| 1. ข้อใดเป็นคําสมาสทุกคํา |
| |
1. เคหะสถาน เพรงกรรม อากาศธาตุ |
2. วีรกรรม ปฏิบัติการ อัญชุลี |
| |
3. วิบากกรรม นวโลหะ ชัยมงคล |
4. ทัศนวิสัย ผลบุญ เพลิงกัลป์ |
| |
| 2. คําทุกคําในข้อใดมีคําสมาสที่ประกอบจากคํา 3 คำ |
| |
1. สหราชอาณาจักร ทรัพยากรศาสตร์ จุลชีววิทยา |
2. พุทธศตวรรษ สรีรวิทยา พฤติกรรมศาสตร์ |
| |
3. นิรโทษกรรม กิตติกรรมประกาศ ไตรโลกนาถ |
4. สารานุกรม พันธุกรรมศาสตร์ ประชาทัณฑ์ |
| |
|
|
3. "ขอพระมหากรุณาธิคุณบุญญาธิการจงชักนํา ให้เกิดสามัคคีธรรมในหมู่ไทย อย่าได้รู้ร้าวราน ให้ทุกฝ่าย มีใจสมัครสมานเป็นอันหนึ่งอันเดียวเกลียวกลม เป็นพลังอันอุดมยิ่งใหญ่ ที่จะประกอบ กิจกรณีย์ นําไทย ให้วัฒนายืนยิ่ง ประสบแต่สิ่งศุภสวัสดิ์ตลอด จิรัฏฐิติกาล"
ข้อความข้างต้นมีคําสมาสทั้งหมดกี่คำ |
| |
1. 3 คำ |
2. 4 คำ |
| |
3. 5 คำ |
4. 6 คำ |
| |
|
|
| 4. ข้อใดเป็นประโยคสามัญ |
| |
1. เพลงรำวงนิยมร้องซ้ำไปมา |
2. เขาเป็นไข้เพราะเดินตากฝน |
| |
3. ใช้ดินสอหรือปากเขียนก็ได้ |
4. เธอจะจดจ่อหรือจดจำก็เลือกเอา |
| |
|
|
| 5. ประโยคความรวมในข้อใดแตกต่างจากข้ออื่น |
| |
1. ท่อระบายน้ำตันดังนั้นน้ำจึงท่วม |
2. เพราะลืมใส่น้ำปลาไข่เจียวเลยจืดสนิท |
| |
3. สมทรงไม่ได้ไปสอบฉะนั้นจึงไม่มีคะแนนในวิชานี้ |
4. ถึงจะเป็นหวัดน้องก็ยังแอบกินน้ำแข็งทั้งวัน |
| |
|
|
| 6. "ตอนดึกเป็นเวลานอนทว่าสมชาติกลับมานั่งโทรศัพท์คุยกับเพื่อน" ข้อความนี้เป็นประโยคแบบใด |
| |
1. ประโยคความรวมที่มีเนื้อความคล้อยตามกัน |
| |
2. ประโยคความรวมที่มีเนื้อความขัดแย้งกัน |
| |
3. ประโยคความรวมที่มีเนื้อความให้เลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่ง |
| |
4. ประโยคความรวมที่มีเนื้อความเป็นเหตุเป็นผลกัน |
| |
|
|
7. การเชื่อมประโยคในข้อใดเหมาะสมที่สุด
ก. ความรักเป็นยาพิษและน้ำผึ้ง ข. ผู้คนเต็มใจดื่ม |
| |
1. ผู้คนเต็มใจดื่มความรักก็เป็นยาพิษและน้ำผึ้ง |
| |
2. ความรักเป็นยาพิษและน้ำผึ้งเพราะผู้คนเต็มใจดื่ม |
| |
3. แม้ว่าผู้คนเต็มใจดื่มความรักจึงเป็นยาพิษและน้ำผึ้ง |
| |
4. ถึงความรักเป็นยาพิษและน้ำผึ้งแต่ผู้คนก็เต็มใจดื่ม |
| |
|
|
| 8. ลักษณะบังคับของกลอนสุภาพข้อใด ไม่ถูกต้อง |
| |
1. คณะบทหนึ่ง มี 2 คำกลอน หรือ 4 วรรค |
| |
2. กลอนเรื่องหนึ่งมีความยาว ประมาณ 4-6 บท |
| |
3. กลอนสุภาพมีความยาวเท่าใดก็ได้แต่ต้องจบลงด้วยวรรครองเท่านั้น |
| |
4. กลอนแต่ละวรรคมีชื่อเรียกต่างกันวรรคสดับ วรรครับ วรรครอง และวรรคส่ง |
| |
|
|
| 9. ข้อใดไม่มีคำที่สัมผัสกัน |
| |
1. ถ่านหินลือชา รถม้าลือลั่น เครื่องปั้นลือนาม งามพระธาตุลือไกล ฝึกช้างใช้ลือโลก |
| |
2. เมืองร้อยเกาะ เงาะอร่อย หอยใหญ่ ไข่แดง แหล่งธรรมะ |
| |
3. เมืองประมง ดงโรงงาน ลานเกษตร เขตประวัติศาสตร์ |
| |
4. เมืองแห่งทะเลภูเขา สุดหนาวในสยาม |
| |
|
|
| 10. วรรคใดมีสัมผัสในที่เป็นสัมผัสสระและสัมผัสอักษรเด่นชัดที่สุด |
| |
1. ไพเราะคำนำใจให้เป็นสุข |
2. ปราศจากทุกข์ได้เพียงเสียงเสนาะ |
| |
3. อันร้อยกรองพ้องเสียงเพียงจำเพาะ |
4. ไทยสืบเสาะสานเสกเอกลักษณ์ |
| |
|
|
| 11. ข้อใดเป็นคำราชาศัพท์ที่ใช้กับพระราชวงศ์ในฐานันดรศักดิ์ที่ต่ำกว่าข้ออื่น |
| |
1. พระราชบัญชา |
2. พระราชบัณฑูร |
| |
3. พระราชเสาวนีย์ |
4. พระราชโองการ |
| |
|
|
| 12. ข้อใดใช้ราชาศัพท์ไม่ถูกต้อง |
| |
1. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำริเกี่ยวกับโครงการหลวง |
| |
2. สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถพระราชทานพระบรมราโชวาทแก่บัณฑิต |
| |
3. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุพาภรณวลัยลักษณ์อัคราชกุมารีประทับที่พระเก้าอี้มุก |
| |
4. พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภาโปรดเสวยไอศกรีม |
| |
|
|
| 13. "พนักงานตั้งเครื่องในห้องส่วนพระองค์" คำที่ขีดเส้นใต้หมายถึงสิ่งใด |
| |
1. เครื่องแต่งกาย |
2. อาหาร |
| |
3. หนังสือ |
4. อาภรณ์ |
| |
|
|
14. ข้อใดเป็นคำที่มาจากภาษาเขมรทุกคำ |
| |
1. ยูโด จรวด บรรทม |
2. โควตา ธำมรงค์ โก๋แก่ |
| |
3. กำเนิด บันได ตรัส |
4. บะหมี่ ตำรวจ คาราเต้ |
| |
|
|
| 15. คำในข้อใดเป็นคำไทยแท้ทุกคำ |
| |
1. อวย ถนน จมูก |
2. ตะวัน กระโดด โปรด |
| |
3. จังหวัด ลำเนา เพลา |
4. สะใภ้ ตะวัน มะพร้าว |
| |
|
|
| 16. ข้อใดจำเป็นต้องใช้คำทับศัพท์ภาษาอังกฤษ |
| |
1. ผู้หญิงชอบขับรถเกียร์อัตโนมัติ เพราะง่ายดี |
2. นักเรียนโรงเรียนนี้เข้าคิวรอใช้บริการเสมอ |
| |
3. เขาจับสลากได้เบอร์หนึ่ง จึงต้องพูดก่อน |
4. เขามีความรับผิดชอบ เพื่อจึงโหวตให้เป็นหัวหน้า |
| |
|
|
17. ข้อความต่อไปนี้ใช้โวหารชนิดใด
"คนจีนเชื่อว่า หยก เป็นหินพิเศษที่สามารถปกป้องและขจัดสิ่งอัปมงคล หากใครสักคนห้อยหยกไว้ ติดร่างกายหยกจะรับเรื่องร้ายไปและทำให้เกิดเรื่องร้ายไป และทำให้เกิดเรื่องมงคลขึ้นแทน" |
| |
1. บรรยายโวหาร |
2. พรรณนาโวหาร |
| |
3. อุปมาโวหาร |
4. เทศนาโวหาร |
| |
|
|
18. ประโยคใดใช้พรรณนาโวหาร |
| |
1. การอ่านเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เรียนได้ผลดี |
| |
2. เราทุกคนมักเลือกมองแต่สิ่งที่อยากมองรู้ในสิ่งที่อยากรู้ |
| |
3. พระอาทิตย์ทอแสงอ่อนละมุนสาดส่องลงมาบนพื้นระยิบระยับจับตา |
| |
4. เมื่อตัดสินใจแยกทางกันและเขาเดินจากไป เธอก็ร้องไห้ประหนึ่งว่าจะขาดใจ |
| |
|
|
| 19. ข้อใดไม่ใช่ศิลปะของการเขียนเรียงความ |
| |
1. การเลือกใช้คำที่สื่อความหมายชัดเจน |
| |
2. การใช้สำนวนและลีลาการเขียนที่เป็นของตนเอง |
| |
3. การเขียนข้อความในแต่ละย่อหน้าให้สัมพันธ์สอดคล้องกัน |
| |
4. การสำรวจโครงเรื่อง สรุป และคำนำให้เสนอเพียงความคิดเดียว |
| |
|
|
| 20. ข้อใดไม่ใช้ความสำคัญของการสนทนา |
| |
1. เป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน |
2. เป็นการเพิ่มพูนความรู้ประสบการณ์ |
| |
3. เป็นการสร้างสัมพันธภาพกับผู้อื่น |
4. เป็นการติดต่อระหว่างกันโดยการส่งโทรศัพท์เคลื่อนที่ |
| |
|
|
| 21. มีวิมานแก้วงามบวร ทุกเกศกุญชร ดังเวไชยันต์อมรินทร์" คำประพันธ์ข้างต้นใช้โวหารใด |
| |
1. อุปลักษณ์ |
2. อุปมา |
| |
3. สัทพจน์ |
4. บุคคลวัต |
| |
|
|
22. คำประพันธ์ในข้อใดใช้โวหารภาพพจน์ต่างจากข้ออื่น |
| |
1. ดังหิ่งห้อยจะแข่งแสงอาทิตย์ เห็นผิดระบอบบุราณมา |
2. นางนวลจับนางนวลนอน เหมือนพี่แนบนวลสมรจินตะหรา |
| |
3. กูไม่ครั่นคร้ามขามใคร จะหักให้เป็นภัสม์ธุลีผง |
4. ท้าวกะหมังกุหนิงแข็งขัน ได้ฟังกริ้วโกรธดังเพลิงกัลป์ |
| |
|
|
23. พิราบบินกลับมาหลังคาโบสถ์ พายุโหดยังกระหึ่มกระเหี้ยนหือ
เมื่อแก้วตกลงแตกก็แหลกรื้อ แต่แก้วคือแก้วพร่างอยู่กลางใจ"
คำประพันธ์ข้างต้นใช้ภาพพจน์ชนิดใดบ้าง |
| |
1. สัญลักษณ์ บุคลาธิษฐาน อุปลักษณ์ |
2. สัญลักษณ์ ปฏิพากย์ อุปลักษณ์ |
| |
3. อุปลักษณ์ บุคลาธิษฐาน อติพจน์ |
4. อุปลักษณ์ อติพจน์ อุปมา |
| |
|
|
| 24. ข้อใดไม่มีการเล่นคำ |
| |
1. เบญจวรรณวันจากเจ้า กำสรดเศร้าแทบวายวาง |
2. นามแก้วดอกแก้วคือ แก้วเนตรพี่นี้ใช่ใคร |
| |
3. งามทรงวงดังวาด งามมารยาทนาดกรกราย |
4. นางแย้มดุจเรียมยล น้องแย้มยิ้มพริ้มพรายงาย |
| |
|
|
25. "บุเรงนองนามราชเจ้า จอมรา มัญเฮย
ยกพยุหแสนยา ยิ่งแกล้ว
มอญม่านประมวลมา สามสิบ หมื่นแฮ
ถึงอยุธเยศแล้ว หยุดใกล้นครา"
โคลงบทข้างต้นแสดงให้เห็นภาพใดชัดเจนที่สุด |
| |
1. การต่อสู้อันน่าตื่นเต้น |
2. ข้าศึกประชิดเมือง |
| |
3. กองทัพอันยิ่งใหญ่ |
4. คนจำนวนมาก |
| |
|
|
| 26. คำประพันธ์ข้อใดที่แสดงความรับผิดชอบของพันท้ายนรสิงห์ |
| |
1. พันท้ายตกประหม่าสิ้น สติคิด |
2. พันกราบทูลทัดด้วย ท่านทิ้งประเพณี |
| |
3. หัวกับโขนเรือต้อง คู่เส้นทำศาล |
4. พันท้ายนรสิงห์ผิด บทฆ่า เสียเทอญ |
| |
|
|
27. แม้ผู้ใดไม่นิยมชมสิ่งงาม เมื่อถึงยามเศร้าอุราน่าสงสาร
เพราะขาดเครื่องระงับดับรำคาญ โอสถใดจะสมานซึ่งดวงใจ "
กลอนบทนี้กล่าวถึงผู้ใด |
| |
1. ผู้ที่ไม่เห็นความสำคัญของความสวยความงาม |
| |
2. ผู้ที่ไม่มีใจรักศิลปะ |
| |
3. ผู้ที่คิดว่าศิลปะไม่ใช่เป็นเรื่องความสวยงาม |
| |
4. ผู้ที่ไม่เคยมีความรู้สึกซาบซึ้งหรือประทับใจสิ่งที่สวยงาม |
| |
|
|
| 28. แม้ต่างคนต่างเถียงเกี่ยงแก่งแย่ง นายเรือจะเอาแรงมาแต่ไหน" ข้อใดมีความสัมพันธ์แสดงผลของคำประพันธ์นี้ |
| |
1. นายจะสั่งสิ่งใดไม่เข้าจิต จะต้องติดตันใจให้ขัดขวาง |
| |
2. จะยุ่งแล้วยุ่งเล่าไม่เข้าทาง เรือก็คงอับปางกลางสาคร |
| |
3. ควรเคารพยำเยงและเกรงกลัว ประโยชน์ตัวนึกน้อยหน่อยจะดี |
| |
4. ควรนึกว่าบรรดาข้าพระบาท ล้วนเป็นราชบริพารพระทรงศรี |
| |
|
|
| 29. เมื่อพิจารณาศิลาจารึกหลักที่ 1 ในฐานะวรรณคดี ประโยชน์ที่สำคัญที่สุดของศิลาจารึกนี้ตรงกับข้อใด |
| |
1. ให้ความรู้ด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี |
2. เป็นต้นแบบของการใช้ภาษาไทย |
| |
3. เป็นหลักฐานทางสังคมวัฒนธรรม |
4. แสดงให้เห็นความสัมพันธ์กับชนชาติต่าง ๆ |
| |
|
|
30. "ในปากปตูมีกระดิ่งอันณื่งแขวนไว้หั้น ไพร่ฟ้าหน้าปก กลางบ้านกลางเมือง มีถ้อย มีความเจ็บท้องข้องใจ มันจักกล่าวเถิงเจ้าเถิงขุนบ่ไร้ ไปลั่นกะดิ่งอันท่านแขวนไว้"
ข้อความข้างต้นแสดงให้เห็นลักษณะด้านใดของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช |
| |
1. ความยุติธรรม |
2. การเอาใจใส่ต่อประชาชน |
| |
3. ความเสมอภาค |
4. การเรียกร้องสิทธิ |
| |
|
|
| 31. ข้อใดแสดงถึงวิถีชีวิตของประชาชนในสมัยสุโขทัย ได้ชัดเจนที่สุด |
| |
1. คนในเมืองสุโขไทยนี้ มักทาน มักทรงศีล มักโอยทาน |
| |
2. กลางเมืองสุโขทัยนี้ มีน้ำตระพังโพยสี ใสกินดี... ดั่งกินน้ำโขงเมื่อแล้ง |
| |
3. คนใดขี่ช้างมาหาพาเมืองมาสู่ช่อยเหนือเฟื้อกู้ มันบ่มีช้างบ่มีม้า บ่มีปั่วบ่มีนาง บ่มีเงือนบ่มีทองให้แก่มัน |
| |
4. เพื่อนจูงวัวไปค้า ขี่ม้าไปขาย ใครจักใคร่ค้าช้างค้า ใครจักใคร่ค้าม้าค้า ใครจักใคร่ค้าเงือนค้าทองค้า |
| |
|
|
| 32. ข้อใดใช้ภาษาได้เกิดภาพชัดเจนที่สุด |
| |
1. จนผมโกร๋นโล้นเกลี้ยงถึงเพียงหู ดูเงาในน้ำแล้วร้องไห้ |
2. ผู้ใดทำชอบต่อเบื้องบาท ก็ประสาททั้งพรแลยศศักดิ์ |
| |
3. อ้ายนี่ทำชอบมาช้านาน เราจึ่งประทานพรให้ |
4. สิ้นทั้งไตรภพจบโลกา จะเอามาเปรียบไม่เทียบทัน |
| |
|
|
| 33. คำประพันธ์ข้อใดเป็นนารีปราโมทย์ |
| |
1. สัพยอกหยอกเล่นเหมือนทุกวัน สรวลสันต์เยาะเย้ยเฮฮา |
2. เมขลาโยนแก้วแววไว มยุเรศฟ้อนในอัมพร |
| |
3. ย้ายท่ามัจฉาชมสาคร พระสี่กรขว้างจักรฤทธิรงค์ |
4. สุดเอยสุดสวาท โฉมประหลาดล้ำเทพอัปสร |
| |
|
|
| 34. คำประพันธ์ในข้อใดอ่านแล้วเกิดความสนุกสนานเบิกบานใจ |
| |
1. นกแก้วเจ้าเสียงใส ครอใคร้คู่เสียงสาลิกา |
2. กระต่ายหลายพงศ์พรรค์ เต็นชมจันหันตัวตาม |
| |
3. พังพรายหมู่หลายซร้อง ในเถื่อนท้องร้องระงม |
4. เสือโคร่งยงปีบเปรี้ยง แอบโจนเฉียงเสียงพึงกลัว |
| |
|
|
| 35. ข้อใดบรรยายให้เห็นธรรมชาติของพืชได้ดีที่สุด |
| |
1. จอกสร่ายกินไคลคลา เชยหมู่
ตามคู่มาคล้ายคล้าย ผุดให้เห็นตัว |
| |
2. รูปร่างอย่างแพะเอา มาเปรียบ
ขนเหม็นสาบหยาบร้าย กลิ่นกล้าเหมือนกัน |
| |
3. ยื่นเลื้อยเฟื้อยลงมา โบยโบก
แต่ค่าไม้ใหญ่น้อย แกว่งเยื้องไปมา |
| |
4. ปากหงอนอ่อนสำอาง ลายเลิศ
รำเล่นเต้นงามหง้า ปีกป้องเป็นเพลง |
| |
|
|
36. สิ่งใดในโลกล้วน เปลี่ยนแปลง
หนึ่งชราหย่อนแรง เร่งร้น
ความตายติดตามแสวง ทำชีพ ประลัยเฮย
สามส่วนควรคิดค้น คติรู้เตรียมคอย
ใจความสำคัญของโคลงบทนี้กล่าวถึงเรื่องใด |
| |
1. ไตรสิกขา |
2. ไตรลักษณ์ |
| |
3. อริยสัจ 4 |
4. สังคหวัตถุ 4 |
| |
|
|
| 37. ข้อความใดแสดงพระราชประสงค์ของผู้ทรงพระราชนิพนธ์โคลงสุภาษิตโสฬสไตรยางค์ |
| |
1. เป็นมาติกาทาง บัณฑิต แสวงเฮย |
2. ตามแบบบ่ขาดหวิ้น เสร็จแล้วสมบูรณ์ |
| |
3. จะสามสิบหกเค้า คะแนนนับ หมวดแฮ |
4. หวังสวัสดิ์ขจัดทุกข์สร้าง สืบสร้องศุภผล |
| |
|
|
| 38. การที่ชาติบ้านเมืองจะตั้งอยู่ได้ควรยึดหลักการในข้อต่อไปนี้ |
| |
1. สบเคราะห์คราวขัดสน สุดรู้ |
2. หาญหักเอาจนได้ ดั้งข้อเขาเอาประสงค์ |
| |
3. โฉดช้าอุตส่าห์หาญ ห่อนหยุด ยั้งเฮย |
4. ร่วมสู้ร่วมรักษา จิตร่วม รวมแฮ |
| |
|
|
| 39. คำประพันธ์ข้อใดที่กวีกล่าวถึงความพอเพียงในการดำเนินชีวิต |
| |
1. อุทิศสิ่งซึ่งสร้างตามทางธรรม์ ของผู้นั้นผู้นี้แก่ผีเอย |
| |
2. ไม่มีใครได้เชยเลยสักคน ย่อมบานหล่นเปล่าตายมากมายเอย |
| |
3. สันโดษคับฟุ้งว่านทะยานใจ ตามวิสัยชาวนาเย็นกว่าเอย |
| |
4. แหล่งหลุมลึกลานสลดระทดใจ เรายิ่งใกล้หลุมนั้นทุกวันเอย |
| |
|
|
40. "นกเอ๋ยนกแสก จับจ้องร้องแจ๊กเพียงแถกขวัญ
อยู่บนยอดหอระฆังบังแสงจันทร์ มีเถาวัลย์รุงรังถึงหลังคา"
จากบทดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าด้านเนื้อหาด้านใด |
| |
1. แสดงให้เห็นถึงความคิด ความเชื่อของคนในสังคมไทย |
| |
2. แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนในสังคม |
| |
3. แสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมประเพณีของคนในสังคมไทย |
| |
4. แสดงให้เห็นถึงค่านิยมของคนในสังคม |