1. ลำดับขั้นตอนในการแยกสารเป็นดังนี้
อุ่นในภาชนะปิด ละลายน้ำแล้วกรอง ระเหยแห้ง
สารผสมดังกล่าวประกอบด้วยสารในข้อใด |
| |
1. ทราย, ผงถ่าน, ผงเหล็ก |
2. ผงซักฟอก, ทราย, จุนสี |
| |
3. การบูร, ผงถ่าน, เกลือแกง |
4. น้ำมันพืช, น้ำแข็งแห้ง, น้ำตาลทราย |
| |
|
2. ตารางแสดงสมบัติของสารประกอบ A และ Bสารตัวอย่าง ซึ่งมีสาร A, B และน้ำ ปนกันอยู่ จะแยกสาร A และ B ออกจากกันได้รวดเร็วที่สุดด้วยวิธีใด
 |
| |
1. ตักออก, การกลั่นลำดับส่วน |
2. กรอง, การกลั่นแบบธรรมดา |
| |
3. กรอง, การนำไฟฟ้า |
4. ใช้กรวยแยก, การสกัดด้วยตัวทำละลาย |
| |
|
|
| 3. ข้อใด คือ สิ่งที่ต้องพิจารณาเป็นอันดับแรก เมื่อจะแยกสารออกจากกัน |
| |
1. จุดเดือดหรือจุดเยือกแข็งของสาร |
2. ความสามารถในการละลายของสารแต่ละชนิด |
| |
3. การเป็นสารเนื้อเดียวหรือสารเนื้อผสม |
4. สมบัติที่แตกต่างกันมากที่สุดของสาร |
| |
|
|
| 4. การแยกน้ำมันดิบส่วนใหญ่อาศัยวิธีการแบบใด |
| |
1. การตกตะกอนลำดับส่วน |
2. การกลั่นลำดับส่วน |
| |
3. การสันดาป |
4. การสลายด้วยความร้อน |
| |
|
|
5. หลอดทดลอง 4 หลอด บรรจุสารต่างกันดังนี้
หลอดที่ 1 บรรจุ แอลกอฮอล์ + น้ำ
หลอดที่ 2 บรรจุ ทราย + น้ำ
หลอดที่ 3 บรรจุ สีผสมอาหาร + น้ำ
หลอดที่ 4 บรรจุ เกลือ + น้ำ
เราควรใช้การกลั่นแบบธรรมดาเพื่อแยกสารในหลอดใด |
| |
1. หลอดที่ 1 |
2. หลอดที่ 2 |
| |
3. หลอดที่ 3 |
4. หลอดที่ 4 |
| |
|
|
| 6. การแยกส่วนประกอบของสารเนื้อเดียวที่มีส่วนประกอบเป็นของแข็งละลายในของเหลวควรใช้วิธีใด |
| |
1. การกรอง |
2. การระเหยแห้ง |
| |
3. การทำให้ตกตะกอน |
4. วิธีโครมาโทกราฟี |
| |
|
|
| 7. วิธีกลั่นน้ำให้บริสุทธิ์แบบธรรมดาจะไม่เหมาะสมเมื่อนำมาใช้กับข้อใด |
| |
1. น้ำทะเล |
2. น้ำคลอง |
| |
3. น้ำผสมแอลกอฮอล์ |
4. สารละลายโพแทสเซียมคลอไรด์ |
| |
|
|
| 8. เทคนิคการกลั่นไม่ถูกนำมาใช้เพื่อ |
| |
1. แยกตัวทำละลายออกจากสารละลาย |
2. แยกสารผสมของเหลวในสารละลาย |
| |
3. แยกสารผสมสารเจือปนของแข็งในสารละลาย |
4. ไม่มีข้อถูก |
| |
|
|
| 9. จากการทดลองแยกสาร 2 ชนิดออกจากของผสมโดยวิธีง่ายๆในห้องปฏิบัติการ นักเรียนคนหนึ่งต้องเลือกใช้วิธีการกลั่น จึงจะสามารถแยกสารออกจากกันได้ แสดงว่าสารที่ผสมกันนั้นควรเป็นสารในข้อใด |
| |
1. น้ำแป้งสาลี |
2. น้ำมันพืชผสมน้ำ |
| |
3. สารละลายเกลือแกงในน้ำ |
4. ตะกอนแบเรียมซัลเฟตในน้ำ |
| |
|
|
| 10. ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมต่อไปนี้ ข้อใดเรียงลำดับจุดเดือดจากน้อยไปมาก |
| |
1. น้ำมันเตา, น้ำมันดีเซล, น้ำมันก๊าด, น้ำมันเบนซิน |
| |
2. น้ำมันเตา, น้ำมันก๊าด, น้ำมันดีเซล, น้ำมันเบนซิน |
| |
3. น้ำมันเบนซิน, น้ำมันก๊าด, น้ำมันดีเซล, น้ำมันเตา |
| |
4. น้ำมันเบนซิน, น้ำมันดีเซล, น้ำมันก๊าด, น้ำมันเตา |
| |
|
|
| 11. สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นลำดับส่วนน้ำมันปิโตรเลียม เมื่อเรียงลำดับจุดเดือดจากต่ำไปสูง ข้อใดถูกต้อง |
| |
1. แก๊สหุงต้ม, น้ำมันเบนซิน, น้ำมันดีเซล, น้ำมันก๊าด |
| |
2. แก๊สหุงต้ม, น้ำมันเบนซิน, น้ำมันก๊าด, น้ำมันดีเซล |
| |
3. แก๊สหุงต้ม, น้ำมันก๊าด, น้ำมันดีเซล, น้ำมันเบนซิน |
| |
4. น้ำมันดีเซล, น้ำมันก๊าด , น้ำมันเบนซิน, แก๊สหุงต้ม |
| |
|
|
| 12. จงพิจารณาข้อความต่อไปนี้ ข้อใดไม่ถูกต้อง |
| |
1. น้ำมันเบนซิน เป็นสารละลายชนิดหนึ่ง |
| |
2. การแยกเอทานอลออกจากน้ำควรใช้วิธีการกลั่น |
| |
3. CaCO3อยู่ในน้ำ สามารถแยกออกจากน้ำโดยใช้วิธีการกรอง |
| |
4. ถ้าต้องการทราบว่าสารเนื้อเดียวชนิดหนึ่งเป็นสารบริสุทธิ์หรือไม่ จะต้องใช้วิธีการระเหยแห้ง |
| |
|
|
| 13. วิธีใดคือวิธีที่ดีที่สุดที่จะใช้แยก NaCl ออกจากของผสมที่มี CaCO3อยู่ด้วย |
| |
1. ละลายในตัวทำละลายแล้วกลั่น |
2. ละลายในน้ำแล้วกรอง |
| |
3. ระเหิดแล้วหาจุดหลอมเหลว |
4. เลือกตัวทำละลายแล้วตกผลึก |
| |
|
|
| 14. ของผสมใดสามารถแยกได้ด้วยการกรอง |
| |
1. ซิลเวอร์ไนเตรท + น้ำ |
2. ซิลเวอร์คลอไรด์ + น้ำ |
| |
3. ซิลเวอร์ไนเตรท + แอมโมเนีย |
4. กลูโคส + น้ำ |
| |
|
|
| 15. วิธีที่ประหยัดและสะดวกที่สุดในการแยกเกลือออกจากน้ำทะเลคือข้อใด |
| |
1. การกลั่น |
2. การกรอง |
| |
3. การตกผลึก |
4. การระเหย |
| |
|
|
| 16. กระบวนการในข้อใดต่อไปนี้ที่ต้องอาศัยหลักการที่เกี่ยวข้องกับการตกผลึก |
| |
1. ปั้นเครื่องปั้นดินเผา |
2. หมักน้ำปลา |
| |
3. การเจียระนัยอัญมณี |
4. การทำนาเกลือ |
| |
|
17. สารที่สกัดได้จากพืชอาจมีสมบัติต่อไปนี้บางข้อ
1. ละลายน้ำ 2. ไม่ละลายน้ำ 3. ละลายในตัวทำละลายอินทรีย์
4. ระเหยง่าย 5. มีกลิ่นหอม 6. จุดเดือดสูง
7. สลายตัว ถ้าได้รับความร้อนสูง
สารที่ได้มาโดยวิธีกลั่นด้วยไอน้ำ ควรมีสมบัติดังข้อใด |
| |
1. 2, 4 |
2. 1, 4, 5 |
| |
3. 2, 6, 7 |
4. 1, 3, 4, 7 |
| |
|
|
| 18. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง |
| |
1. การกลั่นด้วยไอน้ำ สามารถแยกน้ำมันหอมระเหยออกจากใบยูคาลิปตัสได้ |
| |
2. การกลั่นด้วยไอน้ำ สามารถใช้แยกสารที่มีจุดเดือดสูงกว่า 100°C ได้ |
| |
3. การกลั่น สามารถใช้แยกสารละลายที่มีจุดเดือดแตกต่างกันได้ |
| |
4. ในขั้นตอนการกลั่น สารที่มีจุดเดือดต่ำจะสามารถควบแน่นออกมาก่อนได้ |
| |
|
|
| 19. การสกัดน้ำมันหอมระเหยจากต้นสะระแหน่โดยใช้น้ำช่วยจะใช้หลักการใดทางวิทยาศาสตร์ |
| |
1. การระเหย การละลาย |
| |
2. การละลาย การระเหย การควบแน่น |
| |
3. การควบแน่น |
| |
4. การระเหิด การละลาย การควบแน่น |
| |
|
|
| 20. การแยกสารวิธีใดต่อไปนี้เหมาะสมที่สุด |
| |
1. การแยกสารสีเหลืองจากขมิ้นโดยใช้วิธีการสกัดด้วยน้ำ |
| |
2. การแยกสารน้ำมันหอมระเหยออกจากน้ำโดยใช้กรวยแยก |
| |
3. การแยกผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิงต่างๆ จากน้ำมันดิบโดยใช้วิธีกลั่นลำดับส่วน |
| |
4. ถูกทุกข้อ |
| |
|
|