<< Go Back

แบบทดสอบก่อนเรียน บทที่ 1

1. ข้อใดกล่าวถึงความหมายของเศรษฐศาสตร์ได้ถูกต้องที่สุด
  1. ศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตสินค้าและบริการในภาคเกษตรกรรม2. DNA และการสืบพันธุ์
  2. ศาสตร์ที่ศึกษาถึงความสัมพันธ์ระหว่างการแลกเปลี่ยนเงินกับสิ่งของ
  3. ศาสตร์ที่ศึกษาถึงความสัมพันธ์ระหว่างการแลกเปลี่ยนเงินกับสิ่งของ
  4. ศาสตร์ที่ศึกษาหาวิธีการที่จะนำเอาทรัพยากรที่มีจำกัดและหายากเพื่อตอบสนองความต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 
2.การศึกษาวิชาเศรษฐศาสตร์จะมีความสำคัญต่อกรณีใดมากที่สุด
  1. เมื่ออัตราการเพิ่มประชากรสูงกว่าอัตราการเพิ่มของสินค้า
  2. เมื่อรัฐบาลต้องการเพิ่มรายได้ของประเทศให้สูงขึ้น
  3. เมื่อแต่ละสังคมร่ำรวยมีกินมีใช้อย่างเพียงพอ
  4.เมื่อทรัพยากรมีจำกัดและขาดแคลน
 
3. ผู้ที่ศึกษาเศรษฐศาสตร์เบื้องต้น จะได้ประโยชน์จากข้อใดมากที่สุด
  1. สามารถประกอบอาชีพทางธุรกิจได้2. ไวรอยด์ (ก) และ Mycoplasma (ข)
  2. สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศได้
  3. สามารถแก้ปัญหาเรื่องความขาดแคลนทรัพยากรได้
  4. สามารถตัดสินใจแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในชีวิตประจำวันได้
 
4. การศึกษาเศรษฐศาสตร์เกี่ยวข้องกับข้อใดมากที่สุด
  1. ทางเลือก 2. ความต้องการ
  3. ความมีจำกัดของทรัพยากร 4. ประสิทธิภาพและความพอใจ
 
5. ข้อใดแสดงถึงปัญหาความขาดแคลนในทางเศรษฐศาสตร์
  1. สินค้าและบริการของประเทศมีน้อยเมื่อเทียบกับจำนวนปัจจัยการผลิตที่ใช้2. มี DNA เป็นสารพันธุกรรมเป็นส่วนใหญ่
  2. ทรัพยากรของประเทศมีน้อย เมื่อเทียบกับทรัพยากรของประเทศอื่น
  3. ทรัพยากรของประเทศอยู่ในความครอบครองของคนกลุ่มน้อย
  4. สินค้าและบริการของประเทศมีน้อยเมื่อเทียบกับความต้องการ
 
6. ข้อใดเกี่ยวกับวิชาเศรษฐศาสตร์น้อยที่สุด
  1. นาย ก. ตัดสินใจว่าไปว่ายน้ำแทนที่จะไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง
  2. นาย ก. ออกจากบ้านตั้งแต่ 5.00 น. เพื่อหลีกเลี่ยงรถติด
  3. นาย ก. ดูโทรทัศน์ดึกเกินไปจึงนอนตื่นสาย
  4. นาย ก. ทำข้อสอบข้อสุดท้ายก่อนทำข้อแรก
 
7. ทำไมจึงต้องมีการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจ
  1. เป็นแนวทางการจัดสรรและใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด
  2. เป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจอย่างเป็นระบบ
  3. เป็นแนวทางสำหรับการลงทุนในอนาคต
  4. เป็นแนวทางการบริหารงานของรัฐบาล
 
8. ข้อใดไม่ใช่เศรษฐศาสตร์จุลภาค
  1. ศึกษาภาวะและการเปลี่ยนแปลงของระดับราคาสินค้าหมวดอาหาร
  2. ศึกษาพฤติกรรมของเจ้าของรถบรรทุกรับจ้างวิ่งระหว่างจังหวัด
  3. ศึกษาพฤติกรรมการนั่งรถยนต์รับจ้างของคนกรุงเทพมหานคร
  4. ศึกษาสภาวะการผลิตและตลาดข้าวเปลือกในประเทศ
 
9. ข้อใดกระทบต่อเศรษฐกิจมหภาคน้อยที่สุด
  1. การจัดสรรปัจจัยการผลิต 2. ภาวการณ์ลงทุน และการจ้างงาน
  3. งบประมาณแผ่นดินและการพัฒนาประเทศ 4. การกู้ยืมเงินจากต่างประเทศและหนี้สาธารณะ
 
10.ข้อใดไม่เป็นปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจ
 

1.   สินค้าที่ผลิตจะมีการกระจายไปสู่ประชาชนในสังคมอย่างไร จึงจะเหมาะสม

 

2.   มีสินค้าและบริการใดที่ประเทศควรจะผลิตเพื่อสนองความต้องการของประชาชน

 

3.   ผู้ผลิตจะต้องใช้ปัจจัยการผลิตต่าง ๆ อย่างไร ในการผลิตสินค้าเพื่อให้ประหยัดต้นทุน

  4.   รัฐบาลควรเลือกใช้นโยบายเศรษฐกิจใด เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนสินค้าในระบบเศรษฐกิจ
 
11. เมื่อเปรียบเทียบในเรื่องของ "สินค้า" ระหว่างประเทศโลกเสรีที่ใช้ระบบเศรษฐกิจผสมกับประเทศสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ จะเห็นข้อแตกต่างอย่างชัดเจนคือข้อใด
  1.ประเทศคอมมิวนิสต์มีสินค้าที่ล้ำหน้าด้านเทคโนโลยีมากกว่า
  2. ประเทศคอมมิวนิสต์ไม่มีปัญหาเรื่องตลาดมืด
  3. ประเทศโลกเสรีจะประสบปัญหาสินค้าขาดตลาดอยู่เสมอ
  4.ประเทศเสรีมีสินค้าให้เลือกมากชนิดกว่าทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ
 
12. ประเทศประเทศที่ใช้ระบบเศรษฐกิจสังคมนิยมแบบคอมมิวนิสต์ ปัญหาในข้อใดต่อไปนี้จะไม่เกิดขึ้นอย่างเด็ดขาด
  1. ปัญหาพ่อค้าคนกลาง
  2. ปัญหาคนว่างงาน
  3. ปัญหาคนยากจน
  4. ปัญหาตลาดมืด
 

13. พิจระบบเศรษฐกิจชนิดใดไม่เหมาะสำหรับประเทศโลกที่สาม ยิ่งคงสภาพเดิมเอาไว้ ยิ่งทำให้สภาพสังคมและการเมืองปั่นป่วน เพราะจะทำให้ปัญหาการต่อสู้ทางชนชั้นขยายตัวกว้างขวางขึ้น

  1. สังคมนิยมแบบประชาธิปไตย
  2. แบบผสมที่เน้นหนักทางด้านทุนนิยม
  3. ทุนนิยม
  4. สังคมนิยมแบบคอมมิวนิสต์
 
14. ในปัจจุบันประเทศโลกเสรีส่วนใหญ่ เปลี่ยนมาใช้ระบบเศรษฐกิจแบบผสม ทั้งนี้เป็นเพราะเหตุผลข้อใด
  1. ขยายความเจริญก้าวหน้าทางด้านอุตสาหกรรมได้อย่างเต็มที่
  2. ใช้ทรัพยากรของประเทศให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง
  3. สร้างความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจได้มากขึ้น
  4. ป้องกันการก่อกำเนิดลัทธินายทุน
 
15. ประเทศอังกฤษและฝรั่งเศสใช้ระบบเศรษฐกิจสังคมนิยมแบบประชาธิปไตย ข้อใด คือผลเสียของระบบเศรษฐกิจนี้
  1. ผู้มีรายได้มากถูกเก็บภาษีสูง ทำให้ขาดแรงจูงใจในการประกอบกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
  2. นายทุนเข้ามามีบทบาททางการเมืองและกลายเป็นอภิสิทธิ์ชนของสังคม
  3. ธุรกิจขนาดเล็กจะล้มและเกิดการผูกขาดโดยกิจการที่ดำเนินการโดยรัฐ
  4. สินค้าหรือบริการมีไม่เพียงพอกับความต้องการของประชาชน เพราะรัฐบาลวางแผนผิดพลาดได้
 
16. ประเทศไทยใช้ระบบเศรษฐกิจแบบผสม ที่ค่อนหนักไปทางด้านทุนนิยม ดังตัวอย่างต่อไปนี้ยกเว้นข้อใด
  1. รัฐบาลสนับสนุนการลงทุนของเอกชน
  2. รัฐบาลจัดการสาธารณูปโภคที่จำเป็นแก่ประชาชน
  3. รัฐบาลควบคุมธนาคารพาณิชย์มิให้เอาเปรียบประชาชน
  4. รัฐบาลเป็นผู้วางแผนและดำเนินการทางเศรษฐกิจทุกขั้นตอน
 
17. เมื่อพรรคการเมืองพรรคนี้ได้รับชัยชนะการเลือกตั้ง ได้ออกกฎหมายโอนกิจการธนาคารพาณิชย์ของเอกชนทั้งหมดมาเป้นของรัฐ โดยทางราชการจ่ายเงินตอบแทนให้อย่างเหมาะสมและเป็นผู้ดำเนินการแทนต่อมา ตัวอย่างดังกล่าวนี้ควรเป็นลักษณะของระบบเศรษฐกิจใด
  1. สังคมนิยมแบบคอมมิวนิสต์ 2. ระบบสังคมนิยมแบบประชาธิปไตย
  3. ระบบเศรษฐกิจแบบวางแผนจากส่วนกลาง 4. ระบบเศรษฐกิจแบบผสม
 
18. รัฐบาลของประเทศอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ จะยินยอมให้เอกชนทำหน้าที่เป็นผู้ผลิตมีกลไกของราคา มีการแข่งขัน โดยรัฐเข้าดำเนินงานก้านสาธารณูปโภคและสาธารณูปการด้วยตนเอง เพื่อมิให้ประชาชนเดือดร้อนจัดว่าเป็นระบบเศรษฐกิจแบบใด
  1. สังคมนิยมแบบประชาธิปไตย 2. ทุนนิยมเสรี
  3. ระบบเศรษฐกิจแบบวางแผนจากส่วนกลาง 4. ระบบเศรษฐกิจแบบผสม
 
19. ระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยมประชาธิปไตยกับระบบเศรษฐกิจแบบผสม มีลักษณะใกล้เคียงกันมาก ข้อใดเป็นลักษณะพิเศษ ของระบบสังคมนิยม ประชาธิปไตยที่ทำให้แตกต่างไปจากระบบเศรษฐกิจแบบผสม
  1. ไม่มีการแข่งขันและไม่มีกลไกของราคา
  2. รัฐจัดเก็บภาษีในอัตราก้าวหน้าและจัดรัฐสวัสดิการอย่างกว้างขวาง
  3. รัฐเข้าแทรกแซงในราคาสินค้าที่จำเป็นแก่การครองชีพ
  4. รัฐเข้าดำเนินกิจการสาธารณูปโภคเสียเอง เช่น ไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์
 
20. ระบบเศรษฐกิจแบบผสม รัฐหรือเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางจะเข้าไปดำเนินการเองเฉพาะการผลิตสินค้าหรือบริการสำคัญๆ ที่มีผลกระทบต่อชีวิต ความเป็นอยู่ของประชาชน แต่ยกเว้นประการเดียวที่รัฐไม่ทำ คือข้อใด
  1.การสื่อสาร
  2.การคมนาคมขนส่ง
  3.การค้าระหว่างประเทศ
  4.การไฟฟ้า-ประปา
 

<< Go Back