ภาวะโภชนาการและทุพโภชนาการ
มนุษย์ทุกคนมีความต้องการอาหารเพื่อการดำรงชีวิต ซึ่งอาหาร หมายถึง สิ่งที่มนุษย์ รับประทาน ดื่มหรือรับเข้าร่างกาย แล้วก่อให้เกิดประโยชน์ไม่ก่อให้เกิดโทษหรือเป็นพิษ แก่ร่างกาย ดังนั้นการบริโภคอาหารที่มีประโยชน์และเพียงพอ จึงมีความสำคัญต่อภาวะ โภชนาการของมนุษย์อย่างยิ่งหมายถึง การศึกษาเกี่ยวกับอาหารกับการเปลี่ยนแปลงในร่างกายที่เกิดขึ้น รวมทั้งการ ปรุงแต่งอาหารให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของบุคคล ดังนั้น ภาวะโภชนาการ จึงหมาย ถึงสภาวะทางร่างกาย ที่เป็นผลมาจากการได้รับอาหาร ซึ่งหากร่างกายได้รับอาหารไม่ เหมาะสมหรือไม่เพียงพอ จะทำให้สุขภาพไม่ดี เรียกว่า ภาวะโภชนาการไม่ดี หรือ ทุพโภชนาการ การมีภาวะ โภชนาการที่ดีนั้น เนื่องมาจากร่างกายได้รับอาหารที่ถูกต้องเหมาะสมและเพียงพอ ทำให้มีสุขภาพดีทั้งร่างกายและจิต ใจ ซึ่งเราสามารถปฏิบัติตนได้ โดยยึดหลักโภชนบัญญัติและธงโภชนาการ ของกองโภชนาการกรมอนามัย กระทรวง สาธารณสุข
อาหาร
เป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์ อาหารช่วยสร้างเสริม ให้ร่างกายเจริญเติบโต ซ่อมแซมส่วนสึกหรอของร่างกาย และควบคุมการ ทำงานของร่างกายให้ปกติ การกินอาหารที่ถูกหลักโภชนาการ คือ อาหารดี มีประโยชน์ สะอาด ปลอดภัย และมีปริมาณเพียงพอโดยคำนึงถึงคุณค่าของ อาหาร ตลอดจนปัญหาสุขภาพ อันเนื่องมาจากการขาดสารอาหาร หาก บุคคลใดได้รับอาหารไม่เพียงพอและเหมาะสม จะทำให้สุขภาพร่างกายไม่ดี เรียกว่า ทุพโภชนาการ
ที่มาวีดีโอ:http://www.youtube.com/watch?v=7p-fI5srRME

หมายถึง สภาวะร่างกายที่มีไขมันสะสมไว้ตามอวัยวะต่างๆ มากจนเกินไป โรคที่พบบ่อยในคนอ้วนมาก
- ไขมันในเลือดสูงทำให้อ้วน
- ความดันโลหิตสูง
- โรคหัวใจ
- โรคเบาหวาน
- โรคข้อกระดูกเสื่อม
- โรคระบบทางเดินหายใจ
- โรคมะเร็งบางประเภท
สาเหตุที่ทำให้เป็นโรคอ้วน
1. กรรมพันธุ์
ถ้าพ่อและแม่อ้วนทั้งคู่ลูกจะมีโอกาสอ้วนถึงร้อยละ 80 แต่ถ้าพ่อหรือแม่คนใดคนหนึ่งที่อ้วนลูกจะมีโอกาสอ้วนถึงร้อยละ 40 แต่ไม่ควรที่จะวิตกกังวลจนเกินเหตุ ไม่ใช่ว่าคุณจะสิ้นโอกาสผอมหรือหุ่นดี 2. นิสัยจากการรับประทานอาหาร คนที่มีนิสัยการรับประทานอาหารไม่ดี หรือที่เรียกกันว่า กินจุบจิบ ไม่เป็นเวลาก็ทำให้อ้วนขึ้นได้ 3. การไม่ออกกำลังกาย ถ้ารับประทานอาหารที่ มากเกินพอดี แต่มีการออกกำลังกาย บ้างก็อาจทำให้ยืดเวลาความอ้วน แต่ถ้ารับประทานอาหารที่มากเกินพอดีแล้วนั่งๆ นอนๆ โดยไร้ซึ่งการยืดเส้นยืดสาย ในไม่ช้าก็จะเกิดการสะสมไขมันในร่างกาย4. อารมณ์และจิตใจ
มีบางคนที่รับประทานอาหารตามอารมณ์และจิตใจ เช่น กินอาหารเพื่อดับความโกรธแค้น กลุ้มใจ กังวลใจ บุคคลเหล่านี้จะรู้สึกว่าอาหารทำให้ใจสงบ จึงยึดอาหารไว้เป็นสิ่งที่สร้างความสบายใจ แต่ในทางกลับกัน บางคนที่รู้สึกเสียใจ กลุ้มใจ ก็กินอาหารไม่ได้ ถ้าในระยะเวลานานๆ ก็มีผลทำให้เกิดการขาดอาหาร ฯลฯ5. ความไม่สมดุลกับความรู้สึกอิ่ม ความหิว ความอยากอาหาร
เมื่อใดที่ความอยากกินเพิ่มขึ้นเมื่อนั้นการบริโภคก็จะเพิ่มมากขึ้น ซึ่งถึงขั้น "กินจุ" ในที่สุดก็จะทำให้เกิดความอ้วน 6. เพศ ผู้หญิงสามารถอ้วนได้ง่ายกว่าผู้ชาย เพราะโดยธรรมชาติมักสรรหาอาหารมากินได้ตลอดเวลา อีกทั้งผู้หญิงจะต้องตั้งครรภ์ทำให้น้ำหนักตัวมากขึ้น เพราะต้องกินอาหารมากขึ้น เพื่อบำรุงร่างกายและทารกในครรภ์ และหลังคลอดบุตรแล้วก็ไม่สามารถลดน้ำหนักลงให้เท่ากับเมื่อก่อนตั้งครรภ์ได้ 7. อายุ เมื่ออายุมากขึ้น โอกาสที่จะอ้วนก็เพิ่มขึ้น ทั้งผู้ชายและผู้หญิง ซึ่งอาจเกิดจากการใช้พลังงานน้อยลงกระบวนการทางเคมีที่เกิดกับร่างกาย8. ยา
ผู้ป่วยบางโรคนั้นจะได้รับสเตียรอยด์เป็นเวลานานก็ทำให้อ้วนได้ และในผู้หญิงที่ฉีดยาหรือใช้ยาคุมกำเนิด ก็ทำให้อ้วนได้เหมือนกัน ภาวะทุพโภชนาการ (Malnutrition) Malnutrition คือ ภาวะที่ไม่สามารถดุดซึมสารอาหารที่ย่อยลงแล้ว ปัจจุบันให้เรียกเป็น โรคขาดโปรตีนและพลังงาน (Protien-energy malnutrition หรือ Protein calorie malnutrition) เรียกย่อว่า PCM คือเด็กที่ขาดโปรตีนโดยมากมักจะขาดพลังงานด้วยและเด็กที่ขาดพลังงานก็มักจะขาดโปรตีนด้วยมักพบในเด็กทารกและเด็กที่มีอายุ ต่ำกว่า 6 ปี Marasmus โรคขาดแคลอรี่อย่างมาก พบได้ในเด็กที่อายุต่ำกว่า 1 ปี เด็กจะมีการเจริญเติบโตช้า ผอมมาก ผมบาง ตาลึกโหล แก้มตอบผิวหนังเหี่ยวย่น ไม่มีไขมันใต้ผิวหนัง หนังหุ้มกระดูกทั่วร่างกายหิว แต่จะกินอาหารไม่ได้มาก และอาเจียนง่าย ความดันโลหิต และอุณหภูมิในร่างกายมักจะต่ำ ซึ่งอาจต่ำกว่า 35 องศาเซลเซียส ท้องอืด และสามารถคลำต่อมน้ำเหลืองได้ชัดเจน Marasmic Kwasshiokorมีอาการแสดงระหว่าง Merrasmic และ KKwasshiorkor ซึ่งมักเกิดขึ้นด้วยกันเสมอ เนื่องจากได้รับสารอาหารและพลังงานไม่พอนานๆ การเจริญเติบโตหยุดชะงัก ไม่ได้กินโปรตีนเกิดการป่วย ติดเชื้อ ทำให้มีกลุ่มอาการที่ขาดโปรตีน และแคลอรี่ขึ้น ปัญหาที่พบ คือ การขาดสารอาหารโปรตีนและพลังงาน การพยาบาล แนะนำอาหารที่ขาดภาวะทุพโภชนาการหมายถึงอะไร?
ภาวะทุพโภชนาการ (Malnutrition) หมายถึง ภาวะที่ทารกและเด็กบริโภคอาหารและได้รับกำลังงานสารอาหารไม่ถูกต้องทั้ง ปริมาณ ชนิด และคุณภาพ ซึ่งอาจจะได้รับมากเกินความต้องการ จนกลายเป็นโรคอ้วน หรือมีภาวะน้ำหนักตัวเกินหรืออาจได้รับน้อยเกินไปจนเกิดภาวะขาดโภชนาการ (Under nutrition) ซึ่งอาจรุนแรงจนเกิดภาวะขาดโปรตีนและกำลังงานสารอาหาร (Protein energy malnutrition) หรือบางคนได้อาหารเพียงพอ แต่สัดส่วนของอาหารไม่ถูกต้อง (Imbalance nutrition) หรือบางคนอาจได้อาหารและกำลังงานเพียงพอแต่ขาดสารอาหารบางตัว เช่น วิตามินและเกลือแร่ ซึ่งในที่นี้จะเน้นเฉพาะเรื่องการขาดโปรตีนและกำลังงานสารอาหาร
สาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะทุพโภชนาการ
สาเหตุ/ปัจจัยของภาวะทุโภชนาการเกิดจากหลายสาเหตุร่วมกันตั้งแต่ 1. ปัญหาทางเศรษฐกิจ และทางสังคมของประเทศ 2. แหล่งอาหารในชุมชน 3. ความจำกัดของครอบครัวที่จะผลิตหรือซื้ออาหาร 4. การขาดความรู้ที่ถูกต้องของครอบครัวในการเลี้ยงดูและในการจัดอาหารให้ แก่ทารกและเด็ก และมีความเชื่อบางอย่างที่ห้ามกินอาหารบางชนิด 5. การเจ็บป่วยของทารกและของเด็ก ทำให้เด็กได้รับสารอาหารเข้าสู่ร่างกายได้น้อย เช่น ปัญหาการติดเชื้อ ปัญหาท้องร่วง/ท้องเสียเรื้อรัง การดูดซึมสารอาหารจากลำไส้ไม่ดี ท่อน้ำดีตีบตัน ทำให้การดูดซึมวิตามินที่ละลายในไขมันผิดปกติ เช่น วิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี และวิตามินเค 6. ปัญหาพันธุกรรมบางอย่างทำให้ไม่สามารถกินอาหารได้ปกติ เพราะมีความผิดปกติในการย่อยสารอาหารบางอย่าง 7. การขาดความเอาใจใส่ในการส่งเสริมและป้องกันสุขภาพตามวัย ภาวะขาดโปรตีนและกำลังงานสารอาหารเกิดจากอะไร? ภาวะขาดโปรตีนและกำลังงานสารอาหาร (PEM, Protein energy malnutrition) เป็นกลุ่มของความผิดปกติที่เกิดจากการได้รับโปรตีน และกำลังงานสารอาหารไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย มีหลายปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะนี้ดังกล่าวแล้วในหัวข้อสาเหตุของภาวะทุโภชนาการ จึงทำให้เด็กมีการเจริญเติบโตช้า มีภาวะน้ำหนักน้อยกว่ามาตรฐาน (Under weight) หรือเลี้ยงไม่โต (Failure to thrive) โดยมีน้ำหนักต่ำกว่าเปอร์เซนไตล์ (Percentile) ที่ 3 ของค่ามาตรฐานน้ำหนักเทียบกับอายุ ถ้าภาวะนี้รุนแรงขึ้นและเรื้อรังมากขึ้นจะทำให้เด็กตัวเตี้ยหรือแคระแกรน ถ้ามีปัจจัยที่ทำให้เสีย เมตาบอลิสึม (Metabolism, ปฏิกิริยาเคมีต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในเซลล์ของร่างกาย) เช่น การติดเชื้อ จะก่อให้เกิดการขาดโปรตีนและกำลังงานสารอาหารที่ส่งผลให้มีอาการปรากฏชัดเจน เช่น ภาวะบวมทั่วตัวจากขาดโปรตีนอย่างรุนแรง เรียกว่า Kwashiorkor หรือภาวะผอมแห้งจากขาดกำลังงานสารอาหารอย่างรุนแรงเรียกว่า Marasmus ซึ่งคือ การมีกล้ามเนื้ออ่อนเหลว และมีไขมันใต้ผิวหนังน้อย เด็กที่ขาดโปรตีนและกำลังงานสารอาหารจะมีอาการอย่างไร? อาการที่พบโดยทั่วไปของเด็กที่ขาดโปรตีนและกำลังงานสารอาหาร คือ มีการเจริญเติบโตไม่สมวัย น้ำหนัก และส่วนสูง ต่ำกว่าเกณฑ์ ในกรณีที่มีการขาดกำลังงานสารอาหารเรื้อรัง เด็กจะมีอารมณ์หงุดหงิด ไม่มีความสุข นอกจากจะขาดโปรตีนและกำลังงานสารอาหารแล้ว ยังมักจะขาดสารอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ขาดธาตุเหล็ก ขาดธาตุสังกะสี และขาดวิตามินต่างๆ ในกรณีที่ขาดกำลังงานสารอาหารรุนแรง จะพบอาการได้ 3 ลักษณะ คือ 1. ลักษณะบวมทั่วตัว เรียกว่า Kwashiorkor 2. ไม่บวม เรียกว่า Marasmus แต่จะพบมีแก้มเหี่ยว ตัวเหี่ยว ไม่มีกล้ามเนื้อ และไม่มีไขมัน 3. มีอาการทั้งสองอย่างร่วมกัน เรียกว่า Marasmic kwashiorkor อนึ่ง เด็กที่ขาดโปรตีนและกำลังงานสารอาหารรุนแรงพบในประเทศยากจน ขาดแคลนอาหารและมีโรคระบาด หรือในภาวะสงคราม หรือในครอบครัวที่มีการเลี้ยงดูไม่ถูกต้อง เช่น ในเด็กที่แพ้นมวัวและเลี้ยงด้วยน้ำข้าว ซึ่งทำให้ขาดโปรตีนและกำลังงานสารอาหารรุนแรง ในประเทศไทยเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน เรายังพบเห็นภาวะขาดโปรตีนและกำลังงานสารอาหารชนิดรุนแรงทั้ง Kwashiorkor และ Marasmus แต่ในปัจจุบันไม่ค่อยพบแล้ว ซึ่งในประเทศเพื่อนบ้าน พบว่าในบริเวณที่อยู่ไกลจากตัวเมืองมากๆ ยังพบมีผู้ป่วยขาดโปรตีนและกำลังงานสารอาหารจนเนื้อที่ข้างแก้มเปื่อยจนขาดหายไปเป็นรู เรียกว่า Nome คิดว่าในประเทศไทยในถิ่นที่ทุรกันดารมากๆ อาจยังพบได้ สรุปอาการของการขาดโปรตีนและกำลังงานสารอาหารอย่างรุนแรงตามอวัยวะต่างๆ มีดังนี้
1. รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
2. รับประทานอาหารที่สมส่วน
3. รับประทานอาหารเพื่อป้องกันโรค
สาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะทุพโภชนาการ
1. สาเหตุที่เกิดจากอาหาร
2. สาเหตุที่เกิดจากร่างกาย
ระดับของการเกิดภาวะทุพโภชนาการ
- ระดับที่ 1 เซลล์ และเนื้อเยื่อมีสารอาหารลดต่ำกว่าปกติ แต่ยังไม่เกิดอาการผิดปกติ
- ระดับที่ 2 ปริมาณสารอาหารในเลือดหรือปัสสาวะลดต่ำกว่าปกติ
- ระดับที่ 3 อวัยวะทำงานเปลี่ยนไปจากเดิม
- ระดับที่ 4 มีอาการที่แสดงบ่งชี้ถึงโรคขาดสารอาหารอย่างชัดเจน อาจเป็นอันตรายและทำให้เสียชีวิต โรคที่เกิดจากภาวะทุพโภชนาการ เช่น โรคเกาต์ โรคเลือดจาง โรคเหน็บชา โรคปากนกกระจอก โรคคอพอก โรค ตาฟาง โรคอ้วน โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคไต โรคขาดโปรตีน
โรคนิ่ว โรคลักปิดลักเปิด โรคหัวใจขาด เลือด โรคกระดูกอ่อน
[1]http://www.youtube.com/watch?v=R0GSt4jXVWg
[2]http://www.youtube.com/watch?v=IsYsLRO0-PU
