1. ข้อใดเป็นศิลปะการประพันธ์ที่ไม่ปรากฏในคำประพันธ์ต่อไปนี้
"บางระมาดมาดหมายสวาท ว่าสมมาดเหมือนใจแล้วไม่เหมือน
แสนสวาทมาดหมายมาหลายเดือน มีแต่เคลื่อนแคล้วคลาดประหลาดใจ" |
| |
1. การซ้ำคำ |
2. การเล่นเสียงสัมผัส |
| |
3. การเล่นคำพ้องเสียง |
4. การเล่นคำตรงกันข้าม |
 |
| |
| 2. ข้อใดใช้กลวิธีการประพันธ์ต่างจากข้ออื่น |
| |
1. ลมระริ้วปลิวหญ้าคาระยาบ |
2. สนละเมียดเสียดยอดขึ้นกอดฟ้า |
| |
3. ดอกหญ้ายิ้มหวานหวานกับลานหญ้า |
4. แก้วเอียงกลีบเคลียน้ำค้างอย่างหงิมหงิม |
 |
| |
|
|
| 3. ข้อใดมีสัมผัสอักษรคล้องจองกันมากที่สุด |
| |
1. ทุกท้องถิ่นทนทานทุกข์ถมทับ |
2. รอคอยรับความเมตตาจากฟ้าฝน |
| |
3. ความยากจนข้นแค้นแน่นกมล |
4. ความอดทนเท่านั้นที่มั่นคง |
 |
| |
|
|
4. นงคราญองค์เอกแก้ว กระษัตรีย์ มานมนัสกัตเวที ยิ่งลํ้า เกรงพระราชสามี มลายพระ ชนม์เฮย ขับคเชนทรเข่นคํ้า สะอึกสู้ดัสกร
จากคำประพันธ์ข้างต้นแสดงให้เห็นว่าพระสุริโยทัย ไม่มีลักษณะเช่นใด |
| |
1. กตัญญูกตเวที |
2. กล้าหาญ |
| |
3. เกรงพระบารมี |
4. มีความเสียสละ |
 |
| |
|
|
5. ภูบาลบำเหน็จให้ โทษถนอม ใจนอ
พันไม่ยอมอยู่ยอม มอดม้วย
พระโปรดเปลี่ยนโทษปลอม ฟันรูป แทนพ่อ
พันกราบทูลทัดด้วย ท่านทิ้งประเพณี
คำประพันธ์ข้างต้นมีคุณค่าวรรณศิลป์ด้านใดเด่นที่สุด |
| |
1. การสรรคำ |
2. การเล่นเสียง |
| |
3. การเล่นคำ |
4. การใช้ความเปรียบ |
 |
| |
|
|
| 6. ข้อใดมีลักษณะของการโน้มน้าวใจผู้ฟัง |
| |
1. เราต้องซื้อหลากหลายและมากมาย องใช้ทรัพย์สุรุ่ยสุร่ายเป็นก่ายกอง |
| |
2. แม้ผู้ใดไม่นิยมชมสิ่งงาม เมื่อถึงยามเศร้าอุราน่าสงสาร |
| |
3. เราช่วยช่างเหมือนอย่างช่วยบ้านเมือง ให้ประเทืองเทศไทยอันไพศาล |
| |
4. ควรไทยเราช่วยบำรุงวิชาช่าง เครื่องสำอางแบบไทยสโมสร |
 |
| |
|
|
| 7. ข้อใดมิใช่จุดประสงค์ในการแต่งบทสามัคคีเสวก |
| |
1. ประการหนึ่งพึ่งคิดในจิตมั่น ว่าทรงธรรม์เหมือนบิดาบังเกิดหัว |
| |
2. คอยตั้งใจฟังบังคับกัปปิตัน นาวานั้นจึ่งจะรอดตลอดทะเล |
| |
3. นายจะสั่งสิ่งใดไม่เข้าจิต จะต้องติดตันใจให้ขัดขวาง |
| |
4. รักษาตนเคร่งคงตรงวินัย สมานใจจงรักพระจักรี |
 |
| |
|
|
| 8. ศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงมหาราชจัดเป็นวรรณคดีประเภทใด และเพราะเหตุใด |
| |
1. วรรณคดีสดุดี เพราะบันทึกเรื่องราวคุณความดีของผู้ใดผู้หนึ่งในลักษณะสดุดีเกียรติคุณ |
| |
2. วรรณคดีคำสอน เพราะชี้แจงแนวทางในการประพฤติปฏิบัติตนในสังคมให้ถูกต้อง ดีงาม |
| |
3. วรรณคดีพิธีกรรม เพราะแสดงสาเหตุ ขั้นตอน และรายละเอียดของการประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ |
| |
4. วรรณคดีเพื่อความบันเทิง เพราะมุ่งเน้นให้เกิดความสนุกสนานและเพลิดเพลินจากการแสดง พฤติกรรมของตัวละคร |
 |
| |
|
|
9. ข้อใดอธิบายความในศิลาจารึกต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง
"พ่อกูชื่อศรีอินทราทิตย์ แม่กูชื่อนางเสือง พี่กูชื่อบานเมือง ตูมีพี่น้องท้องเดียวกันห้าคน ผู้ชายสาม ผู้หญิงโสง พี่เผือผู้อ้ายตายจากเผือเตียมแต่ยังเล็ก" |
| |
1. พระราชบิดาของพ่อขุนรามคำแหงมีพระนามว่าพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ |
| |
2. พระราชมารดาของพ่อขุนรามคำแหงมีพระนามว่าพระนางเสือง |
| |
3. พ่อขุนรามคำแหงมีพี่น้องที่เกิดแต่พระราชมารดาพระองค์เดียวกัน 5 พระองค์ |
| |
4. พ่อขุนรามคำแหงเป็นพระราชบุตรพระองค์ที่ 2 ส่วนพ่อขุนบานเมืองเป็นพระเชษฐาองค์โต |
 |
| |
|
|
| 10. ข้อใดมีคำที่แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงของภาษา |
| |
1. กูพร่ำบำเรอแก่พี่กู ดั่งบำเรอแก่พ่อกู |
2. พ่อกูไปรบขุนสามชน |
| |
3. แม่กูชื่อนางเสือง พ่อกูชื่อบานเมือง |
4. กูขับเข้าก่อนพ่อกู |
 |
| |
|
|
| 11. ข้อใดมิใช่ประโยชน์ของการศึกษาศิลาจารึก |
| |
1. ทำให้ทราบประวัติศาสตร์ของกรุงสุโขทัย |
2. ทำให้ทราบลักษณะทางวัฒนธรรมของคนสุโขทัย |
| |
3. ทำให้เข้าใจพระราชประวัติของพ่อขุนรามคำแหง |
4. ทำให้เข้าใจการสถาปนาพระพุทธศาสนาในอดีต |
 |
| |
|
|
| 12. เหตุใดพระนารายณ์จึงต้องแปลงเป็นนางรำ ลวงให้นนทกร่ายรำตามท่าต่าง ๆ จนถึงท่านาคาม้วนหาง |
| |
1. ต้องการให้นนทกหลงใหลในความงามของนางรำจนประมาท |
| |
2. ต้องการให้นนทกเคลิบเคลิ้มร่ายรำตามท่าต่าง ๆ จนไม่ระมัดตนเอง |
| |
3. ต้องการให้นนทกรู้ฤทธิ์เดชอำนาจของ "นิ้วเพชร" ที่ใช้ทำระรานผู้อื่น |
| |
4. ต้องการให้นนทกรู้สึกตัวและคิดได้ว่าสิ่งที่ทำนั้นไม่ถูกต้อง สมควรถูกลงโทษ |
 |
| |
|
|
| 13. คำประพันธ์ข้อใดเป็นต้นเหตุของเรื่องราวในบทละครเรื่อง รามเกียรติ์ ตอน นารายณ์ปราบนนทก |
| |
1. ให้นิ้วข้าเป็นเพชรฤทธี จะชี้ใครจงม้วยสังขาร์
จะได้รองเบื้องบาทา ไปกว่าจะสิ้นชีวี |
| |
2. ชาตินี้มึงมีแต่สองหัตถ์ จงไปอุบัติเอาชาติใหม่
ให้สิบเศียรสิบพักตร์เกรียงไกร เหาะเหินเดินได้ในอัมพร |
| |
3. อ้ายนี่ทำชอบมาช้านาน เราจึงประทานพรให้
มันกลับทรยศกระบถใจ ทำการหยาบใหญ่ถึงเพียงนี้ |
| |
4. อยู่บันไดไกรลาสเป็นนิจ สุราฤทธิ์ตบหัวแล้วลูบหน้า
บ้างให้ตักน้ำล้างบาทา บ้างถอนเส้นเกศาวุ่นไป |
 |
| |
|
|
14. เมื่อนั้น พระอิศวรบรมรังสรรค์
เห็นนนทกโศกาจาบัลย์ พระทรงธรรม์ให้คิดเมตตา
จึ่งมีเทวราชบรรหาร เอ็งต้องการสิ่งไรจงเร่งว่า
ตัวกูจะให้ดั่งจินดา อย่าแสนโศกาอาลัย
คำประพันธ์ข้างต้นแสดงให้เห็นข้อบกพร่องของพระอิศวรข้อใดมากที่สุด |
| |
1. ขาดความรับผิดชอบ |
2. ขาดความไตร่ตรอง |
| |
3. ขาดสติสัมปชัญญะ |
4. ขาดสมาธิ |
 |
| |
|
|
| 15. คำประพันธ์ใดไม่ได้พรรณนาลักษณะของสัตว์ |
| |
1. กระเห็นเต้นคล้ายคล้าย ลายพรอมแพรมแกมดำเหลือง
ไต่บนต้นหมากเฟือง ลูกสุกห่ามตามกันกิน |
| |
2. ตุ๊กตู่หมู่ตุ๊กแก อึ่งอ่างแย้แลบึ้งแตน
ผึ้งหลวงรวงเลื้อยแขวน บนปลายไม้ใหญ่รังรวง |
| |
3. ไก่ฟ้าอ้าสดแสง หัวสุกแดงแทงเดือยแนม
ปีกหางต่างสีแกม สีแต้มต่างอย่างวาดเขียน |
| |
4. ชมชมดรสกลิ่นกล้า หน้าเซี่ยมแสล้มแนมคู่เคียง
เล่าฦๅชมดเชียง คนหานักมักตามรอย |
 |
| |
|
|
16. คำประพันธ์ในข้อใดไม่สอดคล้องกับข้อความต่อไปนี้
"กาพย์ห่อโคลงประพาสธารทองแดงมีคุณค่าในด้านการให้ความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติ คือ ได้รู้จักสัตว์ที่แปลกตา ขณะเดียวกันก็ได้ศึกษาวิธีการใช้ถ้อยคำที่ทำให้เกิดจินตภาพ ด้านความเคลื่อนไหวได้อย่างกระจ่างชัด" |
| |
1. นกแก้วแจ้วเสียงใส คลอไคล้คู่หมู่สาลิกา
นกตั้วผัวเมียคลา ฝ่าแขกเต้าเหล่าโนรี |
| |
2. นกกดอดทนสู้ พบงูเห่าเอาปีกบัง
งูโพนพังพานหวัง จะขบตอดบรอดเลย |
| |
3. ป้องข่างอย่างปึ้งก่า มาแปลกกันมันรู้บิน
เหนียงในใต้คางกิน อาหารได้ไป่รู้เลย |
| |
4. พังพอนจรเคล้าคู่ พบพานงูอยู่สู้กัน
งูเห่าเอาขนดพัน พังพอนผันหันตัวตาม |
 |
| |
|
|
| 17. ข้อใดสอดคล้องกับสำนวน "สำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล" มากที่สุด |
| |
1. เหินห่างโมหะร้อน ริษยา |
2. สละส่อเสียดมารยา ใส่ร้าย |
| |
3. คำหยาบจาบจ้วงอา - ฆาตขู่ เข็ญเฮย |
4. ไป่หมิ่นนินทาบ้าย โทษให้ผู้ใด |
 |
| |
|
|
18. ข้อใดกล่าวถึงโคลงต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง
"อีกหนึ่งไป่เชื่อถ้อย คำคน ลือแฮ
บอกเล่าข่าวเหตุผล เรื่องร้าย
สืบสอบประกอบจน แจ่มเท็จ จริงนา
ยังบ่ด่วนยักย้าย ตื่นเต้นก่อนกาล" |
| |
1. ตรงกับสำนวนที่ว่า "กระต่ายตื่นตูม" |
| |
2. เป็นข้อแนะนำด้านกายกรรมหรือการกระทำ |
| |
3. สอนให้เราไม่ตระหนกกับข่าวร้ายโดยไม่ได้พิจารณา |
| |
4. คนที่ฟังหูไว้หูคือคนที่ปฏิบัติตามคำสอนในโคลงข้างต้น |
 |
| |
|
|
| 19. เนื้อหาของกลอนดอกสร้อย รำพึงในป่าช้าส่วนใหญ่แสดงการยกย่องใครมากที่สุด และเพราะเหตุใด |
| |
1. นักรบ เพราะเสียสละเลือดเนื้อปกป้องชาติบ้านเมือง |
| |
2. ชาวนา เพราะมีชีวิตอันสงบเรียบง่ายและมีความสุขจากความสันโดษ |
| |
3. ผู้มีเกียรติ เพราะมีชีวิตที่สุขสบาย ไปไหนมาไหนมีแต่คนยกย่องสรรเสริญ |
| |
4. นักปราชญ์ เพราะเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ อุทิศตนเพื่อพัฒนาสังคมให้เจริญรุ่งเรือง |
 |
| |
|
|
20 . ดวงเอ๋ยดวงจิต ลืมสนิทกิจการงานทั้งหลาย
ย่อมลละชีพเคยสุขสนุกสบาย เคยเสียดายเคยวิตกเคยปกครอง
ละถิ่นที่สำราญเบิกบานจิต ซึ่งเคยคิดใฝ่เข้าเป็นเจ้าของ
หมดวิตกหมดเสียดายหมดหมายปอง ไม่ผินหลังเหลียวมองด้วยซ้ำเอย
บทประพันธ์ข้างต้น สะท้อนความเชื่อใดมากที่สุด |
| |
1. กรรมและกิเลศ |
2. อบายภูมิ |
| |
3. การเมือง การปกครอง |
4. วัฏสงสาร |
 |