| 1. ข้อความในข้อใดแสดงความมีมารยาทในสังคม |
| |
1. ควรหรือที่หล่อนจะต้องคบค้าสมาคมกับคน...เอ้อ...คนขี้คุกขี้ตะรางอย่างผม |
| |
2. แหมงั้นคุณคงรู้จักคุณแม่ดิฉัน ฉันรู้จักคุณแม่หล่อนดี |
| |
3. สูบบุหรี่ไหมละ? ขอบพระเดชพระคุณท่านมากครับ |
| |
4. เขาว่าเป็นสาวใหญ่แล้วไม่ใช่หรือครับ หน้าตาเป็นอย่างไรบ้างครับ |
| |
ใช้ข้อความต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ 2 – 3
พระยาภักดี : เงินน่ะฉันไม่เสียดายหรอก ฉันเสียดายชื่อและเสียดายความสุขของแม่ลออมากกว่า
นายล้ำ : คุณจะให้ผมขายลูกยมยั้งงั้นหรือ ?
พระยาภักดี : จะเขียนว่ากระไรก็ตามเถอะ แต่ที่จริงฉันตั้งใจซื้อความสุขให้แก่แม่ลออเท่านั้น
นายล้ำ : ที่คุณจะมาพรากพ่อกับลูกเสียเช่นนี้น่ะ คุณเห็นสมควรแล้วหรือ ?
พระยาภักดี : ฉันเห็นสมควรแล้ว ฉันจึงได้ประสงค์ที่จะทำ แม่ลออน่ะดีเกินที่จะเป็นลูกคนเช่นแก่ ยังไง ! จะต้องการเงินเท่าไหร่ ว่ามา! |
| 2. จากบทสนทนา ข้อใดที่เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้พระยาภักดีจะให้เงินแก่นายล้ำ |
| |
1. เกรงว่านายล้ำจะเปิดเผยความจริง |
2. กลัวว่าแม่ลออจะเสียใจที่รู้ว่านายล้ำเป็นบิดา |
| |
3. ต้องการให้นายล้ำนำเงินไปประกอบอาชีพ |
4. เห็นแก่ความเป็นเพื่อนเก่าของนายล้ำ |
| |
|
|
3. พระยาภักดีเกิดความรู้สึกอย่างไร |
| |
1. วิตกกังวลใจ |
2. ไม่สบายใจกับเหตุการณ์ |
| |
3. โกรธแค้นนายล้ำ |
4. เศร้าสลดใจ |
| |
|
|
| 4. ดิฉันไม่รู้จักเลย เคยเห็นแต่รูปที่ในห้องคุณแม่ รูปร่างสูง ๆ หน้าอกกว้าง ๆ ดิฉันช่างชอบหน้าเสียจริง ๆ หน้าตาเป็นคนซื่อใจคอกว้างขวาง ถ้าใครบอกดิฉันว่า เป็นคนไม่ดี ดิฉันไม่ยอมเชื่อเป็นอันขาดเทียว ข้อความนี้แสดงให้เห็นคุณลักษณะนิสัยของแม่ลออว่าเป็นคนอย่างไร |
| |
1. ตัดสินใจบุคคลจากรูปลักษณ์ภายนอก |
2. มองโลกในแง่ดี |
| |
3. บูชาบิดามากเกินไป |
4. มีความกตัญญูกตเวทีสูง |
| |
|
|
| 5. ข้อใดไม่ใช่คุณค่าที่ได้รับจากเรื่องเห็นแก่ลูก |
| |
1. ให้ข้อคิดเกี่ยวกับความรักอันบริสุทธิ์ระหว่างพ่อบังเกิดเกล้ากับลูก |
| |
2. แสดงกฎแห่งกรรมที่ว่า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว |
| |
3. สังคมจะอยู่รอดหากคนรู้จักเอื้อเฟื้อต่อกัน |
| |
4. ผู้มีฐานะดีในสมัยก่อนจะนิยมมีคนรับใช้ไว้ประจำบ้าน |
| |
|
|
ใช้ข้อความต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ 6 – 7
ก. ชีวิตสังขารของมนุษย์ไม่ยั่งยืนยาวเหมือนเหล็กเหมือนศิลา
ข. ถึงโดยว่าจะมีพ่ออยู่ในขณะหนึ่ง
ค. ก็คงจะมีเวลาที่ไม่มีได้ขณะหนึ่ง เป็นแน่แท้
ง. ถ้าประพฤติความชั่วเสียแต่ในเวลามีพ่ออยู่แล้วโดยจะปิดบังซ่อนเร้นอยู่ได้ด้วยอย่างหนึ่งอย่างใด
จ. เวลาไม่มีพ่อความชั่วนั้นคงจะปรากฏเป็นโทษติดตัวเหมือนเงาตามหลังอยู่ไม่ขาด |
| 6. จากข้อความนี้ตรงกับสำนวนในข้อใดที่สุด |
| |
1. น้ำลดตอผุด |
2. ชั่วเจ็ดทีดีเจ็ดหน |
| |
3. ชนักติดหลัง |
4. ช้างตายทั้งตัวเอาใบบัวมาปิด |
| |
|
|
7. จากข้อความนี้ พ่อ ต้องการสอนเรื่องอะไร |
| |
1. ให้เห็นโทษของความชั่ว |
2. ให้ละเว้นการทำชั่ว |
| |
3. ให้ตระหนักถึงกฎแห่งกรรม |
4. ให้เห็นว่าชีวิตเป็นอนิจจัง |
| |
|
|
| 8. ข้อความข้อใดไม่แสดงคุณธรรมของผู้พูด |
| |
1. ตัวเองเป็นผู้ได้เงินจากราษฎรเลี้ยงพอสมควร ที่จะเลี้ยงและรักษาเกียรติยศเท่านั้นอย่าไปอวดมั่ง
อวดมีเทียบเทียมเขาให้ฟุ้งซ่านไปเป็นอันขาด |
| |
2. เงินนั้นไม่ควรจะนำมาจำหน่ายในการที่ไม่เป็นประโยชน์ ไม่เป็นเรื่องและเป็นการไม่มีคุณ กลับให้โทษแก่ตัว |
| |
3. ถ้าเป็นเจ้านายแล้วต้องรักษายศศักดิ์ในกิจการทั้งปวงที่จะทำทุกอย่าง |
| |
4. อย่าได้ถือตัวว่าตัวเป็นลูกเจ้าแผ่นดิน พ่อมีอำนาจยิ่งใหญ่อยู่ในบ้านเมือง ถึงจะเกาะกะไม่กลัวเกรง
คุมเหงผู้ใดเขาก็คงมีความเกรงใจพ่อ |
| |
|
|
ให้ใช้ข้อความต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ 9 – 10
อีกประการหนึ่งชีวิตสังขารของมนุษย์ไม่ยั่งยืนยืดยาวเหมือนเหล็กเหมือนศิลา ถึงโดยว่าจะมีพ่ออยู่ในขณะหนึ่ง ก็คงจะมีเวลาที่ไม่มีได้ขณะหนึ่งเปนแน่แท้ ถ้าประพฤติความชั่วเสียแต่ในเวลามีพ่ออยู่แล้ว โดยจะปิดบังซ่อนเร้นอยู้ได้ด้วยอย่างใดอย่างหนึ่ง เวลาไม่มีพ่อความชั่วนั้นคงจะปรากฎเปนโทษติดตัวเหมือนเงาตามหลังอยู่ไม่ขาด เพราะฉะนั้นจงเปนคนอ่อนน้อมว่าง่ายสอนง่าย อย่าให้เปนทิษฐิมานะไปในทางที่ผิด จงประพฤติตัวหันหาทางที่ชอบที่ถูกอยู่เสมอเปนนิจเถิด จงละเว้นทางที่ชั่วซึ่งรู้ได้เองแก่ตัวฤามีผู้ตักเตือนแนะนำ ให้รู้แล้ว อย่าให้ล่วงให้เปนไปได้เลยเปนอันขาด |
| 9. ผู้เขียนมีเจตนาสอนเรื่องอะไรเป็นสำคัญ |
| |
1. ให้รู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน อย่าถือตัวว่าเป็นลูกเจ้าลูกนาย |
2. ให้เชื่อฟังคำแนะนำตักเตือนของผู้รู้ทั้งหลาย |
| |
3. ให้ละวางความชั่วทั้งต่อหน้าและลับหลัง |
4. ให้เป็นคนเปิดเผยไม่ปิดบังความชั่วที่เคยทำมา |
| |
|
|
| 10. จากข้อความใช้กลวิธีการนำเสนอแบบใด |
| |
1. บรรยายโวหาร |
2. พรรณนาโวหาร |
| |
3. อุปมาโวหาร |
4. สาธกโวหาร |
| |
|
|
11. พระองค์เล่าเขาก็พาเอามาไว้ เศร้าพระทัยทุกข์ตรอมเหมือนหม่อมฉัน
ขอพระองค์จงโปรดแก้โทษทัณฑ์ ช่วยผ่อนผันให้ตลอดรอดชีวา
จากคำประพันธ์ข้างต้นเป็นบทสนทนาของบุคคลในข้อใด |
| |
1. พ่อเงือกกับพระอภัยมณี |
2. พ่อเงือกกับสินสมุทร |
| |
3. พระอภัยมณีกับสินสมุทร |
4. พ่อเงือกกับแม่เงือก |
| |
|
|
ให้ใช้ข้อความต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ 12 – 13
ก. ทั้งนี้เพราะเคราะห์กรรมทำให้วุ่น จึงสิ้นบุญวาสนาสีกาเอ๋ย
ข. ฝ่ายปีศาจราชทูตภูตพรายพาล อลหม่านขึ้นมาหาในสาชล
ค. เราลงเลขเสกทำไว้สำเร็จ ดังเขื่อนเพชรภูตปีศาจไม่อาจใกล้
ง. เชิญพระองค์ลงมาชลาลัย เมียจะให้มนตร์เวทวิเศษครัน |
| 12. คำประพันธ์ในข้อใดสะท้อนความเชื่อแตกต่างจากข้ออื่น |
| |
1. ข้อ ก. |
2. ข้อ ข. |
| |
3. ข้อ ค. |
4. ข้อ ง. |
| |
|
|
| 13. คำประพันธ์ในข้อใดใช้อุปมา |
| |
1. ข้อ ก. |
2. ข้อ ข. |
| |
3. ข้อ ค. |
4. ข้อ ง. |
| |
|
|
| 14. คำประพันธ์ในข้อใดกวีใช้คำทำให้เกิดภาพได้อย่างชัดเจน |
| |
1. ฝ่ายกุมารสินสมุทรสุดสวาท ไม่ห่างบาทบิดาอัชฌาสัย |
| |
2. หนึ่งพวกพ้องของข้าคณาญาติ ขอรองบาทบงกชบทศรี |
| |
3. นางผีเสื้อเชื่อถือรื้อประณต พระทรงยศจงช่วยชุบอุปถัมภ์ |
| |
4. พลางเข่นเขี้ยวเคี้ยวกรามคำรามร้อง เสียงกึกก้องโกลาลูกตาโพลง |
| |
|
|
| 15. จากเรื่องพระอภัยมณีตอนพระอภัยมณีหนีนางผีเสื้อ เสนอข้อคิดหลายประการ ยกเว้นข้อใด |
| |
1. ความเมตตาเป็นคุณธรรมสำคัญในการธำรงสังคม |
| |
2. ความทิฐิมานะเป็นหนทางแห่งความพ่ายแพ้ |
| |
3. ความรักที่ขาดรากฐานจากใจจริงย่อมไม่ยั่งยืนนาน |
| |
4. การใช้ปัญญาคิดใคร่ครวญเหตุการณ์ต่าง ๆ ย่อมนำไปสู่ความสำเร็จ |
| |
|
|
| 16. คำประพันธ์ในข้อใดเป็นการสอนเกี่ยวกับการพูด |
| |
1. เห็นเต็มตาแล้วอย่าอยากทำปากบอน ตรองเสียก่อนจึงค่อยทำกรรมทั้งมวล |
| |
2. จงฟังหูไว้หูคอยดูไป เชื่อน้ำใจดีกว่าอย่าเชื่อยุ |
| |
3. อยากใช้เขาเราต้องก้มประนมกร ใครเลยห่อนจะว่าตัวเป็นวัวมอ |
| |
4. ถึงรู้จริงนิ่งใจอย่าไขรู้ เต็มที่ครู่เดียวเท่านั้นเขาสรรเสริญ |
| |
|
|
ใช้คำประพันธ์ต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ 17 – 19
ก. อันเสาหินแปดซอกตอกเป็นหลัก ไปมาผลักบ่อยเข้าเสายังไหว
ข. อย่านอนเปล่าเอากระจกยกออกมา ส่องดูหน้าเสียทีหนึ่งแล้วจึงนอน
ค. เห็นตอหลักปักขวางหนทางอยู่ พิเคราะห์ดูควรทิ้งแล้วจึงถอน
ง. สูงอย่าให้สูงกว่าฐานนานไปล้ม จะเรียนคมเรียนเถิดอย่าเปิดฝัก
จ. ช้างถีบอย่าว่าเล่นกระเด็นปลิว แรงหรือหิวชั่งใจดูจะสู้ช้าง |
| 17. คำประพันธ์ข้อใดให้ข้อคิดความพอประมาณ |
| |
1. ข้อ ก. |
2. ข้อ ข. |
| |
3. ข้อ ค. |
4. ข้อ ง. |
| |
|
|
| 18. คำประพันธ์ข้อใดสอนเรื่องจิตใจให้มนุษย์ |
| |
1. ข้อ ก. |
2. ข้อ ข. |
| |
3. ข้อ ง. |
4. ข้อ จ. |
| |
|
|
| 19. คำประพันธ์ข้อใดหากปฏิบัติตามจะทำให้เราเป็นคำไม่ประมาทในการดำเนินชีวิต |
| |
1. ข้อ ก. กับ ข. |
2. ข้อ ข. กับ จ. |
| |
3. ข้อ ข. กับ ค. |
4. ข้อ ก. กับ ง. |
| |
|
|
| 20. ผลของการปฏิบัติตามภาษิตอิศรญาณตรงกับข้อใดที่สุด |
| |
1. เจริญก้าวหน้าทัดเทียมกับอารยประเทศ |
2. ประชาชนมีความรับผิดชอบในหน้าที่ของตน |
| |
3. ทุกคนรู้จักแก้ปัญหาในชีวิต |
4. สังคมส่วนรวมเกิดสันติสุข |
| |
|
|
21. เหตุไฉนสหัสนัยน์เสด็จดล สมรภูมิไพรสณฑ์
เธอมาด้วยกลอันใด
จากคำประพันธ์ข้างต้น คำว่า "เธอ" ในที่นี้หมายถึงบุคคลในข้อใด |
| |
1. พระราม |
2. พระอิศวร |
| |
3. อินทรชิต |
4. พระอินทร์ |
| |
|
|
ใช้คำประพันธ์ต่อไปนี้ตอบคำถาม ข้อ 22 – 23
อึงอินทเภรีตีระงม แตรสังข์เสียงประสม
ประสานเสนาะในไพร
เสียงพลโห่ร้องเอาชัย เลื่อนลั่นสนั่นใน
พิภพเพียงทำลาย |
| 22. จากคำประพันธ์สาระสำคัญกล่าวถึงเรื่องอะไร |
| |
1. ความยินดีที่กองทัพพระรามได้ชัยชนะ |
2. แสดงความยิ่งใหญ่และบุญญาธิการของกองทัพพระราม |
| |
3. กองทัพของอินทรชิตที่มีความเก่งกล้า |
4. การรบระหว่างพระลักษมณ์กับอินทรชิต |
| |
|
|
| 23. ข้อความใดไม่อาจคาดคะเนได้จากคำประพันธ์ข้างต้น |
| |
1. มีการเป่าแตรและตีกลองก่อนรบ |
2. ทหารมีขวัญกำลังใจในการรบ |
| |
3. ประชาชนดีใจที่ชนะศึกสงคราม |
4. เสียงโห่ร้องดังกึกก้องไปทั่วป่า |
| |
|
|
24. ทัพหน้าอารักขไพรสัณฑ์ ทัพหลังสุบรรณ กินนรนาคนาคา ปีกซ้ายฤาษิตวิทยา คนธรรพ์ปีกขวา ตั้งตามตำรับทัพชัย คำประพันธ์นี้กล่าวถึงเรื่องอะไร |
| |
1. การแสดงวิธีการรบของกองทัพพระราม |
2. กองทัพของฝ่ายพระอินทร์ |
| |
3. วิธีการรบของฝ่ายทศกัณฐ์ |
4. การจัดเตรียมกองทัพของอินทรชิต |
| |
|
|
| 25. การเสนอจินตภาพในข้อใดแตกต่างจากข้ออื่น |
| |
1. ดุเหว่าเร้าเร่งพระสุริย์ศรี ไก่ขันปีกตี กู่ก้องในท้องดงดาน |
| |
2. เดือนดาวดับเศร้าแสงใส สร่างแสงอโณทัย ก็ผ่านพยับรองเรือง |
| |
3. ผึ้งภู่หมู่คณาเหมหงส์ ร่อนราถาลง แทรกไซ้ในสร้อยสุมาลี |
| |
4. ไม้ไหล้ยูงยางกลางดง แหลกลู่ล้มลง ละเอียดด้วยฤทธิโยธี |