|
องค์ประกอบของคลื่น
สเปกตรัม
จากแถบสเปกตรัมพบว่า คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ามีมากมายหลายชนิด ซึ่งมีพลังงาน ความถี่และความยาวคลื่นที่แตกต่างกัน โดยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความยาวคลื่นมาก จะมีความถี่คลื่นสูง และมีพลังงานสูงเช่น รังสีแกมมา
ตารางแสดงความยาวคลื่นของแสงสีต่างๆในแถบสเปกตรัมของแสงขาว
ในปี ค.ศ. 1900 มักซ์ พลังค์ (Max Planck)
ให้ E เป็นพลังงาน มีหน่วยเป็น จูล (J) จากความรู้เรื่องคลื่นในวิชาฟิสิกส์ เมื่อทราบความยาวคลื่นและความเร็ว เราสามารถหาความเร็วของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ได้ดังนี้
ให้ c เป็นความเร็วของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในสุญญากาศ
สรุปได้ว่า ตัวอย่างที่ 1 จงคำนวณความยาวคลื่นของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในหน่วย nm ที่มีความถี่ Hz ตัวอย่างที่ 2 ธาตุชนิดหนึ่งเมื่อนำไปเผาไฟ จะเกิดเส้นสเปกตรัมหลายเส้น จากการทดลองพบว่า ตัวอย่างที่ 3 เส้นสเปกตรัม 2 เส้น มีความยาวคลื่น 400 nm และ 500 nm จะมีพลังงานต่างกันเท่าใด
เส้นสเปกตรัมของธาตุ สีเปลวไฟของไอออนของโลหะต่างชนิดกัน ให้สีต่างกัน ได้จากการทำ Flame test โดยการเผาสารประกอบของธาตุด้วยลวดแพลทินัมหรือลวมนิโครม จนเห็นสีเปลวไฟ แล้วส่องสีเปลวไฟด้วยกล้องสเปกโทรสโคป จะเห็นเส้นสเปกตรัมของโลหะได้ เช่น โซเดียม ตารางสีของเปลวไฟที่เกิดจากการเผาสารเมื่อดูด้วยตาเปล่า และใช้เส้นสเปกโตรสโคป
การเกิดเส้นสเปกตรัมของธาตุ
สเปกตรัมของธาตุไฮโดรเจน
ตาราง ความยาวคลื่นและพลังงานของเส้นสเปกตรัมของไฮโดรเจนที่มองเห็นได้
จากตารางพบว่า ผลต่างระหว่างพลังงานของเส้นสเปกตรัมสีม่วงกับเส้นสีน้ำเงิน ต่างกันน้อยที่สุด ส่วนเส้นสเปกตรัมสีน้ำทะเล กับเส้นสีแดงมีพลังงานต่างกันมากที่สุด แสดงว่าความแตกต่างระหว่างพลังงานของระดับพลังงานแต่ละระดับที่อยู่ถัดกันไป จะไม่เท่ากันตลอด และความแตกต่างจะมีค่าน้อยลงตามลำดับ เมื่อระดับพลังงานสูงขึ้นจะยิ่งอยู่ชิดกันขึ้น และการเปลี่ยนระดับพลังงานของอิเล็กตรอน ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนไปยังระดับพลังงานที่อยู่ติดกัน อาจจะมีการเปลี่ยนข้ามระดับได้ แต่เมื่ออิเล็กตรอนรับพลังงานแล้วจะขึ้นไปอยู่ระหว่าง ระดับพลังงานไม่ได้ จะต้องขึ้นไปอยู่ในระดับใดระดับหนึ่งเสมอ
จากความรู้เรื่องการเปลี่ยนระดับพลังงานของอิเล็กตรอนและการเกิดสเปกตรัมนี้ ทำให้ นีลส์ โบร์ (ชาวเดนมาร์ก) สร้างแบบจำลองอะตอม โดยอธิบายอิเล็กตรอนจะเคลื่อนที่รอบนิวเคลียสเป็นวงคล้ายกับวงโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์ แต่ละวงของระดับพลังงาน จะมีพลังงานเฉพาะตัวโดยระดับพลังงานของอิเล็กตรอนที่อยู่ใกล้นิวเคลียสที่สุดจะมีพลังงานต่ำสุดเรียก ระดับ K ระดับพลังงานที่อยู่ถัดออกมา เรียก ระดับ L M N O P Q ตามลำดับ ต่อมาได้ใช้เป็นตัวเลขแสดงระดับพลังงานของอิเล็กตรอน แทน คือ n = 1 หมายถึง ระดับพลังงานที่ 1 ซึ่งอยู่ใกล้นิวเคลียสที่สุด ชั้นถัดออกมา n = 2 3 4 5 6 7 หมายถึงระดับพลังงานที่ 2 3 4 5 6 7 ตามลำดับ
1. เส้นสเปกตรัมสีแดงของโพแทสเซียมมีความถี่ 3.91 x 1014 Hz จะมีความยาวคลื่นเท่าใด
เนื่องจากทฤษฎีอะตอมของโบร์ ไม่สามารถอธิบายโครงสร้างของอะตอมของธาตุที่มีหลายอิเล็กตรอนได้ นักวิทยาศาสตร์จึงได้พยายาม สร้างสมการทางคณิตศาสตร์เพื่อคำนวณโอกาสที่จะพบอิเล็กตรอนรอบนิวเคลียส
|
||||