1. คุณลักษณะของสมมติฐานที่ดีควรเป็นอย่างไร
A. ทดสอบได้ด้วยการทดลอง
B. มีความถูกต้องเชื่อถือได้มากที่สุด
C. มีคนเชื่อถือ ยอมรับมากที่สุด
D. นำไปอธิบายข้อเท็จจริงต่างๆได้กว้างขวางชัดเจน เข้าใจง่าย และสัมพันธ์กับปัญหา |
| |
1. เฉพาะข้อ A และ B |
2. เฉพาะข้อ A และ E |
| |
3. เฉพาะข้อ A, B, C |
4. ถูกทั้งข้อ A, B, C, D และ E |
| |
| 2. ในการศึกษาชีววิทยา นักเรียนจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับ |
| |
1. เนื้อหาเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิต |
2. การปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม |
| |
3. กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ |
4. กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และเนื้อหาเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิต |
| |
|
|
| 3. สมมติฐานเป็นแนวทางในการ |
| |
1. ตั้งปัญหาที่ได้จากการสังเกต |
2. แสวงหาข้อเท็จจริงในธรรมชาติ |
| |
3. วิเคราะห์ผลการทดลองให้ถูกต้อง |
4. ออกแบบการทดลองให้รัดกุม |
| |
|
|
| 4. ถ้านายแพทย์ลงมือทำการผ่าตัดหัวใจของนายสมชาติ พบว่าหัวใจอยู่ด้านขวา ไม่อยู่ด้านซ้ายตามที่คิดไว้ สิ่งที่นายแพทย์พบดังกล่าวนี้เป็น |
| |
1. ข้อมูล |
2. ข้อเท็จจริง |
| |
3. สมมติฐาน |
4. ทฤษฎี |
| |
|
|
| 5. นักวิทยาศาสตร์จะสรุปผลการทดลองได้อย่างมีความเชื่อมั่นได้เมื่อ |
| |
1. กำหนดปัญหาและตั้งสมมติฐานที่ดี |
| |
2. ผลการทดลองสอดคล้องตามทฤษฎีที่มีอยู่เดิม |
| |
3. รวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆมาเปรียบเทียบกับผลการทดลองได้ถูกต้องตรงกัน |
| |
4. ออกแบบการทดลองที่มีการควบคุมตัวแปรต่างๆอย่างรัดกุมมากที่สุด |
| |
|
6. จากการสังเกตของนักกีฏวิทยาการแพทย์พบว่า
A = คนที่นอนกางมุ้งมักจะมีโอกาสเป็นไข้มาลาเรียน้อยกว่าคนที่นอนตากยุง
B = ในถิ่นที่มียุงชุกชุมมักจะมีคนเป็นไข้มาลาเรีย
ข้อใดเป็นปัญหาที่สัมพันธ์กับข้อเท็จจริงข้างต้นดีที่สุด |
| |
1. ยุงมีส่วนเกี่ยวข้องกับการแพร่เชื้อไข้มาลาเรียหรือไม่ |
2. ยุงก้นปล่องเป็นพาหะนำเชื้อไข้มาลาเรียมาสู่คนใช่หรือไม่ |
| |
3. ในยุงมีเชื้ออะไรจึงทำให้คนเกิดไข้มาลาเรีย |
4. คนที่ถูกยุงก้นปล่องกัดทุกคนต้องเป็นไข้มาลาเรียใช่หรือไม่ |
| |
|
|
| 7. ข้อใดเป็นสมมติฐานที่ไม่สอดคล้องกับปัญหาจากข้อ 6 |
| |
1. ถ้ายุงเกี่ยวข้องกับการแพร่เชื้อไข้มาลาเรีย ดังนั้นในยุงบางตัวย่อมจะมีเชื้อไข้มาลาเรียอยู่ |
| |
2. ถ้ายุงเกี่ยวข้องกับการแพร่เชื้อไข้มาลาเรีย ดังนั้นคนที่ถูกยุงกัดย่อมมีโอกาสเป็นไข้มาลาเรีย ส่วนคนที่ไม่ถูกยุงกัดย่อมไม่เป็นไข้มาลาเรีย |
| |
3. ถ้ายุงเกี่ยวข้องกับการแพร่เชื้อไข้มาลาเรียดังนั้นในถิ่นที่มีคนมากย่อมมียุงนำเชื้อไข้มาลาเรีย |
| |
4. ถ้ายุงเกี่ยวข้องกับการแพร่เชื้อไข้มาลาเรีย ดังนั้นในถิ่นที่มียุงนำเชื้อไข้มาลาเรียย่อมมีคนเป็นไข้ มาลาเรีย |
| |
|
|
| 8. ถ้าผลการตรวจสอบเชื้อไข้มาลาเรียในยุงทุกชนิดของจังหวัดจันทบุรี พบว่ามีเชื้อไข้มาลาเรียเฉพาะในยุงก้นปล่อง ข้อใดน่าจะเป็นปัญหาที่สัมพันธ์กับผลของการตรวจสอบนี้ |
| |
1. ยุงชนิดใดบ้างมีส่วนเกี่ยวข้องกับการแพร่เชื้อไข้มาลาเรีย |
| |
2. ไข้มาลาเรียจะเป็นกับสัตว์อื่นนอกจากคนได้หรือไม |
| |
3. ในยุงมีเชื้ออะไรจึงทำให้คนเป็นไข้มาลาเรีย |
| |
4. คนที่ถูกยุงกัดมากจะมีโอกาสเป็นไข้มาลาเรียมากใช่หรือไม่ |
| |
|
|
9. ข้อเท็จจริงที่ได้จากการศึกษา ดังนี้
A = ต้นหญ้าใต้ต้นไม้ใหญ่มักจะไม่งอกงาม
B = ต้นหญ้าที่อยู่ใต้หลังคามักจะไม่งอกงาม
C = ต้นหญ้าบริเวณใกล้เคียงดังกล่าว แต่ได้รับแสงสว่างเต็มที่ เจริญงอกงามดี
จากข้อเท็จจริงดังกล่าว ปัญหาควรจะเป็นข้อใด |
| |
1. แสงชนิดใดทำให้หญ้าเจริญเติบโต |
| |
2. แสงเกี่ยวข้องกับการเจริญงอกงามของหญ้าหรือไม่ |
| |
3. ต้นหญ้ากับต้นไม้ใหญ่มีความสัมพันธ์กันหรือไม่ |
| |
4. เพราะเหตุใดต้นหญ้าที่อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ กับใต้หลังคาจึงงอกงามแตกต่างกัน |
| |
|
| 10. สมมติฐานของปัญหาในข้อ 9 ควรเป็นข้อใด |
| |
1. ถ้าแสงเกี่ยวข้องกับการเจริญงอกงามของหญ้า ดังนั้นหญ้าที่ได้รับแสงเต็มที่ย่อมงอกงามดี ส่วนหญ้าที่ไม่ได้รับแสงย่อมไม่งอกงาม ทั้งนี้ปัจจัยอื่นๆ ต้องเหมือนกันหมด |
| |
2. ถ้าแสงที่พืชได้รับจะช่วยให้พืชสังเคราะห์ด้วยแสงได้ดี ดังนั้นพืชที่ได้รับแสงมาก จะสังเคราะห์ด้วยแสงได้เต็มที่ หญ้าที่ไม่ได้รับแสง จะสังเคราะห์ด้วยแสงไม่ได้ทั้งนี้ปัจจัยอื่นๆต้องเหมือนกัน |
| |
3. ถ้าต้นไม้ใหญ่ขัดขวางการเจริญงอกงามของหญ้า ดังนั้นหญ้าที่อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ย่อมไม่งอกงาม ส่วนหญ้าที่อยู่กลางแจ้งย่อมงอกงามดี ทั้งนี้ปัจจัยอื่นๆต้องเหมือนกันหมด |
| |
4. ถ้าต้นไม้ใหญ่และหลังคาเกี่ยวข้องกับการเจริญงอกงามของหญ้า ดังนั้นหญ้าที่อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่และใต้หลังคาย่อมไม่งอกงาม ทั้งนี้ปัจจัยอื่นๆ ต้องเหมือนกันหมด |
| |
|
|
| 11. ถ้าทำการทดลองตามสมมติฐานที่ถูกต้องในข้อ 10 ตัวแปรใดที่ไม่ต้องควบคุม |
| |
1. ขนาดและชนิดของพืช |
2. ชนิดและปริมาณปุ๋ย |
| |
3. ปริมาณน้ำและชนิดแสง |
4. อัตราการเจริญเติบโต |
| |
|
|
| 12. นาย ก และนาย ข พบวิธีการเพาะเลี้ยงเชื้อโรค A และพบว่าเมื่อสาร X ตกลงในจานเลี้ยงเชื้อ A จะตายหมด เขาทั้งสองจึงตั้งสมมติฐานว่าสาร X ฆ่าเชื้อโรค A ได้ ต่อมานาย ก นำสาร X ไปแนะนำให้ผู้ป่วยด้วยเชื้อ A กิน ผู้ป่วยตาย นาย ก จึงต้องโทษจำคุก นาย ข ก็ลองให้ผู้ป่วยอีกคนหนึ่งกินก็ตายอีก การทดลองที่กล่าวล้มเหลว เพราะเหตุใด |
| |
1. สังเกตการณ์ผิด |
2. สมมติฐานผิด |
| |
3. การทดลองขาดตัวแปรควบคุม (Control) |
4. การสรุปผลการทดลองผิดพลาด |
| |
|
|
| 13.นักวิทยาศาสตร์ท่านหนึ่งทำการทดลองหยดสารละลายไอโอดีนลงบนชิ้นขนมปังพบว่าขนมปังเปลี่ยนเป็นสีเทาแกมดำ และเมื่อนำขนมปังอีกชิ้นหนึ่งใส่ปากเคี้ยวแล้วนำกลับมาทดสอบกับสารละลายเบเนดิกต์ ปรากฏว่าขนมปังเปลี่ยนเป็นสีส้มแดง เขาจึงสรุปว่าเมื่อเคี้ยวขนมปังแป้งถูกเปลี่ยนเป็นน้ำตาล วิธีดำเนินการทดลองของนักวิทยาศาสตร์ผู้นี้น่าจะพลาดไปหนึ่งขั้นตอนคือ |
| |
1. การทดสอบแป้งในขนมปังที่เคี้ยวแล้ว |
2. ทดสอบแป้งในน้ำลาย |
| |
3. ทดสอบน้ำตาลในขนมปังก่อนเคี้ยว |
4. ไม่จริงเพราะมีวัตถุควบคุมสำหรับเปรียบเทียบอยู่แล้ว |
| |
|
|
| 14. กลุ่มควบคุมในการทดลองทางวิทยาศาสตร์ จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ทำการทดลองในด้าน |
| |
1. ช่วยยืนยันผลการทดลอง |
2. ป้องกันการผิดพลาดในการทดลอง |
| |
3. ช่วยอ้างอิงในการสรุปผลการทดลอง |
4. ช่วยควบคุมตัวแปรอื่นๆ |
| |
|
|
| 15. ขั้นตอนของการศึกษาวิทยาศาสตร์ต่อไปนี้ ข้อใดที่เป็นข้อที่นำไปสู่การสรุปผลและศึกษาต่อไป |
| |
1. สังเกต |
2. การรวบรวมข้อมูล |
| |
3. การหาความสัมพันธ์ของข้อเท็จจริง |
4. การตั้งสมมติฐานและออกแบบการทดลอง |
| |
|
|
| 16."ในการทดลองเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อส่วนยอดของว่านเสน่ห์จันทร์ขาวด้วยอาหารเพาะเลี้ยงสามสูตร ปรากฏว่าอาหารสูตรที่หนึ่ง เนื้อเยื่อเริ่มตาย เมื่อเลี้ยงมาได้ห้าวัน อาหารสูตรที่สองเนื้อเยื่อไม่มีการเจริญแต่ไม่ตาย อาหารสูตรที่สามเนื้อเยื่อเจริญอย่างรวดเร็ว" สมมติฐานที่ผู้ทดลองคิดว่าน่าจะเป็นไปได้ควรเป็นข้อใด |
| |
1. เนื้อเยื่อส่วนยอดของพืชเป็นส่วนที่เหมาะสมในการทดลองเพาะเลี้ยง |
| |
2. อาหารสูตรใดสูตรหนึ่งเท่านั้นที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์ว่านเสน่ห์จันทร์ ขาว |
| |
3. ผลการทดลองจะใช้เป็นตัวพยากรณ์ในการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อของพืชชนิดอื่นได้ |
| |
4. เนื้อเยื่อส่วนต่างๆของว่านเสน่ห์จันทร์ขาวน่าจะมีความสัมพันธ์โดยตรงกับสูตรอาหารแต่ละสูตร |
| |
|
|
17. เพนิซิลลิเนส คือ เอนไซม์ต่อต้านเพนิซิลลิน และแอนติเพนิซิลลิเนส คือสารต่อต้านการทำงานของเอนไซม์นี้ การทดสอบหาเชื้อแบคทีเรียในเลือดผู้ป่วยรายหนึ่งได้ผลดังนี้
เลือด + อาหารเลี้ยงแบคทีเรีย + แอนติเพนิซิลลิเนส ไม่มีแบคทีเรียเจริญ
เลือด + อาหารเลี้ยงแบคทีเรีย แบคทีเรียเจริญปานกลาง
เลือด + อาหารเลี้ยงแบคทีเรีย + เพนิซิลลิเนส แบคทีเรียเจริญมาก
ผลการทดสอบนี้หมายความว่าอย่างไร |
| |
1. จะใช้ยาเพนิซิลลิน รักษาผู้ป่วยรายนี้ไม่ได้เลย |
|
| |
2. จะใช้ยาเพนิซิลลิน รักษาผู้ป่วยรายนี้ได้ผลบ้าง |
|
| |
3. จะใช้ยาเพนิซิลลินรักษาผู้ป่วยรายนี้ได้ผลดี |
|
| |
4. แบคทีเรียดื้อยาเพนิซิลลิน เพราะผลิตแอนติเพนิซิลลิน |
|
| |
|
|
| 18. กุ้งชนิดหนึ่งวางไข่ทันทีที่ฝักไข่สุกแก่เต็มที่ แม้ว่าก้ามจะขาดหายไป วงจรการวางไข่กินเวลา 3 สัปดาห์ ไข่ที่ออกมาจะถูกอุ้มไว้ที่หน้าท้อง หลังจากตัดตาเพศเมียที่โตเต็มวัยออกทั้งพวกที่มีไข่และไม่มีไข่ ประมาณ 8 วัน พบว่ากุ้งทุกตัวจะวางไข่พร้อมกัน สมมติฐานในข้อใด เหมาะสมกับการทดลองนี้ |
| |
1. ตากุ้งมีส่วนช่วยเร่งการเจริญของรังไข่ |
2. ตากุ้งเป็นแหล่งสร้างสารยับยั้งการวางไข่ |
| |
3. ตากุ้งเป็นแหล่งสะสมสารยับยั้งการเจริญของรังไข่ |
4. ตากุ้งเป็นแหล่งสร้างสารยับยั้งการเจริญของรังไข่ |
| |
|
|
| 19. กล้องจุลทรรศน์แบ่งตามแหล่งกำเนิดแสงได้เป็นกี่ประเภทได้แก่อะไรบ้าง |
| |
1. 2 ประเภท คือกล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสงธรรมดาและกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน |
| |
2. 2 ประเภทคือกล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสงอัลตราไวโอเลตและกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน |
| |
3. 2 ประเภท คือกล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสงธรรมดาและกล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสง อัลตราไวโอเลต |
| |
4. 2 ประเภท คือกล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสงฟลูออเรสเซนต์และกล้องจุลทรรศน์แบบใช้อัลตราไวโอเลต |
| |
|
|
| 20. ในการศึกษาสิ่งมีชีวิตพวกจุลินทรีย์มักใช้เลนส์วัตถุที่มีกำลังขยายเท่าใด |
| |
1. 4X |
2. 10X |
| |
3. 40X |
4. 100X |
| |
|
|