<< Go Back

อุปมาโวหาร หมายถึง โวหารเปรียบเทียบ โดยยกตัวอย่าง สิ่งที่คล้ายคลึงกันมาเปรียบเพื่อให้เกิดความชัดเจนด้านความหมาย ด้านภาพ และเกิดอารมณ์ ความรู้สึกมากยิ่งขึ้น โดยอาจเปรียบเทียบอย่างสั้น ๆ หรือเปรียบเทียบอย่างละเอียดก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอุปมาโวหารนั้นจะนำไปเสริมโวหารประเภทใด 

การใช้โวหารนี้มีลักษณะการใช้หลายลักษณะ ดังนี้
๑. เปรียบเทียบสิ่งที่เหมือนกันสองสิ่ง มักมีคำว่า เหมือน ดุจ คล้าย เปรียบอย่าง ดังฯลฯ เป็นตัวเชื่อมคำอุปมาอุปไมยให้สอดคล้องกัน (อุปไมย แปลว่า ที่กล่าวก่อน อุปมา แปลว่า ที่กล่าวเปรียบ) เช่น ดีใจเหมือนได้แก้ว, เล่าปี่ดีใจเหมือนปลาได้น้ำ
๒. เปรียบเทียบโดยการโยงความคิดจากสิ่งหนึ่งไปยังสิ่งหนึ่ง เป็นการเปรียบโดยนัย ต้องอาศัยการตีความประกอบ เช่น ครูเหมือนเรือจ้าง, ชาวนาเป็นกระดูกสันหลังไทยทั้งชาติ
๓. เปรียบเทียบโดยการซ้ำคำ จะมารักเหากว่าผม จะมารักลมกว่าน้ำ จะมารักถ้ำกว่าเรือน จะมารักเดือนยิ่งกว่าตะวัน จะมารักตัวออเฒ่ายิ่งกว่าตัวเองเล่า
๔. เปรียบเทียบโดยการยกตัวอย่างประกอบ เช่น พระราชา ๑ หญิง ๑ ไม้เลื้อย ๑ ย่อมรักผู้คนและสิ่งที่อยู่ใกล้ ๆ
๕. เปรียบความขัดแย้งหรือเปรียบสิ่งที่อยู่ตรงกันข้าม คือ การนำสิ่งที่ตรงกันข้าม มาเปรียบกัน เช่น เปรียบน้ำกับไฟ ดินกับไฟ อิเหนากับจรกา รักยาวให้บั่น รักสั้นให้ต่อ
๖ เปรียบเทียบโดยใช้ชื่อเทียบเคียง เช่น ปากกามีอำนาจกว่าคมดาบ, จากเปลไปถึงหลุมฝังศพ


ถ้าแม้เจ้าอาลัยอยู่ด้วยลูกจริงๆ เหมือนวาจา ก็จะรีบกลับเข้ามาแต่วี่วันไม่ทันรอน เออนี่เจ้าเที่ยวพเนจรนอนตามสนุกใจ ชมนกชมไม้ในไพรวัน สารพันก็มี ทั้งฤๅษีสิทธิ์วิทยาธรคนธรรพ์ เทพารักษ์ผู้มีพักตร์อันเจริญ เห็นแล้วก็น่าเพลิดเพลินไม่เมินได้ หรือเจ้าปะผลไม้ประหลาดรสสดสุกทรามเสวยไม่เคยกิน เจ้าฉวยชิมชอบลิ้นก็หลงฉันอยู่จึ่งช้าอุปมาเสมือนหนึ่งภุมรินบินวะวินว่อน เที่ยวซับซาบเอาเกสรสุคนธมาเลศ พบดอกไท้อันวิเศษต้องประสงค์หลงเคล้าคลึงรสจนลืมรัง เข้าเถื่อนเจ้าลืมพร้าได้หน้าแล้วลืมหลังไม่แลเหลียวเที่ยวทอดประทับมากลางทาง

(มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์ชูชก : เจ้าพระยาพระคลัง หน)

         อสุรีผีเสื้อเหลือจะอด เเค้นโอรสราวกับไฟไหม้มังสา
     ช่างหลอกหลอนผ่อนผันจานรรจา เเม้นจะว่าโดยดีมิเห็นฟัง
                                                                    ( พระอภัยมณี ตอน หนีนางผีเสื้อ ของสุนทรภู่)



http://gblackavil.blogspot.com/2011/08/blog-post_8521.html

<< Go Back