<< Go Back

แบบทดสอบหลังเรียนบทที่ 3

1. ข้อใดเป็นศิลปะการประพันธ์ที่ไม่ปรากฏในคำประพันธ์ต่อไปนี้
                              "บางระมาดมาดหมายสวาท                      ว่าสมมาดเหมือนใจแล้วไม่เหมือน
                  แสนสวาทมาดหมายมาหลายเดือน                       มีแต่เคลื่อนแคล้วคลาดประหลาดใจ"
  1. การซ้ำคำ 2. การเล่นเสียงสัมผัส
  3. การเล่นคำพ้องเสียง 4. การเล่นคำตรงกันข้าม
 
2. ข้อใดใช้กลวิธีการประพันธ์ต่างจากข้ออื่น
  1. ลมระริ้วปลิวหญ้าคาระยาบ 2. สนละเมียดเสียดยอดขึ้นกอดฟ้า
  3. ดอกหญ้ายิ้มหวานหวานกับลานหญ้า 4. แก้วเอียงกลีบเคลียน้ำค้างอย่างหงิมหงิม
     
3. ข้อใดมีสัมผัสอักษรคล้องจองกันมากที่สุด
  1. ทุกท้องถิ่นทนทานทุกข์ถมทับ 2. รอคอยรับความเมตตาจากฟ้าฝน
  3. ความยากจนข้นแค้นแน่นกมล 4. ความอดทนเท่านั้นที่มั่นคง
     
4.                                 นงคราญองค์เอกแก้ว                กระษัตรีย์
                          มานมนัสกัตเวที                                  ยิ่งลํ้า
                          เกรงพระราชสามี                                มลายพระ ชนม์เฮย
                          ขับคเชนทรเข่นคํ้า                               สะอึกสู้ดัสกร
จากคำประพันธ์ข้างต้นแสดงให้เห็นว่าพระสุริโยทัย ไม่มีลักษณะเช่นใด
  1. กตัญญูกตเวที 2. กล้าหาญ
  3. เกรงพระบารมี 4. มีความเสียสละ
     
5.                             ภูบาลบำเหน็จให้                     โทษถนอม  ใจนอ
                   พันไม่ยอมอยู่ยอม                                 มอดม้วย
                   พระโปรดเปลี่ยนโทษปลอม                ฟันรูป แทนพ่อ
                   พันกราบทูลทัดด้วย                               ท่านทิ้งประเพณี
คำประพันธ์ข้างต้นมีคุณค่าวรรณศิลป์ด้านใดเด่นที่สุด
  1. การสรรคำ 2. การเล่นเสียง
  3. การเล่นคำ 4. การใช้ความเปรียบ
     
6. ข้อใดมีลักษณะของการโน้มน้าวใจผู้ฟัง
  1. เราต้องซื้อหลากหลายและมากมาย                   องใช้ทรัพย์สุรุ่ยสุร่ายเป็นก่ายกอง
  2. แม้ผู้ใดไม่นิยมชมสิ่งงาม                                   เมื่อถึงยามเศร้าอุราน่าสงสาร
  3. เราช่วยช่างเหมือนอย่างช่วยบ้านเมือง              ให้ประเทืองเทศไทยอันไพศาล
  4. ควรไทยเราช่วยบำรุงวิชาช่าง                            เครื่องสำอางแบบไทยสโมสร
     
7. ข้อใดมิใช่จุดประสงค์ในการแต่งบทสามัคคีเสวก
  1. ประการหนึ่งพึ่งคิดในจิตมั่น                ว่าทรงธรรม์เหมือนบิดาบังเกิดหัว
  2. คอยตั้งใจฟังบังคับกัปปิตัน                  นาวานั้นจึ่งจะรอดตลอดทะเล
  3. นายจะสั่งสิ่งใดไม่เข้าจิต                       จะต้องติดตันใจให้ขัดขวาง
  4. รักษาตนเคร่งคงตรงวินัย                       สมานใจจงรักพระจักรี
     
8. ศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงมหาราชจัดเป็นวรรณคดีประเภทใด และเพราะเหตุใด
  1. วรรณคดีสดุดี เพราะบันทึกเรื่องราวคุณความดีของผู้ใดผู้หนึ่งในลักษณะสดุดีเกียรติคุณ
  2. วรรณคดีคำสอน เพราะชี้แจงแนวทางในการประพฤติปฏิบัติตนในสังคมให้ถูกต้อง ดีงาม
  3. วรรณคดีพิธีกรรม เพราะแสดงสาเหตุ ขั้นตอน และรายละเอียดของการประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ
  4. วรรณคดีเพื่อความบันเทิง เพราะมุ่งเน้นให้เกิดความสนุกสนานและเพลิดเพลินจากการแสดง พฤติกรรมของตัวละคร
     
9. ข้อใดอธิบายความในศิลาจารึกต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง
    "พ่อกูชื่อศรีอินทราทิตย์ แม่กูชื่อนางเสือง พี่กูชื่อบานเมือง ตูมีพี่น้องท้องเดียวกันห้าคน ผู้ชายสาม ผู้หญิงโสง พี่เผือผู้อ้ายตายจากเผือเตียมแต่ยังเล็ก"
  1. พระราชบิดาของพ่อขุนรามคำแหงมีพระนามว่าพ่อขุนศรีอินทราทิตย์
  2. พระราชมารดาของพ่อขุนรามคำแหงมีพระนามว่าพระนางเสือง
  3. พ่อขุนรามคำแหงมีพี่น้องที่เกิดแต่พระราชมารดาพระองค์เดียวกัน 5 พระองค์
  4. พ่อขุนรามคำแหงเป็นพระราชบุตรพระองค์ที่ 2 ส่วนพ่อขุนบานเมืองเป็นพระเชษฐาองค์โต
     
10. ข้อใดมีคำที่แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงของภาษา
  1. กูพร่ำบำเรอแก่พี่กู ดั่งบำเรอแก่พ่อกู 2. พ่อกูไปรบขุนสามชน
  3. แม่กูชื่อนางเสือง พ่อกูชื่อบานเมือง 4. กูขับเข้าก่อนพ่อกู
     
11. ข้อใดมิใช่ประโยชน์ของการศึกษาศิลาจารึก
  1. ทำให้ทราบประวัติศาสตร์ของกรุงสุโขทัย 2. ทำให้ทราบลักษณะทางวัฒนธรรมของคนสุโขทัย
  3. ทำให้เข้าใจพระราชประวัติของพ่อขุนรามคำแหง 4. ทำให้เข้าใจการสถาปนาพระพุทธศาสนาในอดีต
     
12. เหตุใดพระนารายณ์จึงต้องแปลงเป็นนางรำ ลวงให้นนทกร่ายรำตามท่าต่าง ๆ จนถึงท่านาคาม้วนหาง
  1. ต้องการให้นนทกหลงใหลในความงามของนางรำจนประมาท
  2. ต้องการให้นนทกเคลิบเคลิ้มร่ายรำตามท่าต่าง ๆ จนไม่ระมัดตนเอง
  3. ต้องการให้นนทกรู้ฤทธิ์เดชอำนาจของ "นิ้วเพชร" ที่ใช้ทำระรานผู้อื่น
  4. ต้องการให้นนทกรู้สึกตัวและคิดได้ว่าสิ่งที่ทำนั้นไม่ถูกต้อง สมควรถูกลงโทษ
     
13. คำประพันธ์ข้อใดเป็นต้นเหตุของเรื่องราวในบทละครเรื่อง รามเกียรติ์ ตอน นารายณ์ปราบนนทก
  1. ให้นิ้วข้าเป็นเพชรฤทธี                                 จะชี้ใครจงม้วยสังขาร์
     จะได้รองเบื้องบาทา                                     ไปกว่าจะสิ้นชีวี
  2. ชาตินี้มึงมีแต่สองหัตถ์                                 จงไปอุบัติเอาชาติใหม่
     ให้สิบเศียรสิบพักตร์เกรียงไกร                    เหาะเหินเดินได้ในอัมพร
  3. อ้ายนี่ทำชอบมาช้านาน                                เราจึงประทานพรให้
     มันกลับทรยศกระบถใจ                               ทำการหยาบใหญ่ถึงเพียงนี้
  4. อยู่บันไดไกรลาสเป็นนิจ                              สุราฤทธิ์ตบหัวแล้วลูบหน้า
     บ้างให้ตักน้ำล้างบาทา                                   บ้างถอนเส้นเกศาวุ่นไป
     
14.                                เมื่อนั้น                               พระอิศวรบรมรังสรรค์
                      เห็นนนทกโศกาจาบัลย์                   พระทรงธรรม์ให้คิดเมตตา
                      จึ่งมีเทวราชบรรหาร                        เอ็งต้องการสิ่งไรจงเร่งว่า
                      ตัวกูจะให้ดั่งจินดา                           อย่าแสนโศกาอาลัย
คำประพันธ์ข้างต้นแสดงให้เห็นข้อบกพร่องของพระอิศวรข้อใดมากที่สุด
  1. ขาดความรับผิดชอบ 2. ขาดความไตร่ตรอง
  3. ขาดสติสัมปชัญญะ 4. ขาดสมาธิ
     
15. คำประพันธ์ใดไม่ได้พรรณนาลักษณะของสัตว์
  1. กระเห็นเต้นคล้ายคล้าย                ลายพรอมแพรมแกมดำเหลือง
    ไต่บนต้นหมากเฟือง                    ลูกสุกห่ามตามกันกิน
  2. ตุ๊กตู่หมู่ตุ๊กแก                              อึ่งอ่างแย้แลบึ้งแตน
    ผึ้งหลวงรวงเลื้อยแขวน                บนปลายไม้ใหญ่รังรวง
  3. ไก่ฟ้าอ้าสดแสง                           หัวสุกแดงแทงเดือยแนม
    ปีกหางต่างสีแกม                          สีแต้มต่างอย่างวาดเขียน
  4. ชมชมดรสกลิ่นกล้า                     หน้าเซี่ยมแสล้มแนมคู่เคียง
    เล่าฦๅชมดเชียง                              คนหานักมักตามรอย
     
16. คำประพันธ์ในข้อใดไม่สอดคล้องกับข้อความต่อไปนี้
      "กาพย์ห่อโคลงประพาสธารทองแดงมีคุณค่าในด้านการให้ความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติ คือ ได้รู้จักสัตว์ที่แปลกตา ขณะเดียวกันก็ได้ศึกษาวิธีการใช้ถ้อยคำที่ทำให้เกิดจินตภาพ ด้านความเคลื่อนไหวได้อย่างกระจ่างชัด"
  1. นกแก้วแจ้วเสียงใส           คลอไคล้คู่หมู่สาลิกา
     นกตั้วผัวเมียคลา               ฝ่าแขกเต้าเหล่าโนรี
  2. นกกดอดทนสู้                  พบงูเห่าเอาปีกบัง
     งูโพนพังพานหวัง             จะขบตอดบรอดเลย
  3. ป้องข่างอย่างปึ้งก่า           มาแปลกกันมันรู้บิน
     เหนียงในใต้คางกิน          อาหารได้ไป่รู้เลย
  4. พังพอนจรเคล้าคู่              พบพานงูอยู่สู้กัน
     งูเห่าเอาขนดพัน                พังพอนผันหันตัวตาม
     
17. ข้อใดสอดคล้องกับสำนวน "สำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล" มากที่สุด
  1. เหินห่างโมหะร้อน    ริษยา 2. สละส่อเสียดมารยา    ใส่ร้าย
  3. คำหยาบจาบจ้วงอา - ฆาตขู่    เข็ญเฮย 4. ไป่หมิ่นนินทาบ้าย    โทษให้ผู้ใด
     
18. ข้อใดกล่าวถึงโคลงต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง
                                    "อีกหนึ่งไป่เชื่อถ้อย                 คำคน ลือแฮ
                      บอกเล่าข่าวเหตุผล                                 เรื่องร้าย
                      สืบสอบประกอบจน                              แจ่มเท็จ จริงนา
                      ยังบ่ด่วนยักย้าย                                       ตื่นเต้นก่อนกาล"
  1. ตรงกับสำนวนที่ว่า "กระต่ายตื่นตูม"
  2. เป็นข้อแนะนำด้านกายกรรมหรือการกระทำ
  3. สอนให้เราไม่ตระหนกกับข่าวร้ายโดยไม่ได้พิจารณา
  4. คนที่ฟังหูไว้หูคือคนที่ปฏิบัติตามคำสอนในโคลงข้างต้น
     
19. เนื้อหาของกลอนดอกสร้อย รำพึงในป่าช้าส่วนใหญ่แสดงการยกย่องใครมากที่สุด และเพราะเหตุใด
  1. นักรบ เพราะเสียสละเลือดเนื้อปกป้องชาติบ้านเมือง
  2. ชาวนา เพราะมีชีวิตอันสงบเรียบง่ายและมีความสุขจากความสันโดษ
  3. ผู้มีเกียรติ เพราะมีชีวิตที่สุขสบาย ไปไหนมาไหนมีแต่คนยกย่องสรรเสริญ
  4. นักปราชญ์ เพราะเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ อุทิศตนเพื่อพัฒนาสังคมให้เจริญรุ่งเรือง
     
20 .                                   ดวงเอ๋ยดวงจิต                                          ลืมสนิทกิจการงานทั้งหลาย
                         ย่อมลละชีพเคยสุขสนุกสบาย                                  เคยเสียดายเคยวิตกเคยปกครอง
                         ละถิ่นที่สำราญเบิกบานจิต                                       ซึ่งเคยคิดใฝ่เข้าเป็นเจ้าของ
                         หมดวิตกหมดเสียดายหมดหมายปอง                     ไม่ผินหลังเหลียวมองด้วยซ้ำเอย
บทประพันธ์ข้างต้น สะท้อนความเชื่อใดมากที่สุด
  1. กรรมและกิเลศ 2. อบายภูมิ
  3. การเมือง การปกครอง 4. วัฏสงสาร

<< Go Back