3. ใช้แสดงในการแสดงโขนรามเกียรติ์ ตอนนารายณ์ปราบนนทุก
อธิบายท่ารำเพลงแม่บทเล็ก

ท่าที่ 1 ท่าออก – ท่าสอดสร้อยมาลา
ตัวพระ – ตัวนาง
มือ มือซ้ายจีบหงายระดับหัวเข็มขัด
มือขวาตั้งวงบน
ศีรษะและลำตัว ศีรษะเอียงข้างซ้าย
เท้า เท้าซ้ายก้าวหน้า เท้าขวาวางหลังเปิดส้นเท้า
การแปรแถว ผู้แสดงหันหน้าไปด้านขวาของเวที
หมายเหตุ ท่าต่อเนื่อง
ยืด – ยุบตัวตามจังหวะ แล้วซอยเท้าไปด้านหน้าเวที พร้อมทั้งเดินมือโดยมือซ้ายที่จีบระดับหัวเข็มขัดสอดมือขึ้นตั้งวงบน มือขวาที่ตั้งวงบนเคลื่อนลงมา จีบคว่ำระดับหัวเข็มขัด แล้วหงายจีบขึ้นระดับหัวเข็มขัด ศีรษะเปลี่ยนเป็นเอียงข้างขวา ปฏิบัติสลับกันเช่นนี้ 5 ครั้ง

ท่าที่ 2 ท่าประเท้า
ตัวพระ – ตัวนาง
มือ มือซ้ายตั้งวงระดับอก มือขวาจีบคว่ำระดับอก
ศีรษะและลำตัว ศีรษะเอียงข้างซ้าย
เท้า เท้าซ้ายวางเหลื่อมกับเท้าขวา
การแปรแถว ผู้แสดงหันหน้าตรง
หมายเหตุ ท่าต่อเนื่อง
ประเท้าซ้ายยกขึ้น ยืดตัวขึ้น มือขวาคลายจีบไปตั้งวงบน มือซ้ายจีบส่งหลัง แขนตึง ศีรษะเอียงขวา จากนั้นเท้าซ้ายก้าวหน้าย่อเข่านั่งลง (เข่าซ้ายตั้งขึ้น เข่าขวาคุกเข่า)
ท่าที่ 2.1 ท่าก้าวลงนั่ง
ตัวพระ – ตัวนาง
มือ มือขวาตั้งวงบน มือซ้ายจีบส่งหลังแขนตึง
ศีรษะและลำตัว ศีรษะเอียงข้างขวา
เท้า เข่าซ้ายตั้งขึ้น เข่าขวาคุกเข่า
การแปรแถว ผู้แสดงหันหน้าตรง
หมายเหตุ ท่าต่อเนื่อง
มือขวาลดลงจีบคว่ำระดับหัวเข็มขัด มือซ้ายจีบคว่ำระดับหัวเข็มขัด พร้อมกับลดเข่าซ้ายลงเป็นนั่งคุกเข่า จากนั้นมือทั้งสองคลายจีบแบมือวางที่หน้าขา กระทบก้น

ท่าที่ 3 ท่านั่ง
มือ มือทั้งสองวางบนขาทั้งสองข้าง เชิดปลายนิ้วขึ้น
ศีรษะและลำตัว ศีรษะตรง
เท้า นั่งคุกเข่า ตัวพระกันเข่าออก ตัวนางเข่าชิดติดกัน
การแปรแถว ผู้แสดงหันหน้าตรง

ท่าที่ 4 ท่าเทพพนม
ตัวพระ – ตัวนาง
มือ มือทั้งสองพนมมืออยู่ระหว่างอก เปิดปลายมือทั้งสอง
ศีรษะและลำตัว ศีรษะตรง
เท้า นั่งคุกเข่า
การแปรแถว ผู้แสดงหันหน้าตรง
หมายเหตุ ท่าต่อเนื่อง
กระทบก้น

ท่าที่ 5 ท่าปฐม
ตัวพระ – ตัวนาง
มือ มือทั้งสองหงายมือให้ปลายนิ้วตกลงแล้วตั้งวงไขว้กันระดับอก แขนซ้ายทับ แขนขวา
ศีรษะและลำตัว พระ : ศีรษะเอียงข้างขวา แล้วเปลี่ยนเอียงข้างซ้าย
นาง : ศีรษะเอียงข้างซ้าย แล้วเปลี่ยนเอียงข้างขวา
เท้า พระ : นั่งคุกเข่า แยกเข่าขวา เท้าซ้ายกระดกเสี้ยว
นาง : นั่งคุกเข่า แยกเข่าซ้าย เท้าขวากระดกเสี้ยว
การแปรแถว ผู้แสดงหันหน้าตรง

ท่าที่ 6 ท่าพรหมสี่หน้า
ตัวพระ – ตัวนาง
มือ มือทั้งสองจีบคว่ำระดับลำตัว งอแขนเล็กน้อย แล้วสอดมือทั้งสองขึ้นไปช้าๆ
ปล่อยมือจีบออก อยู่ลักษณะหงายมือเสมอศีรษะ ส่วนแขนงอเสมอไหล่
ศีรษะและลำตัว พระ : ศีรษะเอียงข้างซ้าย แล้วเปลี่ยนเอียงข้างขวา
นาง : ศีรษะเอียงข้างขวา แล้วเปลี่ยนเอียงข้างซ้าย
เท้า พระ : นั่งคุกเข่า แยกเข่าซ้าย เท้าขวากระดกเสี้ยว
นาง : นั่งคุกเข่า แยกเข่าขวา เท้าซ้ายกระดกเสี้ยว
การแปรแถว ผู้แสดงหันหน้าตรง

ท่าที่ 7 ท่าสอดสร้อย
ตัวพระ – ตัวนาง
มือ มือขวาแบหงาย งอแขนระดับลำตัว มือซ้ายจีบคว่ำระดับหัวเข็มขัด
แล้วมือขวาพลิกข้อมือตั้งวงบน มือซ้ายพลิกข้อมือจีบหงายระดับหัวเข็มขัด
ศีรษะและลำตัว ศีรษะเอียงข้างขวา แล้วเปลี่ยนเอียงข้างซ้าย
เท้า เท้าซ้ายตั้งเข่า ยกตัวขึ้น เท้าขวาคุกเข่า
การแปรแถว ผู้แสดงหันหน้าตรง


ท่าที่ 8 ท่ามาลา
ตัวพระ – ตัวนาง
มือ มือซ้ายแบหงาย งอแขนระดับลำตัว มือขวาจีบคว่ำระดับหัวเข็มขัด
แล้วมือซ้ายพลิกข้อมือขึ้นตั้งวงบน มือขวาพลิกข้อมือจีบหงายระดับหัวเข็มขัด
ศีรษะและลำตัว ศีรษะเอียงข้างขวา
เท้า เท้าซ้ายยืนเต็มเท้า เท้าขวาจรดอยู่ใกล้ๆ กับเท้าซ้าย
การแปรแถว ผู้แสดงหันด้านขวาเล็กน้อย
หมายเหตุ ทำนองเอื้อน ยืด – ยุบ เท้าขวาจรดพื้น ซอยเท้าหมุนรอบตัว 1 รอบ (ขวาหัน)มือปฏิบัติเช่นเดิม

ท่าที่ 9 ท่าเฉิดฉิน
ตัวพระ – ตัวนาง
มือ มือซ้ายจีบหงายระดับปาก มือขวาตั้งวงบน แล้วมือซ้ายม้วนมือปล่อยจีบเป็นตั้งวงระดับปาก
มือขวาหงายมือเสมอศีรษะ ส่วนแขนงอเสมอไหล่
ศีรษะและลำตัว ศีรษะเอียงข้างซ้าย แล้วเปลี่ยนเอียงข้างขวา
เท้า เท้าขวาก้าวหน้า เท้าซ้ายเปิดส้นเท้า แล้วเท้าซ้ายกระทุ้งเท้ากระดกขึ้น
การแปรแถว ผู้แสดงหันด้านขวา

ท่าที่ 10 ท่าโบก
ตัวพระ – ตัวนาง
มือ มือซ้ายจีบหงายระดับหัวเข็มขัด มือขวาตั้งวงล่าง
แล้วมือซ้ายเคลื่อนมือ ปล่อยจีบเป็นตั้งวงบน มือขวาจีบส่งหลังแขนตึง
ศีรษะและลำตัว ศีรษะเอียงข้างซ้าย แล้วเปลี่ยนเอียงข้างขวา
เท้า เท้าขวายืนเต็มเท้า เท้าซ้ายประเท้ายกขึ้น แล้วเท้าซ้ายวางส้นเท้าลงข้างเท้าขวา
การแปรแถว ผู้แสดงหันด้านขวา

ท่าที่ 11 ท่ากวางเดินดง
ตัวพระ – ตัวนาง
มือ มือทั้งสองจีบมือกวางคว่ำมือระดับหัวเข็มขัด คลายมือแล้วตั้งมือขึ้น
มือขวาอยู่ระดับหัวเข็มขัด มือซ้ายอยู่ระดับอก ( จีบมือกวาง คือ
การใช้นิ้วนางกับนิ้วก้อยเข้ามารวมกัน นิ้วหัวแม่มือกดทับนิ้วนาง
นิ้วชี้กับนิ้วกลางชิดกันเหยียดตึง การจีบมือกวางนี้จะต้องปฏิบัติ พร้อมกัน 2 มือ )
ศีรษะและลำตัว ศีรษะเอียงข้างซ้าย แล้วเปลี่ยนเอียงข้างขวา
เท้า เท้าซ้ายถอนเท้า แล้วยืนเต็มเท้า เท้าขวายกขึ้น แล้วก้าวหน้า เท้าซ้ายเปิดส้นเท้า
การแปรแถว ผู้แสดงหันตัวเฉียงทางขวาเล็กน้อย
หมายเหตุ เดินดง เท้าซ้ายก้าวหน้า มือขวาอยู่ระดับอก มือซ้ายอยู่ระดับหัวเข็มขัด ศีรษะเอียงข้างซ้าย
เอื้อน เท้าขวาก้าวหน้า มือซ้ายอยู่ระดับอก มือขวาอยู่ระดับหัวเข็มขัด ศีรษะเอียงข้างขวา
เอื้อน เท้าซ้ายก้าวหน้า มือขวาอยู่ระดับอก มือซ้ายอยู่ระดับหัวเข็มขัด ศีรษะเอียงข้างซ้าย
เอื้อน เท้าขวาก้าวหน้า มือซ้ายอยู่ระดับอก มือขวาอยู่ระดับหัวเข็มขัด ศีรษะเอียงข้างขวา

ท่าที่ 12 ท่าหงส์
ตัวพระ – ตัวนาง
มือ มือทั้งสองจีบส่งหลังแขนตึง
ศีรษะและลำตัว ศีรษะเอียงข้างขวา
เท้า เท้าขวาวางหลังยืนเต็มเท้า เท้าซ้ายยกขึ้น
การแปรแถว ผู้แสดงหันด้านขวา

ท่าที่ 12.1 ท่าบิน
ตัวพระ – ตัวนาง
มือ มือทั้งสองตั้งวงบน
ศีรษะและลำตัว ศีรษะเอียงข้างซ้าย
เท้า เท้าซ้ายก้าวหน้า (ค่อย ๆ หมุนตัวไปด้านซ้าย)
การแปรแถว ผู้แสดงหันด้านขวา

ท่าที่ 13 ท่ากินริน
ตัวพระ – ตัวนาง
มือ มือทั้งสองจีบคว่ำระดับลำตัว งอแขนเล็กน้อย
แล้วพลิกข้อมือทั้งสองขึ้น ให้มือซ้ายจีบปรกข้าง มือขวาจีบหงายแขนตึงเสมอไหล่
ศีรษะและลำตัว ศีรษะเอียงข้างซ้าย แล้วเปลี่ยนเอียงข้างขวา
เท้า พระ : เท้าซ้ายก้าวข้าง แล้วเท้าขวายกขึ้น
นาง : เท้าซ้ายก้าวข้าง แล้วเท้าขวายกขึ้นเดี่ยวเท้า
การแปรแถว ผู้แสดงหันด้านซ้าย
หมายเหตุ ท่าต่อเนื่อง วางเท้าขวาก้าวหน้าแล้วค่อยๆ หมุนตัวไปด้านขวา

ท่าที่ 14 ท่าเลียบถ้ำ
ตัวพระ – ตัวนาง
มือ มือซ้ายจีบปรกข้าง มือขวาจีบหงายแขนตึงเสมอไหล่
แล้วมือซ้ายม้วนข้อมือปล่อยจีบ ทำมือป้องหน้า มือขวาม้วนข้อมือปล่อยจีบ
ทำมือแบหงายให้ ปลายนิ้วตกลงล่าง แขนตึงเสมอไหล่
ศีรษะและลำตัว ศีรษะเอียงข้างขวา แล้วเปลี่ยนเอียงข้างซ้าย
เท้า เท้าขวายืนเต็มเท้า เท้าซ้ายยกขึ้น
การแปรแถว ผู้แสดงหันด้านขวา
หมายเหตุ ทำนองเอื้อน เท้าซ้ายก้าวหน้า ศีรษะเอียงข้างซ้าย
มือขวาส่ายมือ ซอยเท้าหมุนตัวไปด้านซ้าย (ซ้ายหัน)

ท่าที่ 15 ท่าอำไพ
ตัวพระ – ตัวนาง
มือ มือทั้งสองจีบหงายระดับอก แล้วเคลื่อนออกจากกัน
มือขวาตั้งวงบน มือซ้ายตั้งขึ้นแขนตึงเสมอไหล่
ศีรษะและลำตัว ศีรษะเอียงข้างขวา แล้วเปลี่ยนเอียงข้างซ้าย
เท้า เท้าซ้ายก้าวหน้า เท้าขวากระทุ้งเท้าแล้วกระดกเท้า
การแปรแถว ผู้แสดงหันด้านซ้าย
หมายเหตุ ท่าต่อเนื่อง วางเท้าขวาลง ย่ำเท้าซ้าย ย่ำเท้าขวา
พร้อมกับค่อยๆ หมุนตัวไปด้านขวา

ท่าที่ 16 ท่าโบก
ตัวพระ – ตัวนาง
มือ มือซ้ายจีบหงายระดับหัวเข็มขัด มือขวาตั้งวงล่าง
แล้วมือซ้ายเคลื่อนมือ ปล่อยจีบเป็นตั้งวงบน มือขวาจีบส่งหลังแขนตึง
ศีรษะและลำตัว ศีรษะเอียงข้างซ้าย แล้วเปลี่ยนเอียงข้างขวา
เท้า เท้าขวายืนเต็มเท้า เท้าซ้ายประเท้ายกขึ้น แล้วเท้าซ้ายวางส้นเท้าลงข้างเท้าขวา
การแปรแถว ผู้แสดงหันด้านขวา


ท่ารับที่ 1 (ท่าผาลาเพียงไหล่)
ตัวพระ – ตัวนาง
จังหวะที่ |
มือ |
ศีรษะและลำตัว |
เท้า |
1 |
มือขวาจีบปรกข้าง มือซ้ายตั้งวงกลาง |
ศีรษะเอียงข้างซ้าย |
เท้าซ้ายจรดเท้า แล้ววางหลัง
เท้าขวาจรดเท้า |
2 |
มือขวาม้วนจีบตั้งวงบน มือซ้าย แบหงายระดับลำตัว งอศอกเล็กน้อย |
ศีรษะเอียงข้างขวา |
ซอยเท้า
เท้าขวาก้าวหน้า
แล้วเท้าซ้ายจรดเท้า |
3 |
ปฏิบัติเช่นเดียวกับจังหวะที่ 2 |
ศีรษะเอียงข้างซ้าย |
เท้าซ้ายจรดเท้า
แล้ววางหลัง
เท้าขวาจรดเท้า |
4 |
ปฏิบัติเช่นเดียวกับจังหวะที่ 2 |
ศีรษะเอียงข้างขวา |
เท้าขวาจรดเท้า
แล้วก้าวหน้า
เท้าซ้ายจรดเท้า |
จังหวะที่ |
มือ |
ศีรษะและลำตัว |
เท้า |
5 |
ปฏิบัติเช่นเดียวกับจังหวะที่ 2 |
ศีรษะเอียงข้างซ้าย |
เท้าซ้ายวางหลัง
แล้วเท้าขวาจรดเท้า |
6 |
มือซ้ายจีบปรกข้าง มือขวาตั้งวงกลาง |
ศีรษะเอียงข้างขวา |
เท้าขวาก้าวหน้า
แล้วเท้าซ้ายจรดเท้า ซอยเท้าหมุนตัวไปด้านซ้าย (ซ้ายหัน) |
7 |
มือซ้ายม้วนจีบออก แล้วตั้งวงบน มือขวาแบหงายระดับลำตัว งอศอกเล็กน้อย |
ศีรษะเอียงข้างซ้าย |
เท้าซ้ายก้าวหน้า
แล้วเท้าขวาจรดเท้า |
8 |
ปฏิบัติเช่นเดียวกับจังหวะที่ 7 |
ศีรษะเอียงข้างขวา |
เท้าขวาจรดเท้า
แล้ววางหลัง
เท้าซ้ายจรดเท้า |
9 |
ปฏิบัติเช่นเดียวกับจังหวะที่ 7 |
ศีรษะเอียงข้างซ้าย |
เท้าซ้ายจรดเท้า
แล้วก้าวหน้า
เท้าขวาจรดเท้า |
10 |
ปฏิบัติเช่นเดียวกับจังหวะที่ 7 |
ศีรษะเอียงข้างขวา |
เท้าขวาวางหลัง
เท้าซ้ายวางหลัง
เท้าขวาวางหลัง
พร้อมกับหันตัวไปด้านขวา (ขวาหัน) |
11 |
มือซ้ายจีบหงายระดับหัวเข็มขัด มือขวาตั้งวงล่างแล้วมือซ้ายเคลื่อนมือ
ปล่อยจีบเป็นตั้งวงบน มือขวา
จีบส่งหลังแขนตึง |
ศีรษะเอียงข้างซ้าย
แล้วเปลี่ยนเอียง ข้างขวา |
เท้าขวายืนเต็มเท้า
เท้าซ้ายประเท้ายกขึ้น แล้วเท้าซ้ายวางส้นลงข้างเท้าขวา |
|
|
|
|

ท่าที่ 17 ท่าอีกช้า
ตัวพระ – ตัวนาง
มือ มือซ้ายจีบคว่ำระดับหัวเข็มขัด มือขวาจีบคว่ำ งอแขนข้างลำตัว
มือซ้ายคลายจีบตั้งวงระดับหัวเข็มขัด มือขวาคลายจีบตั้งมือแขนตึงเสมอไหล่
ศีรษะและลำตัว ศีรษะเอียงข้างซ้าย แล้วเปลี่ยนเอียงข้างขวา
เท้า เท้าซ้ายวางหลังยืนเต็มเท้า เท้าขวายกเท้า
แล้วเท้าขวาก้าวหน้า เท้าซ้ายเปิด ส้นเท้า
การแปรแถว ผู้แสดงหันด้านขวา
หมายเหตุ ค่อยๆ หมุนตัวไปด้านซ้าย (ซ้ายหัน) มือปฏิบัติเช่นเดิม

ท่าที่ 18 ท่านางนอน
ตัวพระ – ตัวนาง
มือ มือขวาตั้งวงล่าง มือซ้ายแบหงาย งอแขนข้างลำตัว ปลายนิ้วตกลงล่าง
ศีรษะและลำตัว ศีรษะเอียงข้างซ้าย
เท้า เท้าขวายืนเต็มเท้า เท้าซ้ายยกขึ้น
การแปรแถว ผู้แสดงหันด้านซ้าย
หมายเหตุ ทำนองเอื้อน เท้าซ้ายก้าวหน้า เท้าขวาจรดเท้า มือซ้ายตั้งวงบน
มือขวาจีบซ้อนด้านในมือซ้าย ศีรษะเอียงข้างซ้าย ซอยเท้าหันมาด้านหน้า
มือทั้งสองเคลื่อนมาด้านหน้า ศีรษะเอียงข้างซ้าย

ท่าที่ 19 ท่าภมรเคล้า
ตัวพระ – ตัวนาง
มือ มือขวาม้วนจีบแล้วตั้งวงบน มือซ้ายจีบซ้อนด้านในมือขวาระดับเดียวกัน
ศีรษะและลำตัว ศีรษะเอียงข้างขวา
เท้า เท้าขวาก้าวข้าง เท้าซ้ายจรดเท้าใกล้กับเท้าขวา
การแปรแถว ผู้แสดงหันหน้าตรง

ท่าที่ 20 ท่าแขกเต้า
ตัวพระ – ตัวนาง
มือ มือขวาตั้งวงบน มือซ้ายตั้งวงใกล้กับมือขวา แล้วมือทั้งสองช้อนมือขึ้น
มือขวาจีบปรกข้าง มือซ้ายจีบต่อศอกขวา
ศีรษะและลำตัว ศีรษะเอียงข้างขวา แล้วเปลี่ยนเอียงข้างซ้าย
เท้า เท้าขวาก้าวไปด้านข้างยืนเต็มเท้า เท้าซ้ายยกขึ้น
การแปรแถว ผู้แสดงหันหน้าตรง

ท่าที่ 21 ท่าผาลา
ตัวพระ – ตัวนาง
มือ มือขวาม้วนจีบออกตั้งวงบน มือซ้ายเคลื่อนจีบไปตั้งวงกลาง
แล้วตกปลายนิ้วลงล่าง งอแขนข้างลำตัว
ศีรษะและลำตัว ศีรษะเอียงข้างขวา
เท้า วางเท้าซ้ายไปข้างหลัง เปิดส้นเท้า เท้าขวายกขึ้นแล้วก้าวหน้า
การแปรแถว ผู้แสดงหันหน้าตรง
หมายเหตุ ทำนองเอื้อน
หันตัวไปด้านขวา เท้าซ้ายจรดเท้า มือทั้งสองจีบคว่ำระดับหัวเข็มขัด
ศีรษะเอียงข้างขวา แล้วซอยเท้าหันไปด้านหน้า (ซ้ายหัน)

ท่าที่ 22 ท่าเพียงไหล่
ตัวพระ – ตัวนาง
มือ มือทั้งสองคลายจีบแยกออกจากกันเป็นมือแบหงาย
ให้ปลายนิ้วตกลงล่าง งอแขนระดับลำตัว
ศีรษะและลำตัว ศีรษะตรง
เท้า เท้าขวาก้าวไปด้านหน้า เท้าซ้ายกระดกเท้า
การแปรแถว ผู้แสดงหันหน้าตรง


ท่าที่ 23 ท่าโบก
ตัวพระ – ตัวนาง
มือ มือซ้ายจีบหงายระดับหัวเข็มขัด มือขวาตั้งวงล่าง
แล้วมือซ้ายเคลื่อนมือ ปล่อยจีบเป็นตั้งวงบน มือขวาจีบส่งหลังแขนตึง
ศีรษะและลำตัว ศีรษะเอียงข้างซ้าย แล้วเปลี่ยนเอียงข้างขวา
เท้า เท้าขวายืนเต็มเท้า เท้าซ้ายประเท้ายกขึ้น แล้วเท้าซ้ายวางส้นลงข้างเท้าขวา
การแปรแถว ผู้แสดงหันด้านขวา

ท่าที่ 24 ท่าเมขลา
ตัวพระ – ตัวนาง
มือ มือซ้ายจีบปรกข้างม้วนจีบตั้งวงบน มือขวาตั้งวงกลางแล้วหมุนข้อมือล่อแก้วหักข้อมือลง
ศีรษะและลำตัว ศีรษะเอียงข้างซ้าย แล้วเปลี่ยนเอียงข้างขวา
เท้า เท้าซ้ายก้าวข้าง เท้าขวากระดกเสี้ยว
การแปรแถว ผู้แสดงหันด้านขวา

ท่าที่ 25 ท่าโยนแก้ว
ตัวพระ – ตัวนาง
มือ มือขวาจีบล่อแก้วเคลื่อนมาไว้ด้านหน้า (ในลักษณะจีบปรกหน้า)
มือซ้ายจีบส่งหลังแขนตึง
ศีรษะและลำตัว ศีรษะเอียงข้างขวา แล้วเปลี่ยนเอียงข้างซ้าย
เท้า เท้าขวาก้าวหน้า แล้วเท้าซ้ายก้าวหน้า เท้าขวากระดกเท้า
การแปรแถว ผู้แสดงหันหน้าตรง
หมายเหตุ ทำนองเอื้อน เท้าขวาก้าวหน้า เท้าซ้ายเปิดส้นเท้า
มือขวาล่อแก้วหงายมือขึ้น มือซ้ายจีบส่งหลังแขนตึง
ศีรษะเอียงข้างขวา แล้วขยั่นเท้าพร้อมกับตีไหล่ไปด้านขวาแล้วตีไหล่ไปด้านซ้าย
มือขวาเคลื่อนไปทางขวาเล็กน้อย แล้วกลับมาตั้งวงระดับหน้า

ท่าที่ 26 ท่าแววไว
ตัวพระ – ตัวนาง
มือ มือขวาจีบล่อแก้วหงายมือ แล้วกลับมาตั้งวงระดับหน้า มือซ้ายจีบส่งหลัง แขนตึง
ศีรษะและลำตัว ลักคอข้างซ้ายและข้างขวา
เท้า ถ่ายน้ำหนักไปเท้าซ้าย แล้วกลับมาถ่ายน้ำหนักไปเท้าขวาเช่นเดิม
การแปรแถว ผู้แสดงหันหน้าตรง

ท่าที่ 27 ท่ามยุเรศ
ตัวพระ – ตัวนาง
มือ มือทั้งสองจีบหงายระดับอก แล้วคลายจีบออกจากกัน เป็นตั้งวงกลาง
ศีรษะและลำตัว ศีรษะตรง
เท้า เท้าซ้ายก้าวหน้า เท้าขวากระดกเท้า
การแปรแถว ผู้แสดงหันหน้าตรง

ท่าที่ 28 ท่าฟ้อนใน
ตัวพระ – ตัวนาง
มือ มือซ้ายจีบหงายระดับหัวเข็มขัด มือขวาตั้งวงบน
แล้วมือซ้ายคลายจีบออกตั้งวงบน มือขวาจีบคว่ำแล้วปล่อยจีบออกตั้งวงกลาง
ศีรษะและลำตัว ศีรษะเอียงข้างซ้าย แล้วเปลี่ยนเอียงข้างขวา
เท้า เท้าขวาก้าวหน้า แล้วหมุนตัวไปด้านขวา (ขวาหัน) เท้าซ้ายกระดกเท้า
การแปรแถว ผู้แสดงหันด้านขวา
หมายเหตุ ทำนองเอื้อน เท้าซ้ายจรดเท้า ซอยเท้าหมุนตัวไปทางซ้าย (ซ้ายหัน)
มือซ้ายตั้งวงบน มือขวาตั้งวงกลาง ศีรษะเอียงข้างขวา

ท่าที่ 29 ท่านภาพร
ตัวพระ – ตัวนาง
มือ มือขวาจีบคว่ำงอแขนข้างลำตัว มือซ้ายหงายมือข้างลำตัว แล้วมือขวาสอดมือ
ปล่อยจีบออกอยู่ในลักษณะหงายมือเสมอศีรษะ แขนงอเสมอไหล่
มือซ้ายตั้งขึ้นแขนตึงเสมอไหล่
ศีรษะและลำตัว ศีรษะเอียงข้างขวา แล้วเปลี่ยนเอียงข้างซ้าย
เท้า เท้าซ้ายก้าวหน้า เท้าขวากระทุ้งเท้าแล้วกระดกเท้า
การแปรแถว ผู้แสดงหันด้านซ้าย

ท่าที่ 30 ท่าโบก
ตัวพระ – ตัวนาง
มือ มือซ้ายจีบหงายระดับหัวเข็มขัด มือขวาตั้งวงล่าง แล้วมือซ้ายเคลื่อนมือ
ปล่อยจีบเป็นตั้งวงบน มือขวาจีบส่งหลังแขนตึง
ศีรษะและลำตัว ศีรษะเอียงข้างซ้าย แล้วเปลี่ยนเอียงข้างขวา
เท้า เท้าขวายืนเต็มเท้า เท้าซ้ายประเท้ายกขึ้น แล้วเท้าซ้ายวางส้นลงข้างเท้าขวา
การแปรแถว ผู้แสดงหันด้านขวา


ท่ารับที่ 2 (ท่ากินนรรำ – ท่าแผลงศร)
ตัวพระ – ตัวนาง
จังหวะที่ |
มือ |
ศีรษะและลำตัว |
เท้า |
1 |
มือขวาจีบปรกข้าง มือซ้ายตั้งวงกลาง |
ศีรษะเอียงข้างซ้าย |
เท้าซ้ายจรดเท้า แล้ววางหลัง
เท้าขวาจรดเท้า |
2 |
มือขวาม้วนจีบตั้งวงบน มือซ้าย จีบหงายแขนตึงเสมอไหล่ |
ศีรษะเอียงข้างขวา |
ซอยเท้า
เท้าขวาก้าวหน้า
แล้วเท้าซ้ายจรดเท้า |
3 |
มือขวาจีบคว่ำแล้วพลิกข้อมือขึ้น เป็นจีบปรกข้าง มือซ้ายปล่อยจีบออก ตั้งมือแขนตึงเสมอไหล่ |
ศีรษะเอียงข้างซ้าย |
เท้าซ้ายจรดเท้า
แล้ววางหลัง
เท้าขวาจรดเท้า |
4 |
มือขวาปล่อยจีบออกตั้งวงบน มือซ้ายจีบคว่ำแล้วหงายจีบขึ้น แขนตึงเสมอไหล่ |
ศีรษะเอียงข้างขวา |
เท้าขวาจรดเท้า
แล้วก้าวหน้า
เท้าซ้ายจรดเท้า |
จังหวะที่ |
มือ |
ศีรษะและลำตัว |
เท้า |
5 |
ปฏิบัติเช่นเดียวกับจังหวะที่ 4 |
ศีรษะเอียงข้างซ้าย |
เท้าซ้ายวางหลัง
แล้วเท้าขวาจรดเท้า |
6 |
มือซ้ายจีบปรกข้าง มือขวาตั้งวงกลาง |
ศีรษะเอียงข้างขวา |
เท้าขวาก้าวหน้า
แล้วเท้าซ้ายจรดเท้า ซอยเท้าหมุนตัวไปด้านซ้าย (ซ้ายหัน) |
7 |
มือซ้ายม้วนจีบออกแล้วตั้งวงบน มือขวาจีบหงายแขนตึงเสมอไหล่ |
ศีรษะเอียงข้างซ้าย |
เท้าซ้ายก้าวหน้า
แล้วเท้าขวาจรดเท้า |
8 |
มือซ้ายจีบคว่ำแล้วพลิกข้อมือขึ้น
เป็นจีบปรกข้าง มือขวาปล่อยจีบออก ตั้งมือแขนตึงเสมอไหล่ |
ศีรษะเอียงข้างขวา |
เท้าขวาจรดเท้า
แล้ววางหลัง
เท้าซ้ายจรดเท้า |
9 |
มือซ้ายปล่อยจีบออกตั้งวงบน มือขวาจีบคว่ำแล้วหงายจีบขึ้นแขนตึง
เสมอไหล่ |
ศีรษะเอียงข้างซ้าย |
เท้าซ้ายจรดเท้า
แล้วก้าวหน้า
เท้าขวาจรดเท้า |
10 |
ปฏิบัติเช่นเดียวกับจังหวะที่ 9 |
ศีรษะเอียงข้างขวา |
เท้าขวาวางหลัง
เท้าซ้ายวางหลัง
เท้าขวาวางหลัง
พร้อมกับหันตัวไปด้านขวา (ขวาหัน) |
11 |
มือซ้ายจีบหงายระดับหัวเข็มขัด มือขวาตั้งวงล่างแล้วมือซ้ายเคลื่อนมือ
ปล่อยจีบเป็นตั้งวงบนมือขวา จีบส่งหลังแขนตึง |
ศีรษะเอียงข้างซ้าย
แล้วเปลี่ยนเอียงข้างขวา |
เท้าขวายืนเต็มเท้า
เท้าซ้ายประเท้ายกขึ้น แล้วเท้าซ้ายวางส้นลงข้างเท้าขวา |

ท่าที่ 31 ท่ายอดตอง
ตัวพระ – ตัวนาง
มือ มือซ้ายจีบปรกหน้า มือขวาตั้งวงอยู่ระดับเดียวกับมือซ้าย
แล้วมือขวาพลิกข้อมือจีบปรกหน้า มือซ้ายจีบส่งหลังแขนตึง
ศีรษะและลำตัว ศีรษะเอียงข้างขวา แล้วเปลี่ยนเอียงข้างซ้าย
เท้า เท้าซ้ายก้าวหน้า เท้าขวาเปิดส้นเท้า แล้วเท้าขวากระดกเท้า
การแปรแถว ผู้แสดงหันหน้าตรง

ท่าที่ 32 ท่าต้องลม
ตัวพระ – ตัวนาง
มือ มือขวาม้วนข้อมือปล่อยจีบตั้งวงบน แล้วมือขวาพลิกข้อมือจีบปรกหน้า
มือซ้ายจีบส่งหลังแขนตึง
ศีรษะและลำตัว ศีรษะเอียงข้างขวา แล้วเปลี่ยนเอียงข้างซ้าย
เท้า เท้าซ้ายก้าวหน้า เท้าขวากระดกเท้า
การแปรแถว ผู้แสดงหันหน้าตรง
หมายเหตุ ทำนองเอื้อน มือขวาม้วนข้อมือปล่อยจีบตั้งวงบน
แล้วพลิกข้อมือจีบปรกหน้า มือซ้าย จีบส่งหลังแขนตึง ศีรษะเอียงข้างขวา
แล้วเปลี่ยนเอียงข้างซ้าย เท้าซ้ายก้าวหน้า แล้วเท้าขวากระดกเท้า

ท่าที่ 33 ท่าพรหมนิมิต
ตัวพระ – ตัวนาง
มือ มือทั้งสองพนมมือระหว่างอกเปิดปลายมือทั้งสองเล็กน้อย
ศีรษะและลำตัว ศีรษะตรง
เท้า เท้าขวาก้าวหน้า เท้าซ้ายกระดกเท้า
การแปรแถว ผู้แสดงหันหน้าตรง
หมายเหตุ ท่าต่อเนื่อง เท้าซ้ายวางหลังแล้วหันไปด้านขวา (ขวาหัน)

ท่าที่ 34 ท่าอีกทั้งพิสมัย
ตัวพระ – ตัวนาง
มือ มือทั้งสองตั้งวงระดับอก แล้วไขว้มือทั้งสองวางบนบ่าหน้าให้ปลายมือเสมอไหล่
โดยมือขวาไว้ด้านใน มือซ้ายทับอยู่ด้านนอก
ศีรษะและลำตัว ศีรษะเอียงข้างขวา แล้วเปลี่ยนเอียงข้างซ้าย
เท้า พระ : เท้าขวาประเท้ายกขึ้น แล้วก้าวข้าง
นาง : เท้าซ้ายประเท้ายกขึ้น แล้วก้าวหน้า
การแปรแถว ผู้แสดงหันด้านขวา
หมายเหต ทำนองเอื้อน ยืด – ยุบ วิ่งซอยเท้าหมุนรอบตัวเองไปด้านหน้า (ขวาหัน)
มือปฏิบัติเช่นเดิม

ท่าที่ 35 ท่าเรียงหมอน
ตัวพระ – ตัวนาง
มือ มือทั้งสองจีบหงายระดับอก แล้วเคลื่อนออกจากกัน
มือซ้ายตั้งวงบน มือขวาเหยียดแขนตึงเสมอไหล่
ศีรษะและลำตัว ศีรษะเอียงข้างซ้าย แล้วเปลี่ยนเอียงข้างขวา
เท้า เท้าขวาก้าวหน้า เท้าซ้ายกระดกเท้า
การแปรแถว ผู้แสดงหันหน้าตรง

ท่าที่ 36 ท่าโบก
ตัวพระ – ตัวนาง
มือ มือซ้ายจีบหงายระดับหัวเข็มขัด มือขวาตั้งวงล่าง แล้วมือซ้ายเคลื่อนมือ
ปล่อยจีบเป็นตั้งวงบน มือขวาจีบส่งหลังแขนตึง
ศีรษะและลำตัว ศีรษะเอียงข้างซ้าย แล้วเปลี่ยนเอียงข้างขวา
เท้า เท้าขวายืนเต็มเท้า เท้าซ้ายประเท้ายกขึ้น แล้วเท้าซ้ายวางส้นลงข้างเท้าขวา
การแปรแถว ผู้แสดงหันด้านขวา


ท่าที่ 37 ท่าย้ายท่า
ตัวพระ – ตัวนาง
มือ มือขวาตั้งวงบน มือซ้ายแทงมือออกด้านข้างหงายมือให้ปลายนิ้วตกลง
เหยียดแขนตึงเสมอไหล่
ศีรษะและลำตัว ศีรษะเอียงข้างซ้าย
เท้า เท้าซ้ายก้าวหน้า แล้วค่อยๆ หมุนตัวไปด้านซ้าย (ซ้ายหัน)
การแปรแถว ผู้แสดงหันด้านขวา

ท่าที่ 38 ท่ามัจฉา
ตัวพระ – ตัวนาง
มือ มือซ้ายตั้งวงบน มือขวาจีบคว่ำแล้วพลิกข้อมือเป็นจีบหงาย แขนตึงเสมอไหล่
ศีรษะและลำตัว ศีรษะเอียงข้างขวา
เท้า พระ : เท้าซ้ายยืนเต็มเท้า เท้าขวายกขึ้น
นาง : เท้าซ้ายยืนเต็มเท้า เท้าขวายกขึ้นเดี่ยวเท้า
การแปรแถว ผู้แสดงหันด้านซ้าย
หมายเหตุ ทำนองเอื้อน
เท้าขวาก้าวหน้า พร้อมกับหมุนตัวไปด้านขวา (ขวาหัน)

ท่าที่ 39 ท่าชมสาคร
ตัวพระ – ตัวนาง
มือ มือขวาม้วนจีบออกมือตั้งแล้วพลิกข้อมือให้ปลายนิ้วตกลงล่างงอแขนเล็กน้อย มือซ้ายป้องหน้า
ศีรษะและลำตัว ศีรษะเอียงข้างซ้าย
เท้า เท้าขวายืนเต็มเท้า เท้าซ้ายยกขึ้น
การแปรแถว ผู้แสดงหันด้านขวา

ท่าที่ 40 ท่าพระสี่กร
ตัวพระ – ตัวนาง
มือ มือทั้งสองจีบล่อแก้ว คว่ำมือทั้งสองระดับอก แล้วคลายมือออกจากกัน
ทำมือจีบล่อแก้วตั้งวงระดับวงกลาง
ศีรษะและลำตัว ศีรษะตรง
เท้า เท้าซ้ายก้าวหน้า เท้าขวากระดกเท้า
การแปรแถว ผู้แสดงหันหน้าตรง

ท่าที่ 41 ท่าขว้างจักร
ตัวพระ – ตัวนาง
มือ มือขวาจีบล่อแก้วแทงมือตั้งขึ้นระดับวงบน มือซ้ายจีบล่อแก้วตั้งวงล่าง
ศีรษะและลำตัว ศีรษะเอียงข้างซ้าย แล้วเปลี่ยนเอียงข้างขวา
เท้า พระ : เท้าซ้ายก้าวข้างแล้วยืนเต็มเท้า เท้าขวายกขึ้น
นาง : เท้าซ้ายก้าวข้างแล้วยืนเต็มเท้า เท้าขวายกขึ้นเดี่ยวเท้า
การแปรแถว ผู้แสดงหันทางขวา
หมายเหตุ ทำนองเอื้อน เท้าขวาจรดเท้า แล้วซอยเท้าหมุนตัวไปด้านซ้าย (ขวาหัน)
เอียงศีรษะข้างซ้าย มือปฏิบัติเช่นเดิม

ท่าที่ 42 ท่าฤทธิรงค์
ตัวพระ – ตัวนาง
มือ มือซ้ายจีบล่อแก้วคว่ำมือระดับวงบน แล้วสอดมือขึ้นอยู่ในลักษณะ
หงายมือเสมอศีรษะ ส่วนแขนงอเสมอไหล่
มือขวาจีบล่อแก้วหงายมือระดับ วงล่าง แล้วพลิกข้อมือตั้งขึ้น
ศีรษะและลำตัว ศีรษะเอียงข้างขวา แล้วเปลี่ยนเอียงข้างซ้าย
เท้า เท้าขวาก้าวหน้าแล้วยืนเต็มเท้า เท้าซ้ายยกขึ้น
การแปรแถว ผู้แสดงหันด้านซ้าย

ท่าที่ 43 ท่าโบก
ตัวพระ – ตัวนาง
มือ มือซ้ายจีบหงายระดับหัวเข็มขัด มือขวาตั้งวงล่าง
แล้วมือซ้ายเคลื่อนมือ ปล่อยจีบเป็นตั้งวงบน มือขวาจีบส่งหลังแขนตึง
ศีรษะและลำตัว ศีรษะเอียงข้างซ้าย แล้วเปลี่ยนเอียงข้างขวา
เท้า เท้าขวายืนเต็มเท้า เท้าซ้ายประเท้ายกขึ้น แล้วเท้าซ้ายวางส้นลงข้างเท้าขวา
การแปรแถว ผู้แสดงหันตัวด้านขวา

ท่ารับที่ 3 (ท่าสอดสร้อยมาลา)
ตัวพระ – ตัวนาง
จังหวะที่ |
มือ |
ศีรษะและลำตัว |
เท้า |
1 |
มือขวาจีบปรกข้าง มือซ้ายตั้งวงกลาง |
ศีรษะเอียงข้างซ้าย |
เท้าซ้ายจรดเท้า แล้ววางหลัง
เท้าขวาจรดเท้า |
2 |
มือขวาม้วนจีบตั้งวงบน มือซ้าย จีบหงายระดับหัวเข็มขัด |
ศีรษะเอียงข้างขวา |
ซอยเท้า
เท้าขวาก้าวหน้า
แล้วเท้าซ้ายจรดเท้า |
3 |
มือขวาจีบคว่ำแล้วพลิกข้อมือขึ้น เป็นจีบปรกข้าง มือซ้ายคลายจีบออกตั้งวงล่าง |
ศีรษะเอียงข้างซ้าย |
เท้าซ้ายจรดเท้า
แล้ววางหลัง
เท้าขวาจรดเท้า |
4 |
มือขวาปล่อยจีบออกตั้งวงบน มือซ้ายจีบคว่ำแล้วหงายจีบระดับหัวเข็มขัด |
ศีรษะเอียงข้างขวา |
เท้าขวาจรดเท้า
แล้วก้าวหน้า
เท้าซ้ายจรดเท้า |
จังหวะที่ |
มือ |
ศีรษะและลำตัว |
เท้า |
5 |
ปฏิบัติเช่นเดียวกับจังหวะที่ 4 |
ศีรษะเอียงข้างซ้าย |
เท้าซ้ายวางหลัง
แล้วเท้าขวาจรดเท้า |
6 |
มือซ้ายจีบปรกข้าง มือขวาตั้งวงกลาง |
ศีรษะเอียงข้างขวา |
เท้าขวาก้าวหน้า
แล้วเท้าซ้ายจรดเท้า ซอยเท้าหมุนตัวไปด้านซ้าย (ซ้ายหัน) |
7 |
มือซ้ายม้วนจีบออก แล้วตั้งวงบน มือขวาจีบหงายระดับหัวเข็มขัด |
ศีรษะเอียงข้างซ้าย |
เท้าซ้ายก้าวหน้า
แล้วเท้าขวาจรดเท้า |
8 |
มือซ้ายจีบคว่ำแล้วพลิกข้อมือขึ้น เป็นจีบปรกข้าง มือขวาคลายจีบออกตั้งวงล่าง |
ศีรษะเอียงข้างขวา |
เท้าขวาจรดเท้า
แล้ววางหลัง
เท้าซ้ายจรดเท้า |
9 |
มือซ้ายปล่อยจีบออกตั้งวงบน มือขวาจีบคว่ำแล้วหงายจีบขึ้นระดับ หัวเข็มขัด |
ศีรษะเอียงข้างซ้าย |
เท้าซ้ายจรดเท้า
แล้วก้าวหน้า
เท้าขวาจรดเท้า |
10 |
ปฏิบัติเช่นเดียวกับจังหวะที่ 9 |
ศีรษะเอียงข้างขวา |
เท้าขวาวางหลัง
เท้าซ้ายวางหลัง
เท้าขวาวางหลัง
พร้อมกับหันตัวไปด้านขวา (ขวาหัน) |
11 |
มือซ้ายจีบหงายระดับหัวเข็มขัด มือขวาตั้งวงล่าง แล้วมือซ้ายเคลื่อนมือปล่อยจีบเป็นตั้งวงบน มือขวา จีบส่งหลังแขนตึง |
ศีรษะเอียงข้างซ้าย
แล้วเปลี่ยนเอียง ข้างขวา |
เท้าขวายืนเต็มเท้า
เท้าซ้ายประเท้ายกขึ้น แล้วเท้าซ้ายวางส้นลงข้างเท้าขวา |


ท่าที่ 44 ท่าเข้า (เพลงรัว)
ตัวพระ – ตัวนาง
มือ มือขวาตั้งวงบน มือซ้ายจีบหงายระดับหัวเข็มขัด
ศีรษะและลำตัว ศีรษะเอียงข้างซ้าย
เท้า เท้าซ้ายก้าวหน้า เท้าขวาวางหลังเปิดส้นเท้า
การแปรแถว ผู้แสดงหันด้านขวา
หมายเหตุ ท่าต่อเนื่อง ยืด – ยุบตัวตามจังหวะ แล้วซอยเท้าวิ่งเข้า
พร้อมทั้งเดินมือโดยมือซ้ายที่จีบระดับหัวเข็มขัดสอดมือขึ้นตั้งวงบน
มือขวาที่ตั้งวงบนเคลื่อนลงมาจีบคว่ำ ระดับหัวเข็มขัด แล้วหงายจีบขึ้นระดับหัวเข็มขัด
ศีรษะเปลี่ยนเป็นเอียงขวา ปฏิบัติสลับกันเช่นนี้จนหมดทำนองเพลง
สรุปท้ายบท รำแม่บทเล็ก
รำแม่บทเล็ก เป็นการรำแบบมาตรฐาน เช่นเดียวกับการรำแม่บทใหญ่ แต่มีลีลากระบวนการรำสั้นกว่า แม่บทใหญ่มี 14 คำกลอน ใช้ท่ารับ 9 ครั้ง แม่บทเล็กมีเพียง 6 คำกลอน ใช้ท่ารับ 3 ครั้ง เป็นที่นิยมฝึกฝนกันมาก เพราะนำไปแสดงออกโรงได้พอเหมาะพอดี ไม่มากไม่น้อยเกินไป
รำแม่บทเล็กนี้ เป็นการแสดงนาฏศิลป์ชุดหนึ่งในต้นเรื่องรามเกียรติ์ตอนนารายณ์ ปราบนนทุก ใช้ทำนองเพลงชมตลาด เป็นเพลงที่นิยม ฝึกหัดเบื้องต้นในการรำ มีกระบวนลีลาการร่ายรำที่อ่อนช้อย นุ่มนวลและงดงามตามลักษณะของการรำไทย ที่วางไว้เป็นแบบมาตรฐาน
การแต่งกายแต่งได้ทั้งแบบยืนเครื่องใหญ่และแต่งอย่างเครื่องน้อย รำพระนางคู่หรือรำหมู่ตั้งแต่ 2 คู่ขึ้นไปหรือรำนางล้วนเดี่ยวหรือหมู่ก็ได้
ดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดง ใช้ได้ทั้งวงปี่พาทย์เครื่องห้า เครื่องคู่ และเครื่องใหญ่ เริ่มด้วยบรรเลงเพลงรัว ร้องทำนองชมตลาดเมื่อจบท่ารำปี่พาทย์จะทำเพลงรัวหรือจะบรรเลงเพลงต้นวรเชษฐ์ก่อนแล้วต่อด้วยเพลงเร็วและเพลงลาก็ได้
ท่ารำแม่บทเล็ก เป็นท่ารำมาตรฐาน หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าเป็นแม่ท่า มี 6 คำกลอนเป็นเพลงที่นิยมใช้ฝึกหัดเบื้องต้นในการรำ มีกระบวนลีลาการร่ายรำที่อ่อนช้อย นุ่มนวลและงดงามตามลักษณะของการรำไทยที่วางไว้เป็นแบบมาตรฐาน

นาฏศิลป์พื้นเมืองชุดรำเซิ้งกระติบ
ประวัติความเป็นมาการแสดงเซิ้งกระติบ
เซิ้งกระติบเป็นการแสดงพื้นเมืองของภาคอีสาน เนื่องจากภูมิประเทศและภูมิอากาศของอีสานเป็นที่ราบสูงค่อนข้างแห้งแล้ง ชาวอีสานมีอาชีพ ทำไร่ทำนา มีฐานะทางเศรษฐกิจไม่ค่อยดี แต่มีนิสัยรักสนุก ใจบุญ ยึดมั่นในศาสนาและขนบธรรมเนียมประเพณี มีความรักถิ่นฐาน ร่วมแรงร่วมใจในการทำงาน ต่อสู้อดทนต่อภัยธรรมชาติที่โหดร้าย
การแสดงของภาคอีสานมักเกิดจากกิจวัตรประจำวัน หรือประจำฤดูการเช่น การขอฝน การจับปลา พวกผู้ชายไปทำไร่ทำนา พวกผู้หญิงไปส่ง ข้าวปลาอาหาร เป็นต้น
ลักษณะเฉพาะของการแสดงภาคอีสานคือลีลาและจังหวะในการก้าวเท้า ลักษณะคล้ายการเต้นนุ่มนวล มักเดินด้วยปลายเท้า และสะบัดเท้าไป ข้างหลังสูง ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะที่เรียกว่า “เซิ้ง”
เซิ้งกระติบ เป็นการละเล่นพื้นเมืองของชาวภูไท ซึ่งเป็นชาวไทยเผ่าหนึ่งที่มีเชื้อสายสืบต่อกันมาช้านานในดินแดนทางภาคอีสาน ของประเทศไทย เช่น เขตจังหวัดสกลนคร และจังหวัดข้างเคียง เซิ้งกระติบ นี้นิยมแสดงกันในโอกาสรื่นเริง วันนักขัตฤกษ์ต่างๆ การแสดงจะเริ่มด้วยชาวภูไทยฝ่ายชายนำเอาเครื่องดนตรีและเครื่องประกอบจังหวะหลายอย่าง มีแคน (เครื่องดนตรีชนิดหนึ่งใช้ปากเป่าเป็นทำนองเพลง) แก๊บ (กรับ) กลองเถิดเทิง กลองตะโหน่ง และฉาบ มาร่วมกันบรรเลงเพลงที่มีทำนองและจังหวะรุกเร้า ต่อจากนั้นเหล่าสตรีชาวภูไทวัยต่างๆ ซึ่งมีกระติบข้าว (กล่องใส่อาหาร) แขวนสะพายอยู่ข้างตัว จะออกมาเซิ้งกระติบแสดงอากัปกิริยาของสตรีภูไท ขณะสะพายกระติบใส่ข้าวเพื่อนำอาหารไปส่งแก่สามีและญาติพี่น้องที่ออกไปทำงานนอกบ้าน
เซิ้งกระติบที่เริ่มแพร่หลายในจังหวัดอื่นๆ และเป็นที่นิยมกันในกรุงเทพฯ นั้น สืบมาแต่กรมศิลปากรได้เรียนขอร้องท่านพลโทแสวง เสนาณรงค์ ซึ่งเวลานั้นเป็นเลขาธิการทำเนียบนายกรัฐมนตรี ขอให้ช่วยติดต่อกับหัวหน้าหมู่บ้านในจังหวัดสกลนคร ให้นำคณะผู้เล่น “เซิ้งกระติบข้าว” ของชาวจังหวัดนั้นเข้ามาฝึกฝนศิลปินของกรมศิลปากร เพื่อเตรียมไว้ต้อนรับพระราชอาคันตุกะ ณ โรงละครแห่งชาติ 2 ครั้งคือ แสดงต้อนรับ ฯพณฯ นายพลปาร์ก จุง ฮี ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเกาหลีใต้และภริยา เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2509 และการแสดงถวายต้อนรับ สมเด็จพระเจ้าไฮเลเซลาสซี่ที่ 1 พระเจ้าจักพรรดิ์แห่งเอธิโอเปีย เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2511
ท่ารำของเซิ้งกระติบ ได้แก่ ท่าเดินออก ท่าล้างมือ ท่าสะบัดมือ ท่าเช็ดมือ ท่าปั้นข้าว เป็นต้น
ลักษณะการแสดง
1. เริ่มต้นด้วยฝ่ายชาย นำเครื่องดนตรีพื้นเมือง และเครื่องประกอบจังหวะหลายชนิดมารวมกัน บรรเลงเพลงที่มีทำนอง และจังหวะสนุกสนาน
2. ฝ่ายผู้แสดงที่เป็นผู้หญิงล้วน จะแต่งกายแบบพื้นเมือง ออกมาร่ายรำประกอบดนตรี ด้วยท่ารำกระฉับกระเฉง สนุกสนาน แสดงถึง อากับกิริยาของสตรีชาวภูไท ขณะเมื่อสะพายกระติบ ใส่ข้าว นำอาหารไปส่งให้สามี และญาติพี่น้อง ที่ออกไปทำงานนอกบ้าน
โอกาสที่ใช้แสดง
นิยมใช้แสดงในวันนักขัตฤกษ์ งานรื่นเริงต่างๆ เป็นการแสดงสำหรับต้อนรับ แขกบ้านแขกเมือง
เครื่องดนตรีประกอบการแสดง
ได้แก่ แคน แก๊บ (กรับ) กลองเถิดเทิง (กลองยาว) ฆ้องโหม่ง ฉาบ กลองจิ๋งหรือกลองเส็ง
วงดนตรีพื้นเมืองของชาวภูไท
1. แคน 2. กลองจิ๋งหรือกลองเส็ง 3. ฉาบใหญ่
4. แก๊บยาว 5. แก๊บสั้น 6. โหม่ง
7. กลองเถิดเทิง


เครื่องแต่งกาย
ผู้แสดงจะนุ่งผ้าซิ่นลายทาง หรือลายเชิงเหนือเข่าเล็กน้อย สวมเสื้อแขนกระบอกหรือแขนยาวสีพื้นๆ สดใส ห่มทับด้วยผ้าสไบ ตกแต่งด้วยเครื่องประดับที่ทำจากเงิน สะพายกระติบจากไหล่ขวา ตัวกระติบจะอยู่ทางด้านซ้าย ผมเกล้ามวยรวบตึง ประดับด้วยดอกไม้
อธิบายท่ารำเซิ้งกระติบ
เนื่องจากท่ารำเซ้งกระติบ เป็นท่ารำประกอบทำนองเพลง จึงได้ใช้ภาพในการอธิบายรายละเอียดทุกขั้นตอน ของท่ารำที่มีอยู่ 11 ท่ารำ ผู้แสดงแบบเป็นนักเรียนโรงเรียนวัดน้อยนพคุณ
ท่าที่ 1 (ท่าออก)
ย่ำเท้าในลักษณะการเดินของเซิ้งทุกจังหวะย่อย แขนทั้งสองปล่อยข้างลำตัวและแกว่งแขนข้างตรงกันข้ามกับเท้าที่ก้าวย่ำ โคลงศีรษะและลำตัวเล็กน้อยตามลีลาของการย่ำเท้าก้าวเดิน นับ 6 จังหวะใหญ่

ท่าที่ 2
จัดแถวตอนลึก 2 แถว มือซ้ายจีบคว่ำเหยียดแขนส่งไปด้านหน้าระดับไหล่ มือขวาแบหงายหันปลายนิ้วไปด้านหลัง งอศอกพับขึ้น ศีรษะเอียงข้างเดียวกับมือข้างที่แบหงาย เท้าย่ำอยู่กับที่ปฏิบัติลักษณะนี้ทั้งมือขวาและมือซ้าย ค่อยๆ ย่อเข่าลง นับจังหวะใหญ่ 4 จังหวะ ลงนั่งบนส้นเท้าขวาตั้งเข่าซ้ายชันขึ้นเล็กน้อย

ท่าที่ 2.1

ท่าที่ 2.2

ท่าที่ 2.3

ท่าที่ 2.4
ท่าที่ 3
นั่งบนส้นเท้าขวา มือจีบทั้งสองข้างระดับสะโพกด้านขวา ให้ปลายนิ้วชนกันกระทบกันตามจังหวะย่อย ม้วนมือจีบออกเปลี่ยนเป็นไหว้ข้างนับ 3 จังหวะใหญ่ ปฏิบัติลักษณะนี้ทั้งด้านขวาและด้านซ้าย ค่อยๆ ยืดตัวขึ้นยืนตรง ทิ้งน้ำหนักตัวที่เท้าซ้าย

ท่าที่ 3.1

ท่าที่ 3.2

ท่าที่ 3.3

ท่าที่ 3.4
ท่าที่ 4
จีบหน้าตรง มือทั้งสองจีบเข้าหากันระดับหัวเข็มขัด ย่ำเท้าขวา-ซ้ายตามเสียงจังหวะย่อย 1-2-3 วางส้นเท้าซ้ายเยื้องไปด้านหน้าเล็กน้อย ในจังหวะที่ 4 มือจีบทั้งสองเคลื่อนแยกจากกัน มือขวาโบกขึ้นสูงระดับหน้า มือซ้ายแบคว่ำส่งไปด้านหลัง ปลายนิ้วหันออกจากลำตัว ปฏิบัติท่านี้ด้วยมือและเท้าข้างตรงกันข้าม ทิศละสองครั้งจนครบสี่ทิศ

ท่าที่ 4.1

ท่าที่ 4.2

ท่าที่ 4.3

ท่าที่ 4.4
ท่าที่ 5
ย่ำเท้ากับที่ ยกมือทั้งสองสูงระดับหน้า รวมนิ้วเข้าด้วยกันหลวมๆ เคลื่อนแขนทั้งสองไปด้านขวา ดีดนิ้วลักษณะพรมนิ้วมือ เคลื่อนสลับมาด้านซ้าย หันหน้าในทางตรงกันข้ามกับมือที่ดีดสะบัด ดีดนิ้วตามจังหวะย่อย ย่ำเท้าอยู่กับที่นับ 1 จังหวะใหญ่ จากนั้นทั้งสองแถวหันหน้าเข้าหาคู่ของตน เดินหน้าสวนแถว ไป-กลับ หยุดยืนตำแหน่งเดิม

ท่าที่ 5.1

ท่าที่ 5.2

ท่าที่ 5.3

ท่าที่ 5.4

ท่าที่ 5.5 ท่าที่ 5.6

ท่าที่ 5.7

ท่าที่ 5.8
ท่าที่ 6
แบมือทั้งสองตึงปลายนิ้ว ใช้ฝ่ามือสัมผัสและคลึงสะโพกทั้งสองข้าง ย่ำเท้าแปรรูปแถวเป็นวงกลมหันเดินเวียนขวาตามกัน 1 รอบนับ 6 จังหวะใหญ่ หันเดินย้อนกลับเวียนซ้าย ปฏิบัติในท่าเดิมนับ 6 จังหวะใหญ่

ท่าที่ 6.1

ท่าที่ 6.2
ท่าที่ 7
แถววงกลมลักษณะเดิม มือทั้งสองตั้งวงระดับเอว หันฝ่ามือทั้งสองบรรจบกัน ย่ำเท้านับ 2 จังหวะใหญ่ 
ท่าที่ 8
ยืนทิ้งน้ำหนักตัวที่เท้าขวา เท้าซ้ายวางเหลื่อมมาด้านหน้าเล็กน้อย ตบเท้าตามจังหวะย่อย ใช้มือขวาวาดขึ้นปาดแก้มข้างขวา ตามด้วยมือซ้ายค่อยย่อตัวลงนั่งบนส้นเท้าขวา นับ 4 จังหะใหญ่

ท่าที่ 8.1

ท่าที่ 8.2

ท่าที่ 8.3

ท่าที่ 8.4
ท่าที่ 9 (ให้ผู้แสดงสลับกันลุกขึ้นยืนด้วยการปฏิบัติตามท่าที่ 8)
ฝ่ายที่หันยืนมาทางขวา ย่ำเท้า 3 ก้าว ยกเท้าในก้าวที่ 4 พร้อมกับยกมือขึ้นกำระดับใบหน้า ทอดแขนอีกข้างลงต่ำระดับสะโพก กำมือหงาย เอี้ยวลำตัวหันมองฝ่ายที่นั่งปรบมือ ขยำกำมือ และขยับสะโพกตามเสียงจังหวะย่อย นับ 1 จังหวะใหญ่ แล้วหันกลับด้านตรงกันข้ามปฏิบัติเช่นเดียวกันซ้ำ 2 เที่ยว

ท่าที่ 9.1

ท่าที่ 9. 2

ท่าที่ 9.3

ท่าที่ 9.4

ท่าที่ 9.5

ท่าที่ 9.6

ท่าที่ 9.7
ท่าที่ 10
ถอยเท้า ค้อมตัวลงพร้อมทั้งวาดมือทั้งสองจีบคว่ำ แล้วส่งไปด้านหลัง นับ 1 จังหวะใหญ่ เดินหน้าตั้งลำตัวขึ้น เคลื่อนมือจีบขึ้นตั้งวงระดับหน้า ให้มือทั้งสองตั้งวงเหลื่อมต่ำกว่ากันเล็กน้อย นับ 1 จังหวะใหญ่ ปฏิบัติซ้ำเช่นนี้ 4 จังหวะใหญ่

ท่าที่ 10.1

ท่าที่ 10.2

ท่าที่ 10.3
ท่าที่ 11
ถอยเท้า ค้อมตัวลงพร้อมทั้งวาดมือทั้งสองจีบคว่ำ แล้วส่งไปด้านหลัง นับ 1 จังหวะใหญ่ เดินหน้าตั้งลำตัวขึ้น เคลื่อนมือจีบขึ้นตั้งวงระดับหน้า ให้มือทั้งสองตั้งวงเหลื่อมต่ำกว่ากันเล็กน้อย นับ 1 จังหวะใหญ่ ปฏิบัติซ้ำเช่นนี้ 4 จังหวะใหญ่
ค้อมลำตัวลง ตั้งวงระดับหัวเข็มขัด ปลายนิ้วชี้ตรงไปด้านหน้า มืออีกข้างท้าวสะเอว
- แถวซ้าย ตั้งวงด้วยมือซ้าย ศีรษะเอียงซ้าย
- แถวขวา ตั้งวงด้วยมือขวา ศีรษะเอียงขวา
ยกเท้าข้างเดียวกับมือที่ตั้งวง แล้วก้าวเดินหน้า 3 จังหวะ ยกเท้าขึ้นในจังหวะที่ 4 แล้วแทงมือออกข้างลำตัว ปฏิบัติเช่นเดียวกันทั้งมือซ้ายและมือขวา เดินแยกจากคู่หันกลับเดินเข้า

ท่าที่ 11.1

ท่าที่ 11.2

ท่าที่ 11.3

ท่าที่ 11.4
ละครไทยและละครพื้นบ้านที่นิยมในอดีต ละครไทยและละครพื้นบ้านจัดเป็นการแสดงมหรสพและการแสดงของไทย มีหลายรูปแบบ เช่น ละครนอก ละครใน ละครชาตรี ละครดึกดำบรรพ์ ละครร้อง ละครเวทีละครหลวงวิจิตรวาทการ มีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย ส่วนละครพื้นบ้านส่วนใหญ่เรื่องราวที่แสดงจะมาจากนิทานพื้นบ้าน ละครทั้งสองประเภทเป็นมรดกทางวัฒนธรรม ที่สะท้อนเรื่องราวและวิถีชีวิตของคนในสังคมไทย เนื้อเรื่องจะสอดแทรกแง่คิดและคติสอนใจให้กับผู้ชมยึดถือในการปฏิบัติตาม ทำให้ผู้ชมได้รับความเพลิดเพลินสนุกสนานเป็นเครื่องประเทืองอารมณ์และปัญญาไปพร้อมๆกัน ในฐานะคนไทยเราควรอนุรักษ์สืบทอดภูมิปัญญาไทยในเรื่องของการละครไว้มิให้สูญหาย ตัวอย่างละครที่เป็นทั้งละครไทยและละครพื้นบ้านคือเรื่องสังข์ทอง เรื่องสังข์ทองมีการแสดงได้หลายรูปแบบเช่น ละครนอก ละครดึกดำบรรพ์และเป็นละครพื้นบ้านที่จัดแสดงทางสถานีโทรทัศน์เป็นที่นิยมมาก


|