<< Go Back

แบบทดสอบหลังเรียนบทที่ 2

1. เพราะเหตุใจจึงต้องใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์
  1. เพื่อให้เกิดความเข้าใจขั้นตอนในการศึกษาประวัติศาสตร์
  2. เพื่อหาความจริงจากข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์
  3. เพื่อจัดหมวดหมู่ข้อมูลจากหลักฐานประวัติศาสตร์
  4. เพื่อหาจุดประสงค์ของผู้สร้างหลักฐานประวัติศาสตร์
2. ข้อใดไม่อยู่ในขั้นตอนทางประวัติศาสตร์
  1. การตั้งประเด็นคำถาม
2. การปรับแต่งข้อมูล
  3. การรวบรวมหลักฐาน 4. การตีความหลักฐาน
3. ข้อใดคือขั้นตอนแรกของวิธีการทางประวัติศาสตร์
  1. การค้นหาข้อมูลและการรวบรวมข้อมูล
  2. การตั้งคำถามและการกำหนดประเด็นของการศึกษา
  3. การอธิบายที่มีเหตุผลและมีคำตอบชัดเจน
  4. การแสวงหาความหมายและความสัมพันธ์ของข้อมูล
4. การกำหนดหัวข้อหรือประเด็นที่ดีมีประโยชน์อย่างไรต่อวิธีการทางประวัติศาสตร์
  1. บอกถึงความสนใจของผู้ศึกษาค้นคว้า
2. ป้องกันการศึกษาหัวข้อซ้ำกับผู้อื่น
  3.กำหนดของข่ายของเรื่องที่จะศึกษาชัดเจน 4. ทำให้ทราบแหล่งข้อมูลทางประวัติศาสตร์
5. วิธีการในข้อใดเป็นการนำเสนอข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ให้เป็นเรื่องราว
  1. การค้นคว้าและการตีความ
2. การวิเคราะห์และการสังเคราะห์
  3. การตีความและการสังเคราะห์ 4. การรวบรวมข้อมูลและการวิเคราะห์
6. หลักฐานทางประวัติศาสตร์มีความสำคัญต่อวิธีการทางประวัติศาสตร์อย่างไร
  1. ให้ข้อมูลทางประวัติศาสตร์
2. กำหนดวิธีการทางประวัติศาสตร์
  3. กำหนดหัวข้อหรือประเด็นทางประวัติศาสตร์ 4. ทำให้เกิดวิธีการทางประวัติศาสตร์
7. ข้อใดเป็นหลักฐานชั้นต้น
  1. ข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต 2. คำประกาศเอกราชของสหรัฐอเมริกา
  3. หนังสือประวัติศาสตร์สากล 4. หนังสือสงครามเปอร์เซียโดย เฮโรโดตัส
8. ข้อใดเป็นหลักฐานสมัยประวัติศาสตร์
  1. ลูกปัดหินสี
2. การเขียนสี
  3. ซากโครงกระดูก 4. จารึกบนกระดูกสัตว์
9. หลักฐาน ข้อใดนักเรียนคิดว่าจะให้ข้อมูลประวัติศาสตร์ด้านสังคมและวัฒนธรรมน้อยที่สุด
  1. ตำนาน
2. พงศาวดาร
  3. ศิลาจารึก 4. โครงกระดูก
10. เพราะเหตุใด หลักฐานชั้นต้นมีความเชื่อถือกว่าหลักฐานชั้นรอง
  1. หลักฐานชั้นรองใช้ข้อมูลจากหลักฐานชั้นต้น
  2. หลักฐานชั้นต้นสร้างขึ้นปราศจากอคติ
  3. หลักฐานชั้นต้นไม่สอดแทรกความคิดเห็นของผู้สร้าง
  4. ผู้สร้างหลักฐานชั้นต้นทราบข้อมูลดีกว่า
11. การกำหนดหัวข้อเรื่องน่าสนใจจะเกิดประโยชน์อย่างไร
  1. สะดวกในการศึกษาค้นคว้า
2. ศึกษาเรื่องที่แตกต่างจากผู้อื่น
  3. เกิดการสร้างองค์ความรู้ใหม่ 4. มีแรงกระตุ้นในการศึกษาอย่างต่อเนื่อง
12. ในการเขียนรายงานเรื่องหลักฐานทางประวัติศาสตร์ โดยใช้ข้อมูลเดียวกัน มีความน่าชื่อถือไม่เท่ากันเพราะเหตุใด
  1. การวิเคราะห์ข้อมูล 2. การตรวจสอบข้อมูล
  3. การใช้ถ้อยคำสำนวน 4. การคัดเลือกและการจัดความสัมพันธ์ของข้อมูล
13. ในการขุดค้นชุมชนโบราณแห่งหนึ่งพบกระดูกสัตว์ และเครื่องมือจับปลา ข้อใดตีความได้ถูกต้องน้อยที่สุด
  1. ชุมชนนี้น่าจะเป็นชาวเกาะ
2. ชุมชนนี้รู้จักการล่าสัตว์และประมง
  3. ชุมชนนี้น่าจะมีปลาเป็นอาหารหลัก 4. ชุมชนนี้รู้จักเลี้ยงสัตว์ละประมง
14. การศึกษาในข้อใดถูกต้องที่สุดในการศึกษาวิถีชีวิตของชาติตะวันตก ตะวันออกและคนไทยที่มีความแตกต่างกัน
  1. ศึกษาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต
  2. รวบรวมหลักฐานจากการสัมภาษณ์ปราชญ์ชาวบ้านของไทย และค้นคว้าหลักฐานชั้นรอง จากหอจดหมายเหตุ
  3. รวบรวมหลักฐานชั้นต้นจากบันทึกของชาวต่างชาติ นักการทูต และหลักฐานชั้นรองจาก หนังสือประวัติศาสตร์สากล
  4. รวบรวมหลักฐานชั้นต้นจากพงศาวดารและจดหมายเหตุของชาติตะวันตก และหลักฐาน ชั้นรองจากพงศาวดารและจดหมายเหตุของชาติตะวันตก
15. การศึกษาประวัติศาสตร์ยุคโบราณของชาวกรีก ต้องศึกษาจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ข้อใด
  1. สงครามเปอร์เซียโดย เฮโรโดดัส 2. คัมภีร์มรณะ
  3. มหากาพย์ กิลกาเมซ 4. บันทึกสงครามกอลลิก
16. หลักฐานงานเขียนที่สะท้อนถึงความศรัทธาที่มีต่อศาสนาคริสต์ในสมัยกลางของยุโรป
  1 แมกนา คาร์ตา
  2. มหากาพย์อีเลียด
  3. แอนนัล
  4. เทวนคร
17. คำประกาศอิสรภาพของสหรัฐอเมริกาเป็นหลักฐานที่ใช้ศึกษาประวัติศาสตร์สากลสมัยใด
  1. สมัยโบราณ
2. สมัยกลาง
  3. สมัยใหม่ 4. สมัยปัจจุบัน
18. ข้อใดที่ ไม่สามารถใช้ ในการศึกษาประวัติศาสตร์สากลสมัยปัจจุบันได้
  1. อารยธรรมและทุนนิยม คริสต์ศตวรรษที่ 15-16
  2. ศึกษาประวัติศาสตร์โดยอาร์โนล ทอยน์บี
  3. หลักฐานเกี่ยวกับจักรวรรดินิยม
  4. สกุลอันนาลเป็นการศึกษาประวัติศาสตร์ของมาร์ก บล็อก
19. ข้อใดไม่ใช่ขั้นตอนการสร้างองค์ความรู้ใหม่ด้วยวิธีการทางประวัติศาสตร์
  1. การรวบรวมข้อมูล
2. การวิเคราะห์ตีความ
  3. การตั้งประเด็นการศึกษา 4. การเปรียบเทียบข้อมูลกับผู้อื่น
20. องค์ความรู้ใหม่ทางประวัติศาสตร์จะเกิดได้ด้วยเหตุผลหลายประการ ยกเว้นข้อใด
  1. ได้ข้อมูลใหม่ 2. เกิดเหตุการณ์ใหม่
  3. ใช้วิธีการศึกษาแบบใหม่ 4. เกิดแนวคิดในการวิเคราะห์ใหม่

<< Go Back