| 1. ข้อใดใช้โวหารต่างจากข้ออื่น |
| |
1. เวลาเพียงสามชั่วโมงที่ออกเดินทางฟันฝ่าความสูงชันของภูเขาสิบห้าชั้นขึ้นมาเหมือนกับนาน เสียหนักหนา |
| |
2. ยอดเขาสิบห้าชั้นเป็นพื้นที่ลาดเอียง แทนที่จะมีต้นไม้หนาแน่นเหมือนที่ราบข้างล่าง |
| |
3. บริเวณนั้นมีต้นไม้สูงยืนเรียงรายอยู่ห่าง ๆ กันอย่างเงียบเหงาบนพื้นดินค่อนข้างโล่งเตียน |
| |
4. หมอกและสายลมเย็นเฉียบพัดแรงอยู่ตลอดเวลา พาให้เมฆหมอกขาวโพลนเคลื่อนตัวผ่านมา เป็นระยะ |
| |
2. คำประพันธ์ต่อไปนี้ใช้โวหารแบบใด
" ณ ร่มไม้สาละพนาสัณฑ์ นามลุมพินีวันมหาสถานพระนางเริ่มเจ็บครรภ์มิทันนาน ประสูติกาลพระโอรสแสนงดงามวิสาขะวันเพ็ญเพลาเลิศ พระกุมารผู้ประเสริฐแห่งโลกสามบัว บูชารองพระบาทยาตราตาม บุญญายามจิตพร้อมน้อมประณต " |
| |
1. บรรยายโวหาร |
2. พรรณนาโวหาร |
| |
3. เทศนาโวหาร |
4. สาธกโวหาร |
| |
|
|
3. "เด็กๆจะต้องรู้ว่า ความสุขความสบายมิใช่จะได้มาง่าย ๆ เปล่า ๆ จะเกิดขึ้นได้ก็ด้วย การประกอบงานและความดีต่าง ๆ ซึ่งจะต้องพากเพียรกระทำอยู่ตลอดเวลา คนที่ทำตัวไม่ดี ไม่หมั่นทำการงานจะหาความสุขความสบายไม่ได้ เพราะฉะนั้นเด็กทุกคนจะต้องตั้งใจ ศึกษาเล่าเรียนความรู้ความดีไว้ให้เต็มที่ สำหรับช่วยตัวเอง ให้ได้มีความสุขความเจริญต่อไป"
พระบรมราโชวาทนี้ เป็นโวหารประเภทใด |
| |
1. บรรยายโวหาร |
2. พรรณนาโวหาร |
| |
3. เทศนาโวหาร |
4. สาธกโวหาร |
| |
|
|
4. ถึงยามค่ำย่ำฆ้องจะร้องไห้ ร่ำพิไรรัญจวนหวนละห้อย โอ้ยามดึกดาวเคลื่อนเดือนก็คล้อย น้ำค้างย้อยเย็นในอัมพร
จากข้อความข้างต้น เป็นโวหารประเภทใด |
| |
1. บรรยายโวหาร |
2. พรรณนาโวหาร |
| |
3. เทศนาโวหาร |
4. สาธกโวหาร |
| |
|
|
5. นกเอ๋ยนกกิ้งโครง หลงเข้าโพรงนกเอี้ยงเลี้ยงเจ้าของ
อ้อยอี๋เอียงอ้อยอี๋เอียงส่งเสียงร้อง เจ้าของเขาว่าหน้าไม่อาย
แต่นกยังรู้ผิดรัง นักปราชญ์รู้พลั้งไม่แม่นหมาย
แต่ผิดรับผิดพอผ่อนคลาย ภายหลังจงระวังอย่าพลั้งเอย
จากข้อความข้างต้น เป็นโวหารประเภทใด |
| |
1. บรรยายโวหาร |
2. พรรณนาโวหาร |
| |
3. อุปมาโวหาร |
4. เทศนาโวหาร |
| |
|
|
| 6. คำกลอนในข้อใดไม่มีอุปมาโวหาร |
| |
1. อสุรีผีเสื้อเหลือจะอด แค้นโอรสราวไฟไหม้มังสา |
| |
2. พระราชบุตรฉุดลากลำบากเหลือ ดังหน้าเนื้อนี้จะแยกแตกสลาย |
| |
3. เห็นฝูงเงือกเกลือกกลิ้งมากลางชล คิดว่าคนมีหางเหมือนอย่างปลา |
| |
4. ไม่คลาดเคลื่อนเหมือนองค์พระทรงเดช แต่ดวงเนตรแดงดูดังสุริย์ฉาย |
| |
|
|
7. เมื่อนั้น ไม้ไผ่ดีใจเป็นหนักหนา
วิ่งไปกอดคอพาคลอคลา เข้ามานั่งในปราศรัยทัก
มีธุระกังวลกลใดเหวย อย่านิ่งเลยบอกกูรู้ตระหนัก
แต่มิได้พบพานกันนานนัก กูคิดถึงเพื่อนรักจะขาดใจ
จากข้อความที่กำหนด เป็นการใช้โวหารแบบใด |
| |
1. บรรยายโวหาร |
2. อุปมาโวหาร |
| |
3. พรรณนาโวหาร |
4. เทศนาโวหาร |
| |
|
|
| 8. ข้อใดใช้ภาษาไม่เหมาะสมในการเขียนรายงาน |
| |
1. ปรอทวัดไข้ที่นิยมใช้กันนั้นทำด้วยหลอดแก้วขนาดเล็ก |
| |
2. ปรอทวัดไข้ เป็นเทอร์โม u3617 มิเตอร์ชนิดหนึ่งซึ่งใช้วัดอุณหภูมิของร่างกาย |
| |
3. ถ้าคุณเป็นไข้ ระดับปรอทในหลอดแก้วเล็กๆ จะค่อยๆ สูงขึ้นทีละนิด |
| |
4. การใช้หลังมือแตะหน้าผากย่อมไม่อาจบอกได้แน่นอนว่าผู้ป่วยมีไข้หรือไม่ |
| |
|
|
9. ข้อความต่อไปนี้ไม่อาจใช้เป็นส่วนใดของเรียงความ
"วัยรุ่นเป็นวัยของความเปลี่ยนแปลง ความไม่มั่นคงทางด้านจิตใจของวัยรุ่นมีตัวแปร หลายตัว ที่สำคัญคือความรู้สึกที่มีคุณค่าในตนเอง ครอบครัวส่วนหนึ่งวัดคุณค่าของเด็กที่การเรียน ปัญหาหลักของวัยรุ่นจึงมีอยู่สองเรื่อง คือปัญหาภายในครอบครัวและปัญหาการเรียน หากเด็กรู้สึก ว่าตนเองไม่มีค่าจะทำให้เกิดผลอื่น ๆตามมามากมาย เช่น ขาดเป้าหมายในชีวิต ถูกเพื่อนชักจูง ในทางที่ผิด เป็นต้น" |
| |
1. คำนำ |
2. เนื้อเรื่อง |
| |
3. ส่วนขยาย |
4. สรุป |
| |
|
|
| 10. ข้อใดไม่ใช่ศิลปะของการเขียนเรียงความ |
| |
1. การเลือกใช้คำที่สื่อความหมายชัดเจน |
| |
2. การใช้สำนวนและลีลาการเขียนที่เป็นของตนเอง |
| |
3. การเขียนข้อความในแต่ละย่อหน้าให้สัมพันธ์สอดคล้องกัน |
| |
4. การสำรวจโครงเรื่อง สรุป และคำนำให้เสนอเพียงความคิดเดียว |
| |
|
|
| 11. บทสรุปของเรียงความเรื่อง "อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย" ในข้อใดยังไม่ชัดเจน |
| |
1. อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยนับว่าเป็นโบราณสถานที่ให้ความรู้เป็นอย่างดี ทุกคนจึงควรไปชม อุทยานแห่งนี้ |
| |
2. จะเห็นได้ว่าอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยมีโบราณสถานที่น่าสนใจหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นวัด เจดีย์ หรือวิหาร |
| |
3. ดังที่ได้กล่าวมาแล้วจะเห็นได้ว่าอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยมีคุณค่าทั้งทางประวัติศาสตร์ ศาสนา และศิลปกรรม |
| |
4. ถ้าทุกคนเห็นคุณค่าของอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยแล้วควรช่วยกันอนุรักษ์ไว้เป็นมรดกของ ชาติต่อไป |
| |
|
|
| 12. ข้อใดควรอยู่ในส่วนที่เป็นเนื้อเรื่องของเรียงความเรื่อง "เด็กไทยยุคใหม่ไร้โรคเอดส์" |
| |
1. สถานการณ์โรคระบาดในประเทศไทย |
| |
2. เหตุการณ์ความรุนแรงของสถานการณ์ทั่วโลก |
| |
3. ความประพฤติและค่านิยมที่ผิดจนนำไปสู่การติดเชื้อเอดส์ |
| |
4. ความเชื่อมั่นในการรักษาโรคเอดส์ |
| |
|
|
| 13. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการเขียนจดหมาย |
| |
1. มุมขวาของกระดาษเขียนจดหมายระบุที่อยู่ของผู้รับ |
2. เขียนวันที่ตรงกึ่งกลางหน้ากระดาษเขียนจดหมาย |
| |
3. ควรเขียนจดหมายด้วยหมึกสีสดจะได้มองเห็นชัดเจน |
4. การจ่าหน้าซองจดหมายไม่ต้องเขียนคำนำหน้าชื่อก็ได้ |
| |
|
|
| 14. ข้อใดเป็นคำลงท้ายจดหมายติดต่อกิจธุระทุกประเภท |
| |
1. ขอแสดงความนับถือ |
2. รักและคิดถึง |
| |
3. ด้วยความเคารพ |
4. ขอแสดงความเคารพ |
| |
|
|
| 15. จดหมายชนิดใดไม่จำเป็นต้องมีการตอบรับ |
| |
1. จดหมายสมัครงาน |
2. จดหมายขอความร่วมมือ |
| |
3. จดหมายเชิญเป็นวิทยากร |
4. จดหมายสอบถามการปฏิบัติงาน |
| |
|
|
| 16. จดหมายประเภทใดไม่ต้องเขียนชื่อตัวบรรจงในวงเล็บใต้ลายเซ็น |
| |
1. จดหมายส่วนตัว |
2. จดหมายสมัครงาน |
| |
3. จดหมายราชการ |
4. จดหมายสั่งสินค้า |
| |
|
|
| 17. จดหมายกิจธุระควรใช้คำขึ้นต้นอย่างไร |
| |
1. เรียน ผู้จัดการที่นับถือ |
2. เรียน ผู้จัดการที่เคารพ |
| |
3. กราบเรียน ท่านผู้จัดการ |
4. เรียน ผู้จัดการบริษัท |
| |
|
|
| 18. ข้อใดให้ความหมายของการพูดได้ถูกต้องที่สุด |
| |
1. การสื่อสารของมนุษย์โดยการใช้เสียงเพียงเท่านั้น |
| |
2. การสื่อสารด้วยกิริยาท่าทางเป็นเครื่องถ่ายทอดความรู้และความคิด |
| |
3. การสื่อสารของมนุษย์โดยใช้เสียงและท่าทางเพื่อถ่ายทอดความรู้และความคิด |
| |
4. การสื่อสารของมนุษย์ด้วยกิริยาท่าทางเพื่อให้ผู้อื่นรับทราบความประสงค์ของตนเอง |
| |
|
|
| 19. ข้อใดไม่ใช่ความสำคัญของการสนทนา |
| |
1. เป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน |
| |
2. เป็นการเพิ่มพูน ความรู้ประสบการณ์ |
| |
3. เป็นการสร้างสัมพันธภาพกับผู้อื่น |
| |
4. เป็นการติดต่อระหว่างกันโดยการส่งข้อความทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ |
| |
|
|
| 20. ข้อใดถือว่าไม่มีมารยาทที่สุดในการรับโทรศัพท์ |
| |
1. ทานของขบเคี้ยวขณะโทรศัพท์ |
2. ดูโทรทัศน์ขณะรับโทรศัพท์ |
| |
3. ปล่อยให้โทรศัพท์เรียกสายนานเกินไป |
4. วางหูโทรศัพท์ก่อนจบการพูด |