| 1. ความจำเป็นที่ต้องแสวงหาตลาดการค้าและแหล่งลงทุนใหม่ๆนอกประเทศ แนวปฏิบัติที่ชาติตะวันตกนิยมใช้คือ ข้อใด |
| |
1. การล่าอาณานิคม |
2. การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจและการค้า |
| |
3. การเปิดความสัมพันธ์ทางการทูตกับนานชาติ |
4. การส่งนักสำรวจเดินทางค้นหาดินแดนใหม่ๆ |
| |
|
| 2. ผลที่เกิดจากการแข่งขันของลัทธิจักรวรรดินิยม คือข้อใด |
| |
1. เกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 |
2. ก่อกำเนิดองค์การสันติภาพของโลก |
| |
3. โลกถูกแล่งเป็นกลุ่มโลกที่1 โลกที่ 2 และโลกที่ 3 |
4. การทำสงครามเรียกรองเอกราชของดินแดนอาณานิคม |
| |
|
|
| 3. ข้อใดไม่ใช่สิ่งที่ชาติตะวันตกได้จากดินแดนอาณานิคม |
| |
1. ทรัพยากรธรรมชาติ |
2. สิทธิพิเศษต่างๆ |
| |
3. สิทธิสภาพนอกอาณาเขต |
4. มิตรไมตรีจิตจากชาวพื้นเมือง |
| |
|
|
| 4.ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับดินแดนอาณานิคม |
| |
1. สังคมตะวันออกทุกสังคมเปลี่ยนแปลงไปสู่สังคมสมัยใหม่ |
| |
2. ปฏิกิริยาของชาวอาณานิคมที่มีต่อชาติตะวันตก มีทั้งยอมรับและต่อต้าน |
| |
3. สังคมตะวันออกยอมรับวัฒนธรรมตะวันตกอย่างเด่นชัดทั้งทางด้านวัตถุและจิตใจ |
| |
4. สิ่งที่มีอิทธิพลน้อยที่สุดต่อการเปลี่ยนแปบงสังคมตะวันออกคือด้านความคิด และศาสนา |
| |
|
|
| 5. รูปแบบการปกครองสมัยใหม่ที่ถูกนำมาใช้แทนระบบเก่าในดินแดนอาณานิคมคือเรื่องใด |
| |
1. รัฐบาลกลางมีผู้นำที่มีอำนาจเด็ดขาด |
| |
2. รัฐบาลกลางที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรง |
| |
3. รัฐบาลกลางที่มีคณะผู้บริหารมาจากหน่วยราชการต่างๆ |
| |
4. รัฐบาลกลางทำหน้าที่บริหารราชการตามแบบวิธีการสมัยใหม่ |
| |
|
|
| 6. ระบบเศรษฐกิจในทวีปแอฟริกาหลังการครอบครองโดยจักรวรรดินิยมเป็นอย่างไร |
| |
1. ระบบเศรษฐกิจที่พึงการส่งออกแต่เพียงอย่างเดียว |
| |
2. ระบบเศรษฐกิจที่พึงพิงระบบเศรษฐกิจของเมืองแม่เป็นหลัก |
| |
3. ระบบเศรษฐกิจที่สนับสนุนประเทศเครือจักรวรรดิเดียวกัน |
| |
4. ระบบเศรษฐกิจที่ต้องพึงระบบเศรษฐกิจโลกและสัมพันธ์กับนานาชาติ |
| |
|
|
| 7. ชาวตะวันออกชาติใดที่เข้ามามีอิทธิพลด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ |
| |
1. จีน |
2. ญี่ปุ่น |
| |
3. อินเดีย |
4. สิงคโปร์ |
| |
|
|
| 8. ปัจจัยที่ชาวพื้นเมืองนิยมใช้วิถีชีวิตแบบตะวันตกแทนวิถีชีวิตแบบเผ่าชนในดินแดนประเทศที่เกิดใหม่ในแอฟริกาคือปัจจัยในข้อใด |
| |
1. การสร้างเมืองใหม่ที่มีแบบแผนแบบตะวันตก |
| |
2. การใช้ชีวิตตามแบบตะวันตกมีความสะดวกสบายกว่าแบบชนเผ่า |
| |
3. ส่วนใหญ่เป็นศูนย์กลางการผลิตน้ำมัน มีกำลังซื้อความสะดวกสบาย |
| |
4. เป็น เมืองที่เป็นศูนย์กลางความเจริญด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการศึกษาแบบใหม่ |
| |
|
|
| 9. ข้อใดเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ทวีปแอฟริกามีความเจริญทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว |
| |
1. ความสะดวกรวดเร็วในการติดต่อกับโลกภายนอก |
| |
2. มีเมืองท่าที่เหมาะสมต่อการขนส่งทางทะเลกระจายอยู่ทั่วไป |
| |
3. เป็นแหล่งวัตถุและแรงงานราคาถูกเป็นที่ต้องการของทั่วโลก |
| |
4. ศักยภาพของคนที่อพยพไปอยู่ใหม่มีความรู้ความสามารถและเป็นคนรุ่นใหม่ |
| |
|
|
| 10. ข้อเสียของดินแดนอาณานิคมที่ว่ากลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจของเมืองแม่ หมายความว่าอย่างไร |
| |
1. ผลิตสินค้าตามความต้องการของเมืองแม่ |
| |
2. ห้ามอาณานิคมซื้อขายสินค้ากับประเทศอื่น |
| |
3. เป็นแหล่งระบายสินค้าและได้มาซึ่งวัตถุดิบของเมืองแม่เท่านั้น |
| |
4. ห้ามนำเข้าวิทยาการและเทคโนโลยีจากชาติอื่นยกเว้นเมืองแม่เท่านั้น |
| |
|
|
| 11.ข้อใดคือจุดเริ่มต้นของสงครามเย็น |
| |
1. การต่อต้านการขยายตัวของลัทธิทุนนิยม |
| |
2. การแข่งขันเพื่อสร้างอาวุธนิวเคลียร์ของชาติมหาอำนาจ |
| |
3. การแก่งแย่งผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของมหาอำนาจ |
| |
4. การต่อสู้ด้านอุดมการณ์ระหว่างกลุ่มประเทศเสรีประชาธิปไตยและคอมมิวนิสต์ |
| |
|
|
| 12. ข้อใดไม่ใช่สาเหตุปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศในโลกปัจจุบัน |
| |
1. ความแตกต่างเรื่องชาติพันธุ์ |
| |
2. ความต้องการครอบครองดินแดนของชาติมหาอำนาจ |
| |
3. การเข้าแทรกแซงประเทศอื่นเพื่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ |
| |
4. ความขัดแย้งอันเนื่องจากความแตกต่างทางด้านศาสนา |
| |
|
|
| 13. วิกฤตการณ์ข้อใดไม่ใช่ความขัดแย้งจากความแตกต่างของอุดมการณ์ทางการเมือง |
| |
1. สงครามเกาหลี |
2. สงครามในบอสเนีย |
| |
3. วิกฤตการณ์คิวบา |
4. การปิดล้อมกรุงเบอร์ลิน |
| |
|
|
| 14.สหรัฐอเมริกาและอังกฤษใช้ข้อใดเป็นข้ออ้างสำคัญที่สุดในการทำสงครามกับอิรัก |
| |
1. อิรักสนับสนุนขบวนการก่อการร้าย |
2. เพื่อสร้างสันติภาพในตะวันออกกลาง |
| |
3. เพื่อโค่นอำนาจประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซน |
4. อิรักมีอาวุธทำลายร้ายแรงในความครอบครอง |
| |
|
|
| 15.เหตุการณ์ใดนำไม่ใช่ปัจจัยนำไปสู่การสิ้นสุดของสงครามเย็น |
| |
1. การเดินทางหลบหนีของพลเมืองในเยอรมนีตะวันออกมาสู่เยอรมนีตะวันตก |
| |
2. การประกาศรวมเยอรมนีตะวันตกและตะวันออกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน |
| |
3. การประกาศใช้นโยบายกลาสนอสต์และเปเรสทรอยกาของมิฮาฮิล กอร์บาชอฟ |
| |
4. การเปลี่ยนผู้ปกครองของสหภาพโซเวียตจากมิฮาฮิล กอร์บาชอฟ เป็นบอริส เยลต์ซิน |
| |
|
|
| 16.สหรัฐอเมริกากับสหภาพโซเวียตยุติความเป็นปฏิปักษ์ต่อกันหลังเหตุการณ์ใด |
| |
1. การล่มสลายของสหภาพโซเวียต |
| |
2. การคุกคามของลัทธิการก่อการร้ายข้ามชาติ |
| |
3. การลงนามในสนธิสัญญาจำกัดอาวุธทางยุทธศาสตร์ |
| |
4. การเริ่มใช้นโยบายเปเรสทรอยกาและกลาสนอสต์ของสหภาพโซเวียต |
| |
|
|
| 17. ข้อใดไม่ใช่การลักษณะสำคัญของนโยบายจัดระเบียบโลกใหม่ |
| |
1. ระบบการค้าเสรี |
|
| |
2. มาตรการด้านสิ่งแวดล้อม |
| |
3. ระบบการปกครองที่เหมาะสมของแต่ละประเทศ |
| |
4. การเคารพสิทธิเสรีภาพของปัจเจกชนและสิทธิมนุษยชน |
| |
|
| 18. ข้อใดคือผลสำคัญที่สุดของการล่มสลายของสหภาพโซเวียต |
| |
1. การยุติสงครามเย็น |
| |
2. การทำลายกำแพงเบอร์ลิน |
| |
3. การสิ้นสุดของระบบสังคมนิยม |
| |
4. การเข้าร่วมเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปของประเทศยุโรปตะวันออก |
| |
|
|
| 19. ข้อใดไม่ใช่องค์การร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจ |
| |
1. องค์การค้าโลก |
2. นาโต |
| |
3. เอเปก |
4. สหภาพยุโรป |
| |
|
|
| 20. สงครามเกาหลีมีความคล้ายคลึงกับสงครามเวียดนามในประเด็นใด |
| |
1. ความยึดยื้อของสงคราม |
2. การมีบทบาทของสหประชาชาติ |
| |
3. การแบ่งประเทศหลังสงครามยุติ |
4. การเป็นส่วนหนึ่งของสงครามเย็น |
| |
|
|
| 21 นโยบายด้านการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาเรื่องใดที่นำไปสู่เหตุการณ์ 11 กันยายน ค.ศ. 2001 |
| |
1. การเข้าครอบครองบ่อน้ำมันในอ่าวเปอร์เซีย |
| |
2. การส่งเสริมสิทธิมนุษยชนในดินแดนตะวันออกกลาง |
| |
3. การใช้นโยบายคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจกับประเทศอิรัก |
| |
4. สนับสนุนการทำสงครามของอิสราเอลในปัญหาดินแดนปาเลสไตน์ |
| |
|
|
22. เหตุการณ์ 11 กันยายน ค.ศ. 2001 นำไปสู่สงครามใดในปีค.ศ. 2003 |
| |
1. สงครามในอัฟกานิสถาน |
2. สงครามอิรัก |
| |
3. สงครามอ่าวเปอร์เซีย |
4. สงครามคูเวต |
| |
|
|
| 23. ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับสงครามอิรัก |
| |
1. หลังสงครามสหรัฐอเมริกาได้ฟื้นฟูบูรณะอิรัก |
| |
2. ขบวนการก่อการร้ายขยายบทบาทและรุนแรงทั่วโลก |
| |
3. สงครามอิรักชี้ให้เห็นถึงความขัดแย้งที่ทุกประเทศต้องร่วมมือกันแก้ไข |
| |
4. การใช้กำลังทหารของสหรัฐอเมริกาต่ออิรักสามารถแก้ไขปัญหาได้ |
| |
|
|
| 24. วิธีการใดเป็นการภาวะโลกร้อนที่ดีที่สุด |
| |
1. การปลูกต้นไม้ |
2. การใช้จักรยานแทนรถยนต์ |
| |
3. การใช้น้ำใช้ไฟอย่างประหยัด |
4. การนำสิ่งของใช้แล้วกลับมาใช้อีก |
| |
|
| 25. วิกฤตการณ์สิ่งแวดล้อมใดเกิดขึ้นในสังคมเมืองน้อยที่สุด |
| |
1. มลพิษทางอากาศ |
2. หมอกควันและฝนกรด |
| |
3. ปรากฏการณเรือนกระจก |
4. การเพิ่มขึ้นของก๊าซมีเทนในอากาศ |
| |
| 26.ข้อตกลงระหว่างประเทศข้อใดไม่เกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพ |
| |
1. อนุสัญญาสตอกโฮล์ม |
| |
2. พิธีสารคาร์ตาเฮนา ค.ศ.2005 |
| |
3. อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ ค.ศ. 2004 |
| |
4. อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดพันธุ์สัตว์และพืชใกล้สูญพันธุ์ |
| |
|
|
| 27. ปรากฏการณ์เอล นิโญ มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโลกของใดมากที่สุด |
| |
1. กระแสน้ำของโลก |
2. ระบบลมสินค้า |
| |
3. ความผันแปรของภูมิอากาศ |
4. คุณภาพของทรัพยากรธรรมชาติ |
| |
|
|
| 28.ปรากฏการณ์ใดเกี่ยวข้องกับพิธีสารเกียวโต ซึ่งเป็นข้อตกลงตามกฎหมายระดับโลก |
| |
1. ปรากฏการณ์เอลนิโญ |
2. กรากฏการณ์ลานีญา |
| |
3. ปรากฏการณ์เรือนกระจก |
4. ปรากฏการณ์คลื่นยักษ์สึนามิ |
| |
|
|
| 29. แนวทางการแก้วิกฤติการณ์ด้านพลังงานที่หลายประเทศกำลังแสวงหาเพื่อใช้แก้ปัญหาอย่างยั่งยืนข้อใด |
| |
1. การสำรวจค้นหาแหล่งน้ำมันใหม่ๆเพิ่มขึ้น |
2. พัฒนาการใช้พลังงานทดแทนจากธรรมชาติ |
| |
3. นโยบายประหยัดน้ำมันในทุกรูปแบบ |
4. การใช้น้ำมันที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด |
| |
|
|
| 30. ข้อใดไม่ใช้สาเหตุของการเกิดวิกฤติการณ์แฮมเบอร์เกอร์ |
| |
1. ความไม่เข้าใจของผู้ลงทุนในตราสาร |
2. สหรัฐอเมริกามีทุนไหลเข้าประเทศมากเกินไป |
| |
3. การออกตราสารหลากหลายรูปแบบอย่างกว้างขวาง |
4. นโยบายการบริหารทางเศรษฐกิจที่ผิดพลาดของรัฐบาล |
| |
|
|
| 31. ถึงแม้นวิถีชีวิตของคนไทยจะเป็นไปตามวิถีประชาธิปไตยแต่ความสัมพันธ์ระบบอุปถัมภ์ยังปรากฏเด่นชัดในสังคมไทยทั่งนี้เป็นเพราะเหตุใด |
| |
1. แสดงออกถึงความกตัญญูรู้คุณต่อผู้มีพระคุณต่อตน |
| |
2. เป็นค่านิยมของวัฒนธรรมไทยที่ได้รับการถ่ายทอดสืบต่อกันมา |
| |
3. ความอ่อนแอทางเศรษฐกิจประชาชนจึงต้องการผู้ช่วยเหลือและคุ้มครอง |
| |
4. เป็นระบบการปกครองย่อยในระบบใหญ่ที่สามารถปกครองได้เข้มแข็ง |
| |
|
|
| 32. ปัญหาทางการเมืองไทยในข้อใดที่น่าจะมีความรุนแรงมากขึ้นในอนาคตถ้าไม่ได้รับการแก้ไข |
| |
1. ปัญหาความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกัน |
| |
2. ปัญหาการขาดความเข้าใจในการใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชน |
| |
3. ปัญหาการขาดโอกาสของนักการเมืองรุ่นใหม่ในการร่วมบริหารประเทศ |
| |
4. ปัญหาแนวคิดทางเศรษฐกิจและสังคมที่เน้นวัตถุนิยมมากเกินไป |
| |
|
| 33. ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างเป็นทางการหรือไม่เป็นทางการกระทำได้หลายกรณี ข้อใดที่ไม่ใช่ |
| |
1. การประชุมสุดยอด |
2. การดำเนินการทางการทูต |
| |
3. การให้ความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจ |
4. การยื่นประท้วงต่อองค์การสหประชาชาติ |
| |
|
|
| 34. ข้อใดเป็นไม่ใช่ขอบข่ายของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทางการเมือง |
| |
1. การแสวงหาพันธมิตร |
2. การดำเนินการทางการทูต |
| |
3. การปิดล้อมทางเศรษฐกิจ |
4. การกำหนดและดำเนินนโยบายต่างประเทศ |
| |
|
|
| 35. องค์การสหประชาชาติเป็นหน่วยงานสำคัญที่สนับสนุนการบูรณะพัฒนาประเทศ โดยใช้วิธีใด |
| |
1. ให้คำปรึกษาด้านการพัฒนาคุณภาพบุคลากร |
| |
2. ให้การนิเทศ ติดตามผลการพัฒนาประเทศตามรายงานการพัฒนา |
| |
3. การให้ความช่วยเหลือทุกด้านตามที่ประเทศต่างๆขอความช่วยเหลือ |
| |
4. การส่งผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างมาลงมือปฏิบัติงานเป็นตัวอย่างในประเทศต่างๆ |
| |
|
|
| 36. บุคคลใดไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่ต้องยืนบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สินเมื่อจะเข้ารับหรืออกาจากตำแหน่ง ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2550 |
| |
1. ผู้พิพากษาศาลฎีกา |
2. โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี |
| |
3. ผู้ตรวจราชการแผ่นดิน |
4. ข้าราชการในกระทรวงการคลัง |
| |
|
|
| 37. ข้อใดเป็นอำนาจหน้าที่ของผู้ตรวจราชการแผ่นดินหากพบว่าการกระทำที่ร้องทุกข์นั้นมีความผิดจริง |
| |
1. เสนอให้ถอดถอนออกจากตำแหน่ง |
| |
2. ให้ออกจากตำแหน่งและชดใช้ค่าเสียหาย |
| |
3. เสนอให้แก้ไขไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ |
| |
4. ลงโทษผู้กระทำผิดตามบทบัญญัติของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง |
| |
|
|
| 38. ข้อใดเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ |
| |
1. ถอดถอนบุคคลออกจากตำแหน่ง |
| |
2. ไต่สวนและวินิจฉัยเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ร่ำรวยผิดปกติ |
| |
3. ดำเนินเกี่ยวกับจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐระดับสูง |
| |
4. ตรวจสอบข้อเท็จจริงในการปฏิบัติงานว่าสอดคล้องกับนโยบายหรือขัดต่อกฎหมายหรือไม่ |
| |
|
|
| 39. หน่วยงานใดที่มีหน้าที่ตรวจสอบการใช้เงินงบประมาณแผ่นดินให้ถูกต้อง |
| |
1. กระทรวงการคลัง |
2. ธนาคารแห่งประเทศไทย |
| |
3. ผู้ตรวจราชการแผ่นดิน |
4. คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน |
| |
|
|
| 40. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 บัญญัติว่าประชาชนสามารถถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และเจ้าหน้าที่ของรัฐระดับสูงออกจากตำแหน่งได้สามารถกระทำได้ตามข้อใด |
| |
1. ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าชื่อกันไม่น้อยกว่า 20,000 คน |
| |
2. บุคคลที่บรรลุนิติภาวะตามกฎหมายเข้าชื่อกันไม่น้อยกว่า 5,000 คน |
| |
3. ประชาชนผู้ได้รับความเสียหารจากการกระทำเข้าชื่อกันอย่างน้อย 10,000 คน |
| |
4. บุคคลผู้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองและเข้ารวมกิจกรรมอย่างสม่ำเสมอเข้าชื่อกัน
อย่างน้อย 5,000คน |
| |
|
|