<< Go Back

                 มีผู้กล่าวว่า  การแสดงละคร ผู้แสดงต้องเล่นไปตามบท  บทละครที่ดีจะส่งให้ผู้แสดงได้แสดงความสามารถเต็มที่  มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของมหาชน  ฉะนั้นบทละครจึงมีความสำคัญมาก และบทละครที่สมบูรณ์จะต้องมีองค์ประกอบสำคัญดังนี้

                     1.1โครงเรื่องคือการลำดับเหตุการณ์ของการแสดง  บ่งบอกลักษณะของตัวผู้แสดงละครว่า เป็นใคร  ทำอะไร  ที่ไหน  อย่างไร  ลักษณะนิสัยของตัวละครแต่ละตัวเป็นอย่างไร  เช่น  บท ละครเรื่องวนิดา  กำหนดให้ผู้แสดงเป็นตัววนิดา  เป็นผู้หญิงที่สวย  ฉลาด  มีเสน่ห์  และน่าสนใจ  เป็นต้น  การวางโครงเรื่องต้องประกอบด้วยการดำเนินไปของเนื้อเรื่อง  เริ่มเรื่อง  กลางเรื่อง  และตอนจบของเรื่อง

                     1.2ความคิดเห็นหรือแก่นของเรื่องเป็นจุดมุ่งหมายของการแสดงละคร
ที่มีผู้เขียนบทละครต้องการนำเสนอต่อผู้ชมการแสดงที่มีสาระสำคัญทางความคิด คือแก่นของเรื่อง  และจะนำเสนอออกมาในเรื่องราวบทสนทนาของตัวละคร  เป็นจุดสำคัญของละครแต่ละเรื่อง  เพื่อวางโครงเรื่องและสร้างตัวละครให้มีความเหมาะสมกลมกลืนกัน

   

                     1.3ตัวละครและการวางลักษณะนิสัยของตัวละครตัวละคร คือ ผู้ดำเนินเรื่องราวต่างๆเป็นผู้ที่ได้รับบทบาทจากผู้ขียนละครให้มีลักษณะนิสัย บุคลิกลักษณะเพื่อแสดงสื่อให้ผู้ชมเกิดความเข้าใจในเนื้อหาและแก่นของเรื่อง และตัวละครในเรื่องจะต้องมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน

                     1.4 บทสนทนาเป็นการใช้ถ้อยคำอย่างมีศิลปะให้ตัวละครได้ใช้พูดในการแสดง  ผู้เขียนบทละครที่มีความสามารถจะต้องเขียนบทสนทนาได้ตรงตามประเภทของบทละคร  ซึ่งจะเป็นลักษณะของ ร้อยแก้วหรือร้อยกรอง ก็ได้  บทสนทนาเป็นสิ่งสำคัญที่จะให้ผู้แสดงสื่อสารถึงผู้ชมให้เห็นถึงลักษณะนิสัย  ความคิด  และอารรมณ์ของตัวละคร  ที่นำไปสู่การกระทำต่างๆในการดำเนินเรื่องราวของละคร

                     ละคร  เป็นศิลปะการแสดงที่เป็นเรื่องราวของพฤติกรรมมนุษย์  เป็นการแสดงสะท้อนภาพชีวิตจริงที่แสดงถึงทัศนคติ  ความคิด  ปรัชญา  ความเชื่อ  อารมณ์ความรู้สึก  เหตุการณ์  และสถานการณ์ต่าง ๆ ของผู้คนที่เกิดขึ้นในสังคม  แสดงออกถึงวัฒนธรรม  ประเพณี  วิถีชีวิตของมนุษย์

                     ผู้เขียนบทละครจึงต้องคำนึงถึงคุณค่าของละครกับชีวิต  เพื่อสนองความต้องการของผู้ชม  3  ด้าน  คือ

                     ละครหรือภาพยนตร์เป็นสิ่งที่มนุษย์นำมาชมเพื่อความบันเทิง  ผ่อนคลายอารมณ์เพื่อให้เกิดความสุข  มีสุขภาพจิตที่ดี  และมีความสุขในการดำเนินชีวิต

                     ละครที่ดีต้องมีข้อคิด  ปรัชญา  คติสอนใจแฝงอยู่ในบทละคร  เพื่อที่มนุษย์จะได้นำมาใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน  สามารถแก้ปัญหาให้กับตัวเองได้อย่างถูกต้อง

                     ละครมีคุณค่าทางด้านจิตใจแฝงอยู่  เป็นสิ่งที่สัมผัสได้ด้วยตา  และหู  ก่อให้เกิดความรู้สึกซาบซึ้งในความงามและด้านความเชื่อต่าง ๆ  เช่น  การสร้างละครที่มีการบูชาบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์

                     นาฏยศัพท์และ ภาษาท่าทางนาฏศิลป์เป็นสิ่งที่ใช้ในการแสดงนาฏศิลป์ไทย  ทำให้การแสดงมีความสวยงาม  เป็นเอกลักษณ์

                       หมายถึง  ศัพท์ที่ใช้เฉพาะในวงการนาฏศิลป์ไทย  เป็นชื่อลักษณะการรำไทย  สามารถสื่อความหมายได้
นาฏยศัพท์แบ่งออกเป็น  3  ประเภท
                                1. นามศัพท์  เป็นคำที่ใช้เรียกชื่อท่ารำ  เช่น  วงจีบ  ก้าวเท้า  กระดกเท้า  เป็นต้น
                                2. กิริยาศัพท์  เป็นคำที่ใช้เรียกการปฏิบัติบอกกิริยาอาการต่อไปนี้
                                           2.1 ศัพท์เสริม  เป็นคำที่ใช้เรียกเพื่อแก้ไขท่ารำให้สวยงาม  เช่น  ส่งมือ  หักข้อมือ  กดคาง  ตึงไหล่  เป็นต้น
                                           2.2 ศัพท์เสื่อม  เป็นคำที่ใช้เรียกท่ารำที่ไม่ถูกต้องตามแบบแผน  เช่น  วงกล้า  วงล้น  หลบไหล่  เป็นต้น
                               3. นาฏยศัพท์เบ็ดเตล็ด  เป็นคำที่ใช้เรียกภาษานาฏศิลป์นอกเหนือจาก นาฎยศัพท์และกิริยาศัพท์  เช่น  แม่ท่า  จีบยาว  คืนตัว  เป็นต้น





 

                     ในชีวิตประจำวันทุกวันนี้มนุษย์จะใช้ท่าทางประกอบการพูด  หรือในบางครั้งจะมีการแสดงสีหน้า  ความรู้สึก  เพื่อเน้นความหมาย  และโน้มน้าวทำให้เกิดอารมณ์ร่วมประกอบคำพูดนั้น ๆ ในการแสดงนาฏศิลป์ได้นำเอาท่าทางเป็นธรรมชาติเหล่านี้มาพัฒนา  มาประดิษฐ์ให้เป็นภาษาทางนาฏศิลป์ที่ใช้เป็นภาษาพูดโดยไม่ต้องเปล่งเสียงออกมา  แต่ต้องอาศัยอวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกายแสดงออกมาเป็นท่าทางที่มีความงดงามวิจิตรกว่าท่าธรรมดา  ให้เข้ากับการขับร้อง  ดนตรี  และเพลง  โดยอาศัยหลักความงามของศิลปะทำให้เกิดท่ารำที่สวยงามที่ใช้สื่อความหมายแทนคำพูด

                     ภาษาท่านาฎศิลป์ หมายถึง  การแสดงออกด้วยท่าทางการร่าย รำ แทนคำพุดที่มีความหมายตามบทร้อง  บทเจรจา  และบทพากษ์  นอกจากนี้ยังมีคำอื่น ๆ ที่มีความหมายในลักษณะเดียวกัน  ได้แก่  ภาษาท่า  การตีบท  การรำตีบท  การใช้บท  การรำบท  เป็นต้น
                     อมรา  กล่ำเจริญ  (2535 , 108)  กล่าวว่า  ภาษาท่า  หมายถึง  ภาษาทางนาฏศิลป์เสมือนเป็นภาษาพูดโดยไม่ต้องเปล่งเสียงออกมาแต่อาศัยส่วนประกอบอวัยวะของร่างกาย  แสดงออกมาเป็นท่าทาง  เป็นสื่อให้ผู้ชมสามารถเข้าใจได้
                     สุดใจ  ทศพร , โชดก  เก่งเขตรกิจ  (2533 , 78)  กล่าวว่า  การรำทำบท  หมายถึง  การแสดงท่าทางแทนคำพูด

                     การแสดงออกเป็นภาษาท่านาฎศิลป อาจจำแนกออกได้ดังนี้
                               1. ท่ารำที่ใช้แทนคำพูด  เช่น  ฉัน  เรา  ท่าน  เธอ  เรียก  ไป  มารับ  ปฏิเสธ  ที่นี่  ส่ง  ฯลฯ
                               2. ท่ารำแสดงกิริยาอาการหรืออิริยาบท  เช่น  ยืน  เดิน  นั่ง  นอน  เกี้ยวพาราสี  เล้าดลม  การ  ไหว้  แปลงกาย  ฯลฯ
                               3. ท่ารำแสดงอารมณ์ภายใน  เช่น ดีใจ  เสียใจ  โกรธ  รัก  ร้องไห้  ฯลฯ
                               4. ท่ารำที่ประดิษฐ์ขึ้นเพื่อแสดงความหมายโดยเฉพาะ  เช่น  ความสวยงาม  ความยิ่งใหญ่

 



    << Go Back