| 1. เพลงพื้นบ้านแต่งด้วยคำประพันธ์ชนิดใด |
| |
1. คำคล้องจอง |
2. กลอนสี่
|
| |
3. กลอนสุภาพ |
4. กลอนหัวเดียว |
| |
|
|
2. ข้อใดเป็นการเลือกอ่านหนังสือ เพื่อส่งเสริมสติปัญญา
|
| |
1. เพื่อเป็นประโยชน์ในการดำเนินชีวิต
|
2. เพื่อพัฒนาตนเองให้รู้จักคิด สังเกต มีเหตุผล
|
| |
3. เพื่อการใช้ภาษาได้ถูกต้อง เหมาะสมกับบุคคล
|
4. เพื่อส่งเสริมการหาความรู้ด้วยตนเอง |
| |
|
|
| 3. ข้อใด ไม่ใช่ หลักของการเขียนย่อความ |
| |
1. ทำความเข้าใจเรื่องที่จะย่อ
|
2. หาคำหรือประโยคสำคัญในเรื่อง
|
| |
3. ใช้ภาษาง่าย ๆ เขียนรายละเอียดให้ครบถ้วน |
4. บอกที่มาของเรื่องที่จะย่อ |
| |
|
|
4. ข้อใดลำดับหัวข้อการบันทึกความรู้จากการอ่าน ได้ถูกต้อง
|
| |
1. หัวข้อเรื่อง ชื่อหนังสือ ผู้เขียน หมายเลขหน้า
|
2. วันที่ หัวข้อเรื่อง ชื่อผู้เขียน สถานที่
|
| |
3. หัวข้อเรื่อง ผู้เขียน แหล่งที่มา
|
4. วันที่ หัวข้อเรื่อง แหล่งที่มา |
| |
|
|
5. ข้อใดเป็นคำอักษรนำทุกคำ
|
| |
1. สนับสนุน ตลาด เอร็ดอร่อย |
2. สนับสนุน ตลาด เอร็ดอร่อย
|
| |
3. สนับสนุน ตลาด เอร็ดอร่อย
|
4. เฉลิมฉลอง นกน้อย นอนหนาว |
| |
|
|
6. “ดอกไม้สีแดงบานในแจกัน” ข้อใดไม่ถูกต้อง
|
| |
1. ดอกไม้ - คำนาม
|
| |
2. สีแดง - คำวิเศษณ์
|
| |
3. บาน - คำกริยา
|
| |
4. ใน - คำสรรพนาม |
| |
|
|
อ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคำถาม ข้อ ๗ - ๑๔

|
7. สิ่งที่ทำให้ทุกคนประทับใจจากการเดินป่า คืออะไร
|
| |
1. ต้นไม้ใหญ่ๆ
|
2. กล้วยไม้ป่า |
| |
3. กล้วยไม้ป่า
|
4. บรรยากาศยามเช้า |
| |
|
|
| 8. ข้อความที่อ่าน เขียนในลักษณะใด |
| |
1. นิทาน
|
2. เรื่องสั้น
|
| |
3. เรื่องเล่า |
4. จดหมาย |
| |
|
|
| 9. “ยามเช้าตรู่” น่าจะเป็นช่วงเวลาใด |
| |
1. ประมาณ 02.00 - 03.00 น. |
2. ประมาณ 03.30 – 04.30 น.
|
| |
3. ประมาณ 04.00 – 05.00 น.
|
4. ประมาณ 05.30– 06.30 น. |
| |
|
|
10. จากข้อความที่อ่าน อะไรที่เป็น “อาหารตา”
|
| |
1. จำนวนของนก |
2. ขนาดของต้นไม้ |
| |
3. จำนวนของกล้วยไม้ป่า |
4. ขนาดและสีสันของดอกกล้วยไม้ป่า |
| |
11. ข้อใดไม่มีคำควบกล้ำ
|
| |
1. ต้นไม้ใหญ่หลากหลายชนิด |
2. เสียงนกร้องก้องไพรในยามเช้าตรู่ |
| |
3. พวกเราสนุกสนานเพลิดเพลินอย่างไม่น่าเชื่อ |
4. กล้วยไม้เหล่านี้ถ้านำไปปลูกที่บ้านเราก็จะไม่เห็นดอก |
| |
|
|
12. ข้อใดมีทั้งคำควบกล้ำและอักษรนำ
|
| |
1. พวกเราต้องแหงนมอง |
2. ต้นไม้ใหญ่หลากหลายชนิด |
| |
3. น้ำค้างที่เปียกชื้นอยู่บนยอดหญ้า |
4. พวกเราสนุกสนานเพลิดเพลินอย่างไม่น่าเชื่อ |
| |
|
|
13...... “กล้วยไม้ป่าเราก็ต้องช่วยกันอนุรักษ์มันให้อยู่ในป่า จะได้ขยายพันธุ์ไว้เป็นอาหารตา
สร้างความชุ่มชื่นหัวใจให้แก่ผู้มาเยือนอย่างพวกเราต่อไปอีกนานๆ”
ข้อความนี้มีคำควบกล้ำไม่แท้กี่คำ
|
| |
1. 1 คำ |
2. 2 คำ |
| |
3. 3 คำ |
4. 4 คำ |
| |
|
|
14. ประธานของประโยคในข้อใด ไม่ใช่ คำนาม
|
| |
1. นกร้องก้องไพรในยามเช้าตรู่ |
2. พวกเราสนุกสนานเพลิดเพลิน |
| |
3. คุณครูบอกว่ากล้วยไม้เหล่านี้...... |
4. กล้วยไม้ป่าขึ้นอยู่บนต้นไม้ใหญ่ |
| |
|
|
อ่านข้อความต่อไปนี้ แล้วตอบคำถามข้อ ๑๕ – ๒๑

|
15. ข้อใดย่อความได้ใจความสมบูรณ์ที่สุด
|
| |
1. งูเป็นสัตว์เลื้อยคลานที่กินสัตว์และคนเป็นอาหาร |
2. งูเป็นสัตว์เลื้อยคลานที่มีทั้งงูมีพิษและไม่มีพิษจำนวนมาก |
| |
3. งูเป็นสัตว์เลื้อยคลานที่กินสัตว์เป็นอาหาร โดยการฆ่าให้ตายก่อนหรือกลืนทั้งเป็นๆ |
4. งูเป็นเลื้อยคลานที่ต้องใช้พิษฆ่าเหยื่อให้ตายก่อน แล้วจึงค่อยงับและกลืนเป็นอาหาร |
| |
|
|
16. ใจความสำคัญของข้อความนี้ กล่าวถึงเรื่องใด
|
| |
1. ลักษณะของงู |
2. วิธีกินเหยื่อของงู |
| |
3. ประเภทของงู |
4. อาหารของงู |
| |
|
|
17. จากข้อความที่อ่าน ข้อใดไม่ได้กล่าวถึง
|
| |
1. งูทุกชนิดมีพิษ |
2. งูเป็นสัตว์เลื้อยคลาน |
| |
3. งูกินสัตว์อื่นเป็นอาหาร |
4. งูจงอางใช้พิษฆ่าสัตว์อื่นได้ |
| |
|
|
18. ข้อความที่อ่านเป็นข้อความลักษณะใด
|
| |
1. ข้อเท็จจริง |
2. ข้อคิดเห็น |
| |
3. ข้อคิด |
4. ข้อมูล |
| |
|
|
19. ข้อใดไม่ใช่ประโยค
|
| |
1. งูเป็นสัตว์เลื้อยคลาน |
2. สัตว์ต่างๆรวมถึงคน |
| |
3. งูบางชนิดต้องฆ่าเหยื่อให้ตายก่อน |
4. งูจงอางจะใช้พิษฆ่าเหยื่อก่อนกินเป็นอาหาร |
| |
|
|
20. คำในข้อใดไม่มีตัวสะกด
|
| |
1. เลื้อยคลาน |
2. อาหาร |
| |
3. ฆ่าเหยื่อ |
4. งับแล้วกลืน |
| |
|
|
21. ข้อใดไม่มีคำในมาตราแม่ เกย
|
| |
1. ข้อใดไม่มีคำในมาตราแม่ เกย |
2. อาหารของมันคือสัตว์อื่น |
| |
3. งูบางชนิดต้องฆ่าเหยื่อให้ตายก่อน |
4. มันก็จะงับแล้วกลืนเข้าไปเลย |
| |
|
|
อ่านบทร้อยกรองนี้ แล้วตอบคำถามข้อ 22 – 27

|
22. บทร้อยกรองนี้กล่าวถึงความสำคัญของเรื่องใด
|
| |
1. การท่องเที่ยว |
2. การแสวงหาความรู้ |
| |
3. การเชื่อฟังครูผู้สอนสั่ง |
4. การทดแทนบุญคุณของคุณครู |
| |
|
|
23. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะบังคับของบทร้อยกรองนี้
|
| |
1. มีลักษณะเป็นกลอนหัวเดียว |
2. ขึ้นต้นวรรคแรกด้วยคำว่าสักวา |
| |
3. วรรคสุดท้ายลงท้ายด้วยคำว่าเอย |
4. แต่ละบทจะมี 8 วรรค.. |
| |
|
|
24. ข้อใดไม่มีคำอักษรนำ
|
| |
1. สักวาท่องไปในแหล่งหล้า |
2.เที่ยวเสาะหาความรู้ตามครูสอน |
| |
3. ดุจทินกรส่องสว่างกระจ่างวัน |
4. ท่านนั้นหรือคือครูผู้สร้างสรรค์ |
| |
|
|
25.“อันวิชาล้ำคุณยิ่งสุนทร ดุจทินกรส่องสว่างกระจ่างวัน” บทร้อยกรองบาทนี้ ใช้เครื่องหมายอะไร
|
| |
1. ปรัศนี |
2. อัศเจรีย์ |
| |
3. สัญประกาศ |
4. อัญประกาศ |
| |
|
|
26. คำคู่ใด มีตัวสะกดในมาตราเดียวกัน
|
| |
1. ท่องไป - แหล่งหล้า |
2. ท่องไป - แหล่งหล้า |
| |
3. วิชา - สุนทร |
4. ทินกร - ส่องสว่าง |
| |
|
|
27. คำคู่ใดเป็นคำประสม
|
| |
1. ส่องกว่าง - แหล่งหล้า |
2. ความรู้ - กตัญญู |
| |
3. ความรู้ - กตัญญู |
4. ปัญญา - เมตตา |
| |
|
|
อ่านบทร้อยกรองนี้ แล้วตอบคำถามข้อ 28– 32

|
28. ใจความสำคัญของบทร้อยกรองนี้ กล่าวถึงเรื่องใด
|
| |
1. ความหมายของบทดอกสร้อย |
2. ความสำคัญของบทดอกสร้อย |
| |
3. ลักษณะของบทดอกสร้อยสุภาษิต |
4. ลักษณะบังคับของกลอนดอกสร้อย |
| |
|
|
29.จากบทร้อยกรอง ข้อใดเป็นจุดเน้นของการแต่งกลอนดอกสร้อยสุภาษิต
|
| |
1. การเลือกสุภาษิตมาแต่งเป็นบทร้อยกรอง |
2. การสื่อข้อคิดและสอดแทรกคำสอนให้แก่เด็กๆ |
| |
3. การสรรหาคำที่มีความไพเราะมาแต่งเป็นบทกลอน |
4. การเลือกประเภทของบทกลอนที่มีคนนิยมโดยทั่วไป |
| |
|
|
30. ข้อใดไม่มีคำควบกล้ำ
|
| |
1. สรรเสกสร้อยสุภาษิตประสิทธิ์สาร |
2. สื่อข้อคิดเปี่ยมคุณค่าปรีชาชาญ |
| |
3. เป็นกลอนกานท์กรองร้อยดอกสร้อยไว้ |
4. สะท้อนภูมิปัญญาไทยแนะให้คิด |
| |
|
|
31. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะบังคับของกลอนดอกสร้อย
|
| |
1. จำนวนคำวรรคละ ๗-๙ คำ |
2. กลอนดอกสร้อย ๑ บท มี ๒ คำกลอน |
| |
3. มีคำสัมผัสนอกและสัมผัสในเช่นเดียวกับกลอนสุภาพ |
4. วรรคแรกมี ๔ คำ วรรคสุดท้ายลงท้ายด้วยคำว่า เอย |
| |
|
|
32. ข้อใดมีคำประวิสรรชนีย์
|
| |
1. สื่อข้อคิดเปี่ยมคุณค่าปรีชาชาญ |
2. สะท้อนภูมิปัญญาไทยแนะให้คิด |
| |
3. ชี้ถูกผิดเอื้ออบรมบ่มนิสัย |
4. หวังเด็กน้อยเติบโตงามตามวันวัย |
| |
|
|
33. ข้อใดเป็นคำยืมจากภาษาสันสกฤตทุกคำ
|
| |
1. ปรัชญา จุฬา เขนย |
2. ราตรี สัจจะ ขจร |
| |
3. ทฤษฎี มณฑา วัฒนธรรม |
4. เกษตร สัญจร เจริญ |
| |
34. ข้อใดเป็นคำยืมจากภาษาบาลีทุกคำ
|
| |
1. พยัคฆ์ ปัญญา อัคคี |
2. เกาเหลา สัมพันธ์ ประกัน |
| |
3. ประชุม อัมพร เฉาก๊วย |
4. ประชุม อัมพร เฉาก๊วย |
| |
|
|
35. ข้อใดเป็นคำยืมจากภาษาเขมรทุกคำ
|
| |
1. บำบัด สัญญา ทุเรียน |
2. กำเดา สัมผัส รำมะนา |
| |
3. บังคับ สันดาป สังขยา |
4. อำนาจ บำเพ็ญ กำเนิด |
| |
|
|
36. สำนวนในข้อใดมีความหมายในทางลบ
|
| |
1. น้ำขึ้นให้รีบตัก |
2.น้ำลึกหยั่งได้ |
| |
3. น้ำซึมบ่อทราย |
4. น้ำลดตอผุด |
| |
|
|
37. สำนวนในข้อใดเป็นประโยค
|
| |
1. ตกม้าตาย |
2. ตกม้าตาย |
| |
3. แจงสี่เบี้ย |
4. คมในฝัก |
| |
|
|
38. สำนวน ข้อใดหมายถึงการนินทาว่าร้าย
|
| |
1. ปากว่าตาขยิบ |
2. ปากเปียกปากแฉะ |
| |
3. ปากหวานก้นเปรี้ยว |
4. ปากหวานก้นเปรี้ยว |
| |
|
|
39. ข้อใดเป็นสำนวนได้ทุกคำ
|
| |
1. ตีนแมว โต้คลื่น ชื่นชม |
2. วางมือ ถือหาง ลาโลง |
| |
3. กินเปล่า เล่าเรื่อง เสือเก่า |
4. ปล่อยแก่ แก้ไข ใจเร็ว |
| |
|
|
40. ข้อใดใช้คำไม่ถูกต้อง
|
| |
1. ฉันต้องไปพบแพทย์ในวันพรุ่งนี้ |
2. ฉันต้องไปพบแพทย์ในวันพรุ่งนี้ |
| |
3. เขาขออนุญาตคุณครูเพื่อไปเข้าห้องน้ำ |
4. คุณพ่อจะพาพวกเราไปไหว้พระในวันหยุด |
| |
|
|