| 1. ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบของบทละคร |
| |
1. บทสนทนา |
2. ลักษณะนิสัยของตัวละคร |
| |
3. ผู้แสดงและผู้ชม |
4. โครงเรื่อง |
| |
|
| 2. โครงเรื่องที่ดีมีลักษณะอย่างไร |
| |
1. มีความสนุกสนาน |
2. มีตัวละครทุกอารมณ์ |
| |
3. มีความสัมพันธ์ของตัวละครในเรื่อง |
4. ผู้แสดงตัวเอกต้องมีบทเป็นคนดีมีศีลธรรม |
| |
|
|
| 3. ละครที่สอดแทรกเรื่องของความเพียร เราจะมาใช้ปฏิบัติในชีวิตประจำวันในเรื่องใด |
| |
1. ช่วยเหลือผู้ที่ตกทุกข์ได้ยาก |
2. ตั้งใจทำงานให้สำเร็จ |
| |
3. รักและเข้าใจผู้อื่น |
4. ช่วยเหลืองานของครูและพ่อแม่ |
| |
|
|
| 4. แก่นของเรื่องคือข้อใด |
| |
1. เป็นจุดมุ่งหมายของเรื่อง |
2. เป็นปมสำคัญของเรื่อง |
| |
3. เป็นลักษณะของบุคคลในเรื่อง |
4. เป็นอารมณ์ของตัวละคร |
| |
|
|
| 5. บทสนทนาเป็นความสำคัญของละครในเรื่องใด |
| |
1. เป็นสื่อที่ทำให้ตัวละครมีเอกลักษณ์ |
2. เป็นสื่อระหว่างผู้แสดงกับผู้ชม |
| |
3. เป็นสิ่งที่ผู้ขียนบททำให้คนรู้จักละคร |
4. เป็นสิ่งที่ทำให้ละครมีอารมณ์หลากหลาย |
| |
|
|
| 6. การสร้างสรรค์ท่ารำควรคำนึงถึงข้อใดมากที่สุด |
| |
1. ความสวยงามของผู้แสดง |
2. การแต่งกายของผู้แสดง |
| |
3. การสื่ออารมณ์ของผู้แสดงไปสู่ผู้ชม |
4. การจัดช่องว่างและพื้นที่บนเวทีการแสดง |
| |
|
|
| 7. การตีบท หมายถึงคำตอบในข้อใด |
| |
1. การนำบทละครมาวิเคราะห์ |
2. การนำบทร้องมาวิเคราะห์ |
| |
3. การใส่ท่ารำตามบทร้อง |
4. การขับร้องตามท่ารำ |
| |
|
|
| 8. ละครพัฒนาการแสดงมาจากอะไร |
| |
1. โขน |
2. การเล่านิทาน |
| |
3. การแสดงลำตัด |
4. การแสดงพื้นบ้าน |
| |
|
|
| 9. รำและระบำ มีลักษณะเด่นในการนำเสนอในเรื่องใด |
| |
1. การแต่งกาย |
2. มีท่ารำสวยงาม |
| |
3. มีดนตรีไพเราะ |
4. มีการแสดงเป็นชุดเป็นตอน |
| |
|
|
| 10. ข้อใดเป็นการแสดงรำคู่ทั้งหมด |
| |
1. รจนาเสี่ยงพวงมาลัย จีนรำพัด ระบำเก็บใบชา |
|
| |
2. กระบี่ – กระบอง พระลอตามไก่ พระรามตามกวาง |
| |
3. พระลอตามไก่ ระบำเก็บใบชา ฟ้อนแพน |
| |
4. ฟ้อนแพน รจนาเสี่ยงพวงมาลัย จีนรำพัด |
| |
|
|
| 11. การแสดงพื้นเมืองมีความสำคัญต่อท้องถิ่นอย่างไร |
| |
1. ทำให้คนในท้องถิ่นมีรายได้ดี |
|
| |
2. ทำให้คนในท้องถิ่นมีความสุข ได้ผ่อนคลาย |
|
| |
3. ทำให้คนในท้องถิ่นประกอบอาชีพได้หลากหลาย |
|
| |
4. ทำให้คนในท้องถิ่นมีความสามารถในการแข่งขัน |
|
| |
|
|
| 12. ในการแสดงรำอวยพรวันเกิด ควรใช้เวลาในการแสดงกี่นาที |
| |
1. 3 - 5 นาที |
2. 10 – 20 นาที |
| |
3. ไม่น้อยกว่า 15 นาที |
4. ไม่น้อยกว่า 30 นาที |
| |
|
|
| 13. การจัดการแสดงในงานเฉลิมฉลอง งานนักขัตฤกษ์ในเวลากลางคืน นิยมจัดการแสดงชุดใด |
| |
1. โขน รำโคม ฟ้อนเทียน |
2. โขน ละคร เซิ้งสราญ |
| |
3. เซิ้งสราญ ละครนอก โขน |
4. ฟ้อนเทียน เซิ้งสราญ รำโคม |
| |
|
|
| 14. การแสดงหน้าไฟ ควรเลือกการแสดงชุดใด |
| |
1. รจนาเสี่ยงพวงมาลัย |
2. พระรามตามกวาง |
| |
3. ระบำไกรลาศสำเริง |
4. ฟ้อนเทียน เซิ้งสราญ รำโคม |
| |
|
|
| 15. หลักในการออกแบบอุปกรณ์การแสดงควรคำนึงถึงข้อใด |
| |
1. ความสวยงามเหมาะสมกับชุดการแสดง |
2. ความคงทนสามารถนำกลับมาใช้ได้อีก |
| |
3. ความประหยัดและปลอดภัย ใช้วัสดุท้องถิ่น |
4. ถูกทุกข้อ |
| |
|
|
| 16. ข้อใดไม่ใช่อุปกรณ์ในการประกอบการแสดงชุดนาฏศิลป์ทั้งหมด |
| |
1. เคียว พวงมาลัย สวิง |
2. คันศร สวิง พัด |
| |
3. สร้อยคอ เข็มขัด คันศร |
4. สร้อยคอ เข็มขัด ต่างหู |
| |
|
|
| 17. “ความรักของเจ้าตูบ” จากชื่อเรื่องแก่นของเรื่องคืออะไร |
| |
1. เรื่องของความกตัญญู |
2. เรื่องของความรัก |
| |
3. เรื่องของความสนุก |
4. เรื่องของการเสียสละ |
| |
|
|
| 18. “ อานุภาพแห่งความเสียสละ” จากชื่อเรื่องแก่นของเรื่องคืออะไร |
| |
1. เรื่องของความกตัญญู |
2. เรื่องของความรัก |
| |
3. เรื่องของความสุข |
4. เรื่องของความรักชาติ |
| |
|
|
| 19. ละครส่วนใหญ่จะไม่สอดแทรกข้อคิดในเรื่องใด |
| |
1. เรื่องของความรัก |
2. เรื่องของความเสียสละ |
| |
3. เรื่องของความเห็นแก่ตัว |
4. เรื่องของความกตัญญู |
| |
|
|
| 20. การแปรแถวในการแสดงระบำ ต้องคำนึงถึงสิ่งใด |
| |
1. ความสวยงามพร้อมเพรียง |
2. ความเหมาะสมในบทเพลง |
| |
3. ความแปลกใหม่ของลีลา |
4. ความทันสมัยมีลีลาที่ผสมผสานวัฒนธรรมอื่น |
| |
|
|