| 1. คำในข้อใดไม่เป็นคำสมาสในภาษาเดียวกัน |
| |
1. วาตภัย |
2. อัจฉริยบุคคล |
| |
3. นาฏศิลป์ |
4. แพทย์ศาสตร์ |
| |
| 2. ข้อใดไม่มีคำสมาส |
| |
1. บทความบางเรื่องมีแผนภูมิประกอบ |
| |
2. คณะนาฎศิลป์ไทยไปแสดงต่างประเทศ |
| |
3. หนังสือที่มีอายุครบ 50 ปี แล้วไม่มีค่าลิขสิทธิ์ |
| |
4. ทหารที่สละชีพเพื่อชาติได้รับยกย่องให้เป็นวีรบุรุษ |
| |
|
|
| 3. ข้อใดเป็นสระสนธิทั้งหมด |
| |
1. มโนคติ เทศาภิบาล สันนิบาต |
2. ภัณฑารักษ์ มเหสี ทูตานุทูต |
| |
3. สุริยกานต์ รโหฐาน จันทรุปราคา |
4. คุณูปการ สัมปทาน มหาตมะ |
| |
|
|
| 4. ข้อใดเรียบเรียงตามลักษณะประโยคในภาษาไทย |
| |
1. วัคซีนชนิดนี้แม้ว่าจะมีข้อดี แต่ควรใช้ในผู้ใหญ่ วัยชรา |
| |
2. ปัจจุบันการแพร่ระบาดของยาเสพติดได้ขยายตัวเพิ่มขึ้น |
| |
3. เยาวชนเป็นผู้นำมาซึ่งความหวังของประเทศชาติ |
| |
4. ผู้บริหารจำเป็นต้องมีความเมตตาต่อผู้ใต้บังคับบัญชา |
| |
|
|
| 5. "การทำงานให้สำเร็จลุล่วงอย่างมีประสิทธิภาพมิได้อยู่ที่คนเพียงคนเดียว" ข้อความข้างต้นเป็น ประโยคประเภทใด |
| |
1. ประโยคขัดแย้ง |
2. ประโยคสามัญ |
| |
3. ประโยครวม |
4. ประโยคซ้อน |
| |
|
|
| 6. ข้อใดไม่ใช่ประโยคความซ้อน |
| |
1. เครื่องปั้นดินเผาก่อนประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกคือเครื่องปั้นดินเผาที่บ้านเชียง |
| |
2. เครื่องปั้นดินเผาที่บ้านเชียงส่วนใหญ่เป็นหม้อลายเขียนสีรูปวงกลมม้วนคล้ายลายก้นหอย |
| |
3. หลักฐานทางโบราณคดีแสดงว่าบ้านเชียงเป็นแหล่งอารยธรรมสำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ |
| |
4. คณะกรรมการมรดกโลกประกาศให้แหล่งโบราณคดีบ้านเชียงเป็นมรดกโลกเมื่อพ.ศ. 2535 |
| |
|
|
| 7. ข้อใดไม่ใช่ประโยค |
| |
1. การดำเนินงานธุรกิจหรือการประกอบอาชีพต้องมีความพอเพียง |
| |
2. เศรษฐกิจพอเพียงมิได้จำกัดเฉพาะเกษตรกรหรือชาวไร่ชาวนาเท่านั้น |
| |
3. เกษตรทฤษฎีใหม่เป็นระบบเศรษฐกิจที่เน้นให้เกษตรกรสามารถดูแลตัวเองได้ |
| |
4. การบริหารจัดการเศรษฐกิจที่ทำให้คนสามารถดูแลตัวเองให้อยู่ได้โดยไม่เดือดร้อน |
| |
|
|
8. หอมไฟไหม้ดินกลิ่นอิฐ เรียงติดลงเตาเผาแต่ง
ดินดำคล้ำคลายกลายแดง ละก้อนล้วนแกร่งกร่างไกร
ดินดงลงบ่อหล่อเบ้า คลุกเถ้าคลึงถาดปาดไถ
กดแท่นแป้นทับฉับไว ลงมือลงไม้ไฟรุม
จากบทประพันธ์ข้างต้น มีสัมผัสในที่เป็นสัมผัสสระทั้งหมดกี่ตำแหน่ง |
| |
1. 12 ตำแหน่ง |
2. 13 ตำแหน่ง |
| |
3. 14 ตำแหน่ง |
4. 15 ตำแหน่ง |
| |
|
|
9.ให้เลือกข้อที่บริบูรณ์ด้วยวรรณศิลป์ที่สามารถเติมในช่องว่างอย่างมีเอกภาพ
อะไรหรือคือธรรมคืออำนาจ ..........................................................
ลองตอบคำธรรมมะคืออะไร แล้วสิ่งใดคืออำนาจที่อาจอง |
| |
1. หากสามารถตอบต่อข้อสงสัย |
2. ที่มุ่งมาดอุดมการณ์อันฝันใฝ่ |
| |
3. เมื่อเราอาจทำที่แสนดีได้ |
4. ที่ประกาศความจริงแสนยิ่งใหญ่ |
| |
|
|
| 10. ข้อใดใช้คำราชาศัพท์ไม่ถูกต้อง |
| |
1. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นพระราชอาคันตุกะของประธานาธิบดีสาธารณรัฐเช็ก |
| |
2. รองคณบดีฝ่ายวิชาการทูลเกล้าฯถวายแจกันดอกไม้แด่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา |
| |
3. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรงมีพระชนมายุ 60 พรรษา |
| |
4. สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชดำรัสแก่ผู้มาเฝ้ารับเสด็จ |
| |
|
|
| 11. ข้อใดคือ คำขึ้นต้นในการกราบบังคมทูลพระบรมวงศ์ ชั้นสมเด็จเจ้าฟ้า |
| |
1. ขอพระราชทานกราบบังคมทูล ทราบฝ่าละอองพระบาท |
2. ขอพระราชทานกราบทูล ทราบฝ่าพระบาท |
| |
3. ขอประทานกราบทูล ทราบฝ่าพระบาท |
4. ทูล ทราบฝ่าพระบาท |
| |
|
|
12. "พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ เป็นพระโอรสในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระราชสมภพเมื่อวันที่ 29 เม.ย. พ.ศ.2548 ซึ่งในปีนี้ทรงมีพระชนมายุครบ 11 พรรษา ทรงได้รับการศึกษาชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนจิตรลดา ก่อนที่จะทรงเสด็จไปศึกษาต่อต่างประเทศ ที่โรงเรียน Bavarian International School นครมิวนิก ประเทศเยอรมนี โดยขณะประทับอยู่ที่เยอรมัน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎ ราชกุมาร ทรงเอาใจใส่ในการส่งเสริมกิจกรรมด้านกีฬาแก่พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกร รัศมีโชติ ทั้งในเรื่องของกีฬาว่ายน้ำ ขี่จักรยาน ทำให้พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ มีพระพลานามัยที่แข็งแรงสมบูรณ์ พระวรกายสูงใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด"
จากข้อความข้างต้น มีการใช้คำราชาศัพท์ผิดกี่ตำแหน่ง |
| |
1. 3 ตำแหน่ง |
2. 4 ตำแหน่ง |
| |
3. 5 ตำแหน่ง |
4. 6 ตำแหน่ง |
| |
|
|
| 13. ข้อใดไม่มีคำที่มาจากภาษาต่างประเทศ |
| |
1. มีตายายสามีภรรยาคู่หนึ่งอยู่กันมานานจนล่วงเข้าวัยชราแต่ไม่มีบุตร |
| |
2. วันหนึ่งตายายลอยเรือหาปลา ไปตามริมแม่น้ำใหญ่ที่มีอาณาบริเวณถึง 10 ไร่เศษ |
| |
3. ขณะที่ยายคัดท้ายเรือเข้าหาฝั่ง เห็นไข่จระเข้ฟองหนึ่งอยู่บนกอพงจึงเก็บมา |
| |
4. ตั้งใจว่าจะเอาไปฟักให้เป็นตัวเลี้ยงไว้ที่บ้านแม้ตาจะห้ามแต่ยายก็ไม่ฟัง |
| |
|
|
| 14. คำในข้อใดเป็นคำที่มาจากภาษาบาลี-สันสกฤตทุกคำ |
| |
1. นาฬิกา ปฏิทิน กษัตริย์ |
2. กะลาสี ทฤษฎี วิชา |
| |
3. เพลิง จักรวาล อวกาศ |
4. ทรวง สตรี มินตรา |
| |
|
|
15. ข้อความต่อไปนี้มีคำที่มาจากภาษต่างประเทศกี่คำ (ไม่นับคำซ้ำ)
"ข้าวเป็นธัญญาหารที่มีประโยชน์อยู่ทุก ของเมล็ดข้าว เนื้อข้าว รำข้าว และจมูกข้าว เราจึงควรกินข้าวให้ครบทุกส่วนของเมล็ด เพื่อชีวิตที่แข็งแรงสดใสห่างไกลจากโรคร้ายต่าง ๆ และมีสุขภาพดีอายุยืนยาว" |
| |
1. 7 คำ |
2. 8 คำ |
| |
3. 9 คำ |
4. 10 คำ |
| |
|
|
16. ใดกิจผิดพลาดแล้ว ไป่ละ ลืมเลย
หย่อนทิฐิมานะ อ่อนน้อม
ขอโทษเพื่อคารวะ วายบาด หมางแฮ
ดีกว่าปดอ้อมค้อม คิดแก้โดยโกง
บทประพันธ์ต่อไปนี้เป็นโวหารชนิดใด |
| |
1. เทศนาโวหาร |
2. บรรยายโวหาร |
| |
3. พรรณนาโวหาร |
4. สาธกโวหาร |
| |
|
|
| 17. ข้อใดใช้โวหารภาพพจน์ต่างกับข้ออื่น |
| |
1. ดอกไม้แย้มกลีบยิ้มริมบึงช่างตรึงจิต ลมจุมพิตเท่าไรก็ไม่หมอง |
| |
2. เห็นกรวดทรายชายทะเลชโลธร ละเอียดอ่อนดังละอองสำลีดี |
| |
3. เป็นฟองฟุ้งรุ่งเรืองอยู่รางราง กระเด็นพร่างพรายพราวราวกับพลอย |
| |
4. อันพริกไทยใบผักชีเหมือนสีกา ต้องโรยหน้าเสียสักหน่อยอร่อยใจ |
| |
|
|
18. "ในน้ำมันพืชมีสารต้านอนุมูลอิสระที่เรารู้กันดีคือวิตามินอี แต่นักวิทยาศาสตร์ญี่ปุ่น ได้ค้นพบสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญอีกชนิดหนึ่ง คือ โอรีซานอล สารนี้พบมากที่สุดในข้าว โดยเฉพาะในส่วนผิวของข้าวกล้องที่เรียกว่ารำข้าว"
ข้อความข้างต้นใช้โวหารเหมือนข้อใด |
| |
1. นักร้องประสานเสียงเปล่งเสียงพร้อมเพรียงกันเป็นสามระดับตามทำนองที่ฝึกฝนมาอย่างดี |
| |
2. เพลงเอกของรายการดังกระหึ่มก้องหอประชุม สะกดคนฟังให้เคลิบเคลิ้ม |
| |
3. เสียงเปียโนไล่เรียงขึ้นลงอย่างแจ่มใสชวนให้นึกถึงละอองน้ำที่โปรยปรายลงมา |
| |
4. ทำนองเพลงตอนท้ายเบาหวิววูบหาย จนคนฟังต้องกลั้นหายใจตามไปด้วย |
| |
|
|
| 19. ข้อใดไม่ควรใช้เป็นเนื้อเรื่องของเรียงความ วันภาษาไทยแห่งชาติ |
| |
1. รัฐบาลไทยประกาศให้วันที่ 29 กรกฎาคม ของทุกปี เป็นวันภาษาไทยแห่งชาติตามที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้เสนอไว้ |
| |
2. วันสำคัญของคนเราอาจมีได้หลายวัน แต่วันหนึ่งที่คนใช้ภาษาไทยทุกคนมิควรลืมก็คือ วันภาษาไทยแห่งชาติ |
| |
3. วันที่ 29 กรกฎาคม 2505 เป็นวันสำคัญที่เป็นจุดเริ่มต้นของการกำหนดให้วันนี้เป็นวันภาษาไทยแห่งชาติในอีก 37 ปีต่อมา |
| |
4. วันภาษาไทยแห่งชาติ จะทำให้คนไทย ตระหนักในความสำคัญของภาษาไทยและร่วมมือกันอนุรักษ์ การใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง |
| |
|
|
20. บุคคลใดต่อไปนี้ไม่ปฏิบัติตามมารยาทในการพูด
1) กมลเนตร จะพูดแนะนำตัวด้วยประวัติสั้นๆ และรางวัลทั้งหมดที่เธอได้รับให้ผู้ฟังทราบเสมอ
2) กมลพร มักจะทำเสียงกระแอมเบาๆ เพื่อขออนุญาตพูดแทรกเรื่องที่ตนไม่เห็นด้วย
3) กมลกานต์ จะไม่พูดถึงปัญหาที่ทำให้ผู้ฟังไม่สบายใจ และชวนคุยเรื่องอื่นแทน
4) กมลวรรณ จะพูดไปขำไปตลอกการสนทนาเพื่อแสดงความเป็นกันเองกับผู้ฟัง |
| |
1. 1 2 และ 3 |
2. 1 2 และ 4 |
| |
3. 2 3 และ 4 |
4. 1 2 3 และ 4 |
| |
|
|
21. จงเลือกข้อที่ถูกต้องที่สุดเพื่อให้จดหมายต่อไปนี้สมบูรณ์

|
| |
1. วันที่ 12 มกราคม 2559, สวัสดี, สวัสดี, จึงเรียนมาเพื่อทราบ, ด้วยรักและเคารพ |
| |
2.วันอังคารที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2559, นมัสการ, ตามที่, จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา, เจริญพร |
| |
3. 12 มกราคม 2559, เรียน, เนื่องจาก, จึงเรียนมาเพื่อขอ, ด้วยความเคารพอย่างสูง |
| |
4. วันที่ 12 มกราคม พ.ศ.2559,กราบเท้า, ไม่ต้องใช้ขึ้นต้น, ไม่ต้องใช้คำลงท้าย,ขอแสดงความนับถือ |
| |
|
|
22. รอนรอนสุริยะโอ้ อัสดง
เรื่อยเรื่อยลับเมรุลง ค่ำแล้ว
รอนรอนจิตจำนง นุชพี่ เพียงแม่
เรื่อยเรื่อยเรียมคอยแก้ว คลับคล้ายเรียมเหลียว
บทประพันธ์ข้างต้นดีเด่นในด้านใด |
| |
1. การเล่นเสียงสระ |
2. การเล่นเสียงพยัญชนะ |
| |
3. การเล่นคำเชิงถาม |
4. การเล่นคำซ้ำ |
| |
|
|
23. ด้วยระเด่นบุษบาโฉมตรู ควรคู่ภิรมย์สมสอง
ไม่ต่ำศักดิ์รูปชั่วเหมือนตัวน้อง ทั้งพวกพ้องสุริย์วงศ์พงศ์พันธุ์
คำประพันธ์ข้างต้นใช้โวหารภาพพจน์เหมือนข้อใด |
| |
1. เสียน้ำใจในอารมณ์ไม่สมประดี สองมือตีอกตูมฟูมน้ำตา |
| |
2. ฟังสำเนียงเสียงคลื่นดังครื้นโครม ยิ่งทุกข์โทมนัสในฤทัยทวี |
| |
3. สูงระหงทรงเพรียวเรียวรูด งามละม้ายคล้ายอูฐกะหลาป๋า |
| |
4. ขอลาแล้วแก้วตาไปธานี อย่าราคีขุ่นข้องให้หมองมัว |
| |
|
|
24. พิราบบินกลับมาหลังคาโบสถ์ พายุโหดยังกระหึ่มกระเหี้ยนหือ
เมื่อแก้วตกลงแตกก็แหลกรื้อ แต่แก้วคือแก้วพร่างอยู่กลางใจ
คำประพันธ์ข้างต้นใช้ภาพพจน์ชนิดใดบ้าง |
| |
1. สัญลักษณ์ บุคลาธิษฐาน อุปลักษณ์ |
2. สัญลักษณ์ ปฏิพากย์ อุปลักษณ์ |
| |
3. อุปลักษณ์ บุคลาธิษฐาน อติพจน์ |
4. อุปลักษณ์ อติพจน์ อุปมา |
| |
|
|
| 25. คำประพันธ์ในข้อใดเป็นสาระสำคัญของเรื่อง |
| |
1. พระมหาจักรพรรดิเผ้า ภูวดล สยามเฮย
วางค่ายรายรี้พล เพียบหล้า
ดำริจักใคร่ยล แรงศึก
ยกนิกรทัพกล้า ออกตั้งกลางสมร |
| |
2. นงคราญองค์เอกแก้ว กระษัตรีย์
มานมนัสกัตเวที ยิ่งล้ำ
เกรงพระราชสามี มลายพระ ชนม์เฮย
ขับคเชนทรเข่นค้ำ สะอึกสู้ดัสกร |
| |
3. บังอรอัครเรศผู้ พิสมัย ท่านนา
นามพระสุริโยทัย ออกอ้าง
ทรงเครื่องยุทธพิไชย เช่นอุป ราชแฮ
เถลิงคชาธารคว้าง ควบเข้าขบวนไคล |
| |
4. พลไกรกองน่าเร้า โรมรัน กันเฮย
ช้างพระเจ้าแปรประจัญ คชไท้
สารทรงซวดเซผัน หลังแล่น เตลิดแฮ
เตลงขับคชไล่ใกล้ หวิดท้ายคชาธาร |
| |
|
|
| 26. ข้อใดแสดงความซื่อสัตย์อย่างแน่วแน่ของพันท้ายนรสิงห์ ทำให้พระมหากษัตริย์ทรงรักษาความ ศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายไว้ได้ |
| |
1. พันท้ายตกประหม่าสิ้น สติคิด
โดดจากเรือทูลอุทิศ โทษร้อง |
| |
2. พันท้ายนรสิงห์ผิด บทฆ่า เสียเทอญ
หัวกับโขนเรือต้อง คู่เส้นทำศาล |
| |
3. ภูบาลบำเหน็จให้ โทษถนอม ใจนอ
พันไม่ยอมอยู่ยอม มอดม้วย |
| |
4. พระโปรดเปลี่ยนโทษปลอม ฟันรูป แทนพ่อ
พันกราบทูลทัดด้วย ท่านทิ้งประเพณี |
| |
|
|
| 27. ข้อใดกล่าวถึงศิลปะว่า เป็นเครื่องบ่งบอกความมีอารยของประเทศ |
| |
1. อันชาติใดไร้ศานติสุขสงบ ต้องมัวรบราญรอนหาผ่อนไม่
ณ ชาตินั้นนรชนไม่สนใจ ในศิลปะวิไลละวาดงาม |
| |
2. แต่ชาติใดรุ่งเรืองเมืองสงบ ว่างการรบอริพลอันล้นหลาม
ย่อมจำนงศิลปาสง่างาม เพื่ออร่ามเรืองระยับประดับประดา |
| |
3. อันชาติใดไร้ช่างชำนาญศิลป์ เหมือนนารินไร้โฉมบรรโลมสง่า
ใครใครเห็นไม่เป็นที่จำเริญตา เขาจะพากันเย้ยให้อับอาย |
| |
4. ศิลปกรรมนำใจให้สร่างโศก ช่วยบรรเทาทุกข์ในโลกให้เหือดหาย
จำเริญตาพาใจให้สบาย อีกร่างกายก็จะพลอยสุขสราญ |
| |
|
|
28. ข้อใดคือคุณค่าของบทเสภาสามัคคีเสวก ตอนสามัคคีเสวก |
| |
1. ความตั้งใจปฏิบัติงานของข้าราชการ |
2. ความเอาใจใส่ทำนุบำรุงศิลปะของชาติ |
| |
3. ความสามัคคีและความจงรักภักดีของข้าราชการ |
4.ความประพฤติปฏิบัติที่ดีของข้าราชการ |
| |
|
|
29. "กูได้ตัวเนื้อตัวปลา กูเอามาเวนแก่พ่อกู กูได้หมากส้มหมากหวานอันใดกินอร่อยดี กูเอามาแก่พ่อกู"
จากข้อความข้างต้นแสดงคุณธรรมข้อใด ของพ่อขุนรามคำแหง |
| |
1. ความกตัญญู |
2. ความกล้าหาญ |
| |
3. ความเสียสระ |
4. ความเพียรพยายาม |
| |
|
|
| 30. ข้อใดแสดงถึงคุณค่าด้านนิติศาสตร์ในศิลาจารึกหลักที่ 1 |
| |
1. พ่อกูหนีญญ่าย พ่ายจะแจ้-น กูบ่หนี กูขี่ช้างเบกพล กูขับเข้าก่อนพ่อกู กูต่อ ช้างด้วยขุนสามชน ตนกูพุ่งช้างขุนสามชนตัวชื่อ มาสเมืองแพ้ ขุนสามชนพ่ายหนี |
| |
2. ในปากประตูมีกระดิ่งอันณื่ง แขวนไว้หั้น ไพร่ฟ้าหน้า ปก กลางบ้านกลางเมือง มีถ้อยมีความ เจ็บท้อง ข้องใจ มันจักกล่าวเถิงเจ้าเถิงขุนบ่ไร้ ไปลั่นกะ-ดิ่งอันท่านแขวนไว้ |
| |
3. คนในเมืองสุโขทัยนี้ มักทาน มักทรงศีล มักโอยทาน พ่อขุนรามคำแหง เจ้าเมืองสุโขทัยนี้ ทั้งชาวแม่ ชาวเจ้า ท่วยปั่วท่วยนา ง ลูกเจ้าลูกขุน ทั้งสิ้นทั้งหลาย ทั้งผู้ชายผู้ญีง |
| |
4. เมื่อชั่วพ่อขุนรามคำแหง เมืองสุโขทัยนี้ดี ในน้ำ มีปลา ในนามีข้าว เจ้าเมืองบ่เอาจกอบในไพร่ลูท่าง เพื่อนจูงวัวไปค้า ขี่ม้าไปขาย |
| |
|
|
| 31. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องในคุณค่าของศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงในทางภาษา |
| |
1. มีการประดิษฐ์ลายสือไทยเกิดขึ้นครั้งแรก |
| |
2.ศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงจัดเป็นวรรณคดีเรื่องแรกของไทย |
| |
3. มีการวางรูปแบบในการเขียนพยัญชนะและสระของไทยเป็นครั้งแรก |
| |
4. มีการสร้างพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และมาตราตัวสะกดเป็นครั้งแรกของไทย |
| |
|
|
32. เพราะเหตุใดนนทกจึงโกรธเหล่าเทวดามากที่สุด |
| |
1. มาจะกล่าวบทไป ถึงนนทกน้ำใจกล้าหาญ
ตั้งแต่พระสยมภูวญาณ ประทานให้ล้างเท้าเทวา |
| |
2. อยู่บันไดไกรลาสเป็นนิจ สุราฤทธิ์ตบหัวแล้วลูบหน้า
บ้างให้ตักน้ำลางบาทา บ้างถอนเส้นเกศาวุ่นไป |
| |
3. จนผมโกร๋นโล้นเกลี้ยงถึงเพียงหู ดูเงาในน้ำแล้วร้องไห้
ฮึดฮัดขัดแค้นแน่นใจ ตาแดงดั่งแสงไฟฟ้า |
| |
4. เป็นชายดูดู๋มาหมิ่นชาย มิตายจะได้มาเห็นหน้า
คิดแล้วก็รีบเดินมา เฝ้าพระอิศราธิบดี ฯ |
| |
|
|
| 33. ข้อใดไม่ได้กล่าวถึงพระนารายณ์ |
| |
1. เมื่อนั้น เทวาสุราฤทธิ์ทุกทิศา
สุบรรณคนธรรพ์วิทยา ต่างมาเฝ้าองค์พระศุลี ฯ |
| |
2. เหลือบเห็นสตรีวิไลลักษณ์ พิศพักตร์ผ่องเพียงแขไข
งามโอษฐ์งามแก้มงามจุไร งามนัยน์เนตรงามกร |
| |
3. ลมพัดยอดตองพรหมนิมิต ทั้งพิสมัยเรียงหมอน
ย้ายท่ามัจฉาชมสาคร พระสี่กรขว้างจักรฤทธิรงค์ |
| |
4. กูจะเป็นมนุษย์แต่สองกร ตามไปราญรอนชีวี
ให้สิ้นวงศ์มึงอันศักดา ประจักษ์แก่เทวาทุกราศี |
| |
|
|
34. บทประพันธ์ต่อไปนี้เป็นรสใดในวรรณคดี
บัดนั้น นนทกน้ำใจแกล้วกล้า
กริ้วโกรธร้องประกาศตวาดมา อนิจจาข่มเหงเล่นทุกวัน
จนหัวไม่มีผมติด สุดคิดที่เราจะอดกลั้น
จนหัวไม่มีผมติด ขบฟันแล้วชี้นิ้วไป |
| |
1. เสาวรจนี |
2. นารีปราโมทย์ |
| |
3. พิโรธวาทัง |
4. สังลปังคพิสัย |
| |
|
|
35. ดูหนูสู่รูงู งูสุดสู้หนูสู้งู
หนูงูสู้ดูอยู่ รูปงูทู่หนูมูทู
จากคำประพันธ์ข้างต้นกล่าวถึงสิ่งใด |
| |
1. การทักทายของเพื่อนกัน |
2. การต่อสู้กัน |
| |
3. การป้องกันตัวของงู |
4. ความขัดแย้งของสัตว์ทั้งสอง |
| |
|
|
| 36. คำประพันธ์ในข้อใดมีการเลียนเสียงธรรมชาติ |
| |
1. นกแก้วแจ้วเสียงใส คลอไคล้คู่หมู่สาลิกา |
2. ไก่ฟ้าอ้าสดแสง หัวสุกแดงแทงเดือยแนม |
| |
3. กระจงกระจิดเตี้ย วิ่งเรี่ยเรี่ยน่าเอ็นดู |
4. ลงท่าน้ำดำป้วน เล่นร้องฮูมแปร๋น |
| |
|
|
37. ข้อความนี้กล่าวถึงเรื่องใด
สรรพางค์โสภาคย์พร้อม ธัญลักษณ์
ภาษิตจิตประจักษ์ ซื่อพร้อม
เป็นสุขโสดตนรัก การชอบ ธรรมนา
.............................. .......................... |
| |
1. สามสิ่งควรชม |
2. สามสิ่งควรรัก |
| |
3. สามสิ่งควรยินดี |
4. สามสิ่งควรเคารพ |
| |
|
|
| 38. ข้อใดคือการกระทำความดีต่อคนส่วนรวม |
| |
1. ฟังตอบสอบคำไข คิดใคร่...ครวญนา |
2. พาทีมีสติรั้ง รอคิด |
| |
3. ขันตีมีมากหมั้น. สันดาน |
4. กรุณานรชาติผู้ พ้องภัย พิบัติเฮย |
| |
|
|
| 39.ข้อใด กล่าวถึงข้อคิดที่ได้จากเรื่องราชสีห์กับหนู |
| |
1. อย่าควรประมาณผู้ ทุรพล |
2. หมื่นอมิตร บ มิแพ้ เพราะพร้อมเพรียงผจญ |
| |
3. ชาติกักขฬะดุร้าย สันดาน |
4. โฉดช้าอุตส่าห์หาญ ห่อนหยุด ยั้งเฮย |
| |
|
|
| 40. คำประพันธ์ในข้อใดกล่าวถึงมนุษย์ทุกคนหนีความตายไปไม่พ้น |
| |
1. ต้นเอ๋ยต้นไทร สูงใหญ่รากย้อยห้อยระย้า
และต้นโพธิ์พุ่มแจ้แผ่ฉายา มีเนินหญ้าใต้ต้นเกลื่อนกล่นไป
ล้วนร่างคนในเขตประเทศนี้ ดุษณีนอนราย ณ ภายใต้
แห่งหลุมลึกลานสลดระทดใจ เรายิ่งใกล้หลุมนั้นทุกวัน เอย. |
| |
2. สกุลเอ๋ยสกุลสูง ชักจูงจิตฟูชูศักดิ์ศรี
อำนาจนำความสง่าอ่าอินทรีย์ ความงามนำให้มีไมตรีกัน
ความร่ำรวยอวยสุขให้ทุกอย่าง เหล่านี้ต่างรอตายทำลายขันธ์
วิถีแห่งเกียรติยศทั้งหมดนั้น แต่ล้วนผันมาประจบหลุมศพ เอย. |
| |
3. ที่เอ๋ยที่ระลึก ถึงอธึกงามลบในภพพื้น
ก็ไม่ชวนชีพที่ดับให้กลับคืน เสียงชมชื่นเชิดชูคุณผู้ตาย
เสียงประกาศเกียรติเอิกเกริกลั่น จะกระเทือนถึงกรรณนั้นอย่าหมาย
ล้วนเป็นคุณแก่ผู้ยังไม่วางวาย ชูเกียรติญาติไปภายภาคหน้า เอย. |
| |
4. ชาวเอ๋ยชาวนา วาสนากั้นไว้ไม่วิตถาร
ไม่ชั่วล้นดีล้นพ้นประมาณ สองประการนี้แหละขวางทางคระไล
คือไม่ลุยเลือนั่งบรรลังก์ราช นำพินาศนรชนพ้นนิสัย
แต่ปิดทางกรุณาอันพาไป ยังคุณใหญ่ยิ่งเลิศประเสริฐ เอย. |