| 1. สารในสถานะใดมีพลังงานจลน์สูงที่สุด |
| |
1. ของแข็ง |
2. ของเหลว |
| |
3. แก๊ส |
4. เท่ากันทุกสถานะ |
| |
| 2. ในการต้มน้ำให้ร้อนขึ้น ผิวหน้าของน้ำกลายเป็นไอเพราะเหตุใด |
| |
1. โมเลกุลของน้ำถูกอากาศร้อนที่ขยายตัวดึงออกไป |
| |
2. โมเลกุลของน้ำที่ก้นภาชนะซึ่งร้อนกว่าจะดันให้น้ำที่ผิวหน้าหลุดไป |
| |
3. โมเลกุลของน้ำถูกทำให้แตกสลายเป็นแก๊สไฮโดรเจนและออกซิเจน |
| |
4. โมเลกุลของน้ำที่ได้รับความร้อนจนมีพลังงานจลน์สูงพอจะกระเด็นตัวเองหลุดไป |
| |
|
|
| 3. การระเหยกับการเดือดของน้ำแตกต่างกันอย่างไร |
| |
1. การระเหยเกิดขึ้นอย่างช้าๆการเดือดเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว |
| |
2. การระเหยเกิดได้โดยไม่จำกัดอุณหภูมิแต่การเดือดอุณหภูมิต้องถึงจุดเดือด |
| |
3. การระเหยโมเลกุลของน้ำจะสั่นสะเทือนน้อยการเดือดโมเลกุลของน้ำจะเคลื่อนที่ไปทั้งภาชนะ |
| |
4. ถูกทุกข้อ |
| |
|
|
4. พิจารณาแผนภาพการถ่ายเทพลังงานในการเปลี่ยนสถานะของน้ำที่ความดัน1บรรยากาศ

จงเลือกขั้นตอนที่มีการใช้พลังงานในรูปของพลังงานความร้อนแฝง |
| |
1. 1, 2, 4 และ7 |
2. 3, 5, 6 และ8 |
| |
3. 2, 4 และ7 |
4. 3, 6 และ8 |
| |
|
|
5. ถ้าสาร x เป็นสารเนื้อเดียว สาร x ควรมีคุณสมบัติตรงกับข้อใด |
| |
1. มีสถานะเดียวไม่มีสี |
2. ประกอบด้วยสารอย่างเดียว |
| |
3. เนื้อของสาร x มีลักษณะโปร่งใส |
4. เนื้อสาร x ทุกสัดส่วนมีคุณสมบัติตรงกับข้อใด |
| |
|
|
6. ข้อใดผิดเมื่อกำหนดให้
|
| |
1. สารD อัดเป็นของเหลวได้ง่ายที่สุด |
| |
2. สารC และD มีสถานะเป็นแก๊สที่28 ˚C |
| |
3. สารA มีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลมากที่สุด |
| |
4. ถ้านำสารทั้ง4 ชนิดไปแช่ที่-50 ˚C จะมีสารอยู่ชนิดเดียวเท่านั้นที่มีสถานะเป็นแก๊ส |
| |
|
|
| 7. เมื่อนำของเหลวA มากรองผ่านเซลโลเฟนจะได้ของเหลวB ส่วนของเหลวที่ค้างอยู่ในเซลโลเฟนนำไปกรองด้วยกระดาษกรองได้ของเหลวCและไม่มีสารตกค้างอยู่บนกระดาษกรองข้อสรุปใดเป็นไปไม่ได้ |
| |
1. B เป็นสารละลาย |
2. A เป็นสารแขวนลอย |
| |
3. ของเหลวC แสดงปรากฏการณ์ทินดอลล์ |
4. อนุภาคในของเหลวB มีเส้นผ่านศูนย์กลางน้อยกว่า10-7 cm. |
| |
|
|
| 8. ในการจำแนกประเภทของสารเป็นสารละลายคอลลอยด์และสารแขวนลอยควรพิจารณาโดยใช้เกณฑ์ในข้อใด |
| |
1. สี |
2. ความขุ่น |
| |
3. องค์ประกอบ |
4. ขนาดอนุภาค |
| |
|
|
| 9. นำของเหลวชนิดหนึ่งไประเหยแห้งพบว่าไม่มีสารใดเหลืออยู่ในภาชนะเลยการสรุปที่ดีที่สุดเกี่ยวกับของเหลวนี้คือข้อใด |
| |
1. เป็นสารละลาย |
2. เป็นสารบริสุทธิ์ |
| |
3. เป็นตัวทำละลาย |
4. ไม่มีของแข็งเป็นองค์ประกอบ |
| |
|
|
10. จากแผนภาพการจำแนกสารดังภาพ
 |
| |
 |
| |
|
|
| 11. ข้อใดต่อไปนี้เป็นปฏิกิริยาดูดความร้อน |
| |
1. การละลายของน้ำแข็ง |
2. การควบแน่นของไอน้ำเป็นหยดน้ำ |
| |
3. น้ำในช่องแช่แข็งเปลี่ยนเป็นน้ำแข็ง |
4. น้ำร้อนตั้งทิ้งไว้ให้มีอุณหภูมิเท่าอุณหภูมิห้อง |
| |
|
|
| 12. ข้อใดจัดกลุ่มสารโดยใช้ลักษณะเนื้อสารเป็นเกณฑ์ |
| |
1. น้ำเกลือ,น้ำตาล,น้ำหวาน |
2. น้ำเกลือ,น้ำนมสด,น้ำโคลน |
| |
3. น้ำพริก,น้ำนมสด,น้ำเชื่อม |
4. น้ำเกลือ,น้ำหวาน,น้ำโคลน |
| |
|
|
| 13. ข้อใดเป็นการเปลี่ยนแปลงทางเคมี |
| |
1. การทำน้ำแข็ง |
2. การฉีกกระดาษ |
| |
3. การทำน้ำเชื่อม |
4. การเผาหญ้าแห้ง |
| |
|
|
| 14.ถ้าจัดให้น้ำเชื่อมน้ำเกลือแกงทองเหลืองและอากาศเป็นสารกลุ่มเดียวกันถือว่าการจัดกลุ่มเช่นนี้ยึดอะไรเป็นเกณฑ์ |
| |
1. สถานะ |
2. ความบริสุทธิ์ |
| |
3. เนื้อสาร |
4. การนำไฟฟ้า |
| |
|
|
15. นักเรียนคนหนึ่งจัดสารต่อไปนี้ทองแดงแมกนีเซียมกรดน้ำส้มทองเหลืองน้ำเกลือน้ำเชื่อมไว้ในกลุ่มเดียวกันเขาใช้เกณฑ์ใดในการจัด
ก.การนำไฟฟ้า ข. ลักษณะเนื้อสาร ค. ความหนาแน่น
ข้อที่ถูกต้องคือข้อใด |
| |
1. ก เท่านั้น |
2. ข เท่านั้น |
| |
3. ก และ ข |
4. ก, ขและค |
| |
|
|
16. ถ้าจะจัดสารต่อไปนี้ให้เป็นกลุ่มต่างๆ โดยให้สถานะของสารเป็นเกณฑ์นักเรียนคิดว่าควรจัดกลุ่มแบบข้อใดจึงจะได้สารทุกชนิดอยู่ในกลุ่มเดียวกัน
แบบที่1 ซูโครส,หินปูน,คาร์บอนไดออกไซด์,เมทานอล
แบบที่2 เมทานอล,ปูนขาว,คลอโรฟอร์ม,กรดอะซิติก
แบบที่3 คาร์บอนไดออกไซด์,มีเทน
แบบที่4 ซูโครส,ปูนขาว,หินปูน |
| |
1. 1, 3 |
2. 2, 4 |
| |
3. 3, 4 |
4. 1, 4 |
| |
|
|
| 17. การจำแนกสารโดยใช้เกณฑ์ต่างๆข้อที่ระบุถูกต้องคือ |
| |
 |
| |
|
|
| 18. สารในข้อใดจัดเป็นสารเนื้อเดียวและสารเนื้อผสมตามลำดับ |
| |
1. เส้นหมี่ต้มยำ,แกงคั่ว |
2. น้ำจิ้มไก่,หมูปิ้ง |
| |
3. น้ำเกลือ,น้ำตาลทราย |
4. น้ำหวาน,น้ำพริกแกง |
| |
|
|
| 19. ข้อใดต่อไปนี้จัดเป็นคอลลอยด์ |
| |
1. ควันบุหรี่ |
2. แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในน้ำอัดลม |
| |
3. ทองเหลือง |
4. น้ำผสมแก๊สแอมโมเนีย |
| |
|
|
| 20. ข้อใดที่ยกตัวอย่างสารแต่ละประเภทถูกต้อง |
| |
 |
| |
|
|