<< Go Back

แบบทดสอบก่อนเรียนบทที่ 3

1. ข้อความในข้อใดแสดงความมีมารยาทในสังคม
  1. ควรหรือที่หล่อนจะต้องคบค้าสมาคมกับคน...เอ้อ...คนขี้คุกขี้ตะรางอย่างผม
  2. แหมงั้นคุณคงรู้จักคุณแม่ดิฉัน ฉันรู้จักคุณแม่หล่อนดี
  3. สูบบุหรี่ไหมละ? ขอบพระเดชพระคุณท่านมากครับ
  4. เขาว่าเป็นสาวใหญ่แล้วไม่ใช่หรือครับ หน้าตาเป็นอย่างไรบ้างครับ
 
ใช้ข้อความต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ 2 – 3
      พระยาภักดี : เงินน่ะฉันไม่เสียดายหรอก ฉันเสียดายชื่อและเสียดายความสุขของแม่ลออมากกว่า
      นายล้ำ : คุณจะให้ผมขายลูกยมยั้งงั้นหรือ ?
      พระยาภักดี : จะเขียนว่ากระไรก็ตามเถอะ แต่ที่จริงฉันตั้งใจซื้อความสุขให้แก่แม่ลออเท่านั้น
      นายล้ำ : ที่คุณจะมาพรากพ่อกับลูกเสียเช่นนี้น่ะ คุณเห็นสมควรแล้วหรือ ?
      พระยาภักดี : ฉันเห็นสมควรแล้ว ฉันจึงได้ประสงค์ที่จะทำ แม่ลออน่ะดีเกินที่จะเป็นลูกคนเช่นแก่ ยังไง ! จะต้องการเงินเท่าไหร่ ว่ามา!
2. จากบทสนทนา ข้อใดที่เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้พระยาภักดีจะให้เงินแก่นายล้ำ
  1. เกรงว่านายล้ำจะเปิดเผยความจริง 2. กลัวว่าแม่ลออจะเสียใจที่รู้ว่านายล้ำเป็นบิดา
  3. ต้องการให้นายล้ำนำเงินไปประกอบอาชีพ 4. เห็นแก่ความเป็นเพื่อนเก่าของนายล้ำ
     

3. พระยาภักดีเกิดความรู้สึกอย่างไร

  1. วิตกกังวลใจ 2. ไม่สบายใจกับเหตุการณ์
  3. โกรธแค้นนายล้ำ 4. เศร้าสลดใจ
     
4. ดิฉันไม่รู้จักเลย เคยเห็นแต่รูปที่ในห้องคุณแม่ รูปร่างสูง ๆ หน้าอกกว้าง ๆ ดิฉันช่างชอบหน้าเสียจริง ๆ หน้าตาเป็นคนซื่อใจคอกว้างขวาง ถ้าใครบอกดิฉันว่า เป็นคนไม่ดี ดิฉันไม่ยอมเชื่อเป็นอันขาดเทียว ข้อความนี้แสดงให้เห็นคุณลักษณะนิสัยของแม่ลออว่าเป็นคนอย่างไร
  1. ตัดสินใจบุคคลจากรูปลักษณ์ภายนอก 2. มองโลกในแง่ดี
  3. บูชาบิดามากเกินไป 4. มีความกตัญญูกตเวทีสูง
     
5. ข้อใดไม่ใช่คุณค่าที่ได้รับจากเรื่องเห็นแก่ลูก
  1. ให้ข้อคิดเกี่ยวกับความรักอันบริสุทธิ์ระหว่างพ่อบังเกิดเกล้ากับลูก
  2. แสดงกฎแห่งกรรมที่ว่า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
  3. สังคมจะอยู่รอดหากคนรู้จักเอื้อเฟื้อต่อกัน
  4. ผู้มีฐานะดีในสมัยก่อนจะนิยมมีคนรับใช้ไว้ประจำบ้าน
     
ใช้ข้อความต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ 6 – 7
      ก. ชีวิตสังขารของมนุษย์ไม่ยั่งยืนยาวเหมือนเหล็กเหมือนศิลา
      ข. ถึงโดยว่าจะมีพ่ออยู่ในขณะหนึ่ง
      ค. ก็คงจะมีเวลาที่ไม่มีได้ขณะหนึ่ง เป็นแน่แท้
      ง. ถ้าประพฤติความชั่วเสียแต่ในเวลามีพ่ออยู่แล้วโดยจะปิดบังซ่อนเร้นอยู่ได้ด้วยอย่างหนึ่งอย่างใด
      จ. เวลาไม่มีพ่อความชั่วนั้นคงจะปรากฏเป็นโทษติดตัวเหมือนเงาตามหลังอยู่ไม่ขาด
6. จากข้อความนี้ตรงกับสำนวนในข้อใดที่สุด
  1. น้ำลดตอผุด 2. ชั่วเจ็ดทีดีเจ็ดหน
  3. ชนักติดหลัง 4. ช้างตายทั้งตัวเอาใบบัวมาปิด
     

7. จากข้อความนี้ พ่อ ต้องการสอนเรื่องอะไร

  1. ให้เห็นโทษของความชั่ว 2. ให้ละเว้นการทำชั่ว
  3. ให้ตระหนักถึงกฎแห่งกรรม 4. ให้เห็นว่าชีวิตเป็นอนิจจัง
     
8. ข้อความข้อใดไม่แสดงคุณธรรมของผู้พูด
  1. ตัวเองเป็นผู้ได้เงินจากราษฎรเลี้ยงพอสมควร ที่จะเลี้ยงและรักษาเกียรติยศเท่านั้นอย่าไปอวดมั่ง
     อวดมีเทียบเทียมเขาให้ฟุ้งซ่านไปเป็นอันขาด
  2. เงินนั้นไม่ควรจะนำมาจำหน่ายในการที่ไม่เป็นประโยชน์ ไม่เป็นเรื่องและเป็นการไม่มีคุณ กลับให้โทษแก่ตัว
  3. ถ้าเป็นเจ้านายแล้วต้องรักษายศศักดิ์ในกิจการทั้งปวงที่จะทำทุกอย่าง
  4. อย่าได้ถือตัวว่าตัวเป็นลูกเจ้าแผ่นดิน พ่อมีอำนาจยิ่งใหญ่อยู่ในบ้านเมือง ถึงจะเกาะกะไม่กลัวเกรง
     คุมเหงผู้ใดเขาก็คงมีความเกรงใจพ่อ
     
ให้ใช้ข้อความต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ 9 – 10
      อีกประการหนึ่งชีวิตสังขารของมนุษย์ไม่ยั่งยืนยืดยาวเหมือนเหล็กเหมือนศิลา ถึงโดยว่าจะมีพ่ออยู่ในขณะหนึ่ง ก็คงจะมีเวลาที่ไม่มีได้ขณะหนึ่งเปนแน่แท้ ถ้าประพฤติความชั่วเสียแต่ในเวลามีพ่ออยู่แล้ว โดยจะปิดบังซ่อนเร้นอยู้ได้ด้วยอย่างใดอย่างหนึ่ง เวลาไม่มีพ่อความชั่วนั้นคงจะปรากฎเปนโทษติดตัวเหมือนเงาตามหลังอยู่ไม่ขาด เพราะฉะนั้นจงเปนคนอ่อนน้อมว่าง่ายสอนง่าย อย่าให้เปนทิษฐิมานะไปในทางที่ผิด จงประพฤติตัวหันหาทางที่ชอบที่ถูกอยู่เสมอเปนนิจเถิด จงละเว้นทางที่ชั่วซึ่งรู้ได้เองแก่ตัวฤามีผู้ตักเตือนแนะนำ ให้รู้แล้ว อย่าให้ล่วงให้เปนไปได้เลยเปนอันขาด
9. ผู้เขียนมีเจตนาสอนเรื่องอะไรเป็นสำคัญ
  1. ให้รู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน อย่าถือตัวว่าเป็นลูกเจ้าลูกนาย 2. ให้เชื่อฟังคำแนะนำตักเตือนของผู้รู้ทั้งหลาย
  3. ให้ละวางความชั่วทั้งต่อหน้าและลับหลัง 4. ให้เป็นคนเปิดเผยไม่ปิดบังความชั่วที่เคยทำมา
     
10. จากข้อความใช้กลวิธีการนำเสนอแบบใด
  1. บรรยายโวหาร 2. พรรณนาโวหาร
  3. อุปมาโวหาร 4. สาธกโวหาร
     
11.                                 พระองค์เล่าเขาก็พาเอามาไว้                               เศร้าพระทัยทุกข์ตรอมเหมือนหม่อมฉัน
                        ขอพระองค์จงโปรดแก้โทษทัณฑ์                                   ช่วยผ่อนผันให้ตลอดรอดชีวา
จากคำประพันธ์ข้างต้นเป็นบทสนทนาของบุคคลในข้อใด
  1. พ่อเงือกกับพระอภัยมณี 2. พ่อเงือกกับสินสมุทร
  3. พระอภัยมณีกับสินสมุทร 4. พ่อเงือกกับแม่เงือก
     
ให้ใช้ข้อความต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ 12 – 13
      ก. ทั้งนี้เพราะเคราะห์กรรมทำให้วุ่น จึงสิ้นบุญวาสนาสีกาเอ๋ย
      ข. ฝ่ายปีศาจราชทูตภูตพรายพาล อลหม่านขึ้นมาหาในสาชล
      ค. เราลงเลขเสกทำไว้สำเร็จ ดังเขื่อนเพชรภูตปีศาจไม่อาจใกล้
      ง. เชิญพระองค์ลงมาชลาลัย เมียจะให้มนตร์เวทวิเศษครัน
12. คำประพันธ์ในข้อใดสะท้อนความเชื่อแตกต่างจากข้ออื่น
  1. ข้อ ก. 2. ข้อ ข.
  3. ข้อ ค. 4. ข้อ ง.
     
13. คำประพันธ์ในข้อใดใช้อุปมา
  1. ข้อ ก. 2. ข้อ ข.
  3. ข้อ ค. 4. ข้อ ง.
     
14. คำประพันธ์ในข้อใดกวีใช้คำทำให้เกิดภาพได้อย่างชัดเจน
  1. ฝ่ายกุมารสินสมุทรสุดสวาท     ไม่ห่างบาทบิดาอัชฌาสัย
  2. หนึ่งพวกพ้องของข้าคณาญาติ     ขอรองบาทบงกชบทศรี
  3. นางผีเสื้อเชื่อถือรื้อประณต      พระทรงยศจงช่วยชุบอุปถัมภ์
  4. พลางเข่นเขี้ยวเคี้ยวกรามคำรามร้อง         เสียงกึกก้องโกลาลูกตาโพลง
     
15. จากเรื่องพระอภัยมณีตอนพระอภัยมณีหนีนางผีเสื้อ เสนอข้อคิดหลายประการ ยกเว้นข้อใด
  1. ความเมตตาเป็นคุณธรรมสำคัญในการธำรงสังคม
  2. ความทิฐิมานะเป็นหนทางแห่งความพ่ายแพ้
  3. ความรักที่ขาดรากฐานจากใจจริงย่อมไม่ยั่งยืนนาน
  4. การใช้ปัญญาคิดใคร่ครวญเหตุการณ์ต่าง ๆ ย่อมนำไปสู่ความสำเร็จ
     
16. คำประพันธ์ในข้อใดเป็นการสอนเกี่ยวกับการพูด
  1. เห็นเต็มตาแล้วอย่าอยากทำปากบอน ตรองเสียก่อนจึงค่อยทำกรรมทั้งมวล
  2. จงฟังหูไว้หูคอยดูไป เชื่อน้ำใจดีกว่าอย่าเชื่อยุ
  3. อยากใช้เขาเราต้องก้มประนมกร ใครเลยห่อนจะว่าตัวเป็นวัวมอ
  4. ถึงรู้จริงนิ่งใจอย่าไขรู้ เต็มที่ครู่เดียวเท่านั้นเขาสรรเสริญ
     
ใช้คำประพันธ์ต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ 17 – 19
      ก. อันเสาหินแปดซอกตอกเป็นหลัก ไปมาผลักบ่อยเข้าเสายังไหว
      ข. อย่านอนเปล่าเอากระจกยกออกมา ส่องดูหน้าเสียทีหนึ่งแล้วจึงนอน
      ค. เห็นตอหลักปักขวางหนทางอยู่ พิเคราะห์ดูควรทิ้งแล้วจึงถอน
      ง. สูงอย่าให้สูงกว่าฐานนานไปล้ม จะเรียนคมเรียนเถิดอย่าเปิดฝัก
      จ. ช้างถีบอย่าว่าเล่นกระเด็นปลิว แรงหรือหิวชั่งใจดูจะสู้ช้าง
17. คำประพันธ์ข้อใดให้ข้อคิดความพอประมาณ
  1. ข้อ ก. 2. ข้อ ข.
  3. ข้อ ค. 4. ข้อ ง.
     
18. คำประพันธ์ข้อใดสอนเรื่องจิตใจให้มนุษย์
  1. ข้อ ก. 2. ข้อ ข.
  3. ข้อ ง. 4. ข้อ จ.
     
19. คำประพันธ์ข้อใดหากปฏิบัติตามจะทำให้เราเป็นคำไม่ประมาทในการดำเนินชีวิต
  1. ข้อ ก. กับ ข. 2. ข้อ ข. กับ จ.
  3. ข้อ ข. กับ ค. 4. ข้อ ก. กับ ง.
     
20. ผลของการปฏิบัติตามภาษิตอิศรญาณตรงกับข้อใดที่สุด
  1. เจริญก้าวหน้าทัดเทียมกับอารยประเทศ 2. ประชาชนมีความรับผิดชอบในหน้าที่ของตน
  3. ทุกคนรู้จักแก้ปัญหาในชีวิต 4. สังคมส่วนรวมเกิดสันติสุข
     
21.                      เหตุไฉนสหัสนัยน์เสด็จดล                 สมรภูมิไพรสณฑ์
                เธอมาด้วยกลอันใด
จากคำประพันธ์ข้างต้น คำว่า "เธอ" ในที่นี้หมายถึงบุคคลในข้อใด
  1. พระราม 2. พระอิศวร
  3. อินทรชิต 4. พระอินทร์
     
ใช้คำประพันธ์ต่อไปนี้ตอบคำถาม ข้อ 22 – 23
                            อึงอินทเภรีตีระงม                                    แตรสังข์เสียงประสม
                  ประสานเสนาะในไพร
                            เสียงพลโห่ร้องเอาชัย                              เลื่อนลั่นสนั่นใน
                  พิภพเพียงทำลาย
22. จากคำประพันธ์สาระสำคัญกล่าวถึงเรื่องอะไร
  1. ความยินดีที่กองทัพพระรามได้ชัยชนะ 2. แสดงความยิ่งใหญ่และบุญญาธิการของกองทัพพระราม
  3. กองทัพของอินทรชิตที่มีความเก่งกล้า 4. การรบระหว่างพระลักษมณ์กับอินทรชิต
     
23. ข้อความใดไม่อาจคาดคะเนได้จากคำประพันธ์ข้างต้น
  1. มีการเป่าแตรและตีกลองก่อนรบ 2. ทหารมีขวัญกำลังใจในการรบ
  3. ประชาชนดีใจที่ชนะศึกสงคราม 4. เสียงโห่ร้องดังกึกก้องไปทั่วป่า
     

24. ทัพหน้าอารักขไพรสัณฑ์ ทัพหลังสุบรรณ กินนรนาคนาคา ปีกซ้ายฤาษิตวิทยา คนธรรพ์ปีกขวา ตั้งตามตำรับทัพชัย คำประพันธ์นี้กล่าวถึงเรื่องอะไร

  1. การแสดงวิธีการรบของกองทัพพระราม 2. กองทัพของฝ่ายพระอินทร์
  3. วิธีการรบของฝ่ายทศกัณฐ์ 4. การจัดเตรียมกองทัพของอินทรชิต
     
25. การเสนอจินตภาพในข้อใดแตกต่างจากข้ออื่น
  1. ดุเหว่าเร้าเร่งพระสุริย์ศรี ไก่ขันปีกตี กู่ก้องในท้องดงดาน
  2. เดือนดาวดับเศร้าแสงใส สร่างแสงอโณทัย ก็ผ่านพยับรองเรือง
  3. ผึ้งภู่หมู่คณาเหมหงส์ ร่อนราถาลง แทรกไซ้ในสร้อยสุมาลี
  4. ไม้ไหล้ยูงยางกลางดง แหลกลู่ล้มลง ละเอียดด้วยฤทธิโยธี

<< Go Back